PuPe_so_Sweet
The Beauty of Living
📷 Instagram : pupesosweet
📼 Youtube : pupesosweet
Skincare Geek
Traveler ✈️
Rollercoaster Lover 🎢
Sweet Tooth 🎂
Foodie 🥗
Photography 📸
Gamer 🎮
26/05/2026
พึ่งไปเห็นว่า LuLuLun กล่องดำเข้าแล้ว ขอรีบมาอวยเป็นน้ำจิ้มก่อนว่า ใครที่เรียกร้องให้กล่องม่วงเข้าไืทย ขอให้ลืมไปได้เลย เพราะสูตร Hydra-PD คือฉ่ำกว่าไปอี๊ก!!!
แล้วใครที่เคยปรามาสว่ามาส์กแบบกล่อง แผ่นบน ๆ แห้งกว่าแผ่นล่างจนไม่ฉ่ำสมใจ บอกเลยว่าสูตรนี้ฉ่ำตั้งแต่แผ่นแรกไปจนถึงก้นกล่องเลย
ตัวสูตรเน้น PDRN สองรูปแบบและพวกคอลลาเจนกับไฮยาฮะ ดีมั่ก!!!
26/05/2026
ใช้โลชั่น d program หมดไปสองสูตรแล้วฮะ
รุ่นก่อนคือเทใจให้สีม่วง แต่รุ่นปัจจุบันบอกเลยว่า สีฟ้าก็ทำมาได้ดีมากเลย เรียกได้ว่าถ้ารูสึกว่าสีม่วงเนื้อเข้มข้นไปนิด เอาสีฟ้าแทนได้เลย เนื้อจะบางกว่าแต่ยังคงเคลือบบาง ๆ ชุ่มชื้นอยู่ และสารบำรุงทั้งสองตัวหนีกันไม่มาก ไม่ได้ทิ้งห่างแบบรุ่นก่อนครับ
ส่วนสูตรสีชมพูสำหรับผิวค่อนไปทางแห้ง เป็นตัวที่ญี่ปุ่นฮิตระเบิด แต่ไม่ตอบโจทย์เรานะ คือไม่ใช่ไม่ดี แต่ผิวเราไม่แห้งขนาดนั้น และเราเลเยอร์สกินแคร์หลายชั้น เลยอยากได้ที่เนื้อบางหน่อยเท่านั้นเอง
สำหรับใครที่เล็งจะสอยอันนี้ ปูเป้มีโปรเด็ด ๆ มาฝากด้วย พิกัดอยู่ในคอมเมนต์นะฮะ
26/05/2026
4 ปีแล้วเด้อ ยังคิดถึงเสมอนะ ❤️
25/05/2026
ปีนี้เปิดกันแดดใหม่ลองหลายตัวเลย แต่ก็พยายามใช้กันแดดตัวเก่าให้หมดด้วย และล่าสุดที่หมดไปก็เป็นสองตัวนี้ครับ
- BIODERMA Xdefense ตัว Invisible ก็ยังยืนยันคำเดิมว่านอกจากกลิ่นน้ำหอม นี่เป้นกันแดดที่ดีมาก เนื้อมันเบา เกลี่ยง่าย กลมกลืน และรู้สึกไม่หนักผิว และตัวมันเองก็ไม่กวนเบสเมคอัพด้วยครับ จะลงพวก CC ไพรเมอร์มีสี หรือกันแดดมีสีตามก็ลงได้ง่าย
พูดมาตั้งแต่มันออกว่ากลิ่นน้ำหอมมันหนักไป แรงไปสำหรับเรานะ แต่เนื้อมันดี ผลที่ได้ก็ดี ถึงขนาดที่เราพยายามใช้จนจมูกเริ่มชินกลับกลิ่นขึ้นมาบ้าง มุมนึงเราเข้าใจว่ากันแดดสูตรนี้ถ้าไม่ใส่น้ำหอมกลิ่นก็จะตุ่ยหน่อย แต่ถ้าอนาคตจะมีการปรับสูตรใหม่ก็ขอกลิ่นเบา ๆ กว่านี้เถอะ 🤣
- IPSA Protector Sun Shield Ex เป็นกันแดดเขย่า ๆ ที่เนื้อดี เทคโนโลยีเครือชิมาเต็ม ติดผิวดี ปรับผิวให้ดูโกลว์กำลังสวย ไม่วอกเกิน ทนน้ำและเหงื่อด้วย ที่สำคัญคือไม่มีน้ำหอมฮะ เป็นกันแดดที่ทาหลัง Curel Powder in Balm ดีมาก ฟินิชออกมาสวย ไบรท์ ๆ นัว ๆ
สุปโดยย่อประเด็นเรื่องการทดสอบกันแดดของไทย
- - - - - - - - - -
อดีต ก่อนปี 2026 ยังไม่มี ISO 23675 (Vitro-SPF)
ใช้ผลการตรวจ ISO 24443 (Vitro UVA-PF) ยื่นจดแจ้ง ทั้งค่่า SPF และ PA - มันไม่ควรยื่นจด SPF ได้ แต่ก็อนุโลมกันเรื่อยมา
ใช้ผลการตรวจ ISO 24443 (Vitro UVA-PF) มาตรวจกันแดดในท้องตลาดมาทำคอนเทนต์ ว่าได้ค่ากันแดดตรง ค่า SPF ไม่ตรงฉลาก คือการเอาการตรวจ SPF จาก ISO 24443 (ที่ไม่ใช่ค่า SPF ที่ valid ตามมาตรฐาน ISO ) ไปชี้วัดกันแดด โดยเฉพาะแบรนด์จากต่างประเทศที่ต้องวัดด้วย SPF ด้วย ISO 24444 (SPF In-Vivo) ก็คือการผลตรวจที่ไม่ใช่มาตรฐาน ISO ไปชี้วัดสิ่งที่ผ่านการตรวจตามมาตรฐาน ISO
ก็ดราม่ากันใหญ่โต จากเอาสิ่งที่ยังไม่ใช่มาตรฐานไปจดแจ้ง หรือเอาไปใช้ฟาดกันแดดอื่น ๆ ที่ทดสอบด้วยวิธีตามมาตรฐาน
- - - - - - - - - -
ปัจจุบันปี 2026 หลังมี ISO 23675 (Vitro-SPF)
กันแดดที่เคยยื่นจดแจ้งด้วย ISO 24443 กลายเป็นว่าตรวจ ISO 23675 แล้วค่า SPF ไม่ถึงกันระนาว
ตอนแรกคิดว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ ISO 24443 ไม่ใช่การตรวจเพื่อเคลาม SPF แต่แรก
แต่!!!
เราก็พบว่า สิ่งที่เชื่อว่าผลตรวจ ISO 24443 ที่ไปยื่นจดแจ้งกันนั้น มันไม่ใช่ ISO 24443 ที่แท้ทรูแฮะ มันเป็นการตรวจแบบ In-house screening
เหตุผลหนึ่งคือเงื่อนไขของ ISO 24443 นั้นต้องมีค่า SPF จาก ISO 24444 หรือ ISO 23675 มาใส่ไปในสมการด้วย สรุปคือถ้าไม่ได้ทดสอบกันแดดตัวนั้นด้วย ISO 24444 / ISO 23675 จะไม่มีทางได้ ISO 24443 ตามมาตรฐาน (ยังไม่นับเรื่องอุปกรณืและขั้นตอนอื่น ๆ)
- - - - - - - - - - -
ปัญหาอยู่ที่ไหน?
ตัวกฏหมายของ อย ระบุชัเเจนว่าการทดสอบตามมาตรฐานสากล ตัวกฏหมายไมไ่ด้มีปัญหา
แต่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนที่ทำให้การตรวจแบบ In-house screening ถูกเข้าใจว่ามันคือ ISO 24443 อันนี้คือปัญหา
ส่วนปัญหานี้มาจากใคร ไม่อยากจะเบลม แต่คิดว่าการแก้ไขสำคัญกว่า
- - - - - - - - - - -
ทางแก้ของปัญหา
ในเมื่อปัจจุบันมี ISO 23675 แล้ว ระบบที่ใช้ก็ทำการตรวจ ISO 24443 ได้ ค่าการตรวจวัดที่ได้ได้มาตรฐานที่หลายประเทศยอมรับแน่นอน
แลปที่ตรวจกันแดดถ้าจะให้ลูกค้าเอาผลไปยื่นจดแจ้ง อย อย่างถูกต้อง แต่อุปกรณ์ยังไม่ถึงมาตรฐาน ISO 23675 ก็ต้องอัพเกรดอุปกรณ์ฮะ ซึ่งใช้งบและเวลาอีกพอสมควรเลย ค่าตรวจก็ต้องแพงขึ้น แต่ผลที่ได้คือชัดเจนและแน่นอน ไม่มีข้อกังขาหรือครหา
ผู้ผลิต/แบรนด์ที่ตรวจไม่ผ่าน ได้ไม่ถึงตามที่อยากจะเคลมบนฉลาก ก็ต้องปรับสูตรฮะ ส่วนสารกันแดดจะใช้สารของใคร บริษัทไหน เทรดเนมอะไร ก็แล้วแต่ ขอให้มันวัดมาแล้วผ่านที่อยากจะเคลม และไม่แอบอ้างชื่อทางการค้าก็พอ เท่านี้ก็จะได้กันแดดที่มีมาตรฐานและไม่มีข้อขัดแย้งทางกฏหมายด้วย
ถ้าวัด ISO 23675 / ISO 24443 ซึ่งดูแต่การดูดซับคลื่นแล้วมันไม่ผ่าน ไม่ถึง แต่มันใจว่าสูตรมันเลิศ สารบำรุงมันเยี่ยว จะลองตรวจ Vivo ทั้ง ISO 24442 / ISO 24444 ที่ดูการตอบสนองทางชีวภาพ ที่สารต้านอนุมูลอิสระ ต้านอักเสบ มีผลต่อค่าที่วัดได้ ไปยื่นก็ได้
ตรวจ Vitro / Vivo อันไหนผ่านก็ถือว่าผ่านทั้งนั้น เพราะมันก็ ISO ทั้งหมด ไม่มีอะไรที่มีศักดิสูงหรือต่ำกว่าฮะ ไทยเรารับทั้ง Vitro / Vivo ขอให้เป็นตามมาตรฐาน ISO จริง แต่ไปในประเทศที่เขารับแต่ Vivo อย่างญี่ปุ่น เกาหลี ก็ต้องเอาตามนั้นฮะ
แต่ถ้าอยากให้ผ่านทั้ง Vitro / Vivo เอาไว้เคลม หรือเอาไว้เผื่อเข้าตลาดทั้งญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย ก็ต้องพยายามกันหน่อย
23/05/2026
เจอที่วิลล่า 99 บาท เหมาหมด! 😆
19/05/2026
วันก่อนได้ไปกินร้าน Yakiniku Sudo มาฮะ ไปถึงหน้าร้านก็เห็นป้ายมิชิลิน 2026 ก็ตาลุกวาว ลาภปากเราละวันนี้ 🤣
ได้กินเป็นคอร์สที่มาคนมาย่างเนื้อให้ที่โต๊ะ ซึ่งโชคดีที่เชฟที่มาย่างให้คือ Sudo-san เจ้าของร้าน
เนื้อดีมาก ๆ ๆ และถูกเตรียมมาอย่างดี ระดับความสุกและเครื่องจิ้มถูกจับคู่มาหมดแล้ว
กินแล้วมีความสุข ขอบคุณท่านวัวมาก ๆ ที่เกิดมาอร่อยขนาดนี้ 🤩
16/05/2026
เจลอาบน้ำใกล้หมด เลยกดเจลอาบน้ำและโลชั่นกลิ่น Indochine แนวตะไคร้-ส้ม ของปันปุริที่เป็นกลิ่นโปรดมาเติมสต็อคที่บ้าน เป็นตัวที่เอาไว้ใช้เวลารู้สึกอยากจะอัพอารมณ์ตัวเอง ตัวโลชั่นบำรุงไม่ได้แค่กลิ่นหอม แต่มี Bakuchiol ผสมมาด้วยนะ ✌🏻
คราวนี้ได้เป็นแพคเกจใหม่แล้ว ตอนแรกก็คิดว่าแพคเกจเดิมมันก็สวยดี แต่แพคเกจใหม่คือมีเอกลักษณ์กว่า คือเห็นแค่รูปทรงก็รู้ว่าเป็นของแบรนด์ไหน สิ่งนี้สำคัญเหมือนกันสำหรับการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำเนอะ
ให้นึกภาพว่าถ้าเห็นขวดเจลอาบน้ำหรือโลชั่นสีชาหรือเข้มกว่านั้นหน่อย คนจะนึกถึง Aesop เพราะมันประทับเข้าไปในการรับรู้แล้ว แบรนด์ใด ๆ ก็ตามที่ใช้แพคเกจลักษณะคล้ายกัน มันจะถูกรับรู้ว่าเป็น วอนนาบี Aesop ไหมนะ? ดังนั้นถ้าทุนมีที่จะทำถึง การทำแพคเกจที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองก็เป็นอีกมุมนึงที่น่าสนใจ
15/05/2026
หลังจากที่ใช้ต่อเนื่องมาหลายขวดแล้วก็ถึงเวลาที่จะมาบอกเล่าความประทับใจที่มีต่อ IMMACULIA : Timeless Concentrated Essence เซรั่มขวดดำที่จิ๋วแต่แจ๋ว ดูเรียบง่ายแต่อัดไว้ด้วยส่วนผสมที่ทรงพลัง ที่ทำให้ผิวที่คิดว่ามันดีอยู่แล้วสามารถดีขึ้นได้มากว่าเดิมไปอีก!
สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ IMMACULIA ปูเป้อยากจะอธิบายจากความรู้สึกของตัวเองว่าเขาเป็นแบรนด์นีช (Niche) ที่ซ่อนความ Geek จัด ๆ ไว้ในรูปลักษณ์ที่ดูนิ่ง เรียบ
เน้นการนำส่วนผสมต่าง ๆ ที่ทำงานในกลไกที่สนับสนุนกันและกันมารวมไว้ในสัดส่วนที่ลงตัวจนเป็น IMC Complex สารประกอบเชิงซ้อนสูตรเฉพาะ ให้ผลหลากหลายมิติในขวดเดียว เพราะอยากให้เราใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยขั้นตอนที่ง่าย แต่ได้ผลที่ดี และมีความสุขกับผิว กับตัวเอง มีความมั่นใจขึ้น จนเป็นบุคคลที่เปล่งประกายด้วยตนเองดุจมีออร่าจากเนื้อใน
เซรั่มขวดดำนี้แม้เนื้อจะเบาเหมือนน้ำตบ แต่สารบำรุงคืออัดแน่นแบบเซรั่มเข้มข้นที่ใช้เพียง 5 หยดทั่วใบหน้าและลำคอก็ได้ผลแล้ว โดยสรุปสั้น ๆ คุณสมบัติหลัก ๆ ของสารสำคัญในสูตรจะเน้นในเรื่องของคุณภาพผิว ความแข็งแรงของผิว และการปรับลดความหมองคล้ำของผิวในโทนต่างๆ ที่มาจากทั้งเมลานิน ความเสื่อมของโปรตีน และการระคายเคือง เพราะเมื่อคุณภาพของผิวดีขึ้น เนื้อผิวมีความใส การสะท้อนและการกระเจิงแสงของเนื้อผิวจะทำออกไปได้ดี ทำให้ผิวดูกระจ่าง เปล่งปลั่ง มีออร่า
ที่สำคัญคือตัวนี้เป็นสกินแคร์ไม่กี่ตัวในท้องตลาดบ้านเราที่ใช้ส่วนผสม C60 Fullerenes (Radical Sponge™) แบบถึงโดส เพราะสารตัวนี้ราคาโหดใช่ย่อย แต่จากที่ใช้มาก็เลิศสมมงมากจริง ๆ ฮะ คือเนื้อผิวดูกระจ่างและโทนเหลืองดูลดลงจริง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็คิดว่าโทนผิวตัวเองดีมากแล้วสำหรับคนวัย 44 ที่ไม่ทำหัตถการ แต่พอใช้ตัวนี้ไปเสริมกับสกินแคร์ที่ใช้ประจำอยู่หลายเดือน ผิวมันถูกยกระดับให้ดีขึ้นไปได้อีก
อยากให้ลองจริง ๆ เพราะมันดีมาก และมีความ Unique แบบยังหาอะไรมาทดแทนไม่ได้ ❤
15/05/2026
หลังจากไม่ได้ปรับสูตรมา 12 ปี ในที่สุดตอนนี้ The Time Reset Aqua สูตรใหม่ รุ่นที่ 4 ออกมาแล้วฮะ
สูตรใหม่นั้นเนื้อสัมผัสมีบอดี้ขึ้นเล็กน้อย แต่ก็มอบความชุ่มชื้นดีขึ้นแบบสัมผัสได้ ในขณะที่เนื้อสัมผัสหลังใช้ไม่ทิ้งความหนึบหรือดูวาวเอาไว้เลย แต่เวลาที่จับสัมผัสผิวจะรู้สึกได้ว่ามีอะไรเคลือบผิวอยู่บาง ๆ ครับ
เป็นการขยับให้ผลิตภัณฑ์เป็น Hydrating Lotion สำหรับทุกสภาพผิว ผิวมัน ขาดน้ำใช้ได้ไม่หนักผิวในขณะที่ผิวแห้งจะต้องถูกใจกว่าสูตรเดิมแน่ ๆ
คือ The Time Reset นั้นสมัยก่อนเป็นไลน์ที่มีผลิตภัณฑ์หลายตัวสำหรับสภาพผิวที่หลากหลาย ทั้งเนื้อเซรั่ม เนื้อครีม และตัว Aqua ในรุ่นที่ 1 และ 2 ถูกออกแบบมาเป็นโลชั่นน้ำสำหรับผิวมันแต่ขาดน้ำ เน้นบางเบา โดยรุ่นที่ 3 นั้นปรับให้คงเนื้อสัมผัสบางเบา สบายผิว โดยไม่มีแอลกอฮอล์
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ตัวอื่น ๆ ในกลุ่ม Time Reset ถูกยุบไปเกือบหมดแล้ว (เหลือสเปรย์ กะ lip essence) ตัว Aqua ในฐานะโลชั่นน้ำเลยต้องทำมาให้ตอบโจทย์เรื่องความชุ่มชื้นของสภาพผิวที่กว้างขึ้นโดยไม่ทิ้งจุดเด่นเรื่องเนื้อสัมผัสดุจม่านน้ำคลุมผิว
สูตรใหม่พูดถึงคอนเซปต์ของ Water Mobility ที่ไม่ใช่เรื่อง Aquaporin ซึ่งบอกตามตรงว่าเรายังไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร (กำลังพยายามหาข้อมูล) แต่ที่แน่ ๆ คือสูตรใหม่นอกจากจะชุ่มชื้นมากขึ้น ยังช่วยเรื่องโทนผิวด้วย โดยใช้สารสกัดจากใบซากุระเป็นตัวต้านโปรตีนเหลืองคล้ำ (ยังมีสารสกัดอื่น ๆ อีกเยอะ เอาไว้ลองไปยาว ๆ จะมาอัพเดทอีกทีฮะ)
จะใช้มือประคบ ชุบลำสีลูบผิวบำรุง เทลงแผ่นมาส์กหรือสำลีแผ่นบาง แปะเป็นมาส์กได้ทั้งนั้น ไม่มีสี น้ำหอม แอลกอฮอล์ฮะ ✌🏻
14/05/2026
ใกล้จะถึงกลางปีก็นึกถึงบ๊ะจ่าง เมื่อก่อนที่บ้านจะทำบ๊ะจ่างกินกันเองตลอด บ๊ะจ่างที่บ้านจะไส้แน่น หอมเผ็ดพริกไทย แต่พอคนแก่ที่บ้านทำกันไม่ไหวแล้วก็ไม่ได้กินอีก
ล่าสุดได้ลองสั่งบ๊ะจ่างเจ๊วิมลแบบคนบรบเครื่องที่เพื่อนแนะนำมา แฮปปี้นะ ถ้าเอาบ๊ะจ่างที่บ้านเป็นมาตรฐานที่ 10 คะแนน อันนี้เราให้ 8.5 เลย คือเครื่องแน่น อร่อย รสจะเผ็ดพริกไทยน้อยกว่าที่ตัวเองคุ้นเคย แต่โดยรวมแฮปปี้มาก
พิกัดอยู่ในคอมเมท์นะฮะ ❤️
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10500