Mila Claire Smart X150 sunscreen
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Mila Claire Smart X150 sunscreen, สุขภาพ/ความงาม, Bangkok.
18/08/2023
🎉 ก่อน 31 สิงหาคม อย่าลืมสั่ง
เซ็ต Mila Claire
มา ดูแล พร้อมแคร์คุณ
ด้วยส่วนลดสูงสุด 35%
สั่งเลย แอดมินรออยู่จ้าาาาา❤️
#มีล่าแคลร์
17/08/2023
🌸Beauty tip ง่ายๆ แค่ให้ - มิลาแคลร์ “ดูแล” และ “ปกป้อง”ผิวสวยของคุณ🌞
5 เคล็ดลับล้างหน้าอย่างไรให้ผิวสวยใสไร้สิว
✅ Facial gel ล้างเครื่องสำอางได้หมดจดโดยยังคงความชุ่มชื้นให้กับผิว และไม่มีสารที่ก่อให้เกิดสิว - สอบถามได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 🌷
เคยสงสัยกันหรือไม่คะว่าดูแลผิวหน้าอย่างดีก็แล้ว แต่ทำไมสิวยังบุกขึ้นมาอีกได้ วันนี้เราจะมาไขข้องใจกันค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วคุณอาจจะกำลังล้างหน้าแบบผิดวิธีอยู่ก็เป็นได้ เพราะการล้างหน้าแบบผิดๆ ย่อมเป็นอีกหนึ่งสาเหตุทำให้เกิดสิวตามมา วันนี้เรามาดูกันว่าการล้างอย่างถูกต้องเพื่อลดสิวและป้องกันการเกิดสิวจะทำได้อย่างไรบ้าง ไปติดตามกันเลย
1.ควรล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้ง
สาวๆ หลายคนคิดว่าการล้างหน้าบ่อยๆ จะยิ่งทำให้ผิวหน้าสะอาด ซึ่งนั่นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะการล้างหน้าบ่อยจะยิ่งกระตุ้นทำให้เกิดสิวบนใบหน้าได้ง่าย เพราะฉะนั้นควรล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้งในช่วงเช้าและเย็น (หรือก่อนนอน) แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่หากคุณรู้สึกหน้ามันระหว่างวัน แทนที่จะล้างหน้าก็ให้เปลี่ยนมาใช้กระดาษซับมันแทน
2.ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า
พักผิวหน้าจากสารเคมีในโฟมล้างหน้าหรือสบู่ที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง มาเป็นการล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าดูบ้าง ก็ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมที่จะช่วยฟื้นฟูผิวหน้าจากปัญหาต่างๆ อันเกิดจากสารเคมีได้ เพราะน้ำเปล่านอกจากจะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นแล้วก็ยังไม่ก่อให้เกิดการสารตกค้างบนผิวหน้าอีกด้วย
3.ล้างหน้าด้วยสบู่หรือโฟมที่อ่อนโยนต่อผิว
ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ล้างหน้า ต้องไม่มีสารที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง และควรมีความอ่อนโยนต่อผิว เพราะจะเป็นผลดีต่อคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายด้วย ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่จะช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจดและช่วยเผยผิวใสไร้สิวอยู่ล่ะก็ ควรเลือกแต่โฟมล้างหน้าหรือสบู่สูตรอ่อนโยนต่อผิวเท่านั้น
4.ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น
การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นถือเป็นตัวช่วยที่ดีในการกระชับรูขุมขน และลดความมันส่วนเกินบนผิวหน้าได้ นอกจากนี้เมื่อล้างเป็นประจำ ก็ยังจะทำให้อัตราการเกิดสิวอักเสบลดน้อยลง และทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้ด้วย
5.ใช้คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางทุกครั้งก่อนล้างหน้า
สาวๆ บางคนที่แต่งหน้าระหว่างวัน มักไม่ค่อยใช้คลีนซิ่งในการเช็ดเครื่องสำอางออกก่อน ซึ่งวิธีนี้ถือว่าผิด เพราะการล้างหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางด้วยโฟมล้างหน้าเพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้เครื่องสำอางตกค้างอยู่บนผิวหน้า เป็นสาเหตุของสิวอุดตันได้ ดังนั้น ก่อนเริ่มต้นล้างหน้า ควรใช้คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางให้หมดจดก่อน เพื่อให้ผิวหน้าสะอาดปราศจากสิ่งสกปรกและสารเคมีตกค้างจนก่อให้เกิดสิวตามมา
เปลี่ยนหน้าสิวให้เป็นหน้าสวย ด้วยวิธีล้างหน้าที่ถูกต้องแบบง่ายๆ ที่ใครก็สามารถทำได้ตามนี้กันเถอะ เพียงเท่านี้ ผิวหน้าของคุณก็จะสวยใส ดูมีชีวิตมีชีวา มีน้ำมีนวล แถมยังห่างไกลจากปัญหาสิวอย่างได้ผล
ที่มา: Sanook
#มีล่าแคลร์
16/08/2023
🌸Beauty tip ง่ายๆ แค่ให้ - มิลาแคลร์ “ดูแล” และ “ปกป้อง”ผิวสวยของคุณ🌞
3 วิธีแก้ปัญหาผมบางแบบธรรมชาติ กระตุ้นผมให้ดกดำหนาได้วอลลุ่มสวย
✅ Smart Black Booster - สอบถามได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ดูแลบำรุงผมได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
หากใครไม่สะดวกจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่แนะนำมา ก็สามารถหาตัวช่วยอย่าง “ MILA CLAIRE - Smart Black Booster“ เซรั่มบำรุงให้เส้นผมที่มีอยู่เดิมแข็งแรงขึ้น แลดู เส้นหนาและสีเข้มขึ้น กระตุ้นเส้นผมใหม่ ตัวช่วยแบบนี้ก็จะทำให้สาวๆ สะดวกและรวดเร็ว ความสวยรอไม่ได้ 🌷
หนึ่งปัญหาที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายหลายคนมักเผชิญคงหนีไม่พ้นปัญหาผมร่วง สระผมเมื่อใดต้องพบผมร่วงที่มือเป็นกำๆ ซึ่งเชื่อได้เลยว่าเป็นปัญหาที่ยากแก้ไขอย่างยิ่ง บางคนเป็นหนักข้อยิ่งพาให้สูญเสียความมั่นใจ ซึ่งหากใครที่พบกับปัญหาผมร่วง แต่อยากแก้ไขด้วยตนเองก่อนเสียเงินปรึกษาแพทย์ เรามัดรวมวิธีแก้ผมบางมาให้คุณได้ลองแล้วดังนี้ค่ะ
1.เลือกใช้แชมพูที่ปราศจากสารเคมี�สำหรับใครที่ใช้หลังสระผมแล้วมีผมร่วงจำนวนมาก ให้พิจารณาแชมพูของคุณเป็นอันดับแรกว่าเป็นแชมพูที่ผลิตจากสารเคมีหรือไม่ เนื่องจากการใช้แชมพูผลิตจากสารเคมีจะทำร้ายหนังศีรษะและรากผมให้อ่อนแอ คุณจึงควรลองเปลี่ยนไปใช้แชมพูที่ปราศจากสารเคมี เพื่อช่วยให้หนังศีรษะแข็งแรงกว่าเดิม ลดอาการผมร่วงได้อย่างเห็นผล
2.รับประทานอาหารบำรุงเส้นผม�การรับประทานอาหารคือสาเหตุที่ทำให้ผมร่วง โดยอาหารที่ช่วยบำรุงผมคืออาหารจำพวกพืชตระกูลถั่ว โดยในถั่วจะมีไบโอตินเป็นสารอาหารซึ่งช่วยในการบำรุงเส้นผม หากว่าขาดไบโอตินจะทำให้เกิดผมร่วง แตกปลาย โดยถั่วที่ควรรับประทานเป็นประจำได้แก่ ถั่วฝักยาว ถั่วลิสง ถั่วเขียว เป็นต้น
แต่สำหรับใครที่ไม่สะดวกในการทานถั่วเนื่องจากมีปัญหาทางด้านฟัน เช่น มีฟันผุ ดัดฟันไม่สามารถเคี้ยวของแข็งได้ก็ไม่ต้องกังวลใจไป คุณสามารถรับประทานเมล็ดงา เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทองเพื่อให้ผมหนานุ่ม ไม่ร่วงและแตกปลายได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ผมหลุดร่วงมากกว่าเดิม ได้แก่อาหารไขมันสูง อาหารที่มีผงชูรสสูง เนื่องจากผงชูรสเป็นตัวขัดขวางการดูดซึมวิตามินบี ซึ่งเป็นวิตามินบำรุงรากผม
3.หมักผมด้วยน้ำมันมะพร้าว�การหมักผมด้วยน้ำมันมะพร้าวถือเป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม คุณสามารถนำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมาชโลมให้ทั่วเส้นผม โดยหมักทิ้งไว้เป็นเวลา 20 นาที จากนั้นจึงล้างออกให้สะอาด แล้วสระผมตามปกติ น้ำมันมะพร้าวจะช่วยในการบำรุงผมให้นุ่มและไม่ชี้ฟู ลดผมหลุดร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือหากว่าใครสะดวกใช้มะกรูดก็อาจนำมะกรูดมาต้มจนนิ่ม จากนั้นจึงคั้นเอาแต่น้ำ แล้วหมักไว้ 5 นาที จากนั้นสระผมตามปกติ ทำเช่นนี้ผมจะสวย ไม่หลุดร่วง ไร้น้ำหนักและชี้ฟูอย่างที่เคยเป็นพื่อลดผมหลุดร่วง แนะนำว่าควรทำอย่างสม่ำเสมอจนติดเป็นนิสัย อาจไม่เห็นผลในระยะเวลา 2 – 3 วัน แต่หากคุณมีวินัยกับตัวเองแล้ว รับรองได้เลยว่าผลลัพธ์ที่ได้จะคุ้มค่าอย่างแน่นอน
ที่มา: Sanook
#มีล่าแคลร์
15/08/2023
🎉 Wonder Happy August Sale All Items
🎁 เมื่อซื้อสินค้า
💚 1 ชิ้น ลด 20%
🧡 2 ชิ้น ลด 25%
💜 3 ชิ้น ลด 30%
⭐️ สินค้าใหม่ ลด 35%
🙋🏼♀️ ช้อปเลย สายเปย์ พร้อมPAY
🛵 จัดส่งฟรี ไม่มีขั้นต่ำ ทุกออเดอร์
📆 วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2566
#มีล่าแคลร์
14/08/2023
🌸 Beauty tip ง่ายๆ แค่ให้ - มิลาแคลร์ “ดูแล” และ “ปกป้อง”ผิวสวยของคุณ🌞
5 วิธีทำให้คิ้วดก แก้ปัญหาคิ้วโล้น หมดสวย ชวนให้ไม่มั่นใจ
✅ Smart Eyebrow serum - สอบถามได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 🌷
บำรุงขนคิ้วได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
หากใครไม่สะดวกจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่แนะนำมา ก็สามารถหาตัวช่วยอย่าง “ MILA CLAIRE - Smart Eyebrow serum “ เซรั่มบำรุงขนคิ้ว ช่วยกระตุ้นให้ขนคิ้วงอกขึ้นตามธรรมชาติ อีกทั้งยังทำให้ขนคิ้วที่มีอยู่เดิมแข็งแรงขึ้น แลดู เส้นหนาและสีเข้มขึ้น ตัวช่วยแบบนี้ก็จะทำให้สาวๆ สะดวกและรวดเร็ว ความสวยรอไม่ได้
ใครหนอช่างบอก “คิ้ว เป็นมงกุฎของหน้า” ซึ่งก็จริงเพราะคิ้วทำให้สาวๆ ทุกคนดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยเหตุนี้จึงต้องใส่ใจดูแลคิ้วให้สวยเป็นพิเศษ แต่ถ้าวันนี้คิ้วใครยังบางไม่ดกดำเรามีวิธีมาฝาก รับรองทำแล้วคิ้วจะสวยเป๊ะอย่างที่ต้องการ
1.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
การรับประทานผักและผลไม้ต่างๆ จะทำให้ได้รับพวกวิตามินอีและวิตามินบีที่ช่วยสามารถเนรมิตเส้นขนให้ดกดำได้ หรือหากคิดว่าได้รับน้อยเกินไปก็สามารถทานวิตามินทั้งสองนี้เพิ่มเติมได้เช่นกัน
2.ตัดเล็มขนคิ้วบ่อยๆ
การตัดเล็มขนคิ้วบ่อยๆ นอกจากจะช่วยทำให้คิ้วสวยเข้ารูปอยู่ตลอดแล้ว ยังเป็นวิธีง่ายๆ ที่ไปกระตุ้นการทำงานของคิ้ว ทำให้ขนคิ้วของคุณยาวขึ้น อีกด้วย หากใครยังไม่เก่งและกลัวว่าการเล็มขนคิ้วจะทำให้คิ้วแหว่งหรือไม่เป็นทรง ก็อาจเขียนโครงคิ้วหรือร่างไว้ก่อนคร่าวๆ จากนั้นจึงค่อยๆ ใช้กรรไกรตัดเล็มทีละน้อย รับรองว่าวิธีนี้ขนคิ้วของคุณจะยาวขึ้นอย่างแน่นอน
3.กันคิ้ว
โดยปกติการโกนหรือกันคิ้วจะทำให้ขนคิ้วที่ขึ้นมาใหม่หนาและเข้มมากกว่าเดิมอยู่แล้ว หากใครยังรวบรวมความกล้าโกนคิ้วไม่ได้ก็กันคิ้วไปก่อนละกัน
4.ใช้ปิโตรเลียมเจลลี่ (วาสลีน – Vaseline)
ต้องบอกไว้เลยว่าตัวปิโตรเลียมเจลลี่ หรือวาสลีน มีประโยชน์ต่อความงามของสาวๆ มากๆ ไม่ว่าจะนำมาทาปากป้องกันปากแห้ง หรือทาข้อศอก ทาเล็บก็ได้ทั้งนั้น ยิ่งนำมาทาที่ขนคิ้วเป็นประจำด้วยแล้ว จะช่วยทำให้รูขุมขนชุ่มชื้น ขนคิ้วดกดำหนาเป็นเงาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หากอยากคิ้วสวยจัดเลย
5.เบบี้ออยล์
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีบนโต๊ะเครื่องแป้งเพราะใช้ได้สารพัดประโยชน์เช่นกัน ส่วนการนำมาบำรุงคิ้วก็แค่นำมาทาคิ้วก่อนนอนทุกวัน ประมาณ 1 อาทิตย์ขนคิ้วของคุณก็จะเริ่มยาวขึ้นแล้ว
6. เซรั่มบำรุงคิ้ว
อ๊ะๆ !อย่าพึ่งงงว่ามีด้วยเหรอ บอกเลยตรงนี้ว่ามี ซึ่งเจ้า serum บำรุงคิ้วจะมีลักษณะเป็นขวดลูกกลิ้ง เพียงคุณนำมาปัดบำรุงคิ้ววันละ 1-2 ครั้ง ก็จะช่วยบำรุงขนคิ้วให้ดูหนาและดกดำขึ้นได้แล้ว ยังไงไปหาซื้อมาใช้กันล่ะ
ด้วยวิธีการข้างต้นนี้ถ้าทำแล้วคิ้วไม่ดกดำก็ถือว่าผิดปกติแล้ว ยังไงก็เป็นกำลังใจให้สาวคิ้วบางสู้ต่อไป เชื่อเถอะถ้าไม่ท้อยังไงก็ต้องสำเร็จ
ที่มา: เครดิต Sanook (แก้ไขบางส่วน)
#มีล่าแคลร์
13/08/2023
🌸Beauty tip ง่ายๆ แค่ให้ - มิลาแคลร์ “ดูแล” และ “ปกป้อง”ผิวสวยของคุณ🌞
5 เคล็ดลับดูแลผิวรอบดวงตาให้อ่อนเยาว์
✅ Eye Circle Repair - สอบถามได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 🌷
บำรุงผิวรอบดวงตาได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
หากใครไม่สะดวกจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่แนะนำมา ก็สามารถหาตัวช่วยอย่าง “ MILA CLAIRE - Eye circle repair “ ครีมบำรุง ช่วยผิวกระจ่างใสตามธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยลดริ้วรอย รอยบวม รอยย่น รอยดำ และ รอยตีนกา ตัวช่วยแบบนี้ก็จะทำให้สาวๆ สะดวกและรวดเร็ว ความสวยรอไม่ได้
เพราะผิวรอบดวงตาบอบบางที่สุดบนผิวหน้า แถมยังเกิดการบวมและหมองคล้ำได้ง่ายและชัดเจน ถ้าไม่ดูแลให้ดีด้วยสกินแคร์ที่ใช่ ระวังตีนกาและรอยคล้ำจะถามหาเอานะคะ
1. อย่าขยี้ตาบ่อย
นอกจากจะทำให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตาได้ง่ายขึ้นแล้ว มือเรายังสกปรกอีกด้วยนะคะ และควรใช้ที่เช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตาสูตรอ่อนโยน อาจจะเป็นออยล์หรือไมเซลลาร์วอเทอร์ก็ได้นะคะ และต้องไม่เช็ดแรงจนเกินไปเพื่อลดการเกิดริ้วรอย
2. ทากันแดดทุกเช้า
เมื่อตื่นจากการนอนหลับที่เพียงพอแล้ว ก็อย่าลืมปกป้องทั้งผิวหน้าและผิวรอบดวงตา เลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ Zinc Oxide เพื่อลดการระคายเคืองผิวรอบดวงตา และทาก่อนออกแดดประมาณ 10-15 นาทีนะคะ ครีมกันแดดจะช่วยลดสาเหตุของริ้วรอย การใส่แว่นกันแดดก็จะป้องกันการหรี่ตาเพื่อหลบแสงแดด อีกสาเหตุหนึ่งของริ้วรอยรอบดวงตาอีกด้วย
3. ลดเกลือ
การบริโภคเกลือหรือโซเดียมมากเกินไปอาจทำให้ผิวรอบดวงตาดูบวมน้ำ ควรกินอาหารที่มีแอนตี้ออกซิแดนท์และโพแทสเซียมสูง อย่าง กล้วย เซเลอรี่ หน่อไม้ฝรั่ง ฯลฯ เพื่อลดอาการบวมและการอักเสบ ให้ผิวรอบดวงตาดูสุขภาพดีขึ้น
4. ลดคาเฟอีน น้ำตาล และของทอด
การได้รับคาเฟอีน น้ำตาล และของทอดเข้าไปในร่างกายมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการตาบวมได้นะคะ อาจลดอาการบวมด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ด้วยแตงกวาหั่นแว่นแช่เย็นโปะไว้ก็ได้นะคะ และดื่มน้ำเยอะๆ อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ
5. ใช้อายครีม
เลือกอายครีมที่ใช่สำหรับคุณสักชิ้น เพราะแค่สกินแคร์ที่ใช้กับผิวหน้าอย่างเดียวคงไม่พอนะคะ เพื่อเติมความชุ่มชื่นและกระจ่างใสให้รอบดวงตาอยู่เสมอนะคะ ใช้ได้ทุกวันเช้า-เย็น ไปเลือกอายครีมจากสารสกัดธรรมชาติ สูตรอ่อนโยนต่อผิวรอบดวงตา ที่นี่เลย
ที่มา: allaboutyou
#มีล่าแคลร์
12/08/2023
🌸Beauty tip ง่ายๆ แค่ให้ - มิลาแคลร์ “ดูแล” และ “ปกป้อง”ผิวสวยของคุณ🌞
8 วิธีล้างหน้าแบบผิด ๆ ล้างไปยังไงก็เป็นสิว
สาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาสิวแต่ดูแลผิวหน้าก็แล้วบำรุงผิวก็แล้วแต่ก็ยังไม่หายเป็นสิวสักที คุณอาจจะกำลังล้างหน้าแบบผิด ๆ อยู่ก็ได้นะ
✅ Facial gel - ใช้สำหรับล้างหน้า ที่สามารถล้างเครื่องสำอางได้หมดจด
โดยยังคงรักษา ความชุ่มชื้นให้ผิว เพราะมีสารสกัดที่ อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
ลดความมัน ลดการสูญเสียน้ำในผิว และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เสริมความแข็งแรงให้ผิว Skin Barrier
สอบถามได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 🌷
สาว ๆ หลายอาจจะกำลังเจอกับปัญหาสิวที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที ไม่ว่าจะบำรุงผิวหรือล้างหน้าสะอาดแค่ไหนก็ไม่เกิดผล คุณอาจจะกำลังมีนิสัยในการทำความสะอาดผิวหน้าผิด ๆ แบบไม่รู้ตัวอยู่ก็ได้นะคะ วันนี้เราเลยจะมาบอกต่อ 8 วิธีล้างหน้าแบบผิด ๆ ที่จะล้างให้สะอาดแค่ไหนก็ไม่หายเป็นสิวอยู่ดี ไปดูกันเลยค่ะ
1. ใช้น้ำอุ่นล้างหน้า
คนที่เป็นสิวจะคิดว่าล้างน้ำอุ่นจะช่วยเปิดรูขุมขนและเข้าไปทำความสะอาดให้สิวหายไป แต่ไม่จริงเลยค่ะ การใช้น้ำอุ่นล้างหน้ามีผลทำให้ผิวแห้งได้ เพราะน้ำอุ่นจะล้างน้ำมันที่คอยหล่อเลี้ยงผิวให้ผิวเรามีความสมดุลออกไปมาก ซึ่งทำให้น้ำมันระหว่างเซลล์ที่คอยปกป้องผิวหน้าเราจะถูกชะล้างออกไปได้ง่ายขึ้น เราควรจะใช้น้ำธรรมดาที่มีอุณหภูมิปกติในการล้างหน้าประจำวันค่ะ
2. ล้างหน้าบ่อยเกินไป
คนเป็นสิวมักจะมีผิวหน้าที่มัน ทำให้คิดว่าการล้างหน้าบ่อย ๆ ระหว่างวันเป็นเรื่องดี แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลยค่ะ เพราะการล้างหน้าบ่อย ๆ จะทำให้หน้าของเราแห้งตึงจนทำให้ผิวผลิตน้ำมันเพิ่มออกมาอีก จนกลายเป็นปัญหาหน้ามันเกินพอดีและสามารถทำให้เกิดสิวตามมาอีกและยิ่งถ้าเป็นสิวอยู่แล้วการล้างหน้าบ่อย ๆ จะทำให้ระคายเคืองผิวได้ค่ะ ทางที่ดีเราควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เวลาเช้าและเย็นก็พอแล้ว
3. ล้างหน้าหลังออกกำลังกายทันที
เวลาออกกำลังกายเสร็จเหนื่อย ๆ หน้าของเราก็จะมีเหงื่อและไขมันผุดออกมาจากรูขุมขน ซึ่งสิ่งพวกนี้จะทำให้หน้าของเรามันมาก และแน่นอนว่าทุกคนก็ต้องกลัวว่าหน้ามันจะทำให้เป็นสิวขึ้นมา เลยต้องรีบไปล้างหน้าล้างตาให้สะอาด แต่ความจริงการล้างหน้าหลังออกกำลังกายทันทีเป็นเหตุทำให้เกิดสิวเลยแหละ เพราะหลังจากที่เราออกกำลังกายเสร็จใหม่ ๆ เหงื่อที่ไหลออกมามันจะยังไม่หยุดไหลทันที แต่เรากลับรีบไปล้างหน้า ซึ่งจะทำให้รูขุมขนหดลงตอนที่เหงื่อและไขมันกำลังไหลอยู่ และยิ่งถ้าล้างไม่สะอาดจะทำให้เกิดสิวอุดตันได้ค่ะ
4. ใช้ผ้าเช็ดเร็ว ๆ ให้หน้าแห้งไว
การถูหรือเช็ดหน้าแรง ๆ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ เพราะผิวที่เป็นสิวจะตอบสนองไว เมื่อโดนกระตุ้นบ่อย ๆ ก็จะทำให้สิวลุกลามไปมากขึ้นจนสิวอุดตันไม่ยอมหายสักที แถมการเช็ดหน้าแรง ๆ อยากทำให้เกิดสิวผดตามมาได้ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นใครที่เป็นสิวก็ไม่ควรทำอะไรรุนแรงกับผิวหน้าเด็ดขาด ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเอาน้ำออกอย่างนุ่มนวลก็พอค่ะ ที่สำคัญไม่ควรเอามือไปสัมผัสหน้าบ่อย ๆ นะคะเพราะอาจจะเป็นการแพร่เชื้อสิวได้ค่ะ
5. ล้างหน้ากับฝักบัว
เราไม่ควรล้างหน้าด้วยฝักบัวเด็ดขาด เพราะตอนที่สาว ๆ กำลังอาบน้ำมักจะเผลอเอาฝักบัวมาล้างหน้าด้วย แต่ความจริงเป็นเรื่องที่ต้องห้ามเลยล่ะค่ะ เพราะว่าน้ำจากฝกบัวจะมีแรงดันค่อนข้างแรงทำให้ความมันบนใบหน้าถูกชะล้างออกไปหมดโดยเฉพาะกับคนที่ผิวแห้งยิ่งไม่ควร เพราะนอกจากทำให้ผิวแห้งแล้วยังมีผลทำให้รูขุมขนเรากว้างขึ้นอีกด้วย เราควรจะล้างหน้าด้วยการชะล้างด้วยการสัมผัสจากมือเบา ๆ ก็พอ เพราะใบหน้าของเราต้องการความอ่อนโยนเป็นพิเศษค่ะ
6. ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าที่มีเม็ดสครับ
คนที่เป็นสิวควรงดการขัดผิวหน้าจนกว่าจะหายดีค่ะ เพราะการขัดผิวหน้าหรือสครับผิวหน้าจะไปกระตุ้นให้เกิดสิวหรือสิวอักเสบได้มากขึ้น สครับที่มีกรดธรรมชาติสูง ๆ อย่าง AHA BHA จะทำให้ผิวที่เป็นสิวเกิดอาการอักเสบและเกิดการระคายเคือง หรือไม่ก็ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ แต่ไม่แนะนำให้สครับผิวหน้าช่วงที่เป็นสิวดีกว่าค่ะ
7. ใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าหลังล้างหน้า
สำหรับคนที่เป็นสิว การใช้โทนเนอร์เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเลยค่ะ แค่เช็ดทำความสะอาดด้วยคลีนซิ่งก่อนล้างหน้าก็เพียงพอแล้ว เพราะโทนเนอร์อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวแบบไม่รู้ตัวก็ได้ โทนเนอร์ส่วนใหญ่มักจะมีแอลกอฮอล์และสารเคมีอื่น ๆ ผสมอยู่ด้วย ซึ่งทำให้ผิวหน้าของคนเป็นสิวระคายเคืองได้ ใครที่กำลังใช้โทนเนอร์อยู่แล้วสิวไม่ยอมหายสักทีสิ่งนี้อาจจะเป็นต้นเหตุก็ได้นะคะ
8. ใช้คลีนซิ่งไม่เหมาะกับผิวหน้า
คนที่มีผิวหน้ามันหรือเป็นสิว ควรจะใช้คลีนซิ่งแบบน้ำหรือจะเป็นแบบ Micellar Water ซึ่งเหมาะกับผิวแพ้ง่ายที่มักเป็นสิวได้ง่ายเช่นกัน มีความเบาบางไม่ระคายเคืองผิว เพราะมีส่วนผสมของน้ำมันน้อยหรือไม่มีเลย ทำให้เวลาเช็ดเครื่องสำอางจะไม่เหนียวหน้า ไม่มีความมันตกค้าง แต่เหมาะกับคนแต่งหน้าบาง ๆ ที่ไม่ต้องเช็ดซ้ำ ๆ หลายรอบ เนื่องจากคนเป็นสิวก็ไม่ควรที่จะแต่งหน้าหนาอยู่แล้วค่ะ แต่เราก็ไม่ควรชะล่าใจเพราะต้องล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนใบหน้าก่อนนอนทุกครั้งไม่อย่างนั้นสิวบุกแน่นอนจ้า
ที่มา : Wongnai
#มีล่าแคลร์
12/08/2023
ทรงพระเจริญ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 17:00 |
| อังคาร | 09:00 - 17:00 |
| พุธ | 09:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 17:00 |
| เสาร์ | 09:00 - 17:00 |