Vela Beauty
ยินดีต้อนรับ สู่เพจ Vela Beauty จำหน่ายผลิ?
ผลิตภัณฑ์เจอเนส [Jeunesse]
ผลิตภัณฑ์ระดับโลก
ที่สุดของผลิตภัณฑ์ต่อต้านความชรา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย
ผลิตภัณฑ์เจอเนส [Jeunesse]นำเข้าจากอเมริกา
สินค้าเด่น เห็นผลเร็ว รับข้อมูลฟรี
โทร.089-5105298 ไลน์ไอดี 0895105298
ยินดีให้คำปรึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตสอนให้ทำธุรกิจอย่างมืออาชีพ
อาชีพในฝันทำผ่านออนไลน์สร้างรายได้รายได้เสริมทำที่บ้านเวลาว่าง
โทร.089-5105298 ไลน์ไอดี 0895105298
27/07/2019
24/06/2018
สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการ update ตัวเอง พัฒนาความสามารถด้านออนไลน์จนสามารถเป็นนักธุรกิจออนไลน์
เรียน 5 วันราคา 54,000 บาท. สำหรับเพื่อนซี้เรียนฟรีมีโค้วต้า 2 คน สนใจทักมาด่วน
🚩🚩
สนใจ ติดต่อ
http://line.me/ti/p/~jeedwag
ท่ากายบริหารการไหลเวียนของน้ำเหลืองบริเวณหน้าอก ป้องกันโรค "ออฟฟิสซินโดรม" และ โรค " มะเร็งที่เต้านม"
บางทีเกิดจากกระดูกกดทับเรียกว่า " โรคออฟฟิสซินโดรม"
ผู้ชายไม่มีเต้านม แต่ช่วยเรื่องกระดูกหลังข้อที่ ป้องกันหัวใจวายจากกระดูกกดทับได้
บริเวณหน้าอกสำหรับผู้หญิงมีต่อมน้ำเหลืองเยอะกว่าผู้ชายหลายเท่า ธรรมชาติสร้างมาเพื่อผลิตน้ำนม แต่ต่อมน้ำเหลืองที่เยอะแยะ เราดูแลไม่ทั่วถึง เราสนใจแต่เรื่องการไหลเวียนของเลือด แต่การไหลเวียนของน้ำเหลืองไม่เคยมีใครสนใจเลย คนเป็นมะเร็งที่เต้านมเพราะว่า "ต่อมน้ำเหลืองติดขัด ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันไปขจัดพวกเชื้อโรคต่างๆๆ ได้" ระหว่างเลือดไหลเวียนกับน้ำเหลืองไหลเวียนที่หน้าอก "น้ำเหลืองสำคัญกว่า" คนที่มีรูปทรงหน้าอกสวยเพราะว่าต่อมน้ำเหลืองดีตั้งแต่เกิด ผ่านการบริหารอะไรมา ถ้าแฟ้บๆๆ ตีบๆๆ ลีบๆๆ จะไม่ค่อยได้รูปทรง มันก็จะอันตรายเพราะจะติดขัด เราสามารถบริหารให้งดงามเหมือนดอกบัวตูมใหม่ได้
ท่ากายบริหาร
เหยียดแขน ก็คือว่า "เอานิ้วก้อยออกข้างนอก นิ้วโป้งอยู่ด้านหลัง เสร็จแล้วหมุนไปให้ได้ องศา โดยแขนไม่ยก ให้รักษาระนาบของแขนไว้ แต่หมุนให้ได้ ยกแขนให้เสมอไหล่ หมุนไปทางนิ้วโป้ง ไม่ใช่หมุนเหมือนกับใบพัด นิ้วก้อยอยู่ด้านหน้าเสมอไม่เปลี่ยนทิศทาง เท่านี้เป็นท่า ออฟฟิสซินโดรม และเป็นการบริหารเต้านมให้เข้ารูปส่วนใหญ่ที่เต้านมไม่สวยเพราะเราไม่ได้บริหาร ถ้าเราบริหารตั้งแต่เด็ก "แจ๋ว" ทุกคน หลายคนไม่ได้ดูแลตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย รูปทรงเหมือนกล้วยปิ้งแล้วก็ทับแบนไปแปะไว้ บางทีก็คอดตรงโคนไปบานตรงกลาง เสียรูปทรง จะได้เต้านมพิการ เป็นท่าบริหารให้เต้านมกลับมาเข้ารูป เลือด สารสื่อประสาท น้ำเหลืองไหลเวียนดี เราก็จะไม่เป็นโรค "ออฟฟิสซินโดรม" และ "ปวดหลัง" ทำให้เต้านมแข็งแรงได้รูปขึ้น
วางมือรับพลังจากท้องฟ้า ด้านนิ้วก้อยออกข้างหน้า นิ้วโป้งกางหลัง
นิ้วก้อยเป็นนิ้วของโชคลาภ
นิ้วโป้งเป็นนิ้วของอำนาจ เอาไว้ข้างหลัง
เอาเงินออกหน้า เราอยากได้อะไรก่อน ระหว่างเงินกับอำนาจ จะได้จำไว้ว่าเอานิ้วก้อยออกเสมอเวลาบริหาร เคลื่อนย้ายแบบมือยังขนานกับท้องฟ้าและเพดานอยู่ เวลายืนทำตัวเฉียงๆๆ จะได้ไม่ตีกัน อย่าไปวิดหน้าใคร บริหารตามอัธยาศรัย ยังไงก็ดีกว่าแอโรบิคๆๆ ออกไปก็ลดพุงอย่างเดียว พอหยุดออกพุงก็เผละใหม่ แต่อย่างนี้ได้หน้าอก ได้ไหล่ ไม่ได้ทำให้หน้าอกออกด้านข้าง ทำให้หน้าอกได้รูปทรงดีและกลับมาดีกว่าเดิม
ใครที่ตีบ ลีบ แบน ให้ออกมาทำบ่อยๆๆจะเริ่มเห็นชัด ว่ามันเริ่มดูดีขึ้น
ผู้ชายถ้าบริหารแบบนี้จะช่วยระบบทางเดินหายใจ หัวใจจะได้แข็งแรงขึ้น ไม่ต้องวิดแรง ไม่ใช่ท่าวิดน้ำ
ค่อยๆๆ ทำวันละเล็กน้อยแล้วพยายามเพิ่มจำนวน วิธีแก้ ออฟฟิสซินโดรมง่ายๆๆ" สอนคนอื่นด้วยเราจะไม่ลืม คนใกล้ตัว แม้กระทั่งเด็กเล็กฝึกให้เค้าทำ โตขึ้นจะไม่มีปมด้อยเรื่อง "ทรวงอก" และไม่เป็นมะเร็งที่เต้านม
ฝึกตั้งสัจจะว่าเที่ยวนี้เราจะทำกี่รอบ ถ้าทำสำเร็จเราก็จะได้สัจจะบารมีและอธิษฐานบารมี ทำสำเร็จแล้วก็เฮในใจเมื่อเราทำสำเร็จ 1 เรื่อง
เวลาทำอะไรให้ตั้งใจไว้ในใจว่าทำกี่รอบ ทำให้ได้ เช่น ตั้งใจทำ 3 รอบหรือ 5 รอบ ไม่ได้ให้คะแนนตามจำนวนครั้ง แต่เค้าให้คะแนนตามเซ็ท "สัจจะอธิษฐาน" ตอนนี้เราได้ 3 รอบ แล้วไม่เหนื่อยเท่าไหร่ก็เพิ่มเป็น 5 รอบ เพิ่มตอนนี้เราไม่มีเวลา กำลังน้อย รู้สึกไม่สบาย พอ 3 รอบทำได้ก็ได้แต้ม ทำมั่วเป็นร้อยไม่ได้นับ แล้วจะไม่ได้อะไร
เมื่อนิ้วก้อยกลับมาที่เดิมเรียกว่า 1 รอบ
นี่เป็นการเก็บบุญ คือ เราตั้งใจทำอะไรได้แล้วทำได้สำเร็จ เป็นได้ทั้งสัจจะบารมีและอธิษฐานบารมีๆๆ คือ "ความตั้งใจที่จะทำเรื่องนี้เท่าไหร่แล้วทำได้ตามนี้ เราก็ได้สัจจะบารมี" เรื่องนี้สำคัญมากเพราะถ้าเราขาดสัจจะบารมี ขาดอธิษฐานบารมี เวลาเราปรารถนาอยากถูกรางวัล แต่ไม่เคยถูกเพราะเราขาดตัวนี้อยู่ ถึงแม้ว่าบุญเก่าเรื่องทานบารมีมีเยอะก็จริง แต่เวลาเราพูดแล้ว มันไม่ได้ตามที่พูด เทวดาเค้าจะช่วยเค้าไม่รู้ว่าเราพูดเล่นหรือพูดจริง อะไรที่จะเอาจรืงเราต้องตั้งสัจจะไว้ว่าจะทำอย่างนี้ๆๆ เช่น พรุ่งนี้เราจะออกจากวัด 12.30 น.แล้วควรทำให้ได้ตามนั้น ไม่ใช่ 11 โมงก็ไปกัน อยู่ไม่ไหวแล้ว ให้ตั้งสัจจะไว้เสมอ ตั้งไว้แล้วทำได้ๆๆ
เวลาเราอยากประสงค์อะไรก็เป็นสัจจะ เค้าต้องจัดให้เราเพราะเราเคยทำได้มาตลอด จะได้รู้ว่าที่ผ่านมาซื้อหวยไม่ถูกเพราะอะไร ได้เลขดีมาลืมซื้อ หรือเจ้ามือไม่รับเฉยเลย เคยเจอปัญหาแบบนี้บ้างมั้ย
กราบขอบพระคุณท่านอ.สุทธิวัสส์เป็นอย่างสูง และขอขอบพระคุณโยคีทุกๆๆ ท่าน ที่ได้มาช่วยเป็น presenter ในการทำท่ากายบริหารครั้งนี้ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
Cr: อ. สุทธิวัสส์ คำภา
นักธรรมชาติบำบัดและสอนวิปัสสนากรรมฐาน
เรียบเรียงโดย: Jackie A.
คอร์สปฏิบัติธรรมวัดเขาพุทธโคดม วันที่ 7 - 9 ก.ค. 2560 และวันที่ 20 - 22 เม.ย. 2561 (เพิ่มเติม)
อาการของโรคริดสีดวงทวาร
⤵️ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการคล้าย ๆ กัน คือ มีอาการคัน เจ็บและปวดบริเวณทวารหนัก มีเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ
⤵️อาการของโรคริดสีดวงทวารส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ผู้ป่วยเป็นริดสีดวงเป็นหลักและมักจะดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องรักษา
⤵️แต่ในรายที่อาการรุนแรงและมีอาการอื่นเกิดรวมด้วย เช่น เวียนหัว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม โดยเฉพาะผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นได้
🚫สาเหตุของโรคริดสีดวงทวาร🚫
❌โรคริดสีดวงทวารยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนถึงสาเหตุการเกิด
❌แต่มีความเกี่ยวข้องกับแรงดันที่เพิ่มมากขึ้นของเส้นเลือดบริเวณทวารหนัก ทำให้เส้นเลือดเกิดการบวมหรือนูนจากแรงดันที่มีเพิ่มมากขึ้น
❌ซึ่งมีความเป็นไปได้จากหลายสาเหตุ เช่น -การเบ่งอุจจาระอย่างรุนแรง -การนั่งถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน -โรคอุจจาระร่วงเรื้อรัง -อาการท้องผูกการตั้งครรภ์
-โรคอ้วน
-การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก -การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย
หรือแม้แต่เนื้อเยื่อที่รองรับเส้นเลือดบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนักเกิดการเสื่อมหรือขยายตัว
สนใจติดต่อสอบถามที่
https://line.me/R/ti/p/%40xvs5768t
หรือโทร : 099-734-1528 จิ๊ด
🚩อาการของโรคริดสีดวงทวาร
⤵️ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการคล้าย ๆ กัน คือ มีอาการคัน เจ็บและปวดบริเวณทวารหนัก มีเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ
⤵️อาการของโรคริดสีดวงทวารส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ผู้ป่วยเป็นริดสีดวงเป็นหลักและมักจะดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องรักษา
⤵️แต่ในรายที่อาการรุนแรงและมีอาการอื่นเกิดรวมด้วย เช่น เวียนหัว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม โดยเฉพาะผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นได้
🚫สาเหตุของโรคริดสีดวงทวาร🚫
❌โรคริดสีดวงทวารยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนถึงสาเหตุการเกิด
❌แต่มีความเกี่ยวข้องกับแรงดันที่เพิ่มมากขึ้นของเส้นเลือดบริเวณทวารหนัก ทำให้เส้นเลือดเกิดการบวมหรือนูนจากแรงดันที่มีเพิ่มมากขึ้น
❌ซึ่งมีความเป็นไปได้จากหลายสาเหตุ เช่น -การเบ่งอุจจาระอย่างรุนแรง -การนั่งถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน -โรคอุจจาระร่วงเรื้อรัง -อาการท้องผูกการตั้งครรภ์
-โรคอ้วน
-การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก -การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย
หรือแม้แต่เนื้อเยื่อที่รองรับเส้นเลือดบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนักเกิดการเสื่อมหรือขยายตัว
สนใจติดต่อสอบถามที่
https://line.me/R/ti/p/%40xvs5768t
หรือโทร : 099-734-1528 จิ๊ด
27/03/2018
❌อาการของผู้มีสารพิษในร่างกาย
สารพิษตกค้างที่สะสมในร่างกาย หากขับมาไม่หมดจะเป็นบ่อเกิดของอาการเหล่านี้
➡️อาการปวดศีรษะบ่อย หงุดหงิด
➡️ปวดเมื่อยหลัง ไหล่ คอ
➡️มีแผลร้อนในในปากเป็นประจำ
➡️ดูดซึมสารอาหารจำพวกแป้งมาก และระบบเผาผลาญทำงานน้อย ทำให้ร่างกายอ้วน
➡️ขับถ่าย และละลายสารพิษไม่ออก จะเกิดสิวเสี้ยนบนใบหน้า และฝ้าดำบนใบหน้า
➡️อ่อนเพลีย ง่วงนอน สมาธิไม่ดี ความจำเสื่อม
➡️ประสาทตึงเครียด และร่างกายไม่แข็งแรง เพศสัมพันธ์เสื่อม
➡️หน้าตาหมองคล้ำ ไม่ขาวสดใส ผิวพรรณหยาบกร้าน
➡️ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายยาก ถ่ายไม่ออก
➡️เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ และผายลมบ่อยๆ
➡️ปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นประจำ
➡️ปวดศีรษะ คลื่นเหียน อาเจียน เวียนศีรษะ และมีไข้ต่ำๆ ตลอดเวลา
➡️เหนื่อยง่าย ปากเหม็น ปากเปื่อย มีกลิ่นตัวแรง
➡️เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง มีผื่นคันขึ้นตามตัว เป็นแผล และเป็นฝีบ่อยๆ
➡️มีอาการหอบหืด ภูมิแพ้ เป็นลมพิษได้ง่าย
➡️ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อและกระดูก ตลอดจนรูมาตอยด์
➡️โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ ต่อมน้ำเหลือง
➡️ริดสีดวงทวารภายนอก หรือภายใน
สนใจติดต่อสอบถามที่
https://line.me/R/ti/p/%40xvs5768t
หรือโทร : 099-734-1528 จิ๊ด
27/03/2018
โรคมะเร็งลำไส้⚠️⚠️
💁♀แม้จะมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง แต่สำหรับบางคนบางกลุ่ม อาจมีความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้สูงกว่าคนอื่น โดยกลุ่มเสี่ยงที่ควรระมัดระวังให้มากขึ้นมีดังนี้
👉ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง อาหารฟาสต์ฟู้ด หรืออาหารที่ผ่านการปิ้งย่างจนไหม้เกรียมเป็นประจำ และกินอาหารที่มีเส้นใยไฟเบอร์น้อย
👉ผู้ที่ชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่
👉ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย ชอบนั่งอยู่กับที่นาน ๆ ไม่ค่อยมีการขยับไป-มา
👉 มากกว่า 90% ของมะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดในคนที่อายุมากกว่า 50 ปี
👉 มีประวัติเคยเป็นมะเร็งลำไส้ หรือเคยมีติ่งเนื้อในลำไส้ชนิด Adenomatous polyps
👉 มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ หรือเคยมีติ่งเนื้อในลำไส้ชนิด Adenomatous polyps
👉มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ
👉มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย เช่น ลำไส้อักเสบ ท้องผูกเรื้อรัง ภาวะลำไส้แปรปรวน หรือโรคโครห์น
#ล้างพิษเสียแต่วันนี้ก่อนที่จะไม่มีร่างกายให้ล้าง
*****************
เริ่มเถอะค่ะ ดูแลตัวเองง่ายๆ ด้วย ... 🍏D-oroดีโอโร่🍏
สร้างสมดุล ให้ระบบขับถ่าย
สุขภาพดีเริ่มต้นที่การ "ขับถ่าย"
*****************
27/03/2018
ถ่ายเป็นเลือด ⚠️⚠️
🔻อุจจาระมีเลือดปนมาด้วยจนโถส้วมกลายเป็นสีแดงคล้ำ แบบนี้เครื่องในเราผิดปกติหรือเปล่าต้องเช็กก่อนทุกอย่างจะสายไป
✡อุจจาระบอกโรคให้เราได้เหมือนกันนะคะ อย่างใครที่สังเกตเห็นว่าอุจจาระของตัวเองมีเลือดปนออกมาด้วย หรือถ่ายเป็นเลือดให้เห็นเต็มสองตา
🚫อาการแบบนี้ไม่ควรชะล่าใจ ลองมาเช็กกันดีกว่าค่ะว่า อุจจาระเป็นเลือดหรือถ่ายเป็นเลือดสด ๆ นี่บอกโรคอะไรเราได้บ้าง
1. ท้องผูก
อุจจาระเป็นเลือดที่บ่งบอกได้ถึงภาวะท้องผูกให้สังเกตจากเลือดที่ออกมาพร้อมกับอุจจาระจะเป็นสีแดงสด
2. โรคริดสีดวงทวารหนัก
คนที่ท้องผูกบ่อย ๆ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักด้วย เวลาที่เราเบ่งถ่าย ก้อนอุจจาระก็จะเบียดริดสีดวงทวาร ทำให้ถ่ายเป็นเลือดสีแดงสดออกมาด้วย
3. ทวารหนักเป็นแผล
ในกรณีที่ก้อนอุจจาระแข็งและใหญ่ เนื่องจากอาการท้องผูกเรื้อรัง การเบ่งเอาอุจจาระเหล่านี้ออกมาก็อาจทำให้เกิดแผลบริเวณทวารหนักได้
4. ลำไส้ใหญ่อักเสบ เป็นแผล
ถ้าสังเกตเห็นอุจจาระเป็นเลือดสีแดงปนกับเลือดสีแดงคล้ำ และมักจะมีลิ่มเลือดออกมาด้วย โดยไม่มีอาการถ่ายแล้วแสบที่ทวารหนัก แต่อาจจะมีหรือไม่มีอาการปวดท้องร่วมด้วยก็ได้
5. แผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก
สังเกตง่าย ๆ จากสีเลือดที่ปนมากับอุจจาระจะเป็นสีดำ มีลักษณะเหลวเหมือนยางมะตอย หรือเฉาก๊วยเหลว ๆ โดยอาการขั้นต้นอาจอาเจียนเป็นเลือดมาก่อน หรือบางรายไม่อาเจียนก็มีค่ะ
6. เลือดออกในลำไส้ใหญ่ส่วนต้น
คนที่ถ่ายเป็นเลือดสีคล้ำหรือสีดำไม่มากนัก มีเลือดปนออกมากับอุจจาระเพียงครั้งเดียว อาจสันนิษฐานได้ว่าการที่ถ่ายเป็นเลือดแบบนี้เกิดจากภาวะเลือดออกในลำไส้ใหญ่ส่วนต้นในปริมาณที่ไม่มาก และเลือดค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่นานจนเปลี่ยนเป็นสีดำ
7. โรคบิด
หากอุจจาระเป็นเลือดปนมูก หรือที่เรียกว่าถ่ายเป็นมูกเลือด อาจเกิดจากโรคบิด ซึ่งก็คือการติดเชื้อในลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้ลำไส้ใหญ่อักเสบ เป็นแผล มีอาการอุจจาระเหลวเป็นมูกเลือด
8. โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
โรคนี้เสี่ยงกับคนอายุมากกว่า 40 ปี โดยอาการจะมีอุจจาระเป็นมูกเลือดชนิดเรื้อรัง กล่าวคือมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ เกินกว่า 2 สัปดาห์ ไม่มีไข้ ไม่ปวดบิด
9. โรคลำไส้ขาดเลือดหรือลำไส้อักเสบ
กรณีนี้ผู้ป่วยจะมีอุจจาระเป็นมูกเลือดร่วมกับมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ด้วย และอาการเหล่านั้นก็ค่อนข้างจะรุนแรง เช่น ถ้าปวดท้องก็จะปวดหนัก อุจจาระเป็นมูกเลือดค่อนข้างเยอะ ดังนั้นควรไปพบแพทย์โดยด่วนเลยนะคะ
10. โรคติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่
ซึ่งอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องอาศัยการส่องกล้อง หรือนำอุจจาระไปตรวจ หรือหากติ่งเนื้อเกิดอักเสบ เป็นแผลขึ้นมาก็อาจอุจจาระเป็นเลือดสด หรือถ่ายเป็นมูกเลือดได้
11.ภาวะเลือดออกในจมูกหรือเลือดออกในหลอดลมเรากลืนเลือดเหล่านั้นเข้าไป ซึ่งก็อาจทำให้อุจจาระมีเลือดปนออกมาด้วยได้ โดยไม่มีอาการแสบขณะถ่าย
27/03/2018
อาการของโรคลำไส้แปรปรวน❗❗
🔶️ที่สำคัญคือจะมีอาการปวด อืดหรือไม่สบายในช่องท้อง
🔶️โดยอาการปวดจะเกิดขึ้นสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของความถี่ หรือลักษณะของอุจจาระ และจะดีขึ้นหลังการขับถ่าย
🚩โรคนี้อาจเกิดกับบางคนที่ไวต่ออาหารบางชนิด เช่น น้ำส้มสายชู กาแฟ ของเผ็ด หรือผลไม้บางชนิด
🚩เมื่อกินอาหารเหล่านี้เข้าไปก็กระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้องถ่ายทันที ถ้าอาการไม่รุนแรงอาจไม่ต้องกังวลนัก อาจมีอาการเพียงถ่าย 2-3 ครั้งก็หายไปเอง
🚩บางคนอาจมีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย หรือปวดท้องก็สามารถบรรเทาอาการด้วยการกินผักผลไม่ที่ไม่แพ้ให้มากๆ
27/03/2018
🚫ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยง
เป็นโรคลำไส้แปรปรวน
⚫พฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกต้อง เช่น กินอาหารไม่ตรงเวลา กินแต่เนื้อสัตว์..ไม่กินผัก
ไม่กินอาหารเช้า หรือดื่มน้ำน้อย
⚫มีภาวะเครียดจัด
ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคนี้ไม่ออกกำลังกาย
⚫และพักผ่อนไม่เพียงพอคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมะเร็งลำไส้ หรือมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร
🚩ปวดท้องแบบนี้…นี่แหละ! โรคลำไส้แปรปรวน
🔻ผู้ป่วยมักมีอาการปวดบริเวณท้องน้อยข้างซ้ายหรือข้างขวา ร่วมกับอาการท้องผูกหรือท้องเสีย
🔻โดยอาการท้องผูกจะมีอาการแน่นท้องร่วมด้วย..เมื่อถ่ายแล้วอาการแน่นท้องก็จะดีขึ้น ที่สำคัญ! ผู้ป่วยจะไม่มีอาการที่อันตรายร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด น้ำหนักลด หรือคลื่นไส้อาเจียน
🎗แค่เปลี่ยนพฤติกรรม…คุณภาพชีวิตก็เปลี่ยน
➡️กิน..ให้เป็น คือ กินอาหารเช้า กินให้ตรงเวลา กินอาหารที่มีกากใย และกินในปริมาณที่พอดี ควบคู่กับการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
➡️คิด..ให้เป็น คือ คิดบวก ปล่อยวาง ตลอดจน “ไม่เครียด” หากตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคนี้ เพราะยิ่งเครียดยิ่งทำให้อาการเรื้อรัง
➡️ขยับ..ให้เป็น คือ จัดสรรเวลาสำหรับออกกำลังกาย เพื่อลดความเครียดและสร้างภูมิคุ้มกัน
➡️ถ่าย..ให้เป็น คือ ไม่อั้นถ่าย เพราะอุจจาระจะอยู่กับเราเพียงแค่ประมาณ 2 นาที จึงส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกได้
27/03/2018
😖ท้องผูก⚠️⚠️
⛔เป็นอาการถ่ายอุจจาระน้อยกว่าปกติหรือถ่ายอุจจาระไม่ออกเป็นเวลานาน
⛔ซึ่งพฤติกรรมและความถี่ในการถ่ายอุจจาระปกติของแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกัน แต่ในทางการแพทย์มักหมายถึงการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
🚩อาการของท้องผูก🚩
1.ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์หรือน้อยกว่าปกติที่เคยเป็น
2.อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง เป็นเม็ดเล็ก ๆ
3.รู้สึกถ่ายอุจจาระไม่ออก หรือถ่ายได้ไม่สุด
4.ถ่ายอุจจาระออกได้ยาก ต้องใช้แรงเบ่งมากหรือใช้มือช่วยล้วง อาจมีอาการเจ็บขณะถ่ายอุจจาระร่วมด้วย
5.ท้องอืด ปวดท้อง หรือปวดเกร็งบริเวณหน้าท้อง
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?