MU MyMind
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก MU MyMind, สุขภาพ/ความงาม, Nakhon Pathom.
MU MyMind เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการดูแลสุขภาพใจ โดยคณาจารย์ภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ที่มี ความร่วมมือกันในการนำผลผลิตจากงานวิจัยมาเผยแพร่เพื่อประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้างต่อไป
01/12/2025
ประชาสัมพันธ์ค่ะ
20/11/2025
ภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชร่วมพัฒนาศักยภาพด้าน Implementation Science
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชียจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เรื่อง Implementation Science: From Knowledge to Sustainable Practice
ระหว่างวันที่ 18–20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ Implementation Science
ในการพัฒนางานวิจัยเชิงปฏิบัติให้เกิด ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ได้จริง และยั่งยืนในระบบสุขภาพ
ในการอบรมครั้งนี้ คณาจารย์ภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพการวิจัยดังกล่าว
การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ
ภาควิชาในการเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และแนวทางปฏิบัติโดยใช้แนวคิด Implementation Science มาเป็นกลไกสำคัญ
เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ “ผลลัพธ์จริง” และ “ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน”ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อระบบสุขภาพไทยในระยะยาวต่อไป
#ภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์คณะพยาบาลศาสตร์มหิดล
19/11/2025
Mahidol Nursing on the Global Stage!
จาก MU MyMind ในวัยรุ่น — สู่การพัฒนานวัตกรรมสุขภาพจิตสำหรับผู้ป่วยเรื้อรังไต
ผศ.ดร.ศิรดา เกษรศรี
อาจารย์จากภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ได้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยระดับนานาชาติ ณ ประเทศออสเตรเลีย
ในงานประชุมวิชาการ 8th Asia-Pacific Congress in Nursing Education (APCNE)
เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 17–19 พฤศจิกายน 2025
ก้าวต่อจาก MU MyMind — จากวัยรุ่นสู่ผู้ป่วยเรื้อรังไต
งานวิจัยครั้งนี้เป็นการ ต่อยอดจากโครงการ MU MyMind ในกลุ่มวัยรุ่น
สู่การพัฒนาระบบสุขภาพจิตใน ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องฟอกไต (dialysis)
ซึ่งเป็นกลุ่มที่เผชิญความเครียด ความกังวล และภาวะซึมเศร้าสูง
หัวข้อผลงานวิจัยที่นำเสนอ
“Exploring perceptions and digital health needs among individuals undergoing kidney dialysis:
A qualitative descriptive study”
และโครงการนี้ ได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปี 2567
เพื่อพัฒนา นวัตกรรมดิจิทัลส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในผู้ป่วยไต
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของต้นแบบ Digital Mental Health Care
สำหรับผู้ป่วยเรื้อรังในระบบสุขภาพไทย
พลังของงานวิจัยสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
งานนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของทีม MU MyMind ที่ต้องการสร้าง “ระบบสุขภาพจิตเชิงดิจิทัลแบบบูรณาการ”
เพื่อให้การดูแลสุขภาพจิต เข้าถึงได้ง่าย / เหมาะกับบริบทจริง / ลดภาระของบุคลากรทางสุขภาพ
และรองรับกลุ่มประชากรที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น ผู้ป่วยไต
ขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.ศิรดา เกษรศรี และทีม MU MyMind ที่ร่วมกันผลักดันงานวิจัยไทย
ให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก พร้อมต่อยอดสู่การสร้าง Impact ทางสังคมอย่างแท้จริง
#สุขภาพจิต #คณะพยาบาบศาสตร์มหิดล #ภาควิชาสขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์มหิดล
10/11/2025
05/11/2025
ประชาสัมพันธ์ค่ะ
✨ เปิดตัวโครงการ “YC ดีต่อใจ” ✨ ✨ เปิดตัวโครงการ “YC ดีต่อใจ” ✨นวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพจิตของเยาวชนไทยจาก คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมห....
05/11/2025
✨ เปิดตัวโครงการ “YC ดีต่อใจ” ✨ ✨ เปิดตัวโครงการ “YC ดีต่อใจ” ✨นวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพจิตของเยาวชนไทยจาก คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมห....
27/09/2025
จบไปแล้วสำหรับงานประชุม Satir Conference Thailand ครั้งที่ 5 😀
ขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกคนที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกันครับ
Where Curiosity meets Creativity
20 years of Celebration 🎉
15/09/2025
อาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เข้าร่วมอบรมรุ่นที่ 6
11/09/2025
“จัดบ้าน” ก่อนตาย
สถานการณ์ที่คนส่วนใหญ่ประสบก็คือ “ของล้นบ้าน” “ไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับของที่สะสมไว้” “เบื่อหน่ายกับของที่มีเต็มไปหมด” “ไม่กล้าย้ายบ้านเพราะกลัวต้องขนย้ายของที่มี” ฯลฯ ที่เลวร้ายสุดหากคำนึงถึงของที่เก็บสะสมไว้ยาวนานก็คือหากตายไปแล้วของเหล่านี้จะไปอยู่ที่ไหนและจะทำอะไรกับมันดีก่อนที่จะถึงวันนั้น มีหนังสือดังเล่มหนึ่งที่ให้คำแนะนำที่น่าสนใจ
ทุกคนล้วนมีสิ่งของที่รักและหวงแหน ไม่ว่าจะเป็นของธรรมดา ตุ๊กตา เครื่องแก้ว พระเครื่อง ปืน แสตมป์ นาฬิกา แหวน ตุ้มหู หนังสือ อัลปั้มรูปภาพครอบครัว มีด ปากกา ไฟเช็ค ฯลฯ ที่เก็บหรือสะสมมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก หรือเป็นหนุ่มสาว ความจริงที่โหดร้ายก็คือเมื่อท่านจากโลกนี้ไปแล้ว ไม่มีอะไรจะประกันได้ว่าคนอื่นเขาจะรักใคร่ใยดี ทะนุถนอม และเห็นคุณค่าของสิ่งของเหล่านี้เหมือนตัวท่านเพราะเขาไม่ใช่ท่านและย่อมมีรสนิยมที่แตกต่างไป
รูปภาพบางรูปเช่นรูปกับแม่ที่ท่านรักดังดวงใจ อาจถูกโยนทิ้งลงถังขยะไปก็ได้เพราะคนอื่นเขาไม่เห็นว่ามีความหมาย หนังสือชื่อ The Gentle Art of Swedish Death Cleaning (2018) เขียนโดย Margareta Magnusson พยายามให้คำตอบแก่สถานการณ์ดังกล่าวเพื่อความสุขของท่านและลูกหลาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อปิดบังสิ่งที่ท่านไม่ต้องการให้ลูกหลานรู้หรืออาจทำให้ลูกหลานหมางใจกัน หรืออาจทำให้เกิดความรู้สึกดูแคลนท่าน
เกือบทุกคนล้วนมีของติดตัวมาตั้งแต่หนุ่มสาว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เอกสารหนังสือ เฟอร์นิเจอร์ ถ้วยโถโอชาม อัลบั้มรูปภาพ ของสะสมเก่าใหม่เก็บซ่อนสะสมในกล่อง หรือกองไว้ที่ไหนสักแห่งในบ้าน แค่คิดจะรื้อโยนทิ้งไปบ้างเพราะรกบ้านก็อ่อนใจแล้ว ลองคิดดูถ้าท่านตายไปลูกหลานจะเหนื่อยเป็นภาระแค่ไหนกับการที่ต้องรื้อสิ่งของเหล่านี้ ต้องเสียเวลาและแรงงานคัดเลือกของหรือไม่ก็โยนทิ้งไปเสียทั้งหมด
Magnusson นักเขียนมีชื่อของสวีเดนบอกว่าตนเองมีอายุอยู่ระหว่าง 80-100 อยู่มาทั่วโลก ย้ายบ้าน 17 หน เธอมีลูก 5 คน เมื่อสามีจากไปเมื่อแต่งงานกันได้ 48 ปีก็ต้องย้ายจากบ้านมาอยู่อพาร์ทเม้นท์ เหตุการณ์นี้ทำให้เธอนึกถึงคำในภาษาสวีเดนที่กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้
“döstädning” ในภาษาสวีเดน หรือ “death cleaning” หมายถึงกระบวนการจัดบ้านให้เรียบร้อยเมื่อตระหนักว่าตนเองเป็น “ไม้ใกล้ฝั่ง” เธอให้คำแนะนำพอสรุปได้ดังนี้
(1) การจะสามารถเริ่ม “จัดบ้าน” ให้เรียบร้อยก่อนตายได้นั้นต้องยอมรับเสียก่อนว่าความตายเป็นเรื่องปกติ (มรณานุสติ) ที่เกิดขึ้นกับทุกคนโดยตนเองอยู่ในวัยที่มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งไม่ต้องการให้ความตายของตนเองเป็นภาระแก่ผู้อื่น
(2) วัยที่ควรเริ่ม “จัดบ้าน” คือ 65 ปีซึ่งเป็นวัยที่แข็งแรงพอที่จะยังจัดการได้ บ่อยครั้งที่แรงบันดาลใจคือการจากไปของคนที่รัก กำลังจะเลิกหรือหย่ากับคู่ชีวิต จะอยู่บ้านที่มีขนาดเล็กลง หรือเตรียมตัวไปอยู่บ้านคนชรา
(3) döstädning มิได้หมายถึงการจัดให้เป็นระเบียบเท่านั้น หากหมายถึงพิจารณาสิ่งของที่มีทั้งหมดอย่างละเอียด ว่าอะไรจะทิ้ง อะไรจะมอบให้ใคร อะไรจะขาย และอะไรที่พอจะเก็บไว้เพื่อการมีชีวิตอยู่จนถึงบั้นปลาย
(4) เริ่มต้น “จัดบ้าน” โดยมุ่งไปที่ของใหญ่ที่เก็บไว้โดยไม่ใช้ก่อน เช่น ตู้เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์กีฬาที่ไม่ใช้ แล้ว ฯลฯ โดยมอบให้คนที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นลูกหลาน หรือคนชอบพอกัน อย่าเริ่มที่สิ่งเล็ก ๆ เช่น จดหมายเก่า รูปเก่า ภาพเก่า ฯลฯ เพราะจะเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลานาน การอ่านและการเลือกทิ้งของเหล่านี้จะทำให้นึกถึงความหลัง เกิดความรู้สึกเก่าๆซึ่งมีทั้งอารมณ์ขัน อารมณ์เศร้า อารมณ์รักอาวรณ์จนเหนื่อยอ่อนใจเสียก่อนที่จะ “จัดบ้าน” ได้สำเร็จ
(5) เมื่อจัดการของชิ้นใหญ่ได้โดยต้องตัดใจในเรื่องความผูกพันทางใจกับสิ่งของเหล่านี้ที่มีมาแต่อดีต จงคิดเสียว่าเมื่อตายไปก็ไม่พานพบมันอีกและไม่รู้ชะตากรรมของมัน จัดการกับมันตอนนี้ยังกำหนดได้ว่าให้ใครเป็นเจ้าของ
(6) สิ่งสำคัญมากคือจงทำลายจดหมาย บันทึก เอกสาร สิ่งพิมพ์ รูปถ่าย ข้อเขียน หรือสิ่งของที่เป็นสิ่งที่เปิดเผยความลับส่วนตัวเพราะอาจทำให้ตนเองดูไม่ดี ดูไม่อยู่ในทำนองครองธรรมในสายตาของลูกหลาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะสร้างความรู้สึกลบเกี่ยวกับตนเองโดยไม่จำเป็น
(7) รูปภาพทั้งหมดแปรให้อยู่ในไฟล์ดิจิตอล เพื่อความคงอยู่ต่อไปหากลูกหลานสนใจ หากเก็บไว้เป็นภาพอย่างเก่าอาจผุพังและถูกโยนทิ้งเพราะไม่เห็นความสำคัญ (8) คุยกับลูกหลานในเรื่องความตายอย่างเปิดเผย ว่าจะให้สิ่งใดแก่ใครเมื่อตายไปแล้ว พร้อมสนับสนุนด้วยเอกสารแสดงเจตจำนงเพื่อไม่ให้ลูกหลานทะเลาะกันและอิจฉาริษยากัน ต้องใส่ใจประเด็นนี้เพราะไม่สมควรให้การตายของตนเป็นสิ่งบั่นทอนความรักสามัคคีของลูกหลานต่อไปในภายภาคหน้า
Magnusson บอกว่าลูกหลานอยากได้ของดี ๆ บางชิ้นที่ได้เลือกสรรมาแล้วแต่ไม่ต้องการของทั้งหมดเพราะในสายตาของเขานั้นส่วนหนึ่งเป็นขยะ สำหรับผู้เขียนขอบอกว่า ถ้าคิดว่าเมื่อเกิดมาก็ไม่ได้มีอะไรติดมือมาเลย เช่นเดียวกันตอนจากไป สิ่งของที่เราสะสมมานั้นเป็นสมบัติชั่วคราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราอยู่บนโลกนี้ เราไม่ควรทำให้มันตกเป็นภาระของลูกหลาน มันควรเป็นสิ่งสร้างสรรค์สำหรับลูกหลานในชั่วคนต่อไป
ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ
ที่มา: คอลัมน์ “อาหารสมอง”
| กรุงเทพธุรกิจ
FB: โต๊ะป้าศรี CH Table
10/09/2025
“พ้นเงามืดโรคซึมเศร้า… สู่แสงสว่างแห่งความสุข”
โต๊ะป้าศรี โชคดีจริงๆ
ที่ป้าศรีมีโอกาสได้พบและคุยมีคุณหมอจิตใจงดงามคนหนึ่งเมื่อเร็วๆนี้
คุณหมอได้กรุณาเขียนจดหมายมา เล่าเรื่องของโรคซึมเศร้า ส่งมาให้
แม้จะไม่ใช้ชื่อจริง แต่นามปากกาที่ใช้ในจดหมายฉบับนี้ เป็นนามแฝงที่นักเขียนนวนิยายระดับศิลปินแห่งชาติ รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์ และรางวัลซีไรท์ กฤษณา อโศกสิน เป็นผู้ตั้งให้
….“พจีพิไล” แปลได้ว่า ถ้อยคำอันงดงาม #พจีพิไล
🍃🍃🍃🍃🍃🍃🍃🍃
จดหมายถึงป้าศรี ฉบับที่ 1
“พ้นเงามืดโรคซึมเศร้า… สู่แสงสว่างแห่งความสุข”
กราบเรียนคุณหญิงจำนงศรีที่เคารพรัก
1. โรคที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้ม
ในสังคมยุคปัจจุบัน พวกเราคงได้ยินคำว่า โรคซึมเศร้า อยู่บ่อยครั้ง หรือได้พบเห็นข่าวการจากไปของคนดังทั้งในและต่างประเทศ โดยไม่ทราบสาเหตุ หลายท่านภายนอกดูเหมือนมีความสุข มีทุกสิ่งครบถ้วน แต่แล้ววันหนึ่งกลับมีข่าวการจากไปด้วยการฆ่าตัวตาย
จากประสบการณ์การเป็นแพทย์ ที่ได้ดูแลใกล้ชิดผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามาเป็นเวลากว่า 25 ปี หนูจึงใคร่ขอแบ่งปันประสบการณ์ ทั้งในด้านความเข้าใจโรค และวิธีการดูแลรักษาที่เรียบง่ายแต่ได้ผล จากสิ่งที่ได้พบจริง
⸻
2. ความทุกข์ลึกที่สุดของมนุษย์
ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า หรือผู้ที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า แท้จริงแล้วพวกเราทุกคนล้วนมีโอกาสอยู่ในภาวะนี้ได้ทั้งสิ้น ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเป็นคนปกติ มิใช่ “คนบ้า” แต่เป็นผู้ที่มีความทุกข์ในระดับลึกที่สุด ลึกจนถึงที่สุดที่มนุษย์จะทุกข์ได้
ตลอดชีวิตการเป็นแพทย์เกือบ 30 ปี โรคที่สร้างความทุกข์ทรมานแก่ผู้ป่วยมากที่สุดคือ “โรคซึมเศร้า” ทุกข์มากกว่าการเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทุกข์มากกว่าโรคร้ายแรงเช่นโรคเอดส์ เพราะผู้ป่วยโรคเหล่านั้นยังมีช่วงเวลาแห่งความสุข ยังมีความรู้สึกอยากอยู่ต่อ อยากหายป่วย
ตรงกันข้ามกับผู้ป่วยซึมเศร้าที่ความทุกข์นั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา ทุกลมหายใจ ทุกเสี้ยววินาที ทั้งกลางวันและกลางคืน
ผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ได้อยากฆ่าตัวตาย แต่การมีชีวิตอยู่กลับยากเกินทน สิ่งนี้เองที่เราเรียกว่า “death from inside”
⸻
3. เมื่อสิ่งที่รักกลายเป็นความว่างเปล่า
สิ่งที่เคยรัก เคยชอบ ก็กลับไม่รัก ไม่ชอบอีกต่อไป เช่น เคยชอบอ่านหนังสือก็อ่านไม่รู้เรื่อง เคยชอบดูหนังก็ไม่รู้สึกสนุกอีกแล้ว
จิตใจเต็มไปด้วยความทุกข์ แม้แต่ความรักของแม่ที่มีต่อลูกก็ถูกบดบังจนไม่รู้สึกรักลูกอีก เพราะหัวใจของเธอเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่มีที่ว่างเหลือให้สิ่งอื่น เราจึงพบว่ามารดาที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หากคิดจะจบชีวิตตนเอง บางท่านอาจพาลูกจากไปด้วย
⸻
4. สาเหตุและวงจรของโรคซึมเศร้า
โรคซึมเศร้ามีปัจจัยมากมาย เช่น ปมชีวิตในวัยเด็ก พันธุกรรม ปัญหาชีวิต ความเครียด การสูญเสียสิ่งที่รัก หรือการต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต้องการ
หากจะกล่าวอย่างสั้นและเข้าใจง่าย โรคนี้เกิดขึ้นจากการที่คน ๆ หนึ่ง พบความทุกข์ที่หาทางออกไม่ได้ จนสมองเข้าสู่วงจรคิดซ้ำ ๆ หรือ vicious cycle — ยิ่งทุกข์ก็ยิ่งคิด ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์
ตัวอย่าง
ผู้หญิงคนหนึ่งพบว่าคนรักนอกใจ
• หากเลิกกับคนรัก ก็เลิกไม่ได้เพราะยังรักมาก
• หากอยู่ต่อ ก็อยู่ไม่ได้เพราะให้อภัยไม่ได้
• หากขอให้คนรักเลิกกับมือที่สาม คนรักกลับไม่ยอมเลิก
• หากจะยอมรับว่าคนรักมีคนอื่น ก็ไม่สามารถยอมรับได้
นี่คือภาวะ in between — กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไปซ้ายก็ไม่ได้ ไปขวาก็ไม่ดี สุดท้ายกลายเป็นความเครียดเรื้อรังและทุกข์ซ้ำวน
⸻
5. การดิ่งลึกของสมองและร่างกาย
โรคซึมเศร้าไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เป็นผลจากการวนเวียนอยู่กับความทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน
หากความทุกข์สามารถหาทางออกได้ เราก็ไม่เข้าสู่ภาวะซึมเศร้า แต่หากความทุกข์นั้น คิดไม่ตก และ ยอมรับไม่ได้ สมองก็จะเริ่มติดอยู่ในวงจรความทุกข์ และค่อย ๆ ดิ่งลึกลงไปเหมือนตกลงสู่หุบเหว
ต่อมาสมองจะสร้างสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับความเครียดและความทุกข์ เช่น cortisol ซึ่งทำร้ายร่างกายทุกระบบ ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและเริ่มแสดงอาการ
บางคนมือสั่นจนเขียนหนังสือไม่ได้ บางคนแต่งหน้าไม่ได้ เขียนขอบตาเลอะเลือน ทาลิปสติกเกินไปถึงแก้ม สิ่งเหล่านี้มิใช่การละเลย แต่เป็นผลจากโรค
⸻
6. อาการที่บีบคั้นทั้งร่างกายและจิตใจ
• นอนไม่หลับ มือเย็น ปลายเท้าจิก เกร็งทั้งร่างกาย เหงื่อท่วม
• กลัวคนในครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานอย่างไร้เหตุผล
• แยกตัว ไม่อยากพบเจอใคร แม้กระทั่งคนรักหรือเพื่อนสนิท
• กินมากจนน้ำหนักเพิ่มขึ้น 20–30 กิโลกรัม หรือกินไม่ได้ น้ำหนักลดลง 10 กิโลกรัม
• หลับมากจนนอนอยู่ในห้องมืดทั้งวัน หรือกลับกันคือนอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืน
ผู้ป่วยบางกลุ่มเป็นคนเก่ง มีตำแหน่งใหญ่โต มีความรับผิดชอบสูง ภายนอกยิ้มแย้ม แต่ภายในหัวใจกำลังร้องไห้
⸻
7. การทำร้ายตัวเองและการต่อสู้เงียบ ๆ
อาการที่สะเทือนใจคือการกรีดข้อมือ ไม่ใช่เพราะอยากตาย แต่เพราะความเจ็บกายช่วยเบี่ยงเบนความเจ็บใจ แม้เพียงเสี้ยววินาทีก็ยังดี
นี่ทำให้เราเข้าใจว่า ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ไม่ใช่คนอ่อนแอ ตรงกันข้าม พวกเขาเข้มแข็งและต่อสู้อย่างถึงที่สุดแล้ว
⸻
8. ปิดท้ายจดหมายฉบับแรก
จดหมายฉบับแรกนี้ หนูได้เขียนถึงสภาวะจิตใจ ความทุกข์ และความกล้าหาญของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เพื่อให้เราเข้าใจว่าเบื้องหลังของความเงียบและรอยยิ้ม ยังมีหัวใจที่กำลังต่อสู้อย่างสุดกำลัง
ในฉบับต่อไป หนูใคร่ขอเล่าถึงวิธีการดูแลรักษาและการช่วยเหลือผู้ป่วยซึมเศร้า ทั้งจากมุมมองของผู้ดูแล ผู้ใกล้ชิด และตัวผู้ป่วยเอง
กราบขอบพระคุณคุณป้าศรีด้วยความเคารพรักอย่างสูง
พจีพิไล
6 กันยายน 2568
ภาพ: ป้าศรีถ่ายเอง เพื่อประกอบกับบทความนี้โดยเฉพาะ
เป็นภาพของดอกไม้ชื่อ “ดอกบานไม่รู้โรย” ที่ดูเศร้าสร้อยห้อยเหี่ยว
FB: โต๊ะป้าศรี CH Table
31/08/2025
#ระหว่างความสัมพันธ์กับความคิดความเชื่อที่ต่างกัน
~**~**~**~**~**~**~**~**~**~**~**
"สำหรับ “ความคิด-ความเชื่อ” ของเรา
อาจจะไม่ได้เป็นจริง หรือ อาจจะไม่ได้ถูกต้องไปทั้งหมด
หลาย ๆ ครั้ง การยึดติด
กับสิ่งนั้นๆ เมื่อเวลาผ่านไป สักพัก
เมื่อกลับมาย้อนดู อีกที
สิ่งที่ เราเคยยึดถือ ก็อาจดูไร้ค่า และ บางครั้ง อาจไร้สาระ ด้วยซ้ำไป
“แต่ “ความสัมพันธ์” ของเรา
กับใครก็ตาม - เป็นความจริง
และ “มีค่า” มากมาย
อย่ายอมปล่อยให้
“สิ่งไร้ค่า” มาทำลาย “ของมีค่า”
ของเรากันเลย"
ถ้าเราไม่ชอบความเห็นต่าง
ก็พยายามหลีกเลี่ยง
อย่าเข้าไปในที่ ๆ มีความเห็นต่างมากนักเลย
มันไม่ได้จำเป็นนักหรอก
ถอย ๆ ออกมาบ้างก็ได้
แบบนี้ไม่เรียกว่า หนีปัญหาหรอกนะ
แต่เป็นการตั้งตัว-ตั้งสติ ให้ได้ง่ายขึ้นต่างหาก
และก็ไม่ได้เป็นการ “เสียฟอร์ม” อะไรทั้งนั้น
ต่อเมื่อ “สภาวะจิต” ของเรา สมดุลดีขึ้นบ้างแล้ว
หากยังอยากเข้าไปอีก ก็ค่อยเข้าไปใหม่
พอรู้สึกไม่ดี ก็ถอยออกมาอีก
ทำแบบนี้เรื่อยๆ
เราจะค่อยๆ กลายเป็นคนฟังความเห็นต่างได้มากขึ้นเอง
ถ้าทำแบบนี้แล้วยังไม่สามารถรับฟังความเห็นต่างได้จริงๆ
ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย
คนมากกว่าค่อนโลก ก็ไม่ชอบฟังความเห็นต่างอยู่แล้ว
ประเด็นคือ
ไม่ควรปล่อยให้สภาวะจิตที่ไม่สมดุลของเรา
ต่อต้านความเห็นต่างมากเกินไป
จนทำลาย “ความสัมพันธ์” หรือมิตรภาพที่มีอยู่
เพราะในที่ที่มีความเห็นต่าง
ย่อมมีเพื่อนของเรา ญาติของเรา หรือแม้แต่ครูบาอาจารย์
มันไม่คุ้มค่าเลย
หากเรายอมปล่อยให้ “สิ่งไร้ค่า”
มาทำลาย “ของมีค่า” ของเราไป
ได้โปรดพิจารณาไตร่ตรองกันด้วยครับ
~**~**~**~**~**~**~**~**~**~**~**
เครดิตข้อความ : นพ.วิธาน ฐานะวุฑฒ์
*******************************
“เราไม่จำเป็นจะต้องพยายามปกป้องความคิดของเราเลย
เพราะถ้ามันถูกต้อง มันก็ถูกต้อง
และถ้ามันไม่ถูกต้อง แล้วเราจะปกป้องความคิดที่ไม่ถูกต้องนี้ไปทำไมกัน?”
Shantideva, Indian Buddhist Monk
*******************************
เครดิตภาพ : https://share.google/images/faTzAmQckIFMH99Jy
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?