Dr. Sasikan Tanayapong

Dr. Sasikan Tanayapong

แชร์

แพทย์สาวประเภทสอง ให้ข้อมูลด้านเวชศาสตร์ความงามและชะลอวัย

23/08/2026

ทุกวันนี้เจอแต่คน insecure (ไม่มีความมั่นคงในจิตใจ) เยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แพร่กระจายไวกว่าระเบิดปรมาณูซะอีก บ้างก็เกิดจากทั้งการเลี้ยงดูในวัยเด็ก แพร่มาจากปมของผู้เลี้ยงดู บ้างก็มาเป็นทีหลัง หลังจากประสบกับความสูญเสียหรือผิดหวังในชีวิต แต่มันไม่ได้เป็นข้ออ้างที่จะไปทำให้คนอื่นต้อง insecure ตามไปด้วย ด้วยพฤติกรรมที่ไม่ปกติของคุณ
เกริ่นก่อนว่าตอนนี้สภาพจิตใจและหัวใจแข็งแรงดี แต่ดันไปเจอโพสต์นึง มันทำให้ฉุกคิดเรื่องนี้ขึ้นมาพอดี
เป็นโพสต์ขอบคุณคนที่มาร่วมแสดงความยินดีกับเหตุการณ์บางอย่างของผู้ชายคนนึง
แล้วเค้าก็ทิ้งท้ายว่า ขออโหสิกรรมให้กับความกวนตีนในอดีต ที่เคยไปทำใครไว้ เพราะทุกคนล้วนต้องมีความทุกข์เป็นธรรมดา อ่านแล้วก็เอ๊ะ ตรรกะมันแปลกๆ เหมือนจะขอโทษ แต่อ่านแล้วก็ไม่น่าให้อภัย
ใช่ค่ะ มันเคยมีเหตุการณ์แว้บๆเกิดขึ้นระหว่างเราสองคน ที่ทั้งตอนนั้นและตอนนี้ก็ไม่ได้คิดอะไร มีการทักมาชวนคุย นัดเจอกัน แต่ก็ล่มทุกครั้ง ไม่ทราบสาเหตุ แล้วก็หายกันไป เราก็ได้แต่คิดว่า ก็อยู่ของชั้นดีๆ เปิดรับคนแบบนี้เข้ามาได้ไงนะ
แล้วมันมีคนประเภทนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆนะ แพร่ไวยิ่งกว่าโควิดระบาด เพราะความไม่มั่นคงของคนคนนึง มันส่งต่อให้อีกคนได้ง่ายๆ แล้วต่างคนต่างก็แพร่เชื้อไปให้คนอื่นๆ ที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วยต่อไปไม่รู้จบ
สิ่งนึงที่จะจบวงจรที่คิดออกตอนนี้ คือ เปิดรับคนเข้ามาในชีวิตให้น้อยลง คัดกรองให้ดีขึ้น แต่มันก็ยาก เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราเองก็ทำกิจกรรมเยอะมาก แต่ไม่เอาใครมาใส่ใจ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะเป็นคุณหรือโทษต่อเรา เออ พบว่ามัน happy ขึ้นนะ ไม่คาดหวัง ไม่กดดัน เน้นเข้าใจตัวเองก็พอ แล้วชีวิตมันจะคัดกรองคนที่แค่ผ่านเข้ามา ออกไปแบบไวมาก เหลือแค่คนที่ศีลเสมอกัน
อยากทิ้งท้ายตรงนี้ว่า เข้าใจตั้งแต่ตอนที่เคยแว้บๆคุยกันละว่าเค้าเป็นคนยังไง พอได้อ่านโพสต์นี้ยาวๆก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้น ว่า อ่อ เพิ่งสูญเสียมา แต่ไม่ว่าคุณจะเจออะไรมา ชั้นเข้าใจคุณนะ เข้าใจแต่กูไม่โอเค แค่ขอโทษมันไม่พอ ขอเหอะ อย่าเอาความไม่มั่นคงไปทำร้ายใครอีก อยู่คนเดียว อยู่กับคนรอบตัวไปซะ อย่าแพร่ความไม่มั่นคงให้คนอื่นอีก
แล้วชีวิตตอนนี้ก็ happy แบบพอดีๆ ไม่สุขไม่ทุกข์เกินไป เรียกว่า กลางๆ เพราะเราไม่เอาหัวใจไปไว้ที่ใครคนอื่น นอกจากตัวเอง 🖤

01/06/2026

ตามหาเสียงข้างในให้พบ แล้วความสุขสงบจะตามมาเอง 🥰

เริ่มต้นเดือนแห่ง pride month ขอพูดอะไรที่เกี่ยวกับตัวเองแบบจริงจังหน่อย เรื่องที่ขบคิดมานาน จนคิดว่าเริ่มตกตะกอน

ฟารู้สึกนึกคิดแบบผู้หญิงมาตั้งแต่จำความได้ เราไม่ได้อยากเป็นผู้หญิง แต่ตระหนักได้อย่างแท้จริงว่าเราเป็นผู้หญิง แค่เกิดมาผิดร่าง ประโยคนี้มันเข้าได้เต็มๆกับนิยามของ “หญิงข้ามเพศ” หรือที่คนไทยเรียกติดปากอย่างสุภาพว่า “สาวประเภทสอง”

ด้วยความเป็นเด็ก ฟาเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็นเกย์ แล้วเลยเถิดคิดไปว่า เกย์ทุกคนก็คิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิง แต่โตมาถึงได้รู้ว่า เรามันคนละสปีชีส์กัน55 เกย์คือชายที่ชอบชาย คือคนที่ยังมองว่าตัวตนคือชาย ซึ่งต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง

เหตุนี้จึงทำให้ความสัมพันธ์รักในวัยรุ่นพังมาตลอด เพราะดันไปคบกับเกย์ แล้วเราก็รู้ว่ามันไม่ใช่ แล้วก็งงอยู่พักใหญ่ ทำไมเค้าสาววะ เค้าชอบผู้ชายเหมือนกับเรานิหว่า อ่าวทำไมเค้าไม่ชอบเราแล้ว…สุดท้ายจบแบบงงๆ

ด้วยความสับสนที่ไม่เคยได้รับคำตอบ ฟาจึงใช้ชีวิตแบบคนไม่มีเพศมายาวนาน ไม่มีสัมพันธ์รัก มีแต่เรียนๆๆๆ มีแอบชอบเพื่อนผู้ชาย ชอบรุ่นพี่บ้าง แต่ก็เอาพลังทั้งหมดทุ่มไปกับหน้าที่ของตัวเองคือการเรียน จนจบหมอ

ความใฝ่ฝันที่ทำให้อยากเป็นหมอ คือฟาจะเป็นจิตแพทย์ แต่ฝันกลับพังทลาย เพราะหญิงข้ามเพศในสมัยนั้นถูกจัดเป็นโรคหนึ่งทางจิตเวช ทำให้ฟาไม่ได้เป็นจิตแพทย์ การถูกปฏิเสธครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเกิดขึ้นตอนนั้น โลกแทบพัง ไม่ใช่แค่จะเอายังไงกับชีวิตการงานต่อ แต่มันกระทบตัวตนอย่างจัง ตามที่บอกไปว่า ฟาเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองคือเกย์

ใช้เวลาอยู่หลายเดือนในการรวบรวมสติแล้วตัดสินใจกลับไปใช้ทุนที่ยะลาบ้านเกิดอยู่กับป๊าม้า เมื่อค้นพบตัวตนแล้ว ฟาค่อยๆเปลี่ยนร่างกายตัวเองทีละนิด เพื่อให้เป็นไปตามเพศสภาพทางจิตใจของเรา แต่เราอยู่ในเมืองมุสลิม ซึ่งแค่เกย์ก็รับได้ยากแล้ว หญิงข้ามเพศจะเหลือหรอ แต่โชคดีมากที่ป๊าม้าไม่แสดงอาการรังเกียจอะไรเลย เค้าทำเหมือนทุกอย่างปกติ ด้วยท่าทีที่เป็นห่วงว่าลูกจะเอาตัวรอดในสังคมได้มั้ย

ทุกวันที่ทำงานจะได้ยินคำถามว่าหมอเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง และสายตาที่มองแปลกๆ เริ่มมีการกระทบกระทั่งทางวาจาเกิดขึ้นกับคนไข้ ตอนนั้นแผลใจได้ถูกเปิดอีกครั้ง “ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา” หลังใช้ทุน 1 ปีกับ 9 เดือน ตัดสินใจลาออกแล้วจ่ายเงินค่าปรับที่ใช้ทุนไม่ครบ 3 ปี

หลังจากนั้นฟาออกไปเริ่มต้นทำงานเป็นหมอความงามที่พัทยาคนเดียว เป็นการอยู่คนเดียวแบบที่ไม่มีป๊าม้า ญาติพี่น้องเลย แล้วก็ได้เปลี่ยนตัวเองครั้งยิ่งใหญ่คือทำหน้าอกและผ่าตัดแปลงเพศ โดยทำเสร็จแล้วถึงได้บอกป๊าม้า สิ่งสะเทือนใจอย่างนึงคือ วันผ่าตัดแปลงเพศเป็นวันฉลองแซยิดของป๊า หลังผ่าเสร็จออกมาในห้องพักฟื้น ฟาเห็นป๊าม้า ก๊อโบ้ แพร (พี่ชาย น้องสาว) ยืนเกาะกระจกดูอาการด้วยความเป็นห่วง แล้วฟาก็หลับไปด้วยความเพลีย

ช่วงนั้นเริ่มมีความสัมพันธ์รักกับผู้ชาย ที่สังคมไทยเรียกว่า “ชายแท้” คนแรกคบ 4 ปี อีกคน 2 ปี จบไม่สวยทั้งคู่ เพราะปัญหาเรื่องเงิน แน่นอนอิชั้นเป็นฝ่ายเปย์ค่ะ เปย์จนแทบไม่เหลือเงินเก็บ กู้หนี้ยืมสินมาเปย์ จนเพิ่งเคลียร์หมดเมื่อ 4 ปีก่อน

ระยะหลังมานี้ก็เข้าสู่ความสัมพันธ์บ้าง แต่ไม่ถึงปีก็จบลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนนึงคงเป็นเพราะว่าการกลัวถูกปฏิเสธที่ฝังใจมานาน ทำให้เราเลือกคนที่ไม่เข้ากันเพียงเพราะ “คิดว่าเค้ารักเรา” ยอมเลือกคนที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ เพราะต้องการการยอมรับ แล้วเราก็เป็นฝ่ายจบความสัมพันธ์ทุกครั้งเมื่อเห็นว่าไปกันไม่ได้ เพื่อเลี่ยงการถูกปฏิเสธ

ล่าสุดโสดมาได้ 3 เดือน มีเวลาขบคิดกับตัวเองมากขึ้น เริ่มตกผลึกอีกเรื่องคือที่ผ่านมาเราพยายามเป็นผู้หญิงมากเกินไป มีภาพผู้หญิงในอุดมคติว่า ต้องอ่อนน้อม เป็นฝ่ายยอม แต่แท้จริงแล้วไม่ว่าชายหรือหญิง ทุกคนไม่ได้มีแค่ด้านเดียว ฟาจึงผลักดันพลังงานอีกด้านมากขึ้น ช่วงนี้เพื่อนๆเลยได้เห็นฟาเที่ยวเกาะคนเดียวบ้าง ตีเทนนิสบ้าง หากิจกรรมลุยๆทำมากขึ้น ล่าสุดเมื่อวานเพิ่งเรียนดำน้ำ เป็นการตอกย้ำว่า เออ ออกนอกกรอบก็ดีนิหว่า มีโลกกว้างให้เราออกไปเจออีกเยอะ รู้สึกว่าชีวิตสนุกขึ้น มีความสุขขึ้นเยอะเลย

อยากบอกทุกคนว่า การตามหาและยอมรับตัวเองสำหรับหลายๆคนมันไม่ง่าย โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เกิดมาอยู่ในขนบของสังคมที่วางไว้ แต่ถ้าคุณไม่หยุดเดิน วันนึงคุณจะเจอตัวตน เจอคุณค่าของตัวเอง แล้วคุณจะค้นพบความสุข

ทุกวันนี้เรียกได้ว่าเพิ่งเริ่มต้นเจอตัวเองในแบบที่เป็นเรา ยังคงค้นหา ตามหาต่อไป ขอบคุณสำหรับทุกมิตรภาพและกำลังใจ แล้วมาเดินทางไปด้วยกันนะคะ 💗

Happy Pride Month 🏳️‍🌈🏳️‍⚧️⚧️💕💝

14/11/2025

ใครบอกว่าอุดมการณ์กินไม่ได้ ที่มีชีวิตดีมีเงินใช้อยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะอุดมการณ์นี่แหละ

เพียงแค่มันไม่ง่ายค่ะ ตลอดการเดินทาง 15 ปี ในวิชาชีพนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ แต่ไม่เคยนึกเสียดายเลยกับสิ่งที่เคยสูญเสียไป เพราะเรามีอุดมการณ์ในการทำงานและการใช้ชีวิตที่ชัดเจน

นั่นก็คือ First is do no harm.

เป็นหลักอันดับหนึ่งของความเป็นแพทย์ค่ะ แปลเป็นไทยก็คือ “อันดับแรก คือห้ามทำให้เกิดอันตรายแก่คนไข้”

แปลไทยเป็นไทยอีกทีก็คือ ไม่ว่าจะทำหัตถการหรือการตัดสินใจใดลงไปแก่คนไข้ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ห้ามก่อให้เกิดความเสียหายเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว

มันจึงไม่ง่ายที่จะยึดหลักนี้ในการเป็นหมอความงาม เพราะในโลกธุรกิจ เงินคืออันดับหนึ่ง แต่ดิฉันสามารถยึดหลักนี้แล้วประกอบอาชีพนี้ไปได้ด้วยกันอย่างสมดุลย์ แม้จะต้องผ่านความผิดหวังหรือเสียใจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

เคยถูกหลายคลินิกเลิกจ้าง เพียงเพราะลดจำนวนฟิลเลอร์ที่จะฉีดบนหน้าคนไข้ลง เนื่องจากเราเห็นว่ามันเยอะเกินไป แต่มันไปกระทบยอดของเซล กระทบผลประกอบการของคลินิก จึงถูกเชิญออก (ไล่ออกนั่นแหละ)

แล้วชีวิตก็เดินทางมาถึงจุดที่เลือกได้ประมาณหนึ่ง เพราะประสบการณ์เรามากขึ้น ภาษีก็ดีขึ้นตาม ปัจจุบันทำงานกับคลินิกที่ให้ความยืดหยุ่นแก่เราในระดับหนึ่ง ที่จะสามารถเลือกทำหรือเลือกไม่ทำหัตถการใดกับลูกค้าก็ได้ ตามดุลพินิจ

แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ดิฉันนี่แหละเป็นเซลตัวดีเลย ขายเก่งมาก เผลอๆเก่งกว่าเซลหลายคนซะอีก แม้ยอดขายเมื่อแรกเจอกับลูกค้าอาจจะยังไม่เยอะ แต่ลูกค้าคนนั้นจะเป็นลูกค้าประจำของเรา ที่จะซื้อซ้ำไม่รู้จบ เพราะเขาไว้ใจในอุดมการณ์และทัศนคติของหมอ นี่คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจคลินิกที่เราทำงานด้วยยังอยู่รอดได้ แล้วเจ้าของก็ยังจ้างเราต่อไป

ผิดกับหลายคลินิกที่ใช้วิธีขายเหมือนกองโจร คือทุบหัวลูกค้าเข้าคลินิกแล้วยัดเยียดขายยังกับอีแร้งที่หิวซากศพ กลัวว่าถ้าไม่ทำแบบนี้จะไม่สามารถขายได้อีก แต่ที่ไหนได้ นั่นแหละคือครั้งแรก ครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายที่คุณจะเจอลูกค้าคนนี้… และแล้วคลินิกแบบนี้ก็เริ่มทยอยล้มหายตายจากกันไป

แต่แล้ววันนึงได้ไปทำงานกับสาขาหนึ่งที่เรียกว่าดูดพลังชีวิตไปมาก เพราะชุดความคิดของผู้จัดการคือขายให้ได้ยอดมากที่สุด แล้วหมอประจำสาขาก็ตามน้ำซะด้วย พอเราได้ไปร่วมงาน ก็ต้องจูนทัศนคติกันยกใหญ่ เวลาผ่านไปก็ดีขึ้นนะ ไปกันได้ดี แต่ด้วยสถานการณ์ที่ผ่านมายอดขายตก เค้าก็ต้องหาวิธีเอาตัวรอดแบบเดิมๆ คือ hard sell จนสุดท้ายเราก็พ่ายแพ้ต่อความไม่เข้ากัน เพราะเราตัวคนเดียวในสาขา จิตตกจนไม่อยากทำงานไปช่วงนึงเลย พอได้กลับมาที่ กทม คิดทบทวนแล้ว ก็ยอมรับว่าถ้าไปอีกคงทนไม่ไหวแน่ๆ จนต้องขอไม่ไปสาขานั้นอีก ซึ่งผู้บริหารก็น่ารักมาก จัดให้ตามคำขอ

หลังจากนั้นไม่นานสภาพจิตใจก็ดีขึ้น เมื่อได้ร่วมงานกับคนที่มีทัศคติไปในทางเดียวกัน คุณค่าที่ยึดถือก็ไม่ถูกสั่นคลอน ความสนุกในการทำงานก็ค่อยๆกลับมา พลังงานในการลุยงานก็ถูกชาร์จจนเต็มอีกครั้งหนึ่ง

แกเอ๊ยยย เป็นหมอฟานี่มันไม่ง่ายเลยว่ะ 😅

สุดท้ายอยากชวนคิดหน่อยค่ะ ว่าอุดมการณ์ที่คุณใช้ในชีวิตหรือการทำงาน นำพาคุณไปอยู่จุดไหนบ้าง กว่าจะผ่านอุปสรรคต่างๆที่ขัดกับอุดมการณ์ กว่าจะอดทนอยู่กับความขัดแย้งในใจมาได้ ชีวิตต้องเสียอะไรไปบ้าง แล้วในที่สุดคุณได้อะไรที่ยิ่งใหญ่มาแทน แชร์กันได้นะคะ ❤️

Photos from Dr. Sasikan Tanayapong's post 23/10/2025

ขอบคุณพี่ ๆ ไรเดอร์ ที่ไม่ตะแคงกล่องพิซซ่านะครับ ☺️

First impression เกิดขึ้นทันทีที่เห็นข้อความนี้ หลังสั่งพิซซ่ามาทาน แม้จะพิมพ์ผิด เป็น น่ะครับ แทนที่จะเป็น นะครับ แต่มนุษย์เยอะสิ่งอย่างอิชั้นก็ปล่อยผ่านค่ะ เพราะเกิดความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น 😚

ขอบคุณที่ไม่… ก็มีความหมายเดียวกับคำว่าอย่าหรือห้าม แต่ทุกคนรู้สึกเหมือนกันใช่ไหมคะ ว่ามันทำให้เรารู้สึกดีกว่ามาก รู้สึกเต็มใจที่จะทำตาม ไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ

ใช่ค่ะ นี่คือหนึ่งในจิตวิทยาการสื่อสาร ที่ตัวเราเองให้ความสำคัญมากขึ้น

ตามห้องน้ำในที่สาธารณะ มักมีข้อความ ห้ามหรืออย่าทิ้งกระดาษชำระหรือผ้าอนามัยลงในโถชักโครกบ่อย ๆ แต่ก็ยังเห็นทิ้งกันเกลื่อน ถ้าเค้าลองมาใช้คำว่าขอบคุณที่ไม่… ส่วนตัวคิดว่าคนอาจจะให้ความร่วมมือมากขึ้นก็ได้นะ

กลับมาเรื่องพิซซ่ากันต่อ พอได้ทานก็รู้สึกว่าอร่อยมากจริง ๆ เป็นพิซซ่าโฮมเมดเตาถ่านที่เครื่องแน่น ชีสเยอะ อร่อยมากมากเลยค่ะ ยิ่งเจอความประทับใจแรกในข้อความที่เห็นยิ่งทำให้รู้สึกอร่อยเข้าไปอีก จากเดิมเป็นคนที่แทบจะไม่รีวิวอะไรเท่าไหร่กลายเป็นช่วยไปรีวิวร้านในแพลตฟอร์มให้ แล้วร้านนี้ก็กลายเป็นร้านโปรดของเราแน่นอน ไว้สั่งอีกบ่อย ๆ นะคะ 😘

17/10/2025

ป๊า ทำไมลูกๆป๊าตั้งใจเรียนทุกคนเลยอะ ? 🧐🤓

เมื่อคืนก่อนเลิกงาน เคสหมดละ เลยนั่งดู podcast ไหนเล่าซิ ที่มียิปซี เนะ และปาย 3 สาวออกมาเม้ามอย Ep นี้เกี่ยวกับ คติการใช้ชีวิตของแต่ละคน

น่าจะ 2 ใน 3 หรือทั้ง 3 คนเลยมั้งที่พูดเหมือนกันว่า ถูกสอนให้มีวินัยตั้งแต่เด็กๆ โดยพ่อแม่ใช้วิธีที่ต่างกัน เราเลยย้อนมองตัวเองว่า เออจริงสิ วินัยนี่แหละ นี่นำพาลูกพ่อค้าแม่ค้าอย่างเรา และพี่น้องมีชีวิตดีกว่าคนส่วนใหญ่ได้อย่างทุกวันนี้

กลับมาคอนโด อาบน้ำเสร็จเลยโทรหาป๊า แล้วยิงคำถามเลยว่า ทำไมลูกๆป๊าตั้งใจเรียนทุกคนเลยอะ แล้วฟาเองก็ไม่เคยรู้สึกว่าถูกบังคับเลยนะ มันอยากทำเอง

ป๊าเล่าให้ฟังว่า ป๊าม้าเองเป็นคนมีวินัยอยู่แล้ว เลยปลูกฝังวินัยให้กับลูกๆด้วย ตั้งแต่เล็กๆ ปลุกให้ตื่นเช้า 6.30 - 7.00 น มั้งไม่แน่ใจ แต่เป็นแบบนี้ทุกวัน อาบน้ำ กินข้าวเช้า เค้าเองก็ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ตั้งใจทำงาน ดูแลลูกๆอย่างดี

ป๊าเป็นลูกคนจีนแท้ๆ มีพี่น้องอีก 7 คน ถือว่าเป็นลูกชังเลยค่ะ ป๊ามีออกนอกลู่บ้าง แต่สุดท้ายด้วยความมีวินัย ตั้งใจดี และเป็นคนเรียนเก่ง จึงกลับมาเป็นผู้เป็นคนได้

ม้าเป็นลูกแม่ค้า เชื้อไทย > จีน ยายเป็นแม่ค้า ตาเป็นครูที่เข้มงวดมาก หม่าม้าช่วยยายขายของตั้งแต่เล็กๆ เพราะเป็นลูกสาวคนเดียวกับพี่น้องชายอีก 5 คน ม้าเลยได้เรียนน้อย แต่เป็นคนขยันและมีวินัย พอมีเจอกับป๊า วินัย + วินัย เลยส่งผ่าน DNA และสอนลูกๆ ให้มีวินัยได้แบบเต็มๆ

ฟาเองเดิมเป็นเด็กผู้ชายที่เรียนกลางๆ ป๊าไม่ได้เคี่ยวเข็ญ แต่แค่สอนให้มีวินัย สอนกระบวนการความคิดอย่างมีเหตุผล ที่เหลือก็ go on the flow ซึ่งเป็นเรื่องที่เรียกว่าโชคดีมาก เพราะบ้านเราเน้นกระบวนการ ไม่ได้เน้นผลลัพธ์ เหตุนี้จึงทำให้เรารู้สึกไม่ถูกกดดัน แล้วสามารถทำต่อไปได้เป็นขั้นเป็นตอน จนติดเป็นนิสัยมีวินัย มีความมุ่งมั่น และรักดี เราเริ่มฉายแววเรียนเก่งตั้งแต่ประถมปลาย คนที่เร่งปฏิกิริยานี้ได้อย่างชัดเจน คือคุณครูอรุณ แกเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในจังหวัดยะลา คอยเคี่ยวเข็ญให้เด็กๆตั้งใจเรียน จนฟาเกาะกลุ่มได้และโดดเด่นในช่วงมอต้น จนสอบเข้าได้มอปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แล้วก็สอบติดหมอจุฬาเป็นรอบแรกของ entrace รุ่นสุดท้าย จับผลัดจับผลูมาเป็นหมอความงาม จนมาเป็นหมอฟาแบบในทุกวันนี้

ปกติไม่ค่อย deep talk กันในครอบครัวกันแบบนี้เท่าไหร่ รอบนี้คุยกันนานประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนจบป๊าก็พูดขึ้นว่า เสียดายจังน่าจะอัดคลิปนี้ไปให้แพร (น้องสาว) ฟัง เพราะตอนนี้นางก็มีลูกชายวัยเกือบ 4 ขวบ แต่เราก็เห็นอยู่แล้วว่าน้องสอนให้ลูกมีวินัยด้วยเหมือนกัน แต่ก็ปล่อยให้เล่นได้อย่างอิสระได้ตามสมควร สิ่งไหนที่ควรมีวินัยก็ต้องเคร่งครัด ส่วนสิ่งไหนที่ปล่อยจอยได้ก็ให้หลานเล่นอย่างอิสระ

โพสต์นี้เลยตั้งใจขออวยยศป๊าซะหน่อย ป๊าเพิ่งอายุครบ 71 ปี ในวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา รู้สึกโชคดีจังที่มีป๊าม้าเป็นพ่อแม่ โชคดีที่ตัวเองถูกสอนให้มีวินัยมาตั้งแต่เด็ก จนเป็นตัวเองที่ถือว่าเป็นผู้เป็นคนที่ดีในระดับหนึ่งในสังคมได้อย่างทุกวันนี้ ขอบคุณป๊าม้านะคะ รักป๊าม้าที่สุดเลย 💗 #วินัย

30/04/2025

รักมากแค่ไหนก็ได้ แต่อย่ารักใครจนเค้าเป็น serotonin (ลมหายใจ) ของเรา 😮‍💨

หลายๆคน คงเคยรู้จักสารสื่อประสาท หรือ neurotransmitters 3 ตัวที่เกี่ยวข้องกับความสุขกันใช่มั้ยคะ ถ้าใครไม่เคยได้ยิน หมอฟาขอสรุปสั้นๆ (มั้ง🥲) ดังนี้

❤️ แรกรัก หรือที่เรียกว่าหลง ร่างกายเราจะหลั่ง dopamine ออกมามากขึ้น เป็นสารสื่อประสาทที่เกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกฟิน จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เป็น reward system ทำให้เราเคลิบเคลิ้ม ซึ่งจะเกิดขึ้นแค่แป๊บเดียว แล้วก็จะลดลงในเวลาอันสั้น ถ้าได้รับตัวกระตุ้นใหม่ ก็ต้องกระตุ้นรุนแรงกว่าเดิม dopamine จึงจะมีระดับใกล้เคียงกับตอนแรก จึงทำให้เกิดอาการเสพติดได้ คือต้องกระตุ้นบ่อยๆ และแรงขึ้นเรื่อยๆ สารตัวนี้จึงเป็นสารแห่งความสุขชั่วคราว ที่ไม่คงทนถาวร และจางหายไปอย่างรวดเร็ว

💝 เมื่อเราอยู่กับใครนานๆ เราจะหลั่ง oxytocin มากขึ้น ซึ่งเป็นสารแห่งความรัก ความผูกพัน ทำให้เรายึดติด เมื่อเวลาผ่านไป อาจจะไม่ได้รู้สึกซาบซ่านแบบตอนแรก แต่ก็ขาดกันไม่ได้ เรียกว่าตัวติดกันเลยทีเดียว

🤍 ตัวสุดท้ายคือสารสื่อประสาทแห่งคนโสดหรือคนที่รักสันโดษ (อันนี้หมอฟาคิดเอง😆) คือ serotonin เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับความสุขสงบภายในใจ เป็นความรู้สึกนิ่งๆ ไม่หวือหวา ไม่ยึดติด เข้าใกล้จะบรรลุละ 🤣 จึงถือว่า serotonin เป็นหนึ่งในสารกลุ่ม mood stabilizer หรือสารที่ทำให้อารมณ์สงบนิ่งนั่นเอง สารตัวนี้มักจะเกิดขึ้นในสภาวะที่เรารู้สึกพอดี พึงพอใจในตัวเอง … ใช่ค่ะ เกิดขึ้นเมื่อเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง ไม่เกี่ยวกับคนหรือสิ่งอื่น แต่ แต่ ถ้าเรารักใครมากซะจนยึดเค้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของเรา แล้ววันหนึ่งวันใดเราขาดเค้าขึ้นมา เราจะแย่ยิ่งกว่าเราขาดรัก หรือขาดความหวือหวาในชีวิตอีกนะคะ เรียกได้ว่า แทบไม่เหลืออะไรเลย

ซึ่งในคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามักจะมีระดับ serotonin ต่ำค่ะ หนึ่งในการรักษาคือใช้ยาเพื่อเพิ่มระดับ seorotonin ในร่างกายนั้นเอง

หมอฟาจึงขออุปมาตามหัวข้อไว้ว่า อย่ารักใครจนเค้าเป็นลมหายใจของเรา รักแต่พอดี และที่สำคัญคือรักตัวเองให้เป็นก่อนที่จะรักใครด้วยนะคะ แล้วไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ความสูญเสียนั้นๆจะทำร้ายเราได้เพียงส่วนหนึ่ง แต่ไม่ทั้งหมด เพราะเรายังเหลือ serotonin หรือความรักให้ตัวเอง เพื่อโอบกอดตัวเรา ในวันที่เศร้าหรือสูญเสียสิ่งที่รักไป รักและสวัสดีค่ะ 🤍🥰

แผ่นดินไหวกับความรัก ช่วงเวลานั้นคุณคิดถึงอะไร? | Open Relationship EP.125 23/04/2025

ชอบตอนท้ายที่อาจารย์พูดว่า ขณะเกิดภัยพิบัติ คนที่เรานึกถึงคือคนที่มีความหมายกับเรา แสดงถึงตัวตนและเป็นความสุขของเราอย่างแท้จริง ถ้าคุณยังจัดลำดับความสำคัญในชีวิตไม่ถูก จงใช้โอกาสนี้ จัดเรียงความสำคัญในชีวิตซะใหม่

คนคนนั้นของเพื่อนๆคือใคร ของเราคือ ป๊าม้า และถัดมาคือผู้ชายในโพสต์ที่แล้ว ที่เราไม่กล้าแม้แต่จะทักไปถามไถ่ ได้แต่รักและเป็นห่วงอยู่ห่างๆ 🖤🤍☺️

แผ่นดินไหวกับความรัก ช่วงเวลานั้นคุณคิดถึงอะไร? | Open Relationship EP.125 เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายและความสูญเสียเฉพาะในเชิงกายภาพเท่านั้น แต่ยังส่.....

22/04/2025

ฉากโรสตอนแก่ ที่พูดก่อนโยนเพชรสีน้ำเงินรูปหัวใจ หรือ Heart of Ocean ลงมหาสมุทรว่า “หัวใจผู้หญิงลึกยิ่งกว่ามหาสมุทร” ตอนแรกๆที่ดูยังไม่ค่อยอิน จนมาเจอเข้ากับตัวเอง แล้วตอนนี้ก็โยนเพชรก้อนนั้นทิ้งลงมหาสมุทรแล้วเหมือนกัน 💙

มีผู้ชายคนนึงที่เราเคยคุยด้วย คุยกันทุกวัน เป็นเวลาพอสมควร แต่ไม่เคยได้เจอกัน วันนึงต้องหยุดลง เพราะทางบ้านผู้ชายไม่โอเคกับเพศสภาพเรา เลยตกลงเป็นเพื่อนกัน แล้วก็ยังติดต่อกันอยู่ ทุกครั้งที่เงียบหายกันไปแล้วกลับมาคุยกันอีก ความรู้สึกเรายังเหมือนเดิม แต่ก็มีเหตุให้ต้องหยุดติดต่อกัน มาวันนี้ได้รับข่าวว่าเค้าจดทะเบียนสมรสละ นี่ก็คิดว่าตัวเองจะเจ็บ แต่ไม่เลย กลับรู้สึกยินดีที่เค้ามีความสุข

หัวใจผู้หญิงบางคน อาจเก็บใครไว้ข้างใน กาลเวลาไม่เคยทำให้ความรู้สึกเปลี่ยน มันแค่เปลี่ยนสถานะของเรา ไม่ต้องเป็นอะไรกัน ไม่ต้องคุยกันทุกวัน หรืออาจไม่ต้องคุยกันอีกเลย แต่เค้าก็จะไม่ไปไหน..อยู่ลึกๆข้างในแบบนี้แหละดีแล้ว … Heart of Mine 💗

19/04/2025

5 วิธีง่ายๆที่จะทำให้เค้าหายไปภายใน 7 วัน

1. บอกมอร์นิ่งและกู๊ดไนท์ ทุกวัน
2. คอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ และ support จิตใจเค้าอย่างสม่ำเสมอ
3. เป็นผู้ฟังที่ดี
4. ชวนเค้าทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ เช่น ออกกำลังกาย เล่นกีฬา อ่านหนังสือ หรือฟัง podcast
5. คุยกับเค้าคนเดียว ใครเข้ามาก็ไม่ว่อกแว่ก

คนโง่ เค้าจะไม่เห็นคุณค่าของคนดีๆ และโลกนี้เต็มไปด้วยคนโง่มากพอแล้ว เราอย่าโง่ไปอีกคน เดินออกมาค่ะ โอบรับคุณค่าในตัวเอง อย่าทนอยู่กับคน toxic … ใช่ค่ะ มันไม่ง่าย แต่วันนึงมันจะทำได้ เวลาเท่านั้นที่ช่วยเยียวยาใจ ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่รักจริงและซื่อสัตย์นะคะ มันมีที่ยืนสำหรับคนแบบคุณเสมอ อย่างน้อยก็ในใจตัวเราเอง รัก 💗

หมอเนียนนี by พี่หมอฟา 👩🏻‍⚕️

27/01/2025

ซินเจียหยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วตั่วไก๋ ขอให้ชาวเพจของหมอฟาร่ำรวย สุขภาพดี มีความสุขมากๆ ด้วยเทอญ สาธุ 🧧🦁❤️💰😘 🐉🐲🏮🧨🧧🇨🇳🎎🏯㊙️

ต้องการให้ธุรกิจของคุณขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในหมวด ร้านเสริมสวย ที่ Surat Thani หรือไม่?
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ

หมวดหมู่

เว็บไซต์

ที่อยู่

Surat Thani

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Dr. Sasikan Tanayapong โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

สมัครรับข่าวสาร

เราจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีความเคลื่อนไหวใน Surat Thani