AVYA

AVYA

แชร์

นวัตกรรมสุขภาพและความงาม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

13/07/2023

มาดูเคล็ดลับ 10 วิธีดูแลตัวเองให้สวยขึ้นเปลี่ยนแปลงในแบบธรรมชาติ ที่ใครๆก็ทำตามได้ทุกคน !!!
1. ค้นหาสไตล์สวยใสและความน่ารักของตนเองให้เจอ
ข้อแรกที่สาว ๆ จะต้องค้นหาให้พบเสียก่อน เพราะความสวยนั้นมีได้หลากหลายสไตล์ แต่การเป็นตัวของตัวเองและมีความสวยในแบบของตนเองจะเป็นความสวยที่แท้จริง ในประเทศเกาหลี ชาวญี่ปุ่นมีค่านิยมว่าผู้หญิงทุกคนสามารถสวยได้ด้วยแบบของตนเอง จะเห็นได้ว่าสาวเกาหลีนั้นมักจะมีความมั่นใจในการแต่งตัวที่เป็นตัวเอง ไม่ว่าจะมีรูปร่างแบบใด สีผิวหรือหน้าตาอย่างไร พวกเธอก็มีความมั่นใจในความสวยที่เป็นสไตล์ของตนเอง การค้นหาสไตล์ของตัวเองทำได้ไม่ยาก เพียงสำรวจจากความชอบส่วนตัวก่อน เช่น สีที่ชอบ สไตล์การแต่งตัวที่ชอบ ทรงผมที่ไว้แล้วมั่นใจ เป็นต้น จากนั้นจึงมาสำรวจว่าสิ่งที่เราชอบเหล่านั้นเหมาะกับรูปร่างหน้าตาของเราแล้วหรือยัง อาจจะใช้วิธีหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตหรือถามเพื่อนรอบข้าง ช่างทำผมหรือช่างแต่งหน้าประจำก็ได้
2. ทำความสวยจากภายใน
ความสวยจากสุขภาพภายในหรือสวยแบบธรรมชาติ เป็นเคล็ดลับความสวยที่สาวสวยทั่วทั่งโลกยกให้เป็นเคล็ดลับอันดับหนึ่ง เพราะความสวยที่สวยแต่เพียงภายนอกจะไม่ทนต่อกาลเวลา ประเภทที่ว่าโปะเครื่องสำอางหนา ๆ จนสวยแต่ล้างออกมาแล้วเป็นคนละคนคงไม่ใช่ความสวยแท้จริง ความสวยภายในเกิดจากการรับประทานอาหาร โดยเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เคล็ดลับก็คือ อาหารอายุสั้นจะทำให้อายุยืนยาว แต่อาหารอายุยาวทำให้อายุเราสั้น ซึ่งหมายถึงความสวยที่คงทนยาวนานด้วย อาหารอายุยาวคืออาหารที่มีส่วนประกอบหรือขั้นตอนในการถนอมอาหารนาน เช่นอาหารแช่แข็ง อาหารใส่สารกันบูด อาหารหมักดอง ไส้กรอก เป็นต้น ส่วนอาหารที่อายุสั้นคืออาหารสด เช่นผักสด เนื้อสัตว์สด ๆ ที่ไม่ผ่านการแช่แข็งเป็นต้น อาหารเหล่านี้จะมีประโยชน์ต่ออวัยวะต่าง ๆ ร่างกายได้สารอาหารและวิตามินอย่างเต็มที่และสดใหม่กว่า เมื่อภายในได้รับสิ่งมีประโยชน์และสดใหม่ ก็ส่งผลถึง
3. เส้นผมคือเสน่ห์ตลอดกาล
เส้นผมเป็นสิ่งที่ดึงดูดเพศตรงข้ามมาแต่โบราณในบางเชื้อชาติ บางชนเผ่าหรือบางศาสนามีกฎให้สตรีคลุมผม เพื่อไม่ให้เป็นการเย้ายวนและล่อลวงทางเพศ นั่นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเรือนผมเป็นความสวยงามผู้หญิงหลายๆคนจึงอยากผมสวยและการจะบำรุงให้ผมสวยงามนั้นมีเคล็ดลับผมสวยอยู่คือ
• ผมมีน้ำหนัก ผมที่สวยต้องมีน้ำหนักไม่ใช่การมีเส้นผมที่ชี้ฟูและฟุ้ง การทำให้ผมมีน้ำหนักทำได้ด้วยการนวดกระตุ้นไปที่หนังศีรษะ และทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง การนวดจะกระตุ้นการไหลเวียนเส้นเลือด ทำให้ผมแข็งแรง มีน้ำหนัก และยังเงาสวยด้วย
• ผมนุ่มสวย วิธีง่าย ๆ ที่ทำให้ผมนุ่มสวยก็คือการใช้ครีมนวดผม เคล็ดลับของครีมนวดผมคือ ให้ใช้ครีมนวดชะโลมจากกลางเส้นผมไปจดปลาย ไม่ต้องทาและนวดบริเวณโคนผม เพราะจะทำให้ผมมันและครีมนวดอาจไปอุดตันรูขุมขนที่หนังศีรษะทำให้รากผมลีบเล็กไม่แข็งแรงได้
• ดูแลให้ผมไม่แตกปลาย ผมแตกปลายทำให้เสียบุคลิกและดูไม่สวยได้ การเล็มผมสม่ำเสมอ และทานอาหารที่บำรุงเส้นผม เช่นถั่วเปลือกแข็งและสาหร่าย จะทำให้ผมไม่แตกปลาย หรือลดการแตกปลายลงได้
• เลือกทรงผมที่เสริมบุคลิกและเหมาะกับตัวเอง เป็นวิธีเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยขึ้นด้วยการดึงบุคลิกภาพ และความมั่นใจด้วยการเลือกทรงผมที่เหมาะกับเรามากที่สุด ซึ่งทรงผมที่เหมาะกับตัวเองเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งดูพิเศษ น่าสนใจและสวยขึ้นได้ วิธีการเลือกทรงผมต้องพิจารณาจากรูปหน้า ลักษณะของเส้นผม รวมถึงลักษณะนิสัยเป็นสำคัญด้วย เพราะลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันอาจจะเหมาะกับทรงผมที่ต่างกัน เช่นคนที่ชอบลุย ๆ และมีกิจกรรมที่คล่องตัวอยู่เสมอ อาจจะเหมากับผมสตล์บ๊อบหรือซอยสั้นมากกว่า เพราะหากไว้ผมยาวแต่กลับรวมผมไว้เป็นประจำเมื่อทำกิจกรรมก็อาจทำให้ทรงผมสวยน้อยลงได้ เป็นต้น
4. ทำผิวสวยให้ทั่วทั้งตัวยังไงก็สวย
ผิวคืออวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดในร่างกาย ดังนั้นหากใครที่เป็นเจ้าของผิวขาวสวยเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ใสละเอียด ก็จะมองดูสวยไปทั้งตัว ต่อให้หน้าตาเรียบ ๆ ธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าผิวสวยแล้วละก็ คน ๆ นั้นก็จะดูดีดูสวยขึ้นมาทีเดียว ในทางกลับกันหากหน้าตาสวยตาโตปากได้รูป จมูกโด่ง แต่มีผิวพรรณไม่สวยมีริ้วรอยหมองคล้ำ เป็นเม็ดสิวเป็นสะเก็ดทั่วตัวก็คงไม่ดูสวยไปได้หลายๆคนเลือกที่จะทำสวยด้วยวิธีต่างๆเพื่อลบจุดด้อยนั้น แต่จริงๆแล้วเคล็ดลับของผิวสวยเริ่มจากการรับประทานอาหารที่ทำให้ผิวสวยก็เพียงพอที่จะทำให้สภาพผิวกลับมามีสุขภาพดี ลดความหมองคล้ำได้ เช่น
• โยเกิร์ต จะเข้าไปช่วยการผลิตอิลาสติน ทำให้ผิวยืดหยุ่นได้ดี เป็นส่วนสำคัญในองค์ประกอบโครงสร้างของผิว
• พริกไทย ในพริกไทยมีสารตัวหนึ่งชื่อว่าแคโรทินอย ซึ่งจะต้านอนุมูลอิสระทำให้ชะลอการเกิดริ้วรอย
• อัลมอนด์ น้ำมันจากอัลมอนด์จะทำให้ผิวแข็งแรงเพราะมีส่วนเสริมสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ผิว ทำให้ผิวอุ้มน้ำได้ดีผิวจะชุ่มชื่นไม่แห้งกร้าน
• มันฝรั่ง ในมันฝรั่งมีธาตุทองแดงซึ่งช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน อีกทั้งมีธาตุสังกะสีและวิตามินซี
• มะม่วงสุก ในมะม่วงสุกมีวิตามิน A อยู่ถึงกว่า 80% ช่วยทำให้ผิวมีริ้วรอยช้าลง ในมะม่วงยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูงมากด้วย
• อโวคาโด้ วิตตามิน บี 3 ในอโวคาโด้ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และหากเกิดรอยแดงหรือบวมกับผิว วิตามินบีในอโวคาโด้จะสมานให้รอยแดงเลือนและความบวมยุบลงได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากการรับประทานอาหารที่เป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลตัวเองให้สวยแล้ว การ การปฎิบัติต่อผิวในชีวิตประจำวันก็มีส่วนอย่างมากที่จะทำให้ผิวสวย คือ ควรอาบน้ำทุกวันเช้าและเย็นอย่างสม่ำเสมอ เลือกครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน การทาครีมบำรุงผิวควรทาทันทีหลังการอาบน้ำ เพราะจะช่วยให้ผิวเก็บความชุ่มชื่นของน้ำไว้ได้ด้วย และทาอีกครั้งก่อนนอนในช่วงเวลา 3 ทุ่ม เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนจะเปิดและครีมบำรุงผิวซึมซาบสู่ชั้นผิวได้ง่าย ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เพราะเมืองเป็นเมืองร้อนและมีแดดอยู่ทุกวัน
5. ดวงตาคือจุดดึงดูดและทำให้สวยขึ้น
บางครั้งความสวยที่สะกดคนให้ประทับใจก็เพียงดวงตาคู่สวยของหญิงสาวนั่นเองไม่แปลกใจเลยที่ทำไมผูู้หญิงหลายๆคนถึงอยากตาสวย การมีดวงตาที่สวยเมื่อใครได้มองและสบตาก็จะเกิดความรู้สึกถึงเสน่ห์และพลังได้ ดวงตาบ่งบอกความรู้สึกและความหมายมากมาย เมื่อคนเราพบปะพูดคุยกันสิ่งแรกที่ต้องมองก็คือดวงตา แล้วถ้าอยากตาสวยทำไงล่ะ! มุ๊เมี้ยวมีเคล็ดลับที่จะทำให้ตาสวยมีหลายประการ ได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนเต็มอิ่มประมาณ 6 ถึง8 ชั่วโมงทุกวัน รอบดวงตาจะไม่ดำคล้ำ และดื่มน้ำมาก ๆ สม่ำเสมอ คือไม่ต่ำกว่า 8 แก้วต่อวัน รอบดวงตาจะไม่มีริ้วรอยหรือลึกโบ๋ ส่งผลให้ดวงตาดูสวยเปล่งประกาย ดวงตาจะสวยอยู่ที่ท่าทางและการใช้สายตามองด้วย การมองหรือสบตาคน ควรจะสบตาแบบตรง ๆ ไม่ควรเหล่ตามอง และมองอย่างจริงใจ หากใครที่รู้สึกว่าตนเองมีตาโตดูดุ ให้ลองหรี่ตาลงและยิ้มให้ดวงตายิ้มไปด้วย จะช่วยให้ดูนุ่มนวลขึ้นได้
การแต่งเปลือกตาและขนตาก็เป็นสิ่งที่สร้างให้ดวงตาสวย ลองใช้เวลาว่างในการแต่งดวงตาที่คิดว่าเหมาะกับตนเอง ทั้งการกรีดอายส์ไลเนอร์ ทดสอบกรีดอายส์ไลเนอร์หลาย ๆ รูปทรง จะทำให้เรารู้ได้ว่าเราเหมาะกับการกรีดอายส์ไลเนอร์แบบใด หรือแต่งดวงตาด้วยสีใด ให้ความรู้สึกแบบไหน ในโอกาสต่าง ๆ เราก็จะสมารถแต่งดวงตาให้สวยได้ตามที่ต้องการ การใส่ขนตาปลอมก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่จะทำให้ดวงตาดูหวานและคมสวยขึ้นได้เช่นกัน
6. เคล็ดลับของริมฝีปากและสีลิปสติก
ริมฝีปากของผู้หญิงคือจุดที่เย้ายวนใจไม่น้อยไปกว่าดวงตา ริมฝีปากที่สวยได้รูป อวบอิ่มนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงสวยมากขึ้น เริ่มจากการดูแลริมฝีปากและฟัน ฟันที่ขาวและเรียงตัวสวยจะเป็นจุดน่าประทับใจเมื่อยิ้ม ส่วนริมฝีปากนั้นต้องดูแลไม่ให้แห้งแตกเป็นขุยหรือคล้ำดำ โดยการทาลิปมัน ครีมบำรุงหรือลิปปาล์มบำรุงอยู่เสมอ หากใครที่มีริมฝีปากสีคล้ำโดยธรรมชาติ ก็ควรพกพาลิปสติก หรือลิปมันที่มีสีติดตัวไว้ และคอยทาเติมบาง ๆ ก็จะช่วยให้ริมฝีปากสวยขึ้น
เทคนิกในการทาลิปสติกก็สำคัญเช่นกัน การทาลิปสติกนั้นให้ดูรูปปากของเราว่ามีรูปปากที่ได้รูปลงตัวกับใบหน้าหรือไม่ หากริมฝีปากเล็กหรือบางไป ให้ใช้ดินสอเขียนของปากวาดขอบปากเป็นรูปขึ้นใหม่ ให้ใหญ่กว่าขอบปากเดิมเล็กน้อย แล้วจึงใช้ลิปสติกแท่งทาทับโดยใช้พู่กันทาปาก แต่หากมีขนาดปากที่ใหญ่ต้องการให้ดูบางเรียวลง ให้ใช้ดินสอเขียนขอบปาก วาดขอบปากใหม่โดยวาดให้เล็กลงกว่าของปากจริง แล้วทาลิปสติกแท่งด้วยพู่กันทาปากเช่นกัน เคล็ดลับอีกอย่างเกี่ยวกับการแต่งแต้มริมฝีปากก็คือ การทาลิปสติกให้ติดทน วิธีการคือให้ทาลงไปที่ริมฝีปากเพียงบาง ๆที่ริมฝีปาก แล้วใช้แป้งพับทาลงบนริมฝีปากเพียงบาง ๆ จากนั้นทาลิปสติก แล้วให้เม้มริมฝีปากกับกระดาษทิชชู่ แล้วทาลิปสติกทับอีกครั้ง เพียงเท่านี้ลิปสติกก็จะติดทนนาน
7. ทำการเสริมจุดเด่นและลบจุดด้อย
ไม่มีผู้หญิงคนใดที่สวยเพอร์เฟคไปทุกส่วนของร่างกาย แม้แต่นางงามหรือนางแบบ แต่ที่พวกเธอดูสวยงามสมบูรณ์แบบเคล็ดลับก็คือ การเสริมจุดเด่นของตนเองและกลบจุดด้อยให้พรางตาผู้พบเห็น วิธีการเริ่มจากการสำรวจว่าเรามีจุดเด่นลาจุดด้อยที่ใดบ้าง เริ่มตั้งแต่ใบหน้า หากเราเป็นคนมีดวงตาสวยแต่รูปหน้ากลมใหญ่ ให้เราเน้นการแต่งหน้าทุกครั้งไปที่ดวงตา อาจแต่งให้คมเข้มหรือสวยหวานก็แล้วแต่โอกาส แต่ให้ดวงตาเด่นกว่าส่วนอื่น แล้วกลบหน้ากลมด้วยเทคนิคต่าง ๆ ทั้งการลงรองพื้นเชดดิ้ง ( รองพื้นสีเข้ม) ในส่วนข้างแก้มและข้างหู สร้างกรอบใบหน้าที่เรียวลงด้วยเทคนิคการแต่งหน้า หรือการทำผมทรงที่มีส่วนช่วยปิดข้างแก้มก็ช่วยได้
ในส่วนของรูปร่าง ต้องสำรวจดูว่าเรามีข้อเด่นและด้อยอย่างไร หากเป็นคนสะโพกใหญ่ ให้เลือกเสื้อผ้าที่เน้นเอวหรือไหล่แทน หรือหากเป็นคนมีขาใหญ่ ให้เลือกใส่กางเกงขายาวทรงกระบอกพอดีขา หรือกระโปรงยาว พยายามอย่าใส่กระโปรงสั้นเพราะจะเน้นจุดด้อยของเรา หากจะใส่กางเกงขาสั้นก็ให้มีความสั้นที่พอเหมาะก็สามารถใส่ได้เป็นต้น
8. เพิ่มความสวยด้วยบุคลิกภาพ
ผู้หญิงบางคน เมื่อแรกเห็นไกล ๆ อาจจะรู้สึกว่าเธอมีเป็นคนสวยมาก แต่พอได้รู้จักพูดคุย บุคลิกของเธอที่ขาดความมั่นใจ หรือห้าวเกินไป อาจจะทำให้คนที่ได้พบได้รู้จักลืมความรู้สึกแรกที่ประทับใจในหน้าตาไปก็ได้ ในทางกลับกันผู้หญิงบางคนที่หน้าตาดูธรรมดา แต่เมื่อได้พูดคุยกลับดูสวยและมีเสน่ห์ขึ้นทันที นั่นเป็นเพราะบุคลิกภาพส่วนตัวของแต่ละคน
การฝึกตนเองให้มีบุคลิกภาพที่ดึงดูดและมีเสน่ห์จะช่วยทำให้ผู้หญิงดูสวยขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ได้ อาจเริ่มด้วยการลองส่องกระจกและสังเกตท่าทางการพูดจา สายตา การเดินของตนเอง และพัฒนาให้ดูดีขึ้นหัดทำเป็นประจำ ไม่นานก็จะกลายเป็นบุคลิกใหม่ในตัวเราได้ เพียงเท่านี้ก็จะปรับเปลี่ยนบุคลิกให้ดูสวยขึ้นได้
9. เพิ่มความสวยด้วยสมอง
ความสวยที่มาพร้อมกับความฉลาดจะยิ่งทำให้ผู้หญิงคนนั้นดูสวยและมีค่ามากขึ้น ความฉลาดไม่ได้หมายความเพียงแต่การมีวิชาความรู้มากเท่านั้น แต่อาจเป็นทักษะและความสามารถต่าง ๆ ด้วย เช่นการทำขนม งานฝีมือ ดนตรี กีฬา ความสามารถพิเศษอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์และตัวตนที่จะทำให้ผู้หญิงดูสวยและเป็นที่สนใจของคนที่ได้รู้จักพบเจอนั่นเอง
10. การพักผ่อนและการออกกำลัง
การพักผ่อนที่เพียงพอและการออกกำลังกาย เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้คงความสวยไว้ได้นานเท่านาน สำหรับใครที่อยากสวยขึ้นด้วยวิธีนี้ลองมองหาวิธีการออกกำลังหรือกีฬาที่ชอบและถนัด ใช้เวลาว่างในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะให้ผลทั้งทางร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่สดชื่น ทำให้สวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นคนที่ชอบอยู่นิ่ง ๆ ไม่ชอบความตื่นเต้นโลดโผน อาจจะเลือกเป็น การฝึกโยคะ ว่ายน้ำ พิราทิส หรือตีแบด ก็ได้ ถ้าชอบการผจญภัย ท้าทาย อาจจะเลือกออกกำลังกายด้วยการปีนหน้าผาจำลอง ขี่จักกรยาน เจ็ตสกี เป็นต้น

13/07/2023

คู่มือการดูแลผิวของคุณ(2)
แฮ็ก DIY ที่ควรหลีกเลี่ยง (แม้ว่าทุกคนจะทำก็ตาม)
ผู้คนรายงานสิ่งมหัศจรรย์จากการใช้เคล็ดลับ DIY เช่น น้ำมะนาวและยาสีฟันสำหรับปัญหาผิวทั่วไป เช่น ตุ่มสิวและจุดด่างดำ แม้แต่ Emma Stone นักแสดงหญิงที่ได้รับรางวัลก็ยังอ้างว่าความ ลับ ในการดูแลผิวของเธอคือเบกกิ้งโซดา แต่ความจริงก็คือการแฮ็กเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาวมากกว่าประโยชน์ เนื่องจากสามารถทำลายเกราะป้องกันผิวของคุณได้
หลีกเลี่ยงการแฮ็ก DIY เหล่านี้
• น้ำมะนาว:อาจมีกรดซิตริก แต่ก็เป็นกรดมากเกินไปและอาจทำให้เกิดจุดด่างดำหลังจากออกแดด นอกจากนี้ยังอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้
• เบกกิ้งโซดา:ที่ระดับ pH 8 เบกกิ้งโซดาจะทำให้ผิวของคุณเครียด ลดลงอย่างมาก ปริมาณน้ำในผิวของคุณและทำให้ผิวแห้ง
• กระเทียม:ในรูปแบบดิบ กระเทียมอาจทำให้เกิดอาการแพ้ผิวหนัง กลาก ผิวหนังอักเสบ และตุ่มน้ำ
• ยาสีฟัน:ส่วนผสมในยาสีฟันอาจฆ่าเชื้อโรคและดูดซับน้ำมัน แต่ก็สามารถทำให้ผิวของคุณ แห้งหรือ ระคายเคืองได้ เช่นกัน
• น้ำตาล:ในฐานะที่เป็นสารผลัดเซลล์ผิว น้ำตาลนั้นรุนแรงเกินไปสำหรับผิวหน้าของคุณ
• วิตามินอี:การใช้วิตามินอีเฉพาะที่อาจทำให้ผิวของคุณระคายเคืองได้ และไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าช่วยให้แผลเป็นดีขึ้น
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
ส่วนผสมเหล่านี้บางอย่างอาจมาจากธรรมชาติและคุ้มค่า แต่ก็ไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นสำหรับผิวของคุณ แม้ว่าคุณจะไม่รู้สึกถึงผลข้างเคียงในทันที แต่ส่วนผสมเหล่านี้อาจทำให้เกิดความเสียหายในระยะยาวหรือล่าช้าได้ ดีที่สุดคือใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าของคุณ พูดคุยกับแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังของคุณก่อนที่จะลองใช้แอปพลิเคชัน DIY บนผิวของคุณ

13/07/2023

นวัตกรรมชุดบอดี้สูทสำหรับสังคมอายุยืน ตัวช่วยผู้สูงอายุและผู้ดูแล เพื่อการเคลื่อนไหว
สวรส. บพข. สศอ. จับมือ เอ็มเทค สวทช. เปิดตัวนวัตกรรม ชุดเอ็กโซสูท (Exo-suits) “เรเชล (Rachel)” และ “รอส (Ross)” นวัตกรรมชุดบอดี้สูทสำหรับสังคมอายุยืน ตัวช่วยผู้สูงอายุและผู้ดูแล เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ-ลดเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และคุณภาพชีวิตที่ดี
หน่วยงานสื่อสาร สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข แจ้งข่าวว่าเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2566 ที่ผ่านมา ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. จัดสัมมนาเปิดตัวนวัตกรรมชุดเอ็กโซสูท (Exo-suits) ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 18 โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้ข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรม

“นวัตกรรมชุดเอ็กโซสูท (Exo-suits)” นวัตกรรมเพื่อสังคมอายุยืน ซึ่งได้วิจัยและพัฒนามาเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ (พฤฒพลัง : Active aging) โดยใช้นวัตกรรมในการดูแลตัวเอง รวมทั้งช่วยผู้ดูแลในการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยงานผู้ให้ทุนในการพัฒนานวัตกรรมให้พร้อมต่อการใช้งาน และเกิดการต่อยอดขยายผลในระดับประเทศต่อไป โดยชุดเอ็กโซสูท (Exo-suits) ประกอบด้วย
1. “เรเชล (Rachel)” ชุดบอดี้สูทสำหรับผู้สูงอายุ โดยออกแบบ วิจัยและพัฒนามาเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่ยังสามารถดูแลตัวเองได้ เพื่อใช้สวมใส่ตลอดวัน ช่วยในการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ โดยมีการเสริมแรงด้วยกล้ามเนื้อจำลอง เพื่อการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นตัวช่วยผู้สูงอายุในการทำกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการลุกขึ้นยืน เดินขึ้นบันได ทำงานบ้าน เป็นต้น

2. “รอส (Ross)” ชุดพยุงหลัง ที่ได้รับการออกแบบวิจัยและพัฒนา สำหรับบุคลากรทางการพยาบาล ได้แก่ พยาบาล เวรเปล หรือบุคคลทั่วไปที่ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ซึ่งมีลักษณะเป็นชุดสำหรับสวมใส่ที่มีกลไกเสริมแรง หรือที่เรียกว่า “ทอร์กเจเนอเรเตอร์ (Torque generator)” ทำหน้าที่ช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อส่วนหลังที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในระหว่างการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ เช่น การยกเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การพลิกตัวผู้ป่วย การประคองผู้ป่วย และก้มยกของที่มีน้ำหนักมาก โดยสามารถสวมใส่หรือถอดชุดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว พร้อมใช้งานได้ทันที สามารถป้องกันการบาดเจ็บของบุคลากรทางการพยาบาล รวมถึงผู้ดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว

นายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า สวรส. ให้การสนับสนุนทุนวิจัยกับ เอ็มเทค สวทช. ในปีงบประมาณ 2565 เพื่อดำเนินโครงการวิจัยปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของชุดสวมใส่พร้อมระบบติดตามและแอปพลิเคชัน เพื่อพยุงกล้ามเนื้อและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการวิจัยพัฒนาและขยายผลการใช้งานต้นแบบชุดพยุงกล้ามเนื้อและอุปกรณ์วัดเตือนการบาดเจ็บแบบสวมใส่ หรือเรียกว่า ชุดเรเชล (Rachel) รุ่นออลเดย์ (All-day) โดยพัฒนาต่อยอดจากองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้าน Exoskeleton ที่มีอยู่เดิม ได้แก่ เทคโนโลยีชุดสวมใส่เพื่อพยุงกล้ามเนื้อ (Motion-assist Exo-apparel Technology) และเทคโนโลยีอุปกรณ์วัดแบบสวมใส่เพื่อบ่งชี้ท่าทางและป้องกันการบาดเจ็บ (Injury-preventive Wearable Technology) ซึ่งเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมดังกล่าว แม้จะมีประสิทธิภาพในการช่วยในการเคลื่อนไหวได้ดี แต่ส่วนของกล้ามเนื้อจำลองยังต้องใช้แหล่งพลังงานภายนอก ได้แก่ ปั๊มลมไฟฟ้า ทำให้ชุดมีน้ำหนักมาก ดังนั้นงานวิจัยจึงมีการพัฒนานวัตกรรมกล้ามเนื้อจำลองด้วยการตัดเย็บและเลือกวัสดุผ้าที่มีน้ำหนักเบา แต่ยังคงคุณสมบัติในการทำงานโดยชุดมีขนาดเหมาะสม น้ำหนักเบา ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งนี้ชุดดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สามารถสวมใส่ได้ทั้งวัน ช่วยป้องกันการบาดเจ็บระหว่างการเคลื่อนไหวในกิจวัตรประจำวัน และลดความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม ส่งผลให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น เป็นเวลานานขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในระยะสั้น เช่น การป้องกันการหกล้ม และระยะยาว เช่น การปรับท่าทางในการทำกิจกรรมให้ถูกต้องตามหลักของการจัดวางท่าทางที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพ เพื่อลดอัตราการเสื่อมของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ตลอดจนลดการพึ่งพาผู้อื่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการเสริมพลังแห่งการมีสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจให้กับผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี

นายแพทย์นพพร กล่าวอีกว่า การสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมงานวิจัยของ สวรส. ตั้งอยู่บนเป้าหมายของการผลักดันให้เกิดนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สวรส. จึงให้การสนับสนุนทุนวิจัยดังกล่าว เพื่อให้เครือข่ายวิจัยพัฒนาอุปกรณ์คุณภาพที่สามารถผลิตใช้เองในประเทศ ซึ่งทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าจากต่างประเทศ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุ ตลอดจนลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหวต่างๆ ทั้งนี้งานวิจัยดังกล่าว สวรส. วางแผนจะพัฒนาไปสู่การขยายผลในระบบสุขภาพ โดยคาดว่าจะพัฒนาเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ของผู้ป่วยสิทธิ์บัตรทอง เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในวงกว้างต่อไป

รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ รองผู้อำนวยการด้านบริหารงานวิจัย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า บพข. สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา โครงการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับวิเคราะห์ทำนายการเคลื่อนไหวในชุดพยุงหลังและเสริมแรงแบบกึ่งอัตโนมัติสำหรับภารกิจทางการแพทย์ ปีงบประมาณ 2566 และ 2567 ให้แก่ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ในการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีชุดพยุงหลัง “รอส (Ross)” สำหรับบุคลากรทางการพยาบาล ที่ต้องใช้งานกล้ามเนื้อหลังอย่างหนัก ระหว่างการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการยกเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากเตียงไปยังรถเข็น หรือจากการขึ้น-ลงรถ การพลิกตัวผู้ป่วยติดเตียง โดยคณะวิจัยได้พัฒนาชุด “รอส (Ross)” นี้ ให้มีระบบติดตามและแจ้งเตือนท่าทางในการเคลื่อนไหว เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะในภารกิจที่ท่าทางของร่างกายมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ซึ่งได้พัฒนาจากปัญญาประดิษฐ์หรือโครงข่ายประสาทเทียมในการทำนายสถานะการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ ทำหน้าที่ช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อส่วนหลังที่มีผลต่อความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังสามารถสวมใส่หรือถอดชุดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เหมาะสำหรับภารกิจเร่งด่วน โดยจากการสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมโครงการนี้ บพข. เชื่อมั่นว่าจะส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนจากเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ที่พัฒนาขึ้นเอง หรือมีการต่อยอดขึ้นภายในประเทศ

ดร.กฤษดา ประภากร รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวถึงที่มาของการพัฒนานวัตกรรมในครั้งนี้ว่า การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Ageing Society) เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยที่เป็น “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” แล้วในปี 2565 ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ( สวทช.) เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความสุขของผู้สูงวัย จึงได้ริเริ่มจัดตั้งโปรแกรม NSTDA Frontier Research Exoskeleton ในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี “เอ็กโซสเกเลตัน (Exoskeleton)” เพื่อวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุประเภทสวมใส่ เพื่อตอบสนองการทำกิจกรรมต่างๆ การช่วยเหลือพึ่งพาตนเอง ตลอดจนเสริมสร้างสุขภาพให้มีความแข็งแรงยาวนานขึ้น โดยมีลักษณะเป็นอุปกรณ์สวมใส่

ภายนอกร่างกาย หรือที่เรียกว่า “เอ็กโซ-แอพพาเรล (Exoapparel)” หรือ “เอ็กโซ-สูท (Exosuit)” เพื่อช่วยในการเคลื่อนไหว ป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ รวมถึงการป้องกันการพลัดตกหกล้ม มุ่งเน้นออกแบบให้เหมาะกับสรีระและบริบทการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ นอกจากนี้มีการคำนึงถึงกระบวนการผลิตที่ไม่ใช้ต้นทุนสูง เพื่อให้ผู้สูงอายุไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ในราคาที่เข้าถึงได้

เริ่มต้น เอ็มเทค สวทช. ได้ทำงานร่วมกันกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล และ สถาบันพัฒนาแพ็ทเทิร์นอุตสาหกรรมและการออกแบบเสื้อผ้าสำเร็จรูป ในการออกแบบชุดบอดี้สูทสำหรับผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ ที่มีชื่อว่า เรเชล (Rachel) รุ่นแอ็คทีฟ (Active) ที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ได้แก่ เทคโนโลยีอุปกรณ์วัดการเคลื่อนไหวแบบสวมใส่ เทคโนโลยีกล้ามเนื้อจำลองแบบนิวเมติกส์ เทคโนโลยีการจำลองการทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูก และมีแนวคิดการออกแบบชุด โดยมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง โดยชุดเรเชล รุ่นแอ็คทีฟ นี้ เสริมแรงให้กล้ามเนื้อที่ใช้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น ท่าลุกขึ้นยืน ท่าเดินขึ้นบันได ท่ายกของ โดยมีน้ำหนักเบา สามารถสวมใส่เสื้อผ้าทับได้ และผู้สูงอายุสามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งวัน เพื่อช่วยในการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ โดยกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพของชุดดังกล่าว คณะวิจัยจาก เอ็มเทค สวทช. ได้ดำเนินการที่ห้องปฏิบัติการให้คำปรึกษาด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสวมใส่ (Wearable Technologies Consulting Services lab) ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจัดตั้งภายใต้แผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ประจำปีงบประมาณ 2565 จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)

หลังจากนั้น ในปีงบประมาณ 2565 เอ็มเทค สวทช. ได้รับทุนสนับสนุนจาก สวรส. และ สกสว. เพื่อต่อยอดชุดบอดี้สูทสำหรับผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ จากชุดเรเชล (Rachel) รุ่นแอ็คทีฟ (Active) เป็นรุ่นออลเดย์ (All-day) โดยได้ใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมของคณะวิจัย ในการพัฒนากล้ามเนื้อจำลองที่ใช้วัสดุผ้าและเทคนิคการตัดเย็บให้มีการยืดหยุ่นและมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ทำให้ตัวชุดรุ่นนี้ มีน้ำหนักเบา ใส่สบาย ระบายเหงื่อได้ดี สามารถใส่ได้ทั้งวัน แต่ยังคงช่วยเสริมในการเคลื่อนไหว และลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีอุปกรณ์วัดการเคลื่อนไหวแบบสวมใส่มาต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ด้วย ทำให้เรเชล (Rachel) รุ่น ออลเดย์ (All-day) นี้ มีกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้เป็นผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ทั่วประเทศ ที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในชีวิตประจำวัน ให้ยังสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ลดการพึ่งพิงผู้อื่น และเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยได้ต่อไป

นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2566 ถึง 2567 เอ็มเทค สวทช. ยังได้รับทุนสนับสนุนจาก บพข. ในการต่อยอดชุดพยุงหลัง “รอส (Ross) รุ่น แบ็คซัพพอร์ต (Back support)” ที่มีฟังก์ชันการเสริมแรงแบบกึ่งอัตโนมัติสำหรับภารกิจทางการแพทย์ด้วย โดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับวิเคราะห์ทำนายการเคลื่อนไหว สามารถช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อส่วนหลัง ที่มีผลต่อความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในระหว่างการเคลื่อนไหว ในการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ได้แก่ การยกเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การพลิกตัวผู้ป่วย การประคองผู้ป่วย และก้มยกของ มีระบบติดตามและแจ้งเตือนท่าทางในการเคลื่อนไหว เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะในภารกิจที่ท่าทางของร่างกายมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ อีกทั้งยังคำนึงถึงด้านการใช้งาน โดยใช้วัสดุที่มีโครงสร้างการที่โปร่ง ใส่สบาย เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นในประเทศไทย และด้านการผลิต มีการใช้วัสดุในประเทศเป็นหลัก และมีกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน ทำให้ต้นทุนไม่สูง เพื่อกำหนดราคาจำหน่ายให้คนไทยสามารถเข้าถึงได้ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการพยาบาล เช่น พยาบาล หรือเวรเปล รวมถึงบุคคลที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่บ้าน

การวิจัยและพัฒนาชุดนวัตกรรมในครั้งนี้ ทาง สวรส. สกสว. บพข. และ สศอ. ตลอดจนหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ เห็นถึงความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในระยะยาว จึงให้การสนับสนุนคณะวิจัยจาก เอ็มเทค สวทช. จนสามารถพัฒนานวัตกรรมให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย พร้อมรับมือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลจาก prachatai.com

12/07/2023

คู่มือการดูแลผิวของคุณ(1)
สภาพผิวของคุณมีความสำคัญ
คุณอาจสงสัยว่าคุณมีผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวแพ้ง่าย แต่คุณรู้จักประเภทผิวของคุณจริงๆ หรือไม่? การรู้ประเภทผิวที่แท้จริงของคุณสามารถช่วยได้ในครั้งต่อไปที่คุณอยู่ในหมวดเครื่องสำอาง อันที่จริง การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้อง หรือแม้แต่การแฮกอินเทอร์เน็ตที่เป็นที่นิยมสำหรับประเภทผิวของคุณ อาจทำให้สิว ความแห้งกร้าน หรือปัญหาผิวอื่นๆ แย่ลงได้
สร้างกิจวัตรการดูแลผิวประจำวัน
ไม่ว่าประเภทผิวของคุณจะเป็นอย่างไร การดูแลผิวเป็นประจำทุกวันสามารถช่วยรักษาสุขภาพผิวโดยรวมและปรับปรุงปัญหาเฉพาะอย่าง เช่น สิว รอยแผลเป็น และจุดด่างดำ กิจวัตรการดูแลผิวประจำวันมีสี่ขั้นตอนพื้นฐานที่คุณสามารถทำได้ 1 ครั้งในตอนเช้าและอีกครั้งก่อนนอน
1. คลีนซิ่ง:เลือกคลีนเซอร์ที่ไม่ทำให้ผิวตึงหลังล้างหน้า ทำความสะอาดใบหน้าไม่เกินวันละสองครั้งหรือเพียงครั้งเดียว ถ้าคุณมีผิวแห้งและไม่แต่งหน้า หลีกเลี่ยงการล้างหน้าเพราะให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้านเพราะนั่นหมายความว่าน้ำมันตามธรรมชาติของผิวคุณหายไป คลีนเซอร์ที่ทำงานได้ดีสำหรับทุกสภาพผิว ได้แก่Cetaphil และ Banila Clean It Zero Sherbet Cleanser
2. เซรั่ม:เซรั่มที่มีวิตามินซีหรือโกรทแฟคเตอร์หรือเปปไทด์จะดีกว่าในตอนเช้าภายใต้ครีมกันแดด ในตอนกลางคืน เรตินอลหรือเรตินอยด์ตามใบสั่งแพทย์จะทำงานได้ดีที่สุด Makeup Artist's Choice มีเซรั่มวิตามินซีและอีที่มีประสิทธิภาพและเรตินอล
3. มอยเจอร์ไรเซอร์:แม้แต่ผิวมันก็ยังต้องการมอยส์เจอไรเซอร์ แต่ให้ใช้ตัวที่เนื้อบางเบา เป็นเนื้อเจล และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน หรือไม่อุดตันรูขุมขนเช่นโลชั่นบำรุงผิวหน้าของ CeraVe ผิวแห้งอาจได้รับประโยชน์จากมอยส์ เจอร์ไรเซอร์แบบครีมเช่นMISSHA Super Aqua Cell Renew Snail Cream แบรนด์ส่วนใหญ่จะติดฉลากผลิตภัณฑ์ของตนเป็นเจลหรือครีมบนบรรจุภัณฑ์
4. ครีมกันแดด:ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 ก่อนออกไปกลางแจ้ง 15 นาที เนื่องจากครีมกันแดดต้องใช้เวลาสักพักจึงจะออกฤทธิ์ โทนสีผิวที่เข้มกว่านั้นต้องการการปกป้องจากแสงแดดมากขึ้น เนื่องจากรอยดำนั้นยากต่อการแก้ไข ลองใช้ครีมกันแดดของ EltaMDซึ่งมีการป้องกันรังสี UVA/UVB ในวงกว้างและแนะนำโดยมูลนิธิมะเร็งผิวหนัง
เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวและความไวแสงของคุณ และอย่าลืมอ่านฉลาก ผลิตภัณฑ์บางอย่าง เช่น เรตินอลหรือเรตินอยด์ที่ต้องสั่งโดยแพทย์ ควรใช้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น
สำหรับทุกสภาพผิว
• รักษาความชุ่มชื้น
• เปลี่ยนปลอกหมอนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
• สระผมหรือห่อผมก่อนนอน
• ทาครีมกันแดดทุกวันและทาก่อนออกไปข้างนอก 15 นาที
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เริ่มต้นด้วยขั้นตอนพื้นฐานง่ายๆ เพื่อดูว่าผิวของคุณมีปฏิกิริยาอย่างไร เมื่อคุณรู้สึกสบายตัวแล้ว คุณสามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น สครับผิว มาสก์ และทรีตเมนต์เฉพาะจุดเพื่อเพิ่มสุขภาพผิวของคุณ
และอย่าลืมทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณสงสัยว่าคุณมีผิวแพ้ง่าย สิ่งนี้สามารถช่วยคุณระบุอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้
แพตช์ทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่:
1. ทาผลิตภัณฑ์ปริมาณเล็กน้อยบนผิวของคุณในบริเวณที่มิดชิด เช่น ด้านในของข้อมือหรือแขนด้านใน
2. รอ 48 ชั่วโมงเพื่อดูว่ามีปฏิกิริยาหรือไม่
3. ตรวจสอบบริเวณที่ 96 ชั่วโมงหลังการใช้เพื่อดูว่าคุณมีปฏิกิริยาล่าช้าหรือไม่
อาการแพ้อาจรวมถึงการระคายเคือง รอยแดง ตุ่มเล็กๆ หรืออาการคัน หากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ให้ล้างบริเวณที่คุณทดสอบด้วยน้ำและน้ำยาทำความสะอาดที่อ่อนโยน จากนั้นคืนผลิตภัณฑ์และลองใช้ผลิตภัณฑ์อื่นที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ
#สุขภาพและความงาม

11/07/2023

ผู้สูงอายุอย่างอยู่บ้านทำอะไรดี เป็นไปได้ไหมว่า เราจะใช้โอกาสนี้ทำประโยชน์ สร้าง คุณภาพชีวิต ให้เกิดกับตัวเองและคนอื่น โดยใช้เวลาที่มีอยู่คิดทบทวน ไตร่ตรองสิ่งต่างๆ สะสางเรื่องที่ค้างคา เพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต เราจึงมีคำแนะนำดีๆ มาฝาก กับ 5 สิ่งที่อยากให้ผู้สูงอายุลองกลับไปคิดทบทวนเพื่อเพิ่ม คุณภาพชีวิต ให้ดียิ่งขึ้น จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1. บริหารการเงิน

จริงอยู่ว่า เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แต่เงินก็เป็นปัจจัยที่มีผลต่อ คุณภาพชีวิต ของทุกคน อย่างไรก็ตาม ยังแฮปปี้ไม่อยากให้พี่ๆ โฟกัสที่จำนวนตัวเลขสักเท่าไร เพราะเงินมากหรือน้อยในความคิดของแต่ละคนอาจต่างกันสิ่งสำคัญกว่าคือ เราบริหารเงินได้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเราแค่ไหน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดเรื่องการเงินของตัวเองอย่างจริงจังมาก่อน ช่วงนี้ที่กำลังอยู่บ้านว่างๆ อาจเป็นโอกาสดีที่จะกลับมาคิดหาวิธีจัดการการเงินของตัวเองเป็นต้นว่า ทบทวนการวางแผนการเงินหลังเกษียณ คำนวณเงินที่ต้องใช้ว่าสอดคล้องกับเงินออมของเราหรือไม่ ปรับปรุงแผนการออมและการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้มีเงินใช้สอยอย่างไม่ติดขัดตลอดวัยเกษียณ

2. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์

ทุกคนรู้ดีว่า อาหารการกินเป็นก้าวแรกของการดูแลสุขภาพ แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถหักห้ามใจไม่กินอาหารที่ไม่ดี และหันมาเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งมักจะอร่อยน้อยกว่า แถมทุกวันนี้ อะไรๆ ก็ง่ายดายไปเสียหมด อยากกินอะไรก็สามารถกดสั่งจากแอปพลิเคชันบนมือถือได้เลย ที่สำคัญคือมาส่งถึงหน้าบ้านอีกด้วย และด้วยความที่ทุกอย่างสะดวกสบายขนาดนี้ เราจึงต้องฝึกหักห้ามใจ อย่าตามใจปากจนเกินไป ลองหันกลับมาทบทวนพฤติกรรมการกินของตัวเอง อาจเริ่มง่ายๆ ที่การดื่มน้ำเปล่า ลองดูว่าดื่มครบ 8-10 แก้วต่อวันหรือไม่ ฝึกทำอาหารสุขภาพ และกินอาหารตามสูตร 2:1:1 (ผัก 2 ส่วน ข้าวหรือคาร์โบไฮเดรต 1 ส่วน โปรตีน 1 ส่วน) เป็นต้น

3. หมั่นทำกิจกรรมอยู่เสมอ

กิจกรรมในที่นี่หมายถึงทุกกิจกรรมที่ทำใน 1 วัน ลองสังเกตตัวเองว่า เราทำอะไรบ้างใน 1 วัน ตั้งแต่ลืมตาตื่นตอนเช้า จนถึงเตรียมตัวเข้านอน เราได้ทำกิจกรรมที่ใช้สมองและขยับร่างกายบ้างรึเปล่า หรือปล่อยให้ตลอดทั้งวันหมดไปกับการดูโทรทัศน์และเล่นมือถือ หากเป็นอย่างหลังล่ะก็ อาจต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียแล้ว ลองออกมายืดเส้นยืดสายรับวิตามินดีในยามเช้าหรือตอนเย็นๆ หากิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายทำดูบ้าง เช่น การเดิน การวิ่ง หรือการทำสวน กิจกรรมที่ต้องใช้สมองอย่าง การเล่นบอร์ดเกม เกมฝึกสมองออนไลน์ หรืออ่านหนังสือ และสุดท้าย พยายามเข้านอนให้เป็นเวลา เพื่อตื่นเช้าขึ้นมาจะได้สดชื่น

4. ดูแลบ้านให้น่าอยู่

ทั้งๆ ที่ ‘บ้าน’ เป็นสถานที่ที่เราใช้เวลาอยู่ค่อนข้างมาก แต่หลายคนกลับมองว่าบ้านเป็นเพียงที่ซุกหัวนอนหรือโกดังเก็บของเสียมากกว่า และด้วยความคิดแบบนี้นี่เองที่ทำให้เราเผลอละเลยไม่ใส่ใจดูแลบ้านเท่าที่ควร เมื่อบ้านไม่ได้รับการดูแล มีข้าวของวางระเกะระกะ สภาพทรุดโทรม บรรยากาศไม่น่าอยู่ ก็ย่อมพานทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยไม่มีความสุข ถ้าบ้านของคุณกำลังประสบปัญหานี้ อย่าเพิ่งเศร้าใจไป ลองใช้เวลาช่วงนี้ในการทำความสะอาด จัดบ้าน ทิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็น รวมถึงวางแผนรีโนเวทบ้านใหม่อาจจะชักชวนลูกหลานมาวางแผนปรับปรุงบ้านไปพร้อมๆ กัน ก็จะทำให้บ้านน่าอยู่สำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว

5. ไม่ละเลยความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพและความสุขในชีวิตของมนุษย์ ดังนั้น สิ่งสุดท้ายอยากให้คุณกลับมาลองทบทวนเป็นพิเศษ คือเรื่องของความสัมพันธ์ทั้งความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว หรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับตัวเอง ลองสังเกตดูว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราต่อทุกคนรวมถึงตัวเองเป็นอย่างไรบ้าง ดีไม่ดีอย่างไร หากไม่ดีเราจะทำให้มันดีขึ้นได้อย่างไร เพราะการมีความสัมพันธ์ที่ดีมีคุณภาพ จะสร้างความสุขที่แท้จริงได้อย่างแน่นอน
#สุขภาพและความงาม

11/07/2023

นิยามของความงามในอุดมคติคืออะไร
นี่คงเป็นคำถามที่ใครหลายคนพยายามตามหาคำตอบ ซึ่งแม้จะยังไม่สามารถระบุความหมายได้อย่างชัดเจน แต่ด้วยบริบทในสังคมยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้คนยึดติดกับ Beauty Standard หรือมาตรฐานความงามที่มากเกินไป ส่งผลให้เมื่ออายุเข้าสู่เลข 3 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนจะค่อยๆ ลดน้อยลง เมื่ออายุเข้าใกล้ 35 ปีขึ้นไป จนเกิดเป็นริ้วรอย ผิวหมอง ไม่สดใส ไม่มีน้ำมีนวล ระบบเผาผลาญลดลง ระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกายเสื่อมถอย และกระดูกเริ่มพรุน กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนเริ่มสูญเสียความมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเอง และพยายามเฟ้นหาทุกวิถีทางเพื่อให้ความสวยของพวกเธอยังคงอยู่

อย่างไรก็ตาม อย่าให้คำพูดของคนรอบข้างบั่นทอนกำลังใจของคุณ มาเรียกคืนความมั่นใจผ่าน 5 เคล็ดลับการดูแลตัวเองแบบเป็นธรรมชาติ ที่จะช่วยให้สาวๆ เผยความงามจากภายในสู่ภายนอกได้อีกครั้ง

1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยให้มีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี ส่งผลให้ผิวพรรณสดใส ดูดีมีเลือดฝาด และที่สำคัญ สามารถกระชับหุ่นให้เพรียวให้แบบที่ต้องการ

2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ในแต่ละวันคนเราควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 2 ลิตร หรือประมาณ 8 แก้วต่อวัน เพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวดูเต่งตึง สดใส และคงความอ่อนเยาว์ได้นาน

3. ลดเครียด หมั่นยิ้มแย้ม
เพราะความเครียดคือตัวการสำคัญในการทำลายผิว ทำให้หมองคล้ำ และมีริ้วรอยก่อนวัยได้ง่าย ดังนั้นเวลาที่รู้สึกเครียด ให้ลองทำกิจกรรมอื่นที่ทำแล้วผ่อนคลาย มีความสุขดู นอกจากนี้ การยิ้มก็มีส่วนช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ดีขึ้นเช่นกัน

4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
นี่คือเคล็ดลับเพื่อความงามที่สมบูรณ์แบบ และทำได้ไม่ยาก เพราะเวลาที่เรานอนหลับ ร่างกายจะทำการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผิวที่เหนื่อยล้าได้รับการฟื้นฟู กลับมาสวยสดใสได้ดังเดิม ทั้งนี้ควรนอนก่อน 4 ทุ่ม และนอนหลับให้ได้ 8-10 ชม.

5. กินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ
โดยสามารถหาได้จากผักและผลไม้ต่างๆ นอกจากจะช่วยให้สาวๆ มีผิวที่แข็งแรง กระจ่างใสแล้ว การกินผักและผลไม้ยังช่วยให้ร่างกายได้รับกากใยอาหารสูง ส่งผลต่อระบบขับถ่าย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการสร้างหุ่นสวย
#สุขภาพและความงาม

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bang Kapi?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


20 Ramintra Road
Bang Kapi
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00