YUNOMimatcha

YUNOMimatcha

แชร์

ชาญี่ปุ่นและอุปกรณ์ชงชา

Photos from YUNOMimatcha's post 22/02/2026

สวัสดีครับ วันนี้ขอหยิบถ้วยหนึ่งใบมาเล่าเรื่องราว ผ่านกล่องไม้ (kibako) ถ้วยใบนี้เป็น “อาซาฮียากิ” งานของอาซาฮี (มัทสึบายาชิ) โจไซ รุ่นที่ 12 ที่มาพร้อมกล่องคิวาเมะบาโกะ โดยอาซาฮีโฮไซ รุ่นที่14 ตัวถ้วยเป็นงานคาเสะใบเล็กครับ

🍵มาพูดขยายความคำว่า “คิวาเมะบาโกะ(極め箱)” ปกติถ้าศิลปินปั้นถ้วยเอง แล้วเขียนชื่อตัวเองลงบนกล่องพร้อมประทับตรา เราจะเรียกว่า โทโมบาโกะ (Tomobako - 共箱) หรือ ”กล่องคู่ตัว“ครับ แต่ถ้าถ้วยใบนั้นได้รับการยืนยัน และเขียนกล่องโดย ”บุคคลอื่นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือรุ่นที่สืบทอด“ จะเรียกว่า คิวาเมะบาโกะ (Kiwame-bako) ทันทีครับ สาเหตุมักเกิดจากสองปัจจัยใหญ่ คือ
-กล่องเดิมหายหรือพัง ถ้วยชาอาจจะตกทอดมาหลายสิบปีจนกล่องเดิม (Tomobako) ชำรุดหรือสูญหายไป เจ้าของจึงนำถ้วยกลับไปให้ทายาทของเตาเผาช่วยดู และออกกล่องใบใหม่ให้เพื่อเป็นใบรับประกัน

-ศิลปินเสียชีวิตก่อนทำกล่องบางครั้งศิลปินรุ่นพ่อปั้นถ้วย และเผาเสร็จแล้ว แต่เสียชีวิตกะทันหันก่อนจะได้เขียนกล่อง ถ้วยเหล่านั้นจึงตกทอดมาถึงรุ่นลูก รุ่นลูกจึงต้องเป็นผู้นำถ้วยมาคัดแยก และเขียนกล่องรับรองให้ผลงานของพ่อครับ

ไม่ใช่ใครก็เขียนได้ครับ บุคคลที่ได้รับการยอมรับให้เขียนกล่องรับรองได้จะมีแค่

1. ทายาทสายตรง หรือเจ้าสำนักคนปัจจุบัน (เช่นในกรณีของใบในรูป ที่รุ่น 14 มาเขียนรับรองให้รุ่น 12)

2. ปรมาจารย์ชา จากสำนักชาใหญ่ๆ (เช่น สำนักอุราเซ็นเกะ หรือ โอโมเตะเซ็นเกะ) จัคาคิเรียกว่า “คาคิสึเกะบาโกะ”

3. นักประเมินงานศิลปะที่ได้รับการยกย่องระดับประเทศ เรียกว่า “ชิกิบาโกะ”

หลายคนอาจสงสัยว่า ”ถ้าไม่ใช่กล่องเดิมที่ศิลปินเขียนเอง มูลค่าจะตกไหม?“ คำตอบคือ ไม่เสมอไปครับ และในหลายกรณีกลับทำให้ของชิ้นนั้นดูขลังขึ้นด้วย สำหรับถ้วยอาซาฮีใบนี้ การมี ”คิวาเมะบาโกะ“ ที่เขียนโดยโฮไซรุ่นที่ 14 (หลานชาย) เพื่อรับรองงานของรุ่นที่ 12 (ปู่) ถือเป็น ใบรับประกันชั้นยอด ที่วงการนักสะสมยอมรับ 100% ครับ มันแสดงถึงความเคารพ และการสืบทอดสายเลือดของตระกูลช่างปั้นที่น่าประทับใจมากครับ

สรุปง่ายๆครับ กล่องใบนี้ทำหน้าที่เป็นเหมือน ”ใบ Certificate แบบ Official“ จากผู้นำตระกูลรุ่นหลัง เพื่อยืนยันว่าถ้วยลาย(Kase) ใบนี้ คือผลงานชิ้นเอกของโจไซรุ่นที่ 12 ของแท้แน่นอนครับ🍃

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมครับ : ณ ต้นชา🙇🏽

Photos from YUNOMimatcha's post 20/12/2025

เห็นโพสต์พี่หู ณ ต้นชา เรื่องถ้วยราคุแดงแล้วมันเร้าใจจนทนไม่ไหว ถึงกับต้องกลับมาหยิบเค้าขึ้นมาถ่ายสักหน่อย หาไปหามากลายเป็นว่าตัวผมเองมีถ้วยแดงเคลือบเต็มใบอยู่แค่ใบเดียวครับ ส่วนแบบเคลือบไม่เต็มใบยังมีซะมากกว่า 🤣

พูดถึงถ้วยราคุแดงทีไร คำว่า “ราคุแดงแสลงใจ” มักจะผุดขึ้นมาในหัวทุกทีครับ อย่างที่คุณพี่หูได้กล่าวไปในโพสต์เลย เรื่องกลิ่นมักจะมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอที่คนมักพูดถึง จริงๆ ถ้วยแบบอื่นก็มีกลิ่นของตัวเองเหมือนกันนะครับ อย่างโอนิฮากิ หรือแม้กระทั่งราคุดำเองก็มีกลิ่น แต่อาจไม่มากเท่าสีแดง เรื่องนี้น่าขบคิดเหมือนกันแฮะ 🤔….

มาพูดถึงถ้วยแดงใบนี้กันสักหน่อยครับ เป็นราคุแดงเคลือบเต็มใบจากบ้าน ”วาราคุ“ (Waraku) ปกติเตานี้เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นถ้วยแดงเต็มใบที่รูปทรงเร้าใจขนาดนี้ ซึ่งอายุเค้าค่อนข้างเก่าครับ พอได้จับแล้วทำให้ผมคิดถึง ”แสงแดดในฤดูใบไม้ผลิที่สดใสและอ่อนโยน“ ผิวเคลือบมีความมันวาว สีแดงชวนให้นึกถึง “ผลลูกพลับสุก” ส่วนเรื่องกลิ่น ใบนี้แทบไม่ได้กลิ่นเลยครับ น้อยเอามากๆ เป็นถ้วยราคุอีกหนึ่งใบที่ตราตรึงใจผมมากครับ

พูดถึงเรื่องชาวันนี้ครับ เป็นตัวเดิม Asahi Wazuka - Usucha จากบ้าน Chajin Tea Supply - คลังชาของเพื่อนรักชา ที่เปลี่ยนไปคือสุขภาพครับ หวัดกินเอาซะได้ เลยอยากกินชารสเข้มขึ้นมาหน่อยเพื่อให้ลิ้นสัมผัสรสได้เต็มที่ จัดไปชา 3g รสที่ได้แปลกครับเพราะเป็นหวัด 🤣 อีลุงตุงนังกันอยู่ในปาก ลามไปตีกันในสมอง กลายเป็นแก้วนี้สนุกดีครับ

#和楽 #楽

Photos from YUNOMimatcha's post 18/12/2025

三代 吉村楽入 [Yoshimura Rakunyū] ชื่อเต็ม โยชิมูระ ยาซึชิ (Yoshimura Yasushi - 吉村 康) เตาเผา ราคุนิลกามะ เป็นอีกหนึ่งเตาที่หลายๆท่านคงเห็นผ่านตากันมาไม่มากก็น้อย ในรูปแบบถ้วยราคุวาดลวดลายน่ารักที่จะพบบ่อยจะเป็นตรา ”Rakunyū-gama“ (楽入窯) ตราสี่เหลี่ยมๆจะเป็นตราระดับมาตรฐานซึ่งทำโดยคนงานในเตา

🍃ในส่วนตราประทับใบนี้ ”Manpuku“ (萬福) แปลว่า “หมื่นความสุข/โชคดี” เป็นผลงานที่ทำโดย Toshu-saku / 当主作 หรือเจ้าสำนัก
ตราระดับมาสเตอร์ของเตานั้นเองครับ
——สำหรับใบนี้ผมให้นิยามว่า “สีสันแห่งเปลวเพลิง และเงา”
ความงามสะดุดตาที่สุดคือการ ”ต่อสู้“ กันระหว่างสีแดงและสีดำครับ
• สีแดง ไม่ใช่สีแดงสดแบบฉูดฉาด แต่เป็นสีแดงอมส้มเหมือน ”ลูกพลับสุก“ หรือ ”ถ่านที่กำลังคุกรุ่น“ ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบ
• สีดำ คราบสีดำที่ปรากฏแทรกตัวอยู่นั้นเรียกว่า ”Yohen“ (การเปลี่ยนแปลงในเตาเผา) หรือร่องรอยของควันไฟ สีดำนี้ดูเหมือน ”เงาเมฆ“ ที่ลอยผ่านดวงอาทิตย์ยามเย็น หรือเหมือนเถ้าถ่านที่ปกคลุมเปลวไฟ ช่วยตัดรสไม่ให้สีแดงดูหวานเลี่ยนจนเกินไป แต่กลับดูขรึมขลังและมีมิติ
• รูปทรงของถ้วยดู ”หนักแน่นและมั่นคง“ ขอบปากถ้วยมีความโค้งมนเล็กน้อย ไม่คมบาดปาก เชื้อเชิญให้ดื่ม
• รูปทรงเกิดจากการปั้นด้วยมือ ไม่ใช่แป้นหมุน
• โคไดเผยให้เห็น ”เนื้อดินสีนวล“ ที่ตัดกับสีเคลือบเข้มอย่างชัดเจน
• การปาดดินรอบๆ ฐาน (Herame) ทำได้อย่างเฉียบคมและมั่นใจ

🍵สำหรับผมถ้วยใบนี้เปรียบเสมือน ”ช่วงเวลาฤดูใบไม้ร่วงยามพลบค่ำ“ ครับ มีทั้งความอบอุ่นของแสงสุดท้าย (สีแดง) และความหนาวเย็นของราตรีที่กำลังคืบคลานเข้ามา (สีดำ) เป็นถ้วยที่มีเรื่องราว น่าหลงใหล และควรค่าแก่การหยิบมาพินิจพิเคราะห์ในทุกๆ ครั้งที่ดื่มชาครับ

#萬福 #吉村楽入 #楽入窯

Photos from YUNOMimatcha's post 07/12/2025

🍃Asahi Wazuka - Usucha จากบ้าน Chajin Tea Supply - คลังชาของเพื่อนรักชา

แอบตื่นเต้นเบาๆ โดยไม่รู้ตัว... ทันทีที่เปิดถุง กลิ่นหอมอบอวลก็ลอยมาทักทาย ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนยืนอยู่ริมทะเล 🌊

🍵วันนี้เลือกจับคู่ชากับถ้วย Asahiyaki Kase ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวมากครับ สัมผัสแรกมีความเค็มที่ปลายลิ้นจางๆ ตามด้วยความหวานละมุนคล้ายผักต้มและกลิ่นอายสาหร่าย...ความหอมนั้นอบอวลไปทั่วทั้งปาก เป็นแก้วที่อร่อยและประทับใจจริงๆ ครับ 🍵✨

Chawan : Asahiyaki Kase hosai 14th.

#朝日焼

Photos from YUNOMimatcha's post 27/11/2025

”บางรอยแผล…ไม่ได้ทำให้ถ้วยบอบบางลง แต่ทำให้มันงดงามขึ้นในแบบที่ไม่มีวันซ้ำเดิม สอนให้รู้ว่า—สิ่งที่ผ่านการแตกสลาย ก็ยังเปล่งประกายได้เสมอ“

❤️‍🩹 สวัสดีครับหลังจากฝึกซ่อมถ้วยมาสักระยะหนึ่ง ผมได้เรียนรู้ว่าคินสึกิไม่เคยทำให้ถ้วย “กลับมาเหมือนเดิม”แต่กลับมอบอัตลักษณ์ใหม่ที่ลึกขึ้น นุ่มขึ้น และงดงามขึ้นในมุมมองที่เราไม่เคยมองเห็นมาก่อน

ถามว่าการซ่อมถ้วยให้อะไรบ้าง? สำหรับผม อย่างแรกคือ ความอดทน
อย่างที่สองคือ ความใจเย็น และอย่างที่สาม…คือ อาการแพ้ 😄
(ของแถมที่ไม่ค่อยอยากได้เท่าไหร่)

และในวินาทีนั้น ผมรู้เลยว่า
การได้เห็นถ้วย “กลับมามีชีวิตอีกครั้ง” เป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ลึกซึ้งมากจริง ๆ ครับ 🍵✨

#田原陶兵衛

Photos from YUNOMimatcha's post 04/11/2025

🍵 “ถ้วยเปลี่ยน รสสัมผัสต่างไปจากเดิม”
สวัสดีครับ วันนี้อยากชวนคุยกันสักหน่อยเกี่ยวกับ “ถ้วยชา”
สิ่งเล็ก ๆ ที่กลับส่งผลต่อรสสัมผัสและความรู้สึกได้อย่างน่าประหลาด

วันนี้ผมลองหยิบถ้วย ฮากิมาใช้ดูบ้าง ต้องบอกก่อนนะครับว่าปกติผมเป็นคนที่ชื่นชอบถ้วยราคุเป็นพิเศษ แต่ถ้วยฮากิเป็นอีกหนึ่งประเภทที่ผมสนใจเหมือนกัน ถ้าพูดถึงถ้วยฮากิ คงเป็นชื่อที่หลายคนคุ้นเคย บางทีอาจเป็นถ้วยใบแรกในเส้นทางชาของใครหลายคนก็ได้ในมุมมองของผม ฮากิเป็นถ้วยที่ให้รสสัมผัสของชาที่ “นุ่มนวลและอ่อนช้อย”
ต่างจากราคุที่ให้ความรู้สึก “ลึกและหนักแน่นกว่า” ทั้งในแง่รสสัมผัสและอารมณ์ของผู้ดื่ม

ถ้วยใบนี้เป็นผลงานของ Tahara Tobei รุ่นที่ 12 ซึ่งหลายท่านอาจจะรู้จักกันอยู่บ้างหากมองในแง่ของการสะสม ถือว่าเป็นหนึ่งในเตาที่น่าสนใจมากทีเดียวแต่หากมองในแง่ของ “ความรู้สึก” มันกลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ชวนให้หลงใหล ในมุมมองของผมความเก่าไม่ใช่สิ่งที่ทำให้มันดูหม่นหมอง กลับเป็นสิ่งที่ทำให้ถ้วยดูอบอุ่นและมีชีวิต รอยชาที่แทรกซึมลงไปตามรอยราน และคันนีลบาง ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนถ้วยใบนี้ได้ “เดินทาง” และ “เติบโต” มาพร้อมกับใครบางคน
ผ่านกาลเวลา ผ่านเรื่องราว และบันทึกไว้ในร่องรอยอันงดงามบนผิวถ้วย

ชาที่ชงในวันนี้ยังคงเป็นตัวเดิมจากบ้าน
แต่รสสัมผัสกลับต่างไป บางรสกลับเด่นชัดขึ้น ขณะที่บางรสกลับจางหายไป ทั้งหมดนี้ยิ่งทำให้รู้สึกชัดเจนว่า “ถ้วยชา” มีผลต่อรสสัมผัสของชาอย่างแท้จริง

สรูปแบบคมให้ดูทรงภูมิ “บางครั้ง… เพียงเปลี่ยนถ้วย ก็เหมือนได้พบชาอีกถ้วยหนึ่งในชีวิต” 🍃☁️

🍵 “When the bowl changes, the taste changes too.”

Hello everyone,
Today, I’d like to talk a little about tea bowls — those small, quiet things that can mysteriously transform the way tea feels and tastes.

This time, I decided to use a Hagi bowl.
Normally, I’m especially fond of Raku ware, but Hagi has always fascinated me in its own way. For many people, Hagi might even be the very first chawan on their tea journey. In my view, Hagi bowls offer a sense of tea that feels soft, gentle, and graceful — quite different from Raku, which conveys a deeper and more grounded impression, both in taste and in the emotion it evokes.

This particular piece was made by Tahara Tobei XII, a name some of you may already recognize. From a collector’s standpoint, it’s certainly one of the more intriguing kilns. Yet from an emotional point of view, it holds a quiet charm that draws you in. To me, age doesn’t make a bowl look dull; rather, it gives it warmth and life.
The faint tea stains seeping into the tiny cracks and kan’nyū lines make it feel as though this bowl has traveled and grown alongside someone — carrying time, stories, and memories, all recorded beautifully on its surface.

The tea I used today is the same one from , yet somehow, it tastes different. Some notes became more pronounced, while others faded gently away.
It made me realize once again — a tea bowl truly shapes the experience of tea.

☁️🍃 “Sometimes, simply changing the bowl feels like discovering an entirely new cup of tea in life.”

31/08/2025

สิ่งที่ผมหลงใหลไม่ใช่แค่เรื่องถ้วย แต่เป็นเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับถ้วยคือ กล่อง เชือก ผ้า ที่ผมได้เขียนเรื่องพื้น ๆ ไปจนหมดแล้วทั้งที่ลงในบล็อกและในเพจ เพราะส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญในการที่จะศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับถ้วยให้ลึกซึ้งยิ่งขึเน ผมจึงหยิบเรื่องนี้มาเขียนตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจจะมีงงกันไปบ้างว่ามันสำคัญตรงไหน แต่เชื่อเถอะว่าถึงจุดหนึ่งก็จะเข้าใจครับ

“กล่อง” ไม่ได้เป็นเพียงบรรจุภัณฑ์ แต่ยังบรรจุเอาขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันยาวนานของญี่ปุ่นที่มีต่อหัตถศิลป์แขนงต่าง ๆ ไม่เพียงแต่อุปกรณ์พิธีชา แต่ยังรวมถึงงานจิตรกรรม ประติมากรรม เครื่องรักเครื่องเขิน ชุดเกราะ ฯลฯ ก็ล้วนมีกล่องทั้งสิ้น

โพสต์นี้สืบเนื่องมาจากว่า ผมได้ถ้วยใหม่มาหนึ่งใบมาพร้อมกับกล่องแต่ไม่มีเชือก ทราบแต่แรกแล้วว่ามันไม่มีเชือกมาด้วย แต่ผมไม่สามารถสั่งเชือกมาล่วงหน้าได้ เพราะผมไม่ทราบว่ากล่องใบนี้เป็นกล่องประเภทไหน ไม่ใช่ว่าจะใช้กับเชือกอะไรก็ได้ กล่องแต่ละแบบมีเชือกเฉพาะของมัน อย่างกล่องใบนี้เชือกสำรองที่ผมมีอยู่ทั้งหมดใช้ไม่ได้เลย…

สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องมั่วซั่ว มันเป็นสิ่งที่เขากำหนดมาแต่แรกแล้ว และมันสัมพันธ์กันไปหมด ทั้งรูปแบบกล่องและเชือก ซึ่งผมไม่อาจฝืนเอาเชือกที่มีอยู่ใส่เข้าไปได้เพราะมันใส่ไม่ได้ด้วยซ้ำมันผิดขนาดผิดฝาผิดตัว

ผมว่านี่คือเสน่ห์ของงานญี่ปุ่นที่เขามีความละเอียดละออสูงมาก แต่ละอย่างมีรูปแบบที่กำหนดไว้แล้วมันจึงฝืนได้ยาก สิ่งเดียวที่เราทำได้คือทำตามเขา แต่จะทำอย่างนั้นได้เราก็ต้องรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของเขาเช่นกัน ซึ่งจะรู้ได้เราก็ต้องศึกษาครับ
________
ณ ต้นชา
2025/08/31

Photos from YUNOMimatcha's post 30/08/2025

“บางทีสิ่งที่เราค้นหา… อาจซ่อนอยู่ในสิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจมองหา” ✨

สวัสดีครับ 🙏 วันนี้อยากมาเล่าถึงถ้วยใหม่อีกหนึ่งใบ ที่จริง ๆ แล้วผมไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ ทั้งชื่อศิลปินผู้ปั้น หรือแม้แต่เตาที่ผลิตก็ยังไม่ทราบแน่ชัด ตอนแรกเห็นในรูปก็ไม่ได้สะดุดอะไรมาก มีเพียงโคไคเล็ก ๆ รูปทรงที่ดูแปลกตากับน้ำเคลือบที่ชวนให้กดสั่งมาแบบไม่คาดหวังอะไรนัก

แต่พอพัสดุมาถึง… ตั้งแต่การผูกเชือกบนกล่องที่เป๊ะจนยิ้มออก ไปจนถึงวินาทีที่เปิดออกมาและได้สัมผัสจริง ๆ
กลับรู้สึกประทับใจแบบบอกไม่ถูก 🍵

ทั้งรูปทรง ผิวสัมผัส และน้ำเคลือบ ล้วนมีเอกลักษณ์ที่แปลกตาจากงานอื่นๆที่มองหา มันเร้าใจและเต็มไปด้วยเสน่ห์ในแบบที่อธิบายยาก แต่กลับตรงกับสิ่งที่ใจผมชอบที่สุด

แม้มันจะไม่ใช่ถ้วยที่แพงที่สุด ไม่ใช่งานจากศิลปินที่โด่งดังที่สุด
แต่สำหรับผม… มันคือหนึ่งในถ้วยที่ประทับใจอีกใบเลยครับ 😊💚

23/08/2025

“คันนีวชาวัง” คืออะไร ??

สวัสดีครับ, ในโลกของถ้วยแต่ละประเภทก็มีศัพท์แสงแตกต่างกันไปบางทีมันก็ปน ๆ กันจนอาจทำให้งงได้ วันนี้จะมาอธิบายกันต่อเรื่อง “คันนีว” ในมุมของราคุยากิ ซึ่งแตกต่างจากฮากิยากิที่เคยเขียนไปครับ

คันนีว - ในความหมายของเครื่องถ้วยทั้งหมดทั้งมวลนั้นเหมือนกัน มันแปลว่า crazing หรือรอยรานที่เกิดจากอัตราหดตัวตอนเย็นลงหลังจากเผาไม่เท่ากันระหว่างเคลือบและเนื้อดินทำให้เกิดรอยรานของเคลือบ ซึ่งรอยรานนี้จะ “ไม่เข้าเนื้อดิน” มันจึงไม่ใช่รอยร้าวหรือรอยรั่ว

ราคุก็มีคันนีว - จะสังเกตได้ชัดในราคุแดง ราคุขาว มากกว่า แต่ในราคุดำก็มีแต่สังเกตยากกว่า

คันนีวชาวัง - ในโลกของราคุมันมีสิ่งที่เรียกว่า คันนีวชาวัง คือถ้วยราคุแดงหรือราคุสีอ่อนต่าง ๆ ที่ “ทำสีคันนีว” มาตั้งแต่ขบวนการผลิตเลย เน้นให้เห็นรอยรานแบบชัด ๆ คำว่า “คันนีวชาวัง” เป็นคำเรียกรวม ๆ ถ้วยประเภทนี้ แต่…ช่างแต่ละเตาก็อาจจะมีชื่อเรียกต่างกันออกไป

ถ้วยใบในรูปเรียกว่า “ไซฮาคุ คันนีวชาวัง” ผลงานของ โอกาวะ โชราคุรุ่นที่ 4 (ฮิโรสึกุ), ผมมีถ้วยราคุแบบที่เป็นคันนีวนับใบได้ เพราะมันแอบหลอนอยู่ จะว่าสวยมันก็สวย ใครชอบก็คือชอบ ใครไม่ชอบก็อาจจะอี๋ไปเลย… ประวัติการทำสีคันนีวในถ้วยราคุ ไม่มั่นใจว่ามันเริ่มมาตั้งแต่ยุคไหน ส่วนตัวคิดว่ามันน่าจะพัฒนามาจากเคลือบที่เรียกว่า “โคโระกุสุริ” ถ้ามีเวลาจะมาเล่าให้ฟังครับ

สรุป - คันนีวชาวัง คือถ้วยที่ตั้งใจทำสีคันนีวให้ชัดมาตั้งแต่แต่แรก คนละเรื่องกับการใช้งานจนคราบสีชาติดตามคันนีวของถ้วยหรือเรียกว่า ชานาเระ ครับ

ปล. ถ้วยเก่าใช้งานจนสกปรกแล้วแต่บอกว่าเป็น คันนีวชาวัง ก็ไม่ใช่นะครับ มันดูออกว่าอันไหนคือตั้งใจทำสีมา กับอันไหนเก่าจริง
________
ณ ต้นชา
2025/08/23

Photos from YUNOMimatcha's post 09/08/2025

วันนี้อยากจะมาเล่าเรื่องถ้วยชาใบใหม่ที่เพิ่งได้มาไม่นานมานี้ถ้วยใบนีั้มาจากเตาโอฮิ–โชราคุ (Ohi Choraku) ซึ่งเป็นใบแรกในคอลเล็กชันของผมที่เคลือบด้วยเทคนิค “ขาว–แดง” หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่า ชินชะยู (辰砂釉)ชื่อนี้หมายถึงเคลือบที่มีส่วนผสมของแร่ชาด (Cinnabar) ให้โทนสีแดงอบอุ่นตัดกับขาวนวล เชื่อกันว่ารูปแบบนี้อาจได้รับแรงบันดาลใจมาจากก้อนแร่ชาดในธรรมชาติ

✨เมื่อได้ลองใช้งานจริง สิ่งแรกที่สังเกตได้คือ ตัวถ้วยมีน้ำหนักเบาเนื้อดินมีรูพรุนกำลังพอดี พอเอาลงแช่น้ำ กลิ่นก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง สำหรับผมกลิ่นนั้นแอบให้ความรู้สึกคล้ายลูกอมเมนทอลเย็นๆ คิดไปนั่น🤭

ในแง่การตีชา ผมว่าถ้วยใบนี้ “ ใช้งานง่าย ” และให้รสสัมผัสที่แตกต่างเล็กน้อยจากโอฮิแบบที่ผมคุ้นเคย รสชาติของชาที่ได้มีความนุ่มนวล แต่แฝงด้วยเสน่ห์เฉพาะของเนื้อดินที่พรุนและเบา

ถ้าพูดถึงเรื่องความงาม — คงไม่เกินไปที่จะบอกว่าสวยแปลกตา เพราะทุกครั้งที่มอง สีเคลือบขาว–แดงนี้ชวนให้รู้สึกถึงพลังของไฟและดินที่หยุดนิ่งอยู่ในมือ

Cr : ณ ต้นชา 🫡

04/08/2025

⚠️ นีว ที่ไม่ได้แปลว่าใหม่ / คันนีว ที่ไม่ใช่คันนิ้ว ⚠️

มาทวนกันอีกครั้งแบบหมดเปลือกครับ มือใหม่สายเอฟ นักเอฟควรรู้ นีว คืออะไร คันนีว คืออะไร จัดให้แบบไม่กั๊ก

คำแรก คันนีว ญี่ปุ่นเขียน 貫入 แปลว่ารอยราน ภาษาอังกฤษเรียก crackle เกิดจากอัตราหดตัวระหว่างเคลือบกับเนื้อดินไม่เท่ากันระหว่างเย็นตัวลงหลังจากเผา ทำให้เคลือบเกิดเป็นรอยรานขึ้น ในถ้วยราคุแดง และฮากิ จะสั่งเกตได้ง่าย มันคือรอยรานกระจายทั่วทั้งใบ “ไม่ใช่ตำหนิ” ดูได้จากทั้ง 6 รูป มีเหมือนกันหมด

คำที่สอง นีว ญี่ปุ่นเขียน ニュウ/ニュー มันแปลว่าเส้นร้าวเล็ก ๆ ในรูปบนซ้าย รอยจะชิดสนิทเป็นเส้นเล็ก ๆ บาง ๆ สังเกตได้จาก ถ้าจับถ้วยแช่น้ำจะสังเกตได้ง่ายเพราะมันจะซึมน้ำตามรูปบนกลาง เจอในถ้วยฮากิ อาซาฮี ได้บ่อยกว่าราคุ ราคุส่วนใหญ่เวลาร้าวมักจะแหก เราเรียกร้าวที่สังเกตได้ชัดเจนว่า ฮิบิ ญี่ปุ่นเขียน ひび ทั้ง นีว และ ฮิบิ ถือว่า “เป็นตำหนิ” ในรูปบนขวาคือฮิบิครับ

ร้าวชิดสนิทเป็นเส้นบาง ๆ - นีว
ร้าวห่าง/แหก - ฮิบิ

⛔️ข้อควรระวัง⛔️ เวลาจะประมูลหรือซื้อถ้วยมือสองจากญี่ปุ่นแล้วใช้ google translate มันจะแปลผิดบริบทได้ โดยเฉพาะคำว่า นีว หลายครั้งมันแปลว่า new หรือ ใหม่ ทำให้เข้าใจผิดไปว่ามันคือถ้วยใหม่ ทั้ง ๆ ที่ความจริงคือถ้วยมีตำหนิ !! ซึ่งแปลเป็นคนละเรื่องเลย ต้องระวังครับ

เรื่องแถม ชานาเระ ญี่ปุ่นเขียน 茶馴れ ในบริบทของฮากิยากิ คือการที่ถ้วยเกิดร่องรอยจากการใช้งาน เกิดคราบชาสะสมตามรอยรานหรือคันนีว จนเห็นชัดตามภาพล่างขวา ในขณะที่ภาพล่างกลางคือฮากิที่เพิ่งถูกใช้งานก็จะเริ่ม ๆ เกิดสีชาตามรอยคันนีวบ้างแต่ยังไม่ชัดเจน

รูป:
บนซ้าย - เส้นร้าวบาง ๆ หรือ นีว ในถ้วยอาซาฮี
บนกลาง - นีว เมื่อถ้วยซึมน้ำจะสังเกตได้ชั้นขึ้น
บนขวา - รอยร้าว หรือ ฮิบิ ในถ้วยราคุแดง
ล่างซ้าย - รอยราน หรือ คันนีว ในถ้วยราคุแดง
ล่างกลาง - รอยราน หรือ คันนีว ในถ้วยฮากิ
ล่างขวา - ชานาเระ คือ คันนีว ที่ติดสีชาจนชัดจากการใช้งาน

*แก้ไขรูปครับ เพิ่มเป็น 6 รูป ส่วนรูปละเอียดจะใส่ในคอมเมนท์ครับ
________
ณ ต้นชา
2025/08/04

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่อยู่

Bangkok