Nava Living
การใช้ชีวิตอยู่ด้วยธรรม ให้ธรรมนำทาง มาร่วมสนุกไปกับพวกเรานะครับ!!
22/08/2026
#ขอถวายความนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
อวิชชาสูตร — ว่าด้วยอวิชชา
พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า เบื้องต้นของอวิชชาไม่ปรากฏ คือไม่อาจชี้ได้ว่า ก่อนจุดใดอวิชชาไม่มีแล้วจึงเกิดขึ้น แต่สามารถกล่าวได้ว่า อวิชชามีปัจจัย มีอาหารหล่อเลี้ยง และอาหารของอวิชชาก็คือ นิวรณ์ ๕
จากนั้นทรงแสดง “อาหาร” ที่ส่งต่อกันเป็นลำดับดังนี้
การไม่คบสัตบุรุษ
↓
การไม่ได้ฟังสัทธรรม
↓
ความไม่มีศรัทธา
↓
อโยนิโสมนสิการ — การใส่ใจโดยไม่แยบคาย
↓
ความไม่มีสติสัมปชัญญะ
↓
ความไม่สำรวมอินทรีย์
↓
ทุจริต ๓ — กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
↓
นิวรณ์ ๕
↓
อวิชชา
กล่าวคือ แต่ละข้อเป็น “อาหาร” หรือปัจจัยหล่อเลี้ยงข้อถัดไป จนกระทั่ง นิวรณ์ ๕ ที่ได้รับการหล่อเลี้ยงจนบริบูรณ์ ย่อมทำให้อวิชชาบริบูรณ์
พระพุทธองค์ทรงเปรียบอุปมาเหมือน ฝนตกหนักบนยอดเขา น้ำไหลลงสู่ซอกเขาและลำธาร จากลำธารไปสู่หนอง จากหนองสู่บึง จากบึงสู่แม่น้ำน้อย จากแม่น้ำน้อยสู่แม่น้ำใหญ่ และในที่สุดแม่น้ำใหญ่ก็ทำให้มหาสมุทรเต็ม ฉันใด การไม่คบสัตบุรุษก็หล่อเลี้ยงเหตุปัจจัยต่อ ๆ กัน จนถึงนิวรณ์ ๕ และอวิชชา ฉันนั้น
จากนั้นพระองค์ทรงแสดง ฝ่ายตรงข้าม คือกระบวนการไปสู่วิชชาและวิมุตติ โดยตรัสว่า วิชชาและวิมุตติก็มีอาหารเช่นกัน
ลำดับฝ่ายกุศลคือ
การคบสัตบุรุษ
↓
การฟังสัทธรรม
↓
ศรัทธา
↓
โยนิโสมนสิการ — การใส่ใจโดยแยบคาย
↓
สติสัมปชัญญะ
↓
การสำรวมอินทรีย์
↓
สุจริต ๓
↓
สติปัฏฐาน ๔
↓
โพชฌงค์ ๗
↓
วิชชาและวิมุตติ
#การมีชีวิตอยู่ด้วยธรรม
04/08/2026
เจริญเมตตา สร้างความรักความสามัคคีกันนะครับเพื่อนๆ #สาราณียธรรม6 #การมีชีวิตอยู่ด้วยธรรม #ปัญญาสัจจะความดี
สัมมาสติเป็นฐานเกื้อหนุนสัมมาสมาธิ จะขาดไม่ได้เลยครับ #การมีชีวิตอยู่ด้วยธรรม #ปัญญาสัจจะความดี
02/08/2026
อนุสติ ๑๐ หรือ ... ควรทำให้เจริญ #การมีชีวิตอยู่ด้วยธรรม #ปัญญาสัจจะความจริง
01/08/2026
"ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมมีตัณหาเป็นมูลเหตุ ๙ ประการ พวกเธอจงฟัง"... #การมีชีวิตอยู่ด้วยธรรม #ปัญญาสัจจะความดี #ขอถวายความนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
30/07/2026
#ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต #พระธรรมวินัยเป็นศาสดา ธรรมจากโพสต์ของกัลยาณมิตร ของแชร์ต่อ
#จิตคืออะไร
ลูกศิษย์หนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปกราบพระอาจารย์ แล้วถามด้วยความสงสัย
“หลวงพ่อครับ… จิตคืออะไรครับ”
พระอาจารย์ยิ้ม ไม่ตอบทันที แต่หยิบระฆังใบเล็กที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมา แล้วเคาะเบา ๆ
“ได้ยินเสียงไหม”
“ได้ยินครับ”
“เสียงนั้นเป็นจิตหรือเปล่า”
“ไม่ใช่ครับ”
“แล้วอะไรที่รู้ว่าเมื่อกี้มีเสียงเกิดขึ้น”
ลูกศิษย์นิ่งไปครู่หนึ่ง
“ก็คง… จิตครับ”
พระอาจารย์พยักหน้า
“ดี… ทีนี้ลองหลับตา”
ลูกศิษย์หลับตาลง
“ตอนนี้มีอะไร”
“ได้ยินเสียงนกครับ”
“แล้วตอนนี้”
“รู้สึกว่าลมพัด”
“แล้วตอนนี้”
“มีความคิดว่าเมื่อไหร่หลวงพ่อจะเฉลย”
พระอาจารย์หัวเราะเบา ๆ
“เห็นไหม… เมื่อครู่เสียงเป็นอารมณ์ ตอนนี้ลมเป็นอารมณ์ อีกครู่หนึ่งความคิดก็กลายเป็นอารมณ์”
“แต่สิ่งที่รู้อารมณ์เหล่านั้น…”
“คือจิต”
ลูกศิษย์เริ่มเข้าใจ
พระอาจารย์กล่าวต่อ
“พระอภิธรรมอธิบายว่า จิต คือธรรมชาติที่รู้อารมณ์”
“อะไรก็ตามที่กำลังถูกรู้ สิ่งนั้นเรียกว่า ‘อารมณ์’”
“จิตรู้อะไร สิ่งนั้นก็เป็นอารมณ์ของจิต”
ลูกศิษย์พยักหน้า
“อย่างนี้แปลว่า จิตเป็นตัวเราใช่ไหมครับ”
พระอาจารย์หยิบเทียนขึ้นมาเล่มหนึ่ง จุดไฟ แล้วถามว่า
“เปลวไฟเมื่อสักครู่นี้ กับเปลวไฟตอนนี้ เป็นเปลวเดียวกันหรือเปล่า”
ลูกศิษย์มองอยู่พักหนึ่ง
“ดูเหมือนเดิม… แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ”
“ถูกต้อง”
พระอาจารย์ตอบ
“จิตก็เช่นเดียวกัน”
“มันเกิดขึ้นเพื่อรู้อารมณ์ แล้วก็ดับไป จากนั้นจิตดวงใหม่ก็เกิดขึ้นรู้อารมณ์ต่อ”
“เกิด… ดับ… เกิด… ดับ… เร็วจนเรารู้สึกเหมือนมีจิตดวงเดิมอยู่ตลอดเวลา”
ลูกศิษย์เงียบไป
พระอาจารย์จึงพูดต่อ
“เพราะเห็นต่อเนื่อง เราจึงเข้าใจว่ามี ‘เรา’ กำลังคิด มี ‘เรา’ กำลังโกรธ มี ‘เรา’ กำลังสุข”
“แต่เมื่อปัญญาค่อย ๆ เจริญขึ้น จะเริ่มเห็นว่า”
“มีเพียงจิตที่เกิดขึ้นเพื่อรู้อารมณ์ แล้วก็ดับไปตามเหตุปัจจัย”
“ไม่ใช่ตัวเรา”
“ไม่ใช่ของเรา”
“และไม่เคยอยู่ในอำนาจของเราเลย”
ลูกศิษย์ก้มลงกราบ
พระอาจารย์ยิ้ม แล้วกล่าวทิ้งท้ายว่า
“อย่าเพิ่งเชื่อเพราะอาตมาพูด”
“แต่จงภาวนา… แล้ววันหนึ่ง เมื่อสติเกิดทัน จิตจะอธิบายคำว่า ‘จิต’ ให้เธอฟังเอง”
#ขอถวายความนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย #การมีชีวิตอยู่ด้วยธรรม
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10400