The Sci-Geek Lab
ให้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬาแบบเข้าใจง่ายและนำไปปรับใช้ได้ง่าย
28/01/2026
🧠 Periodization คืออะไร? (แนวคิดของ Tudor Bompa) มาทำความรู้จักการวางแผนการฝึกซ้อมให้นักกีฬาอย่างลึกซึ้งขึ้นกันนะครับ🔥🔥🔥
Periodization คือการวางแผนการฝึกกีฬาอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งเวลาในการฝึกออกเป็นช่วง ๆ แต่ละช่วงมี เป้าหมายการพัฒนา, รูปแบบการฝึก, ปริมาณ (volume) และ ความเข้มข้น (intensity) ที่แตกต่างกัน เป้าหมายสูงสุดคือ 👉 พัฒนาร่างกายให้พีคในเวลาที่ต้องการแข่งขันจริง
🧐Tudor Bompa มองว่า
นักกีฬาจะไม่สามารถซ้อมหนักและพีคได้ตลอดทั้งปี การฝึกจึงต้อง “เรียงลำดับ” การพัฒนาอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ฝึกทุกอย่างพร้อมกัน
📅 โครงสร้างการวางแผนฝึก (Big Picture)
Bompa แบ่งการวางแผนฝึกเป็นลำดับชั้น ได้แก่
🔥Macrocycle → แผนฝึกทั้งปี / ทั้งฤดูกาล
🔥Mesocycle → บล็อกฝึกย่อย (หลายสัปดาห์)
🔥Microcycle → แผนฝึกรายสัปดาห์ / รายวัน
ภายใน Macrocycle หนึ่งรอบ จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลักของ Periodization
🔑 3 ช่วงหลักของ Periodization ตาม Tudor Bompa
1️⃣ Preparatory Phase – ช่วงเตรียมร่างกาย
เป็น “รากฐาน” ของทั้งฤดูกาล เน้นสร้างสมรรถภาพพื้นฐานให้พร้อมสำหรับการฝึกหนักในอนาคต แบ่งย่อยเป็น⬇️
General Preparation (GP)
👉 ฟิตเนสพื้นฐาน, ความทนทาน, strength พื้นฐาน, work capacityS
Specific Preparation (SP)
👉 เริ่มฝึกที่ใกล้เคียงกีฬาจริงมากขึ้น เช่น ความเร็ว พลัง เทคนิคเฉพาะ
✨ลักษณะเด่น
-ปริมาณฝึกสูง
-ความเข้มข้นต่ำ–ปานกลาง
โฟกัส “สร้าง” มากกว่า “พีค”
2️⃣ Competitive Phase – ช่วงแข่งขัน
ช่วงที่ร่างกายถูกพัฒนาไปสู่การใช้งานจริง
เป้าหมายคือ ทำให้สมรรถภาพสูงสุดตรงกับวันแข่งขัน แบ่งย่อยเป็น⬇️
Pre-Competition
👉 ลดปริมาณ เพิ่มความเฉพาะทาง ปรับความเร็วและพลัง
Main Competition
👉 รักษาความฟิต ความเข้มข้นสูง แต่ปริมาณน้อย เพื่อไม่ให้ล้า
✨ลักษณะเด่น
-ปริมาณฝึกลดลง
-ความเข้มข้นสูง
-ฝึกใกล้เคียงการแข่งขันจริงมากที่สุด
3️⃣ Transition Phase – ช่วงฟื้นฟู
ช่วงพักและรีเซ็ตหลังการแข่งขัน
ไม่ใช่การหยุดทั้งหมด แต่เป็นการ ฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ
✨ลักษณะเด่น
-ปริมาณและความเข้มข้นต่ำมาก
-ทำกิจกรรมเบา ๆ หรือ cross-training
เตรียมตัวเข้าสู่รอบฝึกใหม่
🎯 แก่นแนวคิดสำคัญของ Bompa
-การฝึกต้องมี ลำดับขั้น (Sequencing)
-ไม่สามารถพัฒนาทุกสมรรถภาพพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-การพีคที่ดี มาจากการวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่การซ้อมหนักตลอดปี
Periodization คือเครื่องมือของโค้ชในการควบคุม ความก้าวหน้า + การฟื้นตัว
โพสนี้เป็นภาพรวมของ Periodization ตามแนวคิด Tudor Bompa ในโพสถัดไป ผมจะค่อย ๆ เจาะลึกแต่ละหัวข้อ เช่น⬇️
🔥General vs Specific Preparation
🔥การปรับ volume / intensity
🔥การจัด mesocycle และ microcycle
🔥วิธีพีคฟอร์มให้ตรงวันแข่ง
👉 ใครสนใจการฝึกแบบมีระบบ รอติดตามโพสต่อไปได้เลยครับ 💪📊
#วิทยาศาสตร์การกีฬา #กางวางแผนการฝึกซ้อม #กีฬา #นักกีฬา
21/01/2026
🧩 ถ้าเราไม่วาง Periodization หรือ ภาษาไทยคือ การวางแผนการฝึกซ้อม
เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า…นักกีฬากำลังซ้อมหนัก “เกิน” หรือ “พอดี”
Overtraining ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียวแต่มันเกิดจาก ภาระฝึกที่สะสมโดยไม่มีโครงสร้าง
งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาชี้ชัดว่า Periodization คือหัวใจของการพัฒนานักกีฬาในระยะยาว
📚 1) Issurin (2010) : Block Periodization vs Traditional Periodization
Issurin วิเคราะห์งานวิจัยและประสบการณ์จากนักกีฬาระดับสูง พบว่าการฝึกแบบมีPeriodization ที่ชัดเจน ให้ผลดีกว่าการซ้อมแบบ “ทุกอย่างพร้อมกันตลอดเวลา”
✅ ผลดีที่พบ
🎯 พัฒนาศักยภาพได้ตรงเป้า
การแบ่งช่วงฝึก (Block) ทำให้ร่างกายและระบบประสาทปรับตัวได้เต็มที่
🧠 ลดภาวะ Overtraining
เพราะไม่ได้กระตุ้นทุกระบบพร้อมกันตลอด
📈 Performance เพิ่มขึ้นชัดเจน
นักกีฬาที่ใช้ Periodization มี Peak Performance ได้แม่นยำกว่า
🔄 ควบคุม Fatigue ได้ดีกว่า
แยกช่วง “สร้าง” กับ “ฟื้น” ออกจากกันอย่างชัดเจน
📌 ข้อสรุปสำคัญของ Issurin
“การฝึกที่ดีไม่ใช่ฝึกหนักตลอด แต่คือฝึกหนัก ในช่วงที่เหมาะสม”
📚 2) Bompa & Haff (2009) : Periodization: Theory and Methodology of Training
Bompa & Haff ถือเป็น “รากฐาน” ของ Periodization ในวิทยาศาสตร์การกีฬา
✅ ผลดีที่พบ
🧩 ควบคุม Training Load อย่างเป็นระบบลดความเสี่ยง Overreaching / Overtraining
🕒 วางแผนพัฒนาระยะยาว (Long-Term Athlete Development) โดยเฉพาะนักกีฬาเยาวชน
💪 ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น
เพราะมีจังหวะ กระตุ้น → ฟื้นฟู → ปรับตัว
🧠 ระบบประสาทและสมองไม่ล้าสะสมซึ่งสัมพันธ์กับการตัดสินใจและสมาธิในการแข่งขัน
📌 ข้อสรุปสำคัญของ Bompa & Haff
“ถ้าไม่มี Periodization
การฝึกจะกลายเป็นการสะสมความล้า มากกว่าการพัฒนา”
🎯 วิทยาศาสตร์ไม่ได้บอกให้ “ซ้อมน้อยลง”
แต่บอกให้ ซ้อมอย่างมีระบบเพราะการซ้อมหนักถ้าไม่รู้ หนักแค่ไหน และ นานแค่ไหนก็อาจพานักกีฬาไปเจอ Overtraining โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว
🔥หัวข้อต่อไปจะเจาะลึกลายละเอียดการวางแผนการฝึกซ้อม วางแผนการฝึซ้อมมีแบบไหนบ้าง แต่ละช่วงแบ่งยังไง และแต่ละช่วงฝึกอะไร
#การวางแผนการฝึกซ้อม #วิทยาศาสตร์การกีฬา #กีฬา #นักกีฬา
17/01/2026
“โค้ชที่สอนอย่างเดียวแต่ไม่วางระบบ ก็เหมือนคนขับรถที่เหยียบคันเร่งเก่ง แต่ไม่รู้ปลายทางอยู่ไหน”
โค้ชที่ไม่วางแผนเป้าหมายของตัวเองและนักกีฬาให้ชัดเจน นักกีฬาอาจเหนื่อยและซ้อมหนัก แต่ไม่รู้ว่าซ้อมไปเพื่อพัฒนาอะไร และสุดท้ายอาจไม่ถึงเป้าหมายที่ควรจะเป็น
#วิทยาศาสตร์การกีฬา #กีฬา #โค้ช #นักกีฬา
13/01/2026
❗สัญญาณเตือน❗
“ถ้านักกีฬายังไม่เจ็บ…แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า ‘สมอง’ กำลังล้า?”
จากโพสก่อนหน้าเรารู้แล้วว่า Overtraining ไม่ได้ทำร้ายแค่ร่างกาย แต่กระทบสมองก่อน
❓คำถามคือ❓
ถ้าไม่มีอาการเจ็บ สัญญาณเตือนของความล้าจากสมอง (Mental Fatigue) คืออะไร?
📚 จากงานวิจัยด้าน Mental Fatigue
Mental Fatigue and Sports Performance of Athletes: Theoretical Explanation, Influencing Factors, and Intervention Methods by Chang-Hong Wu 1,,†,Yun-Di Zhao 2ORCID,Fu-Qiang Yin 3,Yang Yi 4,†,Lu Geng 1 andXia Xu 5, 2024
พบว่าเมื่อสมองล้า สิ่งที่เปลี่ยนไป “ก่อน” ร่างกายพังคือ
🔸 ความอึดลดลง ทั้งที่ร่างกายยังดูไหวไม่ใช่เพราะหัวใจหรือกล้ามเนื้อ แต่เพราะ รู้สึกเหนื่อยเร็วขึ้น และ รู้สึกว่ามันหนักกว่าปกติ
🔸 สมาธิและการประมวลผลข้อมูลแย่ลงอ่านเกมช้าลง จับจังหวะคู่แข่งไม่ทัน
🔸 การตัดสินใจพลาดมากขึ้น เลือกจังหวะผิดตัดสินใจเร็วเกินไปหรือหุนหันโดยที่ร่างกายยังเคลื่อนไหวได้ดี
🔸 คุณภาพการเล่นตก แต่พลังงานยังเท่าเดิมยังซ้อมครบ ยังวิ่งได้ แต่ความแม่น ความต่อเนื่อง และความคมลดลง
งานวิจัยชี้ว่า✨
ในภาวะ Mental Fatigue ร่างกายไม่ได้เป็นตัวจำกัดหลัก แต่เป็น ความรู้สึกเหนื่อย(Perceived Exertion) และ แรงจูงใจในการพยายาม (Motivation) ที่ลดลงพูดง่าย ๆ คือสมองเริ่มบอกว่า “ไม่ไหว”ทั้งที่ร่างกายยังไม่พังนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักกีฬาบางคนฟอร์มตกตัดสินใจพลาดทั้งที่ยังไม่เจ็บและยังซ้อมหนักเหมือนเดิม
สรุป : ตัวนักกีฬา โค้ช ผู้ปกครอง ลองสังเกตว่านักกีฬามีอาการเหล่านี้ไหมถ้ามีก็ลองกลับมาดูตารางฝึกซ้อมของนักกีฬาเพราะนั้นอาจหมายความว่านักกีฬากำลัง Over Training อยู่ แทนที่ซ้อมเยอะจะเป็นผลดี แต่ อาจส่งผลให้ได้ด้วยนะครับ
#วิทยาศาสตร์การกีฬา #การฝึกซ้อม #การฝึกซ้อมมากเกินไป #กีฬา #นักกีฬา
06/01/2026
“ถ้านักกีฬายังไม่เจ็บ…แปลว่ายังไม่หนักเกินไป จริงหรือ?”❓❓
ในฐานะผู้ปกครอง หรือ โค้ช หลายครั้งเราดูแค่ว่า นักกีฬายังวิ่งได้ / ยังซ้อมไหว / ยังไม่บ่นเจ็บ
แต่มีเรื่องหนึ่งที่เรามักไม่ทันสังเกตคือสมองของเขาอาจล้าก่อนไปแล้ว
📊งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาในปี 2023
Impact of Overtraining on Cognitive Function in Endurance Athletes: A Systematic Review
Published: 08 August 2023
Volume 9, article number 69, (2023)
🧐พบว่า Overtraining หรือ การฝึกซ้อมมากจนเกินไปไม่ได้ทำร้ายแค่ร่างกาย แต่กระทบ “สมอง” ด้วย
งาน Systematic Review (2023) ที่รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับนักกีฬาความอดทน (เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ไตรกีฬา) พบว่า
การฝึกซ้อมหนักเกินไป (Overtraining /Overreaching) ส่งผลเสียต่อ การทำงานของสมอง (Cognitive Function) อย่างชัดเจน
😵 ผลที่พบหลัก ๆ
การตอบสนองช้าลง (Reaction time แย่ลง)
❗สมาธิและความสามารถในการประมวลผลข้อมูลลดลง
❗การตัดสินใจผิดพลาดมากขึ้น
❗บางรายมีพฤติกรรมรีบตัดสินใจหรือหุนหันมากขึ้น
📊 งานวิจัยที่นำมาทบทวนทั้งหมด 7 งาน พบผลในทิศทางเดียวกันว่า
เมื่อภาระฝึกสูงเกินและพักไม่พอ → สมองล้าก่อนที่ร่างกายจะพัง
🧪 เครื่องมือที่ใช้วัด เช่น
Stroop Test / Reaction Time Test
สามารถใช้เป็น สัญญาณเตือนล่วงหน้า ของภาวะ overtraining ได้
โพสต่อๆไปผมจะแยกย่อยใยเรื่องของ
"การฝึกซ้อมมากเกินไปมีผลอย่างไร" / "การพักผ่อนที่เพียงพอก็สำคัญไม่แพ้การซ้อม" และอื่นๆที่จะเสริมให้นะครับ
#วิทยาศาสตร์การกีฬา #การฝึกซ้อม #การฝึกซ้อมมากเกินไป #กีฬา #นักกีฬา
💤ยังอยู่ในเรื่องของการพักผ่อนในนักกีฬานะครับ โดยวันนี้จะมาพูดถึงในเรื่องของสิ่งที่แทบจะเป็นส่วนนึงในชีวิตของหลายๆคนเเล้วนั้นคือ "โทรศัพท์"
📱🖥️โทรศัพท์ หรือ คอมพิวเตอร์ นั้นมี "แสงสีฟ้า" ที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว วันนี้ผมจะเอางานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผลของ "แสงสีฟ้า" กับการพักผ่อนของนักกีฬามาให้อ่านนะครับ
📝ชื่องานวิจัย:Impact of evening blue light exposure timing on sleep, motor, and cognitive performance in young athletes with intermediate chronotype
📊งานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษา : ผลกระทบของช่วงเวลาการสัมผัสแสงสีฟ้าในตอนเย็นต่อการนอนหลับ การเคลื่อนไหว และสมรรถภาพทางปัญญาในนักกีฬาเยาวชนที่มีจังหวะชีวิตปานกลาง
📊 โดยผมสรุปมาให้แบบเข้าใจง่ายๆจากงานวิจัยแล้วดังนี้ครับ
🧠 1) สิ่งที่พบหลัก ๆ
การได้รับแสงสีฟ้าในตอนเย็น ยิ่งดึกยิ่งแย่
BLE(blue light exposure) หลัง 21:00 น. มีผลลบมากที่สุด
😴 2) ผลต่อการนอน
เวลานอนรวมลดลงอย่างชัดเจนคุณภาพการนอนแย่ลง (คะแนน Spiegel/Vis-Morgen ลดลง)
🏃♂️ 3) ผลต่อสมรรถภาพร่างกาย
(Motor Performance)ความแม่นยำในการปาเป้าลดลง (ผลขนาด effect size ถึงระดับ “large”) ระยะเวลาในการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น (ทำงานช้าลงมาก)
🎯 4) ผลต่อสมอง (Cognitive Function)
selective attention แย่ลง โดยเฉพาะเมื่อได้รับ BLE(blue light exposure) หลัง 21:00 น.
🔥สรุปภาพรวมครับ
แสงสีฟ้าในตอนเย็น โดยเฉพาะหลัง 21:00 น.ส่งผลในนักกีฬายังไงบ้างโดยเฉพาะใน "นักกีฬาเยาวชน"
→ นอนแย่ลง
→ ตอบสนองช้าลง
→ ความแม่นยำลดลง
→ สมาธิและความสนใจลดลง
ดังนั้นการลด BLE(blue light exposure) ในตอนเย็นคือหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฝึก การแข่งขัน และการฟื้นตัวของนักกีฬาวัยรุ่น
#การนอนหลับ #การฟื้นฟู #นักกีฬา #นักกีฬาเยาวชน #วิทยาศาสตร์การกีฬา
💤 เรามาเริ่มจากทำความรู้จักกับการนอนกันก่อนนะครับว่ามีกี่ระยะและแต่ละระยะสำคัญยังไงกับนักกีฬา
🛌 การนอนมีกี่ระยะ? ผมจะมาอธิบายแบบให้เข้าใจง่ายๆนะครับ การนอนแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่
➖ NREM sleep (Non-Rapid Eye Movement) – มี 3 ระยะ
➖ REM sleep (Rapid Eye Movement)
รวมทั้งหมดเป็น 4 ระยะ ดังนี้:
1) ระยะที่ 1 – N1 (หลับตื้นมาก เริ่มเข้าสู่การนอน) เหมือนช่วงที่ “ง่วงมาก–กำลังจะหลับ”
กล้ามเนื้อเริ่มผ่อนคลาย สมองยังรับสิ่งเร้าภายนอกได้ง่าย (ปลุกง่ายสุด)
สำหรับนักกีฬา:
ไม่ได้มีผลต่อการฟื้นฟูมาก
เป็นเพียง “ทางผ่าน” ไปสู่การนอนลึก
2) ระยะที่ 2 – N2 (หลับตื้นแต่เริ่มฟื้นฟู)
เป็นระยะที่ใช้เวลามากที่สุดของการนอนทั้งหมด (40–50%) อัตราการเต้นหัวใจและการหายใจเริ่มช้าลงร่างกายเริ่มเข้าสู่โหมดพักจริงๆ
🌟สำคัญต่อนักกีฬาเพราะ:
✅ ช่วยเรื่องการประมวลผลข้อมูลการเคลื่อนไหว
✅ ส่งผลต่อ reaction time, ความแม่นยำ และโฟกัส
❗ถ้าขาดระยะนี้:
❌ สมาธิลดลง
❌ ความเร็วในการตอบสนองช้าลง
❌ เสี่ยงตัดสินใจพลาดในเกม
3) ระยะที่ 3 – N3 (หลับลึก / Deep Sleep)
หรือที่เรียกว่า Slow-wave sleep (SWS)
เป็นระยะที่สำคัญมากที่สุดสำหรับ ฟื้นฟูร่างกายของนักกีฬา
❓ระยะนี้ทำอะไร
✅ ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
✅ เพิ่มการหลั่ง Growth Hormone (ฮอร์โมนเติบโต–ซ่อมแซม)
✅ ฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน
✅ ลดอาการล้าสะสมและ stress ของระบบประสาท
❗ถ้าขาดระยะนี้:
❌ ฟื้นตัวช้าลง
❌ ความเสี่ยงบาดเจ็บสูงขึ้น
❌ กล้ามเนื้อฟื้นไม่ทันซ้อม/แข่ง
❌ ความรู้สึก “หมดแรง ไม่สด” ตอนตื่น
→ สำหรับนักกีฬา: ถือว่าสำคัญที่สุดด้านร่างกาย
4) ระยะ REM (Rapid Eye Movement) – การนอนฝัน เป็นช่วงสมองทำงานสูง แต่กล้ามเนื้อแทบไม่ขยับเน้นการฟื้นฟู “สมองและการเรียนรู้ทักษะ”
🌟สำคัญต่อนักกีฬาเพราะ:
✅ เสริม Motor Learning — การจำทักษะ/รูปแบบการเคลื่อนไหว
✅ ช่วย Consolidate skill ที่ฝึกมาในวันก่อน
✅ เสริมความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาในเกม
✅ ช่วยควบคุมอารมณ์และความกดดันก่อนแข่ง
❗ถ้าขาด REM:
❌ การเรียนรู้ทักษะใหม่ลดลง
❌ อารมณ์เหวี่ยง เครียดง่าย
❌ การอ่านเกมและตัดสินใจแย่ลง
#การนอนหลับ #การฟื้นฟู #นักกีฬา #นักกีฬาเยาวชน #วิทยาศาสตร์การกีฬา
😴🔥 วันแข่ง…ควรให้นักกีฬา “นอนให้เยอะ” หรือ “ตื่นเช้ามาวอร์มอัพ”
🤔 หลายๆคนยังไม่ได้เห็นถึงความสำคัญของการพักผ่อนที่เพียงพอต่อนักกีฬา "เพราะการ "นอนพัก" ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่า "การฝึกทักษะกีฬา"
🏋️ หลายคน—ทั้งโค้ชและผู้ปกครอง—มักเข้าใจไม่เหมือนกัน บางคนบอกให้นอนต่อให้เต็มที่ บางคนบอกต้องตื่นมากระตุ้นร่างกายก่อนแข่ง
🌟 ความจริงคือ…คำตอบมีเหตุผลทางสรีระที่ชัดเจน และอาจต่างจากที่หลายคนคิด
🔥โพสต์ต่อๆ ไป ผมจะอธิบายว่า
• นักกีฬาเด็กควรนอนกี่ชั่วโมง
• การนอนแบ่งเป็นกี่ช่วง
• และคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่า “วันแข่งควรทำอะไรให้ร่างกายพร้อมที่สุด”
ติดตามได้เลยครับ — เรื่องนี้สำคัญมากกว่าแค่ “นอนพอ” หรือ “วอร์มเยอะ” แน่นอน 🏸
#วิทยาศาสตร์การกีฬา #นอนหลับ #การพักผ่อน #การฟื้นฟู #กีฬา #นักกีฬา
Training with Ronfic ❗
ฝึกกับ Ronfic นักกีฬาจะสามารถรู้ได้ว่า 1 สโต๊ค
ออกแรงเท่าไหร่และแรงเริ่มตกตอนไหนเพราะสามารถเห็นค่าการออกแรงได้บนหน้าจอแบบ Real Time❗แบบนี้จะช่วยคุมความเสถียรในการออกแรงของนักกีฬาได้อย่างสม่ำเสมอ🔥💪🔥💪
#วิทยาศาสตร์การกีฬา #กีฬาว่ายน้ำ #นักกีฬาว่ายน้ำ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Nakhon Pathom
73170