Spa Delivery
ยินดีต้อนรับ เข้าสู่ร้านสปาร์หน้า ?
16/10/2020
🔥อยากทำออนไลน์นะ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี🔥
ต้องที่นี่⭐️เปิดรับคนในพื้นที่ และ จังหวัดใกล้เคียง
ธุรกิจเปิดใหม่มาแรง 2020
✅>>เปิดตัวแบรนด์ใหม่
07/09/2015
เคล็ดไม่ลับ ปากอมชมพู
4 Steps How to ปากชมพูแน่นอน | Dek-D.com มาดู 4 ขั้นตอนง่ายๆ ริมฝีปากอมชมพูแน่นอน
15/01/2014
ดูแลผิว ให้สวยสมวัย ในทุกฤดู
สาวๆ Spa Delivery ส่วนใหญ่ น่าจะอยู่ในวัยเรียน วัยเริ่มทำงานกันใช่หรือเปล่า เผลอๆ บางอาจจะอยู่ประถมต้นกันด้วยซ้ำ ดังนั้นวันนี้ Spa Delivery จึงนำความรู้สำหรับเทคนิคการดูแลผิวพรรณสำหรับสาวๆ หรือหนุ่มๆ ที่รักความสวยงาม ชอบดูแลตัวเอง มาฝากกันค่ะ
วิธีดูแลผิวหน้าให้สดใส ขณะพักผ่อนไม่เพียงพอ
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคที่ชีวิตมีแต่ความเร่งรีบ เวลาเป็นเงินเป็นทอง และแข่งขันกันสูงอย่างในปัจจุบัน ทำให้คุณภาพชีวิตของหลาย ๆ คนแย่ลง ทั้งจากการที่ทานอาหารไม่ตรงเวลา ไม่ถูกสุขลักษณะ ดื่มน้ำสะอาดและได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เครียดจากหน้าที่การงาน ขาดการออกกำลังกาย รวมไปถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้สุขภาพร่างกายและสุขภาพผิวพรรณทรุดโทรมรุดหน้าเกินกว่าวัย
- มีปัญหาหน้ามันและมีสิวเห่อ
ต้องพยายามรักษาหน้าให้แห้งมากขึ้น ด้วยการล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้าที่มีสารช่วยลดความมันบนใบหน้า กลุ่ม AHA BHA ซึ่งก็มีข้อควรระวังคือ อาจเกิดอาการระคายเคืองหากไม่เคยใช้มาก่อน ดังนั้นควรเริ่มใช้จากปริมาณและความถี่น้อย ๆ ก่อนสักระยะ และควรพบแพทย์หากมีสิวมากขึ้นเพื่อรับยากลุ่มยาฆ่าเชื้อทั้งรูปทาหรือทาน เพื่อไม่ให้มีสิวอักเสบมากเกินไป เนื่องจากสิวอักเสบเหล่านี้จะทิ้งแผลและรอยดำในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการล้างหน้าบ่อยขึ้น หรือแกะ บีบสิว เนื่องจากจะทำให้อาการโดยรวมยิ่งแย่ลง จนกลายเป็นหลุมสิวหรือสิวอักเสบเรื้อรังในที่สุด
- ผิวแพ้มาก
มีอาการแสบ แห้ง ลอก หรืออาการแพ้ ผื่นคัน ควรหาครีมบำรุงที่ไม่กระตุ้นการเกิดสิวมาใช้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวที่อ่อนแอและสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ซึ่งครีมบำรุงนี้จะทำให้อาการแสบแดงแห้งลอกทุเลาลงได้ นอกจากนั้นควรหาครีมที่มีส่วนประกอบของสารออกฤทธิ์กดการสร้างของเซลล์เม็ดสี เช่นวิตามินซีมาใช้ รวมถึงทานวิตามินเสริมในกลุ่มวิตามินซี วิตามินบี วิตามินอี และกลูตาไธโอน เพื่อยับยั้งการสร้างเม็ดสีที่มากขึ้นในช่วงเวลาที่พักผ่อนน้อย
- หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัด ๆ
หากต้องถูกแดดเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็ควรจะใช้ครีมกันแดดชนิดมีค่า SPF สูง ๆ และ PA +++ เนื่องจากช่วงนี้ผิวหน้าอ่อนแอมาก และมีปัจจัยที่ทำให้ดำคล้ำได้ง่าย ถ้ายิ่งถูกแดดก็จะยิ่งกระตุ้นให้ผิวดำคล้ำมากขึ้น นอกจากนี้ ข้อดี คือ ช่วยลดความมันของผิวและไม่กระตุ้นให้เกิดสิวอีกด้วย
- พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หากปัญหาการแพ้หรือสิวเป็นมากขึ้น ควรรีบพบแพทย์แต่เนิ่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ลุกลาม แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกดสิวหรือฉีดสิวโดยไม่จำเป็น เนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหาระยะยาวได้มาก ทั้งเรื่องหลุมสิว รอยดำ และปัญหาสิวเรื้อรัง
- ดื่มน้ำให้มาก
ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณมากขึ้นมากกว่าปกติ เนื่องจากช่วงนี้ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้ง่าย จากการที่กระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันและ Collagen ของผิวหนังอ่อนแอลง
เคล็ดลับดูแลหน้า
การนอนพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีโอกาสได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพื่อผิวสุขภาพดี แข็งแรง ขาวใส ไม่มีสิว
24/12/2013
เคล็ดลับผิวสวย บำรุงผิวหน้ารับลมหนาว
"ผิวแห้ง" เป็นผลมาจากครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ในผิวหนังระเหยไปตามธรรมชาติผ่านผิวหนังของเราทุกวัน โดยที่เราไม่รู้ตัว ในช่วงหน้าหนาว หลายคนชอบอาบน้ำอุ่นแก้หนาวกัน แต่ก็มักจะเจอกับปัญหาผิวแห้งตามมา
-เคล็ดลับการอาบน้ำอุ่นและลดอาการผิวแห้ง คือ หลังอาบน้ำเสร็จ 3 นาที ให้ทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวทันที หรือหันมาดื่มน้ำอุ่นแทนการอาบน้ำก็ได้ ถือเป็นการบำรุงภายในสู่ภายนอก โดยเฉพาะการดื่มน้ำหลังจากตื่นนอนก็เป็นการล้างสิ่งสกปรกออกจากลำไส้ ขับเหงื่อได้ดี ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง
-สำหรับการทำความสะอาดผิวกาย อาจใช้สบู่อ่อนก็เพียงพอแล้ว ถ้ามีผิวแห้งมากควรใช้ครีมบำรุงผิวเป็นตัวช่วย ใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทาใบหน้าและตัว ควรงดการใช้สบู่สำหรับสครับ ขัดถูใบหน้า การใช้ครีมบางตัว เช่น กรดผลไม้ กรดวิตามินเอ ครีมรักษาสิว (เช่น เบนซอยล์ เพอร์ออกไซด์) โลชันทาสิว (เช่น กำมะถัน) ต้องระวัง เพราะทำให้ผิวแห้งระคายเคืองได้ง่าย ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรทายาให้น้อยลงหรืองดเป็นช่วงๆ
-สภาพอากาศแห้งในหน้าหนาวทำให้ผิวแห้งได้ง่าย ผลิตภัณฑ์บางชนิดทำให้ผิวแห้งมากยิ่งขึ้น ควรระมัดระวังในการใช้ อย่างพวกเจลล้างมือแบบไม่ใช้น้ำ ด้วยส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะทำให้มือแห้งและเล็บเปราะได้ง่าย สบู่ที่มีฟองเป็นตัวการที่ทำให้ผิวแห้งได้อย่างมาก เพราะสารที่ทำให้เกิดฟอง จะทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติ ส่วนชายหนุ่มที่ชอบทาลิปบาล์มโดยเฉพาะประเภททาแล้วเย็นที่มีส่วนผสมของเมนทอลและการบูร จะทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้นนะครับ ช่วงนี้งดใช้ไปก่อนค่ะ
ขอบคุณข้อมูล www.chicministry.com และ News.Springnewstv.tv
สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับ เข้าสู่ร้านสปาร์หน้า ดิลิเวอรี่ ค่ะ
รับบริการ สปาร์หน้า
-ขัดหน้า นวดหน้า มาคร์หน้า 300.-
-ลอกสิวเสี้ยน 150.-
-ปรึกษาปัญหาสิว ทั้งผิวธรรมดา ผิวแห้ง และผิวมัน Free!!!
**พิเศษวันนี้ ปิด1ครอส์ 5ครั้ง ในราคา 1,500.- แถมสปาหน้าฟรี1ครั้ง
สินค้าสปาร์ ระดับเคาร์เตอร์แบรนชั้นนำ ติด1ใน5แบรนดังของโลก
*มีระบบทดลองการแพ้ก่อนใช้ ค่ะ
สนใจติดต่อสอบถ้าก่อนได้ค่ะ
07/12/2013
12 เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อ หน้าใส ไร้ริ้วรอยกันเถอะค่ะ
1. ไม่ควรนอนดึกหรืออดนอน
แม้ก่อนหน้านี้จะเคยใช้เวลาช่วงกลางคืนหมดไปกับการอ่านหนังสือ ดูหนัง ดูละคร หรือจะทำงานก็ตาม แต่ถ้าอยาก หน้าใส ไร้ริ้วรอย เมื่อถึงเวลาหัวค่ำแล้วก็ควรเข้านอนให้ตรงเวลาซะ หยุดกิจกรรมที่เคยชินเสียเดี๋ยวนี้ ร่างกายจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
2. ควรดื่มน้ำในปริมาณอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
ซึ่งน้ำในที่นี้ไม่นับพวกน้ำหวาน น้ำอัดลม แต่ต้องเป็นน้ำเปล่าที่สะอาด ไม่เย็นหรือร้อนจนเกินไป เพราะเมื่อเราดื่มน้ำอย่างเพียงพอแล้ว ปัญหาผิวแห้งหรือผิวเป็นขุยจะหมดไป แถมทำให้ดวงตาดูสดใส ผิวอวบอิ่มไร้ริ้วรอยอีกด้วย
3. ไม่ลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
และควรบริหารหน้าด้วยการนวด หรือง่ายๆ แค่ขยับปากพูดคำว่า “อา อี เอ โอ อู” แค่นี้กล้ามเนื้อหน้าก็จะได้รับการดูแลไม่ให้เหี่ยวย่น
4. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
และเครื่องดื่มจำพวกน้ำชา กาแฟ ไม่อย่างนั้นริ้วรอยจะมาเคาะประตูถามหาอย่างแน่นอน อีกทั้งต้องงดการสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่คือตัวอันตรายที่จะทำให้หน้าของคุณดูแก่เกินอายุ
5. หลีกเลี่ยงการตากแดดเป็นเวลานาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงแดดที่แรงจัด มิเช่นนั้นหน้าของคุณจะแก่ก่อนวัยโดยที่ไม่รู้ตัว แต่ถ้าหากจำเป็นต้องเผชิญกับแสงแดด ก็อย่าลืมใช้ครีมกันแดด SPF สูงๆ ทาป้องกันก่อนเดินทางออกจากบ้าน
6. ใช้โลชั่นอย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความเสี่ยงหรืออยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้แก่ง่าย เช่น ในห้องแอร์ฯ ที่หนาวจัด ถ้าอยู่นานๆ ความเย็นที่ติดลบก็จะทำลายผิวหน้าของคุณ
7. ทำความสะอาดร่างกาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใบหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ ยิ่งหากคุณเป็นสิวด้วยแล้ว คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสำหรับการรักษาสิวเท่านั้น โดยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA จะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณลื่นขึ้น ที่สำคัญห้ามแกะ แคะ บีบ เกา บริเวณที่เป็นสิวอย่างเด็ดขาด
8. ความเครียด
ก็เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้หน้าคุณหมองคล้ำ ความเครียดเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องงาน เงิน ครอบครัว หรือความรัก เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัญหาใดเกิดขึ้นมารบกวนจิตใจคุณ ก็จงอย่าเครียด ค่อยๆ แก้ไขอย่างมีสติ และพยายามสงบใจไม่ให้เป็นทุกข์
9. หากคุณเป็นคนผิวแห้ง
ก็ควรต้องใช้มอยส์เจอไรเซอร์ก่อนนอนทุกครั้ง และถ้ามีส่วนใดที่แห้งเป็นพิเศษ ควรที่จะใช้โลชั่นที่มี AHA ทาให้ทั่วบริเวณ แต่ถ้าคุณเป็นคนหน้ามัน ก็แนะนำให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ชนิดเจลจะเหมาะกว่าชนิดครีม
10. อย่าใช้มือสัมผัส จับ ลูบ ถูใบหน้าในช่วงระหว่างวัน
และคุณควรจำไว้ให้ขึ้นใจว่า ทุกครั้งเมื่อไปถึงที่ทำงาน หรือทันทีที่กลับถึงบ้านต้องล้างมือก่อนเสมอ เพราะมือของเราจับต้องสิ่งสกปรกเชื้อโรค ฝุ่นละอองต่างๆ มาตลอดทั้งวัน และการที่คุณจะเผลอเอามือไปจับหน้าจับตาอาจทำให้สิวขึ้นใบหน้าได้
11. ล้างเครื่องสำอางออกอย่างระมัดระวัง
เพื่อความปลอดภัยให้คุณล้างมาสคาราหรืออายแชโดว์ ด้วยเครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน ทั้งนี้เพื่อมิให้น้ำมันที่ว่าแทรกซึมไปตามผิวหนังส่วนอื่นๆ เพราะอาจจะไปกระตุ้นหรือระคายเคืองผิว ซึ่งอาจนำไปสู่การกำเนิดสิว
12. หากคุณมีปัญหาเรื่องผิวหน้าไม่เรียบ
หมองคล้ำ เป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นสิว เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็ตามแต่ที่เกี่ยวกับผิวหน้า ควรจะไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจะดีกว่าไปนั่งปรึกษาตามเคาน์เตอร์เสริมความงามอย่างแน่นอน
ขอบคุณที่มาจาก : ศูนย์เลเซอร์และศัลยกรรมความงาม รพ.เกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์
07/12/2013
ฝ้า ปัญหาผิวหน้าที่ไม่ควรมองข้าม
ฝ้า เป็นผื่นสีน้ำตาลที่ใบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถวแก้ม จมูก หน้าผาก คาง หรือบริเวณที่ถูกแสงแดด ผื่นมักจะเกิดขึ้นทีละน้อยช้า ๆ และมักเป็นเหมือนกันทั้ง 2 ข้างของใบหน้า การที่ผื่นมีสีน้ำตาลเพราะมีการเพิ่มจำนวนเม็ดสีที่ผิวหนัง ฝ้า มักเป็นช่วงวัยกลางคน ช่วงอายุ 30-40 ปี ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย
สาเหตุที่ทำให้เกิด ฝ้า ได้แก่
1. แสงแดด เชื่อว่า เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ในแสงแดดมีแสงอัลตราไวโอเลต ทั้งช่วงคลื่นที่เรียก A และ B ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้าหรือทำให้ฝ้าเป็นมากขึ้น
2. ฮอร์โมน พบผู้ป่วยเป็นฝ้าขณะตั้งครรภ์หรือรับประทานยาคุมกำเนิดได้บ่อย หลังคลอดหรือหยุดยาผื่นอาจจางลง จึงเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศ น่าจะเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดฝ้า ในคนที่มีแนวโน้มที่จะเป็นอยู่
3. ยา พบว่าผู้ป่วยที่รับประทานยากันชักบางประเภท มีผื่นดำคล้ำรอยฝ้าขึ้นบริเวณใบหน้า จึงเชื่อว่ายานี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดฝ้า
4. เครื่องสำอาง การแพ้ส่วนผสมในเครื่องสำอางอาจทำให้เกิดรอยดำแบบฝ้าได้ ส่วนผสมเหล่านี้อาจเป็นพวกสารให้กลิ่นหอมหรือสี แต่ก็พบน้อย
5. พันธุกรรม อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการเกิดฝ้า เนื่องจากพบฝ้าได้บ่อยในคนเอเชียมากกว่าคนผิวขาว แต่อย่างไรก็ตามอุบัติการนี้อาจไม่ใช่ผลจากพันธุกรรมจริงแต่อาจเป็นอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมหรือแสงแดดก็เป็นได้
แนวทางการรักษา ฝ้า
หลักการรักษาฝ้าก็คือ พยายามหาสาเหตุ และแก้ไขหรือหลีกเลี่ยง เช่น ถ้าฝ้าเกิดจากการรับประทานยาคุมกำเนิด ก็อาจปรึกษาแพทย์เปลี่ยนไปคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ใช้ยากันแดดที่มีประสิทธิภาพดี และหลีกเลี่ยงแสงแดดเท่าที่สามารถจะทำได้ ส่วนการทำให้ผื่นฝ้าจางลงนั้น วิธีที่ดีที่สุด คือการใช้ยาทา ซึ่งยาทารักษาฝ้ามีหลายชนิดเช่นยาในกลุ่มสารไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ ยาทาประเภทคอร์ติโคสเตอรอยด์ กรดอะเซลาอิค เป็นต้น ยาทาเหล่านี้มีทั้งผลดีและฤทธิ์ข้างเคียง การใช้ยาโดยเลือกให้เกิดผลดี และไม่เกิดผลข้างเคียง หรือเกิดน้อยที่สุดนั้น ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ไม่ควรไปซื้อยาทาเองไปเรื่อย ๆ ซึ่งในท้ายสุดมักจะเกิดฤทธิ์ข้างเคียงจากยาทา ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูแย่กว่าเกิดด้วยซ้ำไป สำหรับการรักษาอื่น ๆ เช่น การลอกหน้าด้วยสารเคมีอาจทำให้ฝ้าจางลงได้ แต่การทำต้องอาศัยความชำนาญและระวังอย่างมาก แนะนำว่าควรทำโดยแพทย์ผิวหนังการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ และวิธีไอออนโตฟอเรซิสผลการรักษายังไม่แน่นอน ยังต้องอาศัยการศึกษาติดตามผล
คำถามที่สำคัญมากก็คือ ฝ้าเมื่อรักษาแล้วจะหายขาดหรือไม่ คำตอบคือขึ้นกับสาเหตุและชนิดของฝ้า เช่น ฝ้าที่เกิดจากการรับประทานยาคุมกำเนิด หรือเกิดระหว่างตั้งครรภ์ ถ้าหยุดยาหรือหลังคลอด ฝ้าจะค่อย ๆ จางหายไป แต่ผู้ป่วยบางรายอาจหายไม่หมด เนื่องจากอาจยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดฝ้าอีก เช่นแสงแดด เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ถ้าแก้ไขไม่ได้ ฝ้าก็จะเป็นอยู่นาน นอกจากนี้ฝ้าชนิดที่เป็นตื้น ๆ ก็จะหายเร็วและตอบสนองต่อการรักษาดีกว่าฝ้าชนิดลึก ๆ เมื่อรักษาฝ้าจนใบหน้าดูดี สิ่งที่ควรปฏิบัติต่ออย่างยิ่ง คือ การหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือแสงแดด และใช้ยากันแดดที่มีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ฝ้ากลับมาเป็นอีก
ขอบคุณที่มาจาก : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
07/12/2013
เคล็ดลับดูแล ผิวสวย รับหน้าหนาว
ลมหนาวมาเยือนทีไร หนุ่มสาวทุกวัยมักจะวิตกกังวลและวิ่งวุ่นหาผู้ช่วยเพื่อการดูแลผิวพรรณกันเป็นพิเศษ ยิ่งลมหนาวในบ้านเราที่กลางวันก็ต้องเจอกับแสงแดดจ้า ทั้งลมหนาว ฝุ่นควัน ทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้น และแห้งมากเป็นพิเศษ การดูแลผิวพรรณในช่วงหน้าหนาวจึงต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ
เทคนิคในการดูแลผิวพรรณใน ฤดูหนาว นี้ว่าไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ใส่ใจและให้เวลากับการบำรุงผิวพรรณให้มากเท่านั้นเอง ซึ่งแบ่งการดูแลผิวพรรณได้ 2 ส่วน คือ การดูแลผิวหน้า และ การดูแลผิวกาย เพราะผิวทั้ง 2 ส่วนนี้ ต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน
การดูแลรักษาผิวหน้า
เราควรรักษาความชุ่มชื้นของผิวด้วยมอยเจอไรเซอร์มากเป็นพิเศษ โดยเริ่มต้นการบำรุงผิวรอบดวงตาก่อน เพราะเป็นจุดที่อ่อนโยนและบอบบาง ถ้าเราใช้ครีมบำรุงผิวอย่างอื่นก่อนก็อาจจะมีส่วนของเนื้อครีมที่ตกค้างอยู่ที่นิ้วมือมาผสมกับครีมบำรุงรอบดวงตา อาจทำให้เนื้อครีมบำรุงผิวรอบดวงตานั้นเสื่อมสภาพไปได้ ส่วนการใช้ครีมบำรุงผิวหน้า ควรเลือกชนิดของครีมที่เหมาะกับสภาพผิวหน้าที่แท้จริงของแต่ละคน โดยมีเคล็ดลับสำคัญ คือ ต้องเลือกใช้ครีมให้เหมาะสมกับช่วงเวลา ใช้เดย์ครีมสำหรับกลางวัน และไนท์ครีมสำหรับช่วงค่ำ ตั้งแต่19.00 น.เป็นต้นไป
การดูแลรักษาผิวกาย
การบำรุงผิวกายมีความจำเป็นไม่แพ้การบำรุงใบหน้า ยิ่งหน้าหนาวขอย้ำว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด วิธีง่ายแสนง่าย ที่ทำได้เลยทันทีก็คือ ให้ออยล์ใส ชโลมให้ทั่วร่างกายหลังอาบน้ำ ใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มซับผิวเพียงเบาๆ แล้วจึงบำรุงด้วยครีมทาผิวที่เหมาะกับสภาพผิวให้ทั่วร่างกาย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้คงความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญตรงช่วงรอยต่อของข้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหัวเข่า ข้อศอก บริเวณมือ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพราะจะแห้งง่าย และผิวบริเวณดังกล่าวมักจะด้านเป็นพิเศษ จึงควรมีครีมเฉพาะจุดที่มีความเข้มข้นพิเศษ พกติดตัวไว้ ก็จะเป็นผู้ช่วยประจำวันได้เป็นอย่างดี ครีมบำรุงผิวเปรียบเสมือนเสื้อผ้าอาภรณ์ชั้นดีที่คอยป้องกันผิวจากแสงแดด สายลม รวมถึงฝุ่นละอองต่างๆ นั่นเอง แต่สิ่งสำคัญอีกประการในการดูแลผิวพรรณหลังการบำรุงต่างๆ แล้ว เราไม่ควรลืมใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดด้วย
ในหน้าหนาว บางครั้งเราอาจรู้สึกได้ถึงความเย็นสบาย ไม่ร้อนเท่าที่ควรเมื่อตอนออกแดด ตรงนี้ต้องขอเตือนว่า แสงแดดใน ฤดูหนาว ที่ให้ความรู้สึกร้อนน้อยกว่าทุกฤดูเพราะอุณหภูมิต่ำนั้น ความเข้มข้นของแสงอัลตราไวโอเลตไม่ได้ลดลงตามไปด้วย จึงประมาทไม่ได้ ขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุง สาวๆ หนุ่ม ควรใช้มอยเจอไรเซอร์ หรือครีมกันแดด ที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไป จะสามารถช่วยปกป้องผิวและลดความแห้งกร้านของผิวได้
การดูแลที่กล่าวมาแล้วเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพื่อให้การดูแลผิวพรรณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เราต้องดูแลในส่วนอื่นๆ ด้วย เช่น การเลือกรับประทานอาหารมีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานผัก ผลไม้ ในปริมาณที่มากพอ การรับประทานอาหารเสริม เช่น วิตามินอี ก็เป็นผู้ช่วยผิวพรรณได้ รวมทั้งการพักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยผิวพรรณของคุณแลดูสดใสมีสุขภาพดี
ที่มา : ศูนย์เลเซอร์และศัลยกรรมความงาม รพ.เกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Ban Saen Suk
10140