Detox Nireen
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Detox Nireen, สุขภาพ/ความงาม, Bangkok.
26/01/2023
น้ำมันโอเมก้า 3
นอกจากหาทานได้จากแหล่งอาหารธรรมชาติอย่างปลาทะเลน้ำลึก แล้ว ยังหาได้จากธัญพืชต่างๆ อย่างเมล็ดแฟล็ก อโวคาโด และมะกอกอีกด้วย ช่วยดีท็อกซ์ แล้วยังบำรุงสมองได้ดีด้วยนะ
26/01/2023
ถั่ว และเมล็ดพืช
ไล่มาเลยตั้งแต่เมล็ดแฟล็กซ์ เมล็ดฟักทอง อัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดเจีย เม็ดแมงลัก เมล็ดทานตะวัน และอื่นๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระ เต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร และช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้ดี โดยเฉพาะใครที่อยากควบคุมน้ำหนัก ทานได้เลย
26/01/2023
ผักสด
ทราบกันใช่ไหมว่าบางครั้งคุณค่าทางสารอาหารในผักจะลดลง หากนำไปประกอบอาหารโดยใช้ความร้อนมากเกินไป (ยดเว้นผักบางชนิด เช่น มะเขือเทศ) แต่ผักอย่างเช่น หัวหอม แครอท หม่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี่ ผักกาด ดอกกะหล่ำ กระเทียม ทานสดจะมีคุณค่าทางสารอาหารมากกว่า ช่วยดีท็อกซ์สารพิษจากตับได้ดีเลยทีเดียว
26/01/2023
ถั่วเขียว
ถั่วเขียวช่วยเพิ่มการทำงานของระบบขับถ่าย ดูดซับสารพิษจากผนังลำไส้ และขับออกไปพร้อมกับอุจจาระ ดีแบบนี้ทานต้มถั่วเขียว (หวานน้อย” กันเยอะๆ เลยนะ
26/01/2023
ชาเขียว
น่าจะทราบกันมานานแล้วล่ะว่าชาเชียวช่วยดีท็อกซ์ร่างกายได้ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อ “แคทีซิน” ที่ช่วยในการทำงานของตับอีกด้วย
26/01/2023
ต้นอ่อนบร็อคโคลี่
อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก แต่หากทราบสรรพคุณแล้วอาจจะอยากหามาทานขึ้นมาทันที เพราะต้นอ่อนบร็อคโคลี่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างเอนไซม์ที่จะช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย แถมยังช่วยดีท็อกซ์ร่างกายได้ดีกว่าบร็อคโคลี่ที่โตเต็มที่เสียอีก
26/01/2023
กระเทียมเป็นหนึ่งในผักที่ดีท็อกซ์ร่างกายได้อย่างยอดเยี่ยมเลยล่ะค่ะ เพราะกระเทียมช่วยกระตุ้นตับให้ผลิตเอนไซม์ที่จะมาช่วยดีท็อกซ์ร่างกายได้ โดยเอนไซม์ตัวนี้จะตรงเข้าช่วยกันพวกสารพิษต่างๆ ออกจากระบบย่อยอาหาร จะทานสด หรือใส่ลงไปในอาหารก็ได้เลยค่ะ
26/01/2023
มะนาวเหลือง มะนาวเขียว และส้ม
เคยได้ยินที่ฝรั่งเรียก “ซีตรัส” หรือเปล่า เขาหมายถึงผักผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวนั่นแหละค่ะ คงเคยได้ยินว่าผักผลไม้รสเปรี้ยวช่วยเพิ่มความสดชื่น ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย และเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ดีท็กซ์ร่างกายได้ง่ายๆ แค่ดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาว หรือส้ม นอกจากนี้ยังป้องกันหวัดจากวิตามินซีในซีตรัสเหล่านี้อีกด้วย
26/01/2023
ผลไม้
แน่นอนว่าถ้าอยากเพิ่มกากใยอาหารให้เราถ่ายคล่องขึ้น ก็ต้องมาจากผลไม้ที่แหละ ผลไม้เป็นอาหารที่มีปริมาณน้ำมาก ย่อยง่าย มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมายอีกด้วย เพียงแต่เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกทานผลไม้ที่มีปริมาณน้ำมาก และรสไม่หวานจัดจนเกินไป เช่น แตงโม ชมพู่ หรือสับปะรด เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ
26/01/2023
ผักใบเขียว
ผักใบเขียวทั้งหลาย ไล่มาเลยตั้งแต่คะน้า ผักกาดหอม กวางตุ้ง คื่นช่าย ผักโขม และอื่นๆ ช่วยล้างสารพิษจากตับได้เป็นอย่างดี แถมยังเพิ่มสารอาหารดีๆ ให้กับร่างกายได้โดยตรงอีกด้วย หากจะปั่นรวมกันก็ไม่ควรแยกกากนะคะ ดื่มเข้าไปเลยทั้งกากนั่นแหละ
ทำไมต้องสวนล้างลำไส้?
พญ.กฤดากร อธิบายว่า นอกจากลำไส้จะประกอบไปด้วยกากอาหารที่ผ่านการดูดซึมแล้ว ยังเป็นแหล่งสะสมของเสียต่างๆ รวมถึงเชื้อจุลินทรีย์ทั้งที่มีประโยชน์และมีโทษที่ตกค้างในลำไส้ของเรา แบคทีเรียที่ไม่ดีนั้นถ้าเกิดมีมากเกินไปจะทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า เยื่อบุผนังลำไส้รั่วซึม (Leaky Gut) ซึ่งจะเกี่ยวข้องการเพิ่มการอักเสบ ภูมิคุ้มกันต่ำ โรคภูมิแพ้ โรคอ้วน ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ลำไส้อักเสบ ท้องอืด ท้องผูกได้ ดังนั้น เราจึงควรมีการสวนล้างลำไส้เพื่อกำจัดของเสียและจุลินทรีย์ที่ไม่ดีออกไป นอกจากนี้ควรมีการเติมเชื้อจุลินทรีย์ที่ดี (Probiotics) เข้าไป เพื่อปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยให้ลำไส้แข็งแรง ลดภาวะต่างๆที่เกิดจากเยื่อบุผนังลำไส้รั่วซึม
อย่างไรก็ตาม รองศาสตราจารย์นายแพทย์สถาพร ระบุว่า ในทางการแพทย์นั้นมีการสวนล้างลำไส้จริง แต่จะไม่มีการทำกับคนปกติทั่วๆ ไป คนที่ท้องผูกเล็กๆ น้อยๆ ส่วนใหญ่จะใช้ยาระบายจะไม่ใช้การสวน คนที่ท้องผูกอย่างมากอุจจาระไม่ออก ทางการแพทย์ก็จะทำการสวนล้างลำไส้ หรือในกรณีที่คนไข้จะต้องเอกซเรย์ ไม่ต้องการให้อุจจาระในลำไส้บดบังส่วนที่จะทำเอกซเรย์ จึงต้องสวนเอาอุจจาระออก เพราะฉะนั้น การล้างลำไส้ก็เป็นการเอาอุจจาระออกให้เร็วขึ้นเท่านั้นเอง นอกจากนี้ ยังมีกรณีคนไข้ที่มีลำไส้อุดตัน อุจจาระไม่ออก แพทย์ก็จะล้างออกเพื่อให้คนไข้มีอาการดีขึ้น หรือคนไข้ที่เตรียมผ่าตัด เป็นต้น ในทางการแพทย์จะต้องมีข้อบ่งชี้ในการสวนล้างลำไส้ โดยจะไม่ทำอย่างพร่ำเพรื่อ
เมื่อไร ถึงควรทำดีท็อกซ์?
เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เราเข้าข่ายเยื่อบุผนังลำไส้รั่วซึม หรือควรได้รับการสวนล้างลำไส้ หรือไม่ พญ.กฤดากร แนะนำว่า เราอาจสังเกตตัวเองได้ง่ายๆ ว่าเรามีอาการหรือภาวะเหล่านี้หรือไม่
- มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด ท้องผูก ท้องเสีย แสบร้อนอก กรดไหลย้อน
- สิว ผื่นที่ผิวหนัง
- แพ้อาหาร
- ไมเกรน
- อ้วน
- ปวดข้อ
- โรคไซนัสอักเสบ
- ติดเชื้อบ่อย
- วิตกกังวล มีภาวะซึมเศร้า
ถ้าคุณเข้าข่ายสิ่งที่กล่าวมาเช่นนี้ อย่าลังเลที่จะเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินอาหารและตับ เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด และหาวิธีรักษาให้ตรงจุดต่อไป
ไม่ทำดีท็อกซ์ได้ไหม? ร่างกายจะเป็นอันตรายอะไรหรือเปล่า?
รองศาสตราจารย์นายแพทย์สถาพร ระบุว่า การที่จะให้ขับถ่ายออกมานั้น นอกจากการทำดีท็อกซ์แล้ว อาหารที่เรารับประทานทุกวันก็มีผลเหมือนกัน อย่างเช่น อาหารพวกชีวจิต ที่เชื่อว่าทำให้ร่างกายขับถ่ายได้ดีขึ้น หรืออาหารจำพวกที่เผาผลาญพลังงานได้ดีและจำพวกผักต่างๆ ที่ช่วยดูดซับสารพิษเหล่านี้ เป็นต้น แต่ว่าหลักการต่างๆ เหล่านี้ ก็เป็นความเชื่อทั้งสิ้น แต่หลักการทางการแพทย์เชื่อว่าการรับประทานอาหารให้ครบหมู่ จะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากกว่าที่จะมุ่งเน้นในด้านใดด้านหนึ่ง เพราะจะทำให้เซลล์ในร่างกายทำงานได้ไม่สมบูรณ์ หรือวิธีการง่ายๆ คือเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ในปัจจุบันหลายๆ แห่งใช้วิธีสวนล้างลำไส้ จะมุ่งเน้นไปทางการค้าค่อนข้างมาก และอาจมีการชักชวนที่มากกว่าความเป็นจริง หากเป็นเช่นนั้น เราควรใช้วิจารณญาณไตร่ตรองดูว่าการทำเหล่านี้มีประโยชน์และเป็นจริงตามคำโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่ การทำต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ไม่แนะนำให้ทำ ถ้าจำเป็นจริงๆ ควรทำเป็นครั้งคราวมากกว่า
วิธีดีท็อกซ์ มีอะไรบ้าง?
การดีท็อกซ์ที่นิยมใช้กันมี 3 วิธี ได้แก่ ทางการรับประทาน ทางหลอดเลือด ทางทวารหนัก
โดยเราจะให้สารที่มีคุณสมบัติในการจับกับสารพิษและโลหะหนักเข้าไป เช่น EDTA หรือ DMSAจากนั้นร่างกายก็จะขับออกมาทางช่องทางต่างๆ เช่น เหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ เป็นต้น เมื่อร่างกายได้รับการดีท็อกซ์ หรือกำจัดสารพิษก็จะก่อให้เกิดผลดีในหลายแง่ด้วยกัน ได้แก่
1. ช่วยลดสารอนุมูลอิสระ
2. ลดการอักเสบบริเวณต่างๆ ของร่างกาย
3. ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและยืดหยุ่นได้ดียิ่งขึ้น
4. ลดความเสี่ยงของการเกิดสภาวะหัวใจล้มเหลว โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง
นอกจากการดีท็อกซ์แล้วยังมีอีกวิธีที่เรียกว่า การสวนล้างลำไส้ใหญ่ (Colon Hydrotherapy) ซึ่งก็นับเป็นการกำจัดของเสียออกจากร่างกายในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยการที่ใช้อุปกรณ์พิเศษในการปั๊มน้ำอุ่นบริสุทธิ์ที่ควบคุมความดันเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ของคุณเพื่อกำจัดแบคทีเรียและยีสต์ที่ไม่ดีสาร
พิษไบโอฟิล์มและของเสียออกจากลำไส้ของคุณ โดยการสวนล้างที่ดีควรเป็นแบบ "ระบบปิด" หมายความว่าอุจจาระผ่านจากลำไส้ใหญ่ของคุณโดยตรงผ่านท่อที่ผ่านการฆ่าเชื้อไปยังระบบบำบัดน้ำเสีย โดยไม่ปนเปื้อนหรือสัมผัสกับอากาศภายนอก
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?