Nureeyah Besiness
ทอง 24 เค คุณภาพเลอค่า ราคาบางเบา เราคือเพื่อนกัน
รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม
มีรถต้องรู้นะคะมีรถต้องรู้นะคะ
รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามอย่าลืมใช้สิทธิ์กันนะคะ
ฝรั่งบอกความน่ากลัวของมุสลิมเป็นแบบนี้ค่ะ
12/07/2026
ความรู้ที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ
11/7/69
คดีตัวอย่าง !!
📍ศาลแพ่ง สั่งธนาคารกสิกร ชดใช้ 1 ล้าน คดี ‘ชาล็อต’ ฟ้อง ปมโอนเงิน4ล้านให้มิจฉาชีพ ชี้เป็นการประมาทร่วม
จากกรณี ชาล็อต ออสติน เจ้าของตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 5 Miss Grand Thailand 2022 ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน 4 ล้านบาท พร้อมบังคับให้วิดีโอคอล 24 ชั่วโมง ต่อมาศาลพิพากษาจำคุกมิจฉาชีพ ในข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ฉ้อโกง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ร.บ. ฟอกเงิน พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โทษสูงสุดคือ 7 ปี 150 เดือน และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 4,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี
📍เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ เปิดเผยว่า วันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก คดีนี้ บจ.มิสชาล็อต เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ธ.กสิกร จำเลย ต่อศาลแพ่ง ในข้อหาผิดสัญญาฝากทรัพย์ ทุนทรัพย์ 4,000,000 บาท
โดยโจทก์อ้างว่า โจทก์โอนเงินให้แก่มิจฉาชีพจำนวน 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4,000,000 บาท ซึ่งเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติ และมีความเสี่ยงสูงแต่จำเลยกลับไม่มีมาตรการตรวจจับและแจ้งเตือนโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
ส่วนจำเลยต่อสู้ว่าการทำธุรกรรมของโจทก์นั้น เป็นธุรกรรมปกติ อีกทั้ง จำเลยยังมีระบบป้องกันและระบบตรวจจับการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ
ศาลวินิจฉัยว่าการโอนเงินครั้งแรกจำนวนสองล้านบาทนั้น เป็นธุรกรรมปกติที่จำเลยไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า เป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ส่วนการโอนเงินครั้งที่สองและครั้งที่สาม จำนวนสองล้านบาทนั้น ถือเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติ เนื่องจากมีการโอนกันในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน
แต่เนื่องจากความเสียหาย จำนวนสองล้านบาทดังกล่าว โจทก์ก็มีส่วนประมาทอยู่ด้วย ศาลจึงวินิจฉัยให้โจทก์และจำเลยรับผิดคนละกึ่งหนึ่ง
พิพากษาให้จำเลยชดใช้เงินแก่โจทก์จำนวน 1,00,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. 2567 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้น ค่าขึ้นศาลให้ชดใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีและกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท
รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม
27/05/2026
เอาที่พวกคุณสบายใจค่ะ
รู้ไหมครับ มีเมืองหนึ่งในอินโดนีเซีย ที่มุสลิมไม่เชือดวัวในวันอีดิ้ลอัฎฮา มา 500 ปีแล้ว
เมืองนี้ชื่อ กูดุส อยู่บนเกาะชวา ทั้งที่ในอิสลามเชือดวัวเป็น "กุรบาน" หรือสัตว์พลีในวันอีดได้ตามปกติ แต่คนที่นี่กลับเลือกใช้ "ควาย" แทน
แล้วใครเป็นคนสั่ง?
คำตอบอยู่ที่หนึ่งในเก้าวลี หรือนักบุญผู้เผยแผ่อิสลามในเกาะชวา ที่เรียกกันว่า "วลีซองโง" ท่านชื่อ ซูนัน กูดุส หรือชื่อจริงว่า ญะอ์ฟัร ชอดิก
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 16 ตอนที่ท่านเข้ามาเผยแผ่อิสลามที่นี่ ชาวกูดุสส่วนใหญ่ยังเป็นฮินดู ที่นับถือวัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์
ท่านจึงออกคำวินิจฉัยทางศาสนา หรือ "ฟัตวา" ห้ามเชือดวัว
ไม่ใช่เพราะอิสลามห้าม แต่เพื่อไม่ทำร้ายจิตใจคนต่างศาสนาที่อยู่รอบตัว
และมีรายงานกล่าวว่า ท่านถึงขั้นเอาวัวมาผูกหน้ามัสยิด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ส่วนตัวท่านเอง ก็ไม่กินเนื้อวัวเลย
แล้วเรื่องนี้จบยังไง?
คำตอบคือ ไม่จบครับ
เพราะปี 2026 นี้ ชาวกูดุสก็ยังใช้ควายแทนวัวในวันอีดเหมือนเดิม 500 ปีผ่านไป ประเพณีนี้ก็ยังไม่หาย และนักวิชาการเรียกหลักคิดแบบนี้ว่า
"ฟิกฮ์ อัล-เอาละวียาต" หรือ "หลักการจัดลำดับความสำคัญในศาสนา" คือการรู้ว่าสิ่งไหนควรมาก่อน สิ่งไหนควรมาทีหลัง
ลองคิดตามดูนะครับ
มุสลิมไทยที่อยู่ในสังคมหลากหลายวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศกรุงเทพฯ ที่นั่งกินข้าวกับเพื่อนพุทธ หรือชุมชนในต่างจังหวัดที่อยู่กับวัดข้างบ้านมาตั้งแต่เด็ก เราอยู่ในบริบทที่ใกล้เคียงกับชาวกูดุสเมื่อ 500 ปีก่อนมาก...
ซูนัน กูดุส เคยสอนไว้ว่า การเชิญชวนสู่อิสลามที่แท้จริง ไม่ใช่การเปลี่ยนใคร แต่คือการไม่ทำให้เขาเจ็บ
แล้วในชีวิตประจำวันของคุณ มีเรื่องไหนบ้างที่คุณ "เลือกไม่ทำ" เพื่อรักษาความรู้สึกของคนต่างศาสนารอบตัว?
มาคอมเมนต์แชร์ให้หมิงและคนอื่นๆ ฟังกันครับ เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่กำลังหาคำตอบเรื่องนี้อยู่
ปล.ฟัตวาของซูนัน กูดุส เป็นเรื่องเฉพาะถิ่น ไม่ใช่ข้อบังคับทั่วไป
อามีน
17/02/2026
ควรอ่านให้จบค่ะ
"Ghosting" (หายไปเฉยๆ): มารยาทที่อิสลามไม่ส่งเสริม
ในยุค 2026 เราเห็นคนหายไปจากการแชท หายไปจากการร่วมงาน หรือแม้แต่หายไปจากความสัมพันธ์โดยไม่มีคำล่ำลา แม้สังคมจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ในอิสลาม "คำพูดและการกระทำของเรา" มีผลผูกพันทางบัญชีความดีความชอบครับ
1. สิทธิของเพื่อนมนุษย์ (Haqq al-Adamiyy)
หัวใจของมุสลิมคือการไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น การ Ghosting ทำให้คนอีกฝั่งเกิดความกังวล สงสัย และด้อยค่าตัวเอง ซึ่งเป็นการทำร้ายความรู้สึกที่รุนแรง ท่านนบี ﷺ สอนให้เรามีความชัดเจนและรักษาความรู้สึกของผู้อื่นเสมอ
2. มุสลิมต้องรักษา "คำมั่นสัญญา"
การนัดหมาย หรือการเริ่มต้นความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว คือการให้สัญญาทางอ้อม หากเราไม่สามารถไปต่อได้ หรือต้องการจบความสัมพันธ์ การพูดความจริงอย่างสุภาพ (Qawlan Ma’rufa) คือสิ่งที่ควรทำมากกว่าการหนีหายไปเฉยๆ เพราะมุสลิมที่แท้จริงคือผู้ที่รักษาอามานะฮ์
3. ศิลปะการบอกลาแบบ "อิหฺซาน" (ดีงาม)
อิสลามสอนให้เราทำสิ่งต่างๆ อย่างดีที่สุด แม้แต่การจบกัน:
ชัดเจนแต่สุภาพ: "ขอโทษนะ ฉันคิดว่าเราอาจจะไม่สะดวกที่จะคุยต่อในตอนนี้"
ให้เหตุผลสั้นๆ: เพื่อให้อีกฝ่ายไม่ต้องเดาจนฟุ้งซ่าน
จบด้วยดุอาอ์: "ขอให้อัลลอฮ์ทรงประทานสิ่งที่ดีกว่าให้คุณนะ"
บทสรุป: อย่าทิ้ง "ขยะ" ไว้ในใจใคร
การจบความสัมพันธ์อย่างสง่างาม คือมารยาทของคนมีอีหม่าน อย่าปล่อยให้ชื่อของเราถูกจำในฐานะ "คนที่หายไปเฉยๆ" แต่จงถูกจำในฐานะ "คนที่มีมารยาทแม้ในวันที่ต้องลาจาก" ครับ
10/02/2026
"Gen Z มุสลิม" กับการหาความสมดุลระหว่างสองโลก
ความท้าทายของคน "สองโลก"
เป็น Gen Z มุสลิมไม่ง่ายเลยใช่ไหมครับ? ในมือถือมีแจ้งเตือนเทรนด์ใหม่ๆ ตลอดเวลา เพื่อนร่วมงานชวนไปตี้ แต่อีกใจก็มีเสียงอาซานเตือนให้กลับไปหาพระเจ้า หลายคนรู้สึกว่าตัวเองกำลัง "ใช้ชีวิตสองหน้า"
หน้าหนึ่งคือคนทันสมัย แต่อีกหน้าคือมุสลิมที่พยายามเคร่งครัด ความจริงก็คือ... เราไม่จำเป็นต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง แต่เราต้อง "บูรณาการ" มันเข้าด้วยกันครับ
1. โซเชียลมีเดีย: เครื่องมือหรือนาย?
Gen Z ใช้ชีวิตในโลกออนไลน์เป็นหลัก
- ความสมดุล: อย่าให้การ "เลื่อนหน้าจอ" มาเบียดบังเวลา "เลื่อนมือขอพร" (ดุอาอ์)
- วิธีแก้: ลองตั้งเวลา Screen Time และใช้โซเชียลเป็นช่องทางสะสมผลบุญ (Digital Sadaqah) เช่น การแชร์แง่คิดดีๆ หรือการใช้มารยาทมุสลิมในคอมเมนต์
2. ความสำเร็จ: นิยามใหม่ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข
โลกบอกว่าเราต้องรวย ต้องดัง ต้องมี Passive Income ตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ
- ความสมดุล: อิสลามไม่ห้ามความรวย แต่สอนว่า "ความสำเร็จที่แท้จริงคือความสงบใจ" (Falah)
- วิธีแก้: ทำงานให้สุดความสามารถ (Ihsan) แต่ต้องไม่ลืมว่าริซกีมาจากอัลลอฮ์ การทำงานโดยไม่ทิ้งละหมาด คือการดึงบะรอกัต (ความประเสริฐ) เข้าสู่กระเป๋าสตางค์ของเรา
3. ตัวตน: เป็นตัวเองที่เป็นมุสลิม
การหาความสมดุลไม่ใช่การ "ลดทอน" ความเป็นมุสลิมลงเพื่อให้เข้ากับสังคมได้
- ความสมดุล: ยิ่งเราชัดเจนในจุดยืน (Identity) คนจะยิ่งเคารพเรา
- วิธีแก้: ไม่ต้องอายที่จะบอกเพื่อนว่า "ขอไปละหมาดแป๊บนึงนะ" หรือ "ฉันดื่มไม่ได้" ความมั่นใจในตัวตนนี่แหละคือเสน่ห์ที่โลกโหยหา
บทสรุป: สองโลกที่เกื้อกูลกัน
โลกดุนยานี้คือ "ทางผ่าน" และอาคีเราะฮ์คือ "เป้าหมาย" มุสลิม Gen Z ที่ฉลาดคือคนที่ใช้ความทันสมัยของโลกนี้เป็นพาหนะพาเราไปสู่ความสำเร็จในโลกหน้าได้อย่างสง่างามครับ
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Nureeyah Besiness โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ