Good Health station
Good Health station สถานีสุขภาพดี และพบกับการสัมมนาเพื่อสุขภาพสำหรับคนรักสุขภาพ
26/09/2022
💥💥 5 อันดับ “โรคลำไส้” ที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน 💥💥
#ลำไส้ เป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินอาหาร มีหน้าที่ในการย่อย ดูดซึมสารอาหาร และการขับถ่าย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยให้กับจุลินทรีย์ที่ดีอีกด้วย สำหรับโรคลำไส้ที่พบได้บ่อย ได้แก่
1. โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer)
แค่ขึ้นชื่อว่ามะเร็งก็น่ากลัวแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับสาม และเป็นสาเหตุการตายจากมะเร็งอันดับสี่ของโลก ปัจจุบันประเทศไทยก็มีอัตราการตายเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากการวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะพฤติกรรมการกิน ผู้คนกินอาหารที่มีน้ำตาล และไขมันเพิ่มมากขึ้น แต่กินอาหารประเภทผักผลไม้ที่มีใยอาหารลดน้อยลง
2. ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ (Colonic polyps)
หลายๆ คนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับโรคนี้สักเท่าไหร่ ติ่งเนื้อในลำไส้ คือ ติ่ง หรือก้อนเนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์บริเวณพื้นผิวลำไส้ใหญ่ แบ่งออกได้เป็นหลายประเภทตามชนิดของเนื้อเยื่อภายในติ่งนั้นๆ โดยปกติแล้วจะไม่มีอาการอะไรปรากฎออกมา แต่ก็มีติ่งบางชนิดที่เปลี่ยนแปลงกลายเป็นมะเร็ง และแสดงอาการของโรคมะเร็งออกมาได้
3. โรคลำไส้อักเสบ (Ulcerative Colitis)
เป็นโรคลำไส้อักเสบอีกประเภทหนึ่งที่เกิดจากการอักเสบที่เยื่อบุผิวบริเวณลำไส้ใหญ่ และไส้ตรง ทำให้เกิดแผลที่ผนังทางเดินอาหาร ผู้ที่เป็นจะมีอาการคล้ายโรคลำไส้แปรปรวน แต่จะแตกต่างกันที่โรคลำไส้แปรปรวนจะไม่พบการอักเสบหรือเกิดแผลภายในลำไส้เหมือนกับโรคนี้
4. โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ (Diverticulitis)
เป็นการอักเสบของกระเปาะบริเวณเยื่อบุลำไส้ใหญ่ ผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีอาการ ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ลำไส้อักเสบ ในบางรายอาจมีไข้ขึ้นสูงด้วย โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงควบคุมอาการด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภคอาหาร
5. โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome)
สุดท้ายเป็นโรคยอดฮิตที่เกิดได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในช่วงวัยทำงาน โรคนี้เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการทำงานของลำไส้ผิดปกติ แต่ตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ ของร่างกาย ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงที่ทำให้ถึงขั้นเสียชีวิต แต่เมื่อเป็นแล้วก็สร้างความรำคาญและทรมานให้เราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ความผิดปกติ หรือโรคเหล่านี้ นอกจากจะส่งผลเสียต่อร่างกาย และการทำงานของลำไส้แล้ว ยังส่งผลต่อความสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกายได้อีกด้วย ในทางกลับกัน หากเราดูแลร่างกายให้มีสมดุลของจุลินทรีย์ที่ดี ก็สามารถป้องกันการเกิดโรคร้ายทั้ง 5 เหล่านี้ได้เช่นกัน
📌 ปรึกษาข้อมูลสุขภาพ ติดต่อสายตรงผู้เชี่ยวชาญ โทร. 096-928-0104
28/07/2022
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ทีมแอดมินเพจ
06/07/2022
#หัวใจคืออวัยวะสำคัญของชีวิต
ดังนั้นเราควรต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย....
โรคหัวใจเป็นโรคที่พบบ่อย โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจตีบซึ่งพบว่าเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตเฉียบพลัน นอกจากนี้โรคหัวใจยังรวมถึง โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ โรคเยื่อหุ้มหัวใจ
โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกถึง 1 ใน 3 ของผู้ที่เสียชีวิต ทั้งหมดในแต่ละปี
โรคหัวใจและหลอดเลือดนับเป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 รองมาจากโรคมะเร็งและอุบัติเหตุ และมีแนวโน้ม สูงขึ้นเรื่อยๆ
สัญญาณเตือน...ว่าคุณมีความเสี่ยงโรคหัวใจหรือไม่ ‼️
1.ใจสั่น
2.เหนื่อยง่าย
3.ขาบวม
4.เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก
5.หน้ามืด วูบ เป็นลมบ่อย
6.ตื่นกลางดึกเพราะหายใจลำบาก
7.เมื่อนอนหงายแล้วหายใจลำบาก
8.ชอบเข้าห้องน้ำกลางดึก
การดูแลตนเองและการป้องกันโรคหัวใจ
ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคหัวใจ สำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจแม้ไม่มีสาเหตุเฉพาะเจาะจงชัดเจน
มีปัจจัยหลายอย่างที่หากเราควบคุมได้ดีจะช่วยลดโอกาสโรคหลอดเลือดหัวใจลงได้มาก เช่น หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ควบคุมความดันโลหิตไม่ให้สูงเกินมาตรฐาน ควบคุมคอเลสเตอรอล และเบาหวาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีเกลือและไขมันอิ่มตัวต่ำ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินมาตรฐาน ลดความเครียด ฝึกสุขอนามัยที่ดี
ท่านสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมสัมมนาเชิงสุขภาพ และสาระความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ได้ทางเพจนี้เลยนะคะ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.096-928-0104
23/06/2022
#ความดันโลหิตสูง เป็น ภัยเงียบ ค่ะ เพราะส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเลย..ไม่ปวด ไม่มึนศีรษะเลย ถึงแม้ความดันจะสูงมาก.ไม่วัดก็จะไม่ทราบ..แม้กระทั่งวัดแล้วพบว่าสูง หลายคนยัง เข้าใจผิดคิดว่าความดันสูงเป็นปรกติของตัวเอง เพราะไม่รู้สึกผิดปกติ
แต่การที่ไม่มีอาการนี่แหละคะ..ถ้าทิ้งไว้โดยไม่รักษานานเข้า จะทำให้ หัวใจโต ตามด้วย..หัวใจวายล้มเหลวเฉียบพลัน..หลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน..หลอดเลือดสมองแตกหรือตีบจนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต..ไตวาย..จอประสาทตาเสื่อมจนตาบอด ได้เลยทีเดียว
การวินิจฉัยว่าเป็น ความดันโลหิตสูง
ใช้เกณฑ์ 140/90 ขึ้นไป (ตัวบน 140 และ/หรือ ตัวล่าง 90 ขึ้นไป) จึงเรียกว่าเป็น ความดันโลหิตสูงค่ะ
• 140-159/90-99 คือ ความดันโลหิตสูงระดับที่ 1
• 160-179/100-109 คือ ความดันโลหิตสูงระดับที่ 2
• 180/110 ขึ้นไป คือ ความดันโลหิตสูงระดับที่ 3
ใครบ้างที่จะต้องเริ่มกินยาลดความดันเลย และ ใครบ้างที่จะให้เวลาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูก่อน
จำง่ายๆค่ะ..เริ่มกินยาเลยทุกคนที่ความดัน 140/90 ขึ้นไป..ยกเว้น แค่ 3 กลุ่ม คือ..
กลุ่มแรก คือ คนที่ความดันโลหิตสูงระดับที่ 1 ที่ไม่มีโรคเบาหวาน, ไม่มีโรคไต, ไม่มีโรคหัวใจ, ไม่มีโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต, ไม่มีภาวะแทรกซ้อนในจอประสาทตา และ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น อายุไม่เกิน 45 (ชาย) หรือ 55 (หญิง), ไม่สูบบุหรี่, ไม่มีไขมันผิดปรกติ และ ไม่มีประวัติครอบครัวพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคหลอดเลือดตีบก่อนวัยอันควร
กลุ่มนี้จะให้เวลาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3-6 เดือน ก่อนค่ะ โดยงดอาหารเค็ม ถ้าอ้วนน้ำหนักเกินให้ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักและพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้ายังลงไม่ถึงเป้าหมาย แพทย์จึงจะเริ่มให้รับประทานยา
กลุ่มที่สอง คือ คนที่อายุ 80 ปีขึ้นไป..กลุ่มนี้แพทย์จะเริ่มทานยาเมื่อ ความดันตัวบน 160 ขึ้นไป และ/หรือ ตัวล่าง 90 ขึ้นไป เท่านั้น
กลุ่มที่สาม คือ คนไข้ที่เป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต(ที่พ้น 3 วันแล้ว) หรือ เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ..กลุ่มนี้ บางราย แพทย์อาจจะให้ทานยาเลยตั้งแต่ ความดัน 130/85 ขึ้นไป
อย่าลืมว่าคนที่เป็น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน, โรคอัมพฤกษ์อัมพาต หรือ โรคไตวายจนต้องฟอกไต นั้น ส่วนใหญ่ มีต้นเหตุมาจาก ความดันโลหิตสูงมาก่อน แล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องค่ะ
การหมั่นวัดความดันโลหิตเสมอๆ และปรึกษาเเพทย์เมื่อมีความผิดปกติและเข้ารับการดูแลรักษาแต่เนิ่นๆ ปลอดภัยไว้ก่อนเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรละเลยนะคะ เพื่อป้องกันโรคหัวใจ หลอดเลือด สมองและไต อวัยวะที่สำคัญของเราให้แข็งแรงอยู่คู่กับเราไปนานๆ ค่ะ
20/06/2022
NCDs (Non-Communicable Diseases) หมายถึง กลุ่มโรคที่เกิดจากพฤติกรรมของคนคนนั้นเป็นหลัก ซึ่งไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ และไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ เป็นกลุ่มโรคประเภทไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน, โรคมะเร็ง, โรคความดันโลหิต, โรคถุงลมโป่งพอง เป็นต้น
สิ่งที่คนส่วนใหญ่นั้นเข้าใจผิดสำหรับโรคในกลุ่ม NCDs คือ การที่เข้าใจว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับคนที่สูงอายุ หรือคนที่มีฐานะดีเท่านั้น ซึ่งแท้ที่จริงแล้วสาเหตุของการเกิดโรค มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนคนนั้นเกือบ 100% จากสถิติข้อมูลทางการแพทย์พบว่าจาก 1 ใน 4 ของการเสียชีวิตด้วยโรค NCDs นั้น พบว่ามีอายุน้อยกว่า 60 ปี โดยสาเหตุคือ พฤติกรรมของคนคนนั้นในวัยหนุ่มสาว ที่ไม่ใส่ใจสุขภาพจนทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิต ฯ จนเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตในอายุยังน้อยในเวลาต่อมา
พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคในกลุ่ม NCDs
1. การทานอาหารในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมดจนทำให้เกิดการสะสมของไขมันในร่างกาย
2. ดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง สารชูกำลัง เป็นระยะเวลานาน จนเกิดการสะสมสารเหล่านั้นในร่างกาย
3. สูบบุหรี่ ทำให้เป็นสาเหตุของอวัยวะภายในบกพร่องและผิดปกติ เช่น ปอด หัวใจ สมอง เป็นต้น
4. พักผ่อนไม่เพียงพอเป็นประจำ
5. ติดหวาน พฤติกรรมการบริโภคที่ชอบทานของหวาน หรืออาหารหวานมาก ๆ จะทำให้ตับเราทำงานหนักจนกลายเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน
6. มีพฤติกรรมที่ชอบบริโภคอาหารที่เป็นไขมันมากเกินไป จนเป็นสาเหตุของโรคด้านไขมันต่างๆ
7. เครียดอยู่เสมอ เมื่อเราเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ออกมาทำให้ร่างกายขาดน้ำตาล ขาดออกซิเจน จนเป็นสาเหตุให้เซลล์ในร่างกายตายเร็ว แล้วความเครียดก็เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย
เมื่อเราทราบแล้วว่าโรคภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดจากโชคชะตา ฟ้าลิขิตแต่อย่างใด แต่เกิดจากพฤติกรรมของเราเองล้วนๆ ดังนั้นแล้วเราจึงควรหันกลับมาใส่ใจสุขภาพ ทั้งภายในและภายนอก ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และเสริมสุขภาพจิตให้มีความสุขอยู่เสมอ เพียงเท่านี้เราก็จะห่างไกลจากโรคร้าย แถมยังทำให้คนรอบข้างเรามีความสุขตามไปได้อีกด้วย
ท่านสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมสัมมนาเชิงสุขภาพ และสาระความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ได้ทางเพจนี้เลยนะคะ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.096-928-0104
#โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
06/06/2022
จับสังเกต 4 อาการโรคที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรง อาจเป็นสัญญาณของโรคร้าย จากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ
1. อาการอักเสบรุนแรงของข้อโดยเฉพาะข้อนิ้วมือและข้อนิ้วเท้า ข้อฝืดตึงตอนเช้านานกว่า 1 ชั่วโมง อาจเป็นสัญญาณโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของการควบคุมภูมิคุ้มกันของร่างกาย(autoimmune disease) หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลให้ข้อถูกทําลายและเกิดความพิการ หรือระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ หนึ่งในโรคนั้นคือโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าโรคพุ่มพวง
2. ผิวหนังมีลักษณะแดง ตกสะเก็ดเป็นขุยสีขาว เป็นผื่นแดงนูน เกิดการอักเสบของผิว ผิวแห้งมากจนแตกและมีเลือดออก หนังศีรษะลอกเป็นขุย เล็บมือและเท้าหนาขึ้น มีรอยบุ๋ม ผิดรูปทรง ปวดข้อต่อและมีอาการบวมตามข้อต่อ และยังทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บ คัน หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณผิวหนัง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) จัดเป็นโรคไม่ติดต่อ
3. ปวดหลังช่วงล่างและสะโพกร่วมกับอาการหลังตึงหรือรู้สึกยึดติดในบริเวณดังกล่าว เรื้อรังนานร่วมเดือนหรือเป็นปี อาจรู้สึกปวดหรือมีอาการข้อติดบริเวณอื่นร่วมด้วย เช่น หลัง ก้น ข้อต่อไหล่ ข้อต่อระหว่างฐานกระดูกสันหลังกับกระดูกเชิงกราน บางรายมีอาการตาอักเสบเป็นๆ หายๆ อยู่บ่อยครั้ง
สัญญาณเบื้องต้นของโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด (AS: Ankylosing Spondylitis) เกิดจากการระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีความผิดปกติในการแยกแยะเนื้อเยื่อของร่างกายกับสิ่งแปลกปลอมอื่น เป็นโรคที่พบในคุณผู้ชายมากกว่าคุณผู้หญิงประมาณ 3 เท่า และเกิดในช่วงอายุระหว่าง 15-30 ปี โรคนี้มีอุบัติการณ์ต่ำ คนรู้จักโรคนี้ไม่มากนัก ทำให้ได้รับการรักษาล่าช้า
4. อาการปวดท้อง ท้องร่วง ถ่ายมีเลือดและมูกปน ลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง สัญญาณโรคระบบทางเดินอาหารอักเสบ (Inflammatory Bowel Disease: IBD) เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันเห็นว่าอาหาร แบคทีเรียและไวรัสที่ไม่เป็นอันตรายที่อยู่ภายในลําไส้เป็นสิ่งแปลกปลอมและพยายามจำกัดออก เกิดอาการอักเสบเรื้อรัง
จะเห็นได้ว่าโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนั้นมีความหลากหลายของอาการมากกว่าที่เราคิด ไหนจะส่งผลต่อการอักเสบตามข้อต่อ ความผิดปกติที่ผิวหนัง การอักเสบของกระดูกสันหลังที่นำมาซึ่งความพิการ รวมไปถึงอาการปวดท้องเรื้อรัง โรคต่างๆเหล่านี้น้อยคนนักจะรู้ถึงต้นตอโรคว่ามาจากระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้บ่อยครั้งมีการวินิจฉัยที่คาดเคลื่อนและได้รับการรักษาล่าช้า เพราะฉะนั้นหากถูกวินิจฉัยได้เร็วเท่าไร โอกาสในการรักษาหายเป็นปกติก็มีเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ลดความทรมานและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
📌 ดูแลตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์พอลลิติน Pollitin สารสกัดธรรมชาติคุณภาพสูง จากอณูละอองเกสรดอกไม้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น NUTRACEUTICAL หรือสารอาหารบำบัด มีการจำหน่ายไปกว่า 50 ประเทศใน 6 ทวีปทั่วโลก ยาวนานกว่า 50 ปี ขั้นตอนการผลิต เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก ได้รับค่า มาตรฐานเฉพาะผลิตภัณฑ์ระดับโลก คือ ORAC หรือ ค่าระดับความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สูงมาก ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีอยู่เกือบ 100%
📌ปรึกษา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.096-9280104 หรือคลิก m.me/GoodHealthbyNeera
#สารสกัดจากธรรมชาติ #ต้านอนุมูลอิสระ
23/05/2022
ทราบหรือไม่❓ว่าผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก ไม่ได้เสียชีวิตจากการลุกลามของโรค แต่กลับเป็นเพราะการขาดอาหาร การศึกษาวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า ในระยะที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ รวมทั้งมะเร็ง ถ้าร่างกายได้รับอาหารที่เหมาะสม เพียงพอ จะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยยา การผ่าตัด หรือการฉายรังสี จะช่วยให้ฟื้นสภาพได้เร็วและดีขึ้น หรือน้อยที่สุดก็จะช่วยให้คงสภาพนั้นไว้ไม่ให้เสื่อมโทรมกว่าที่ควรจะเป็น จึงเป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันว่า อาหารที่ดี จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง
1. ร่างกายต้องการพลังงานมากขึ้น เซลล์มะเร็งมีการสร้างสารเคมีบางอย่าง ทำให้มีการเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไปให้หมดอย่างรวดเร็วเพื่อใช้เป็นพลังงาน ถ้าได้อาหารไม่เพียงพอจึงมีการเผาผลาญอาหาร จากส่วนที่ร่างกายสะสมไว้ในร่างกาย และลุกลามไปถึงกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออื่นๆได้
2. การรับประทานอาหารได้น้อย ในขณะที่ร่างกายต้องการอาหารเพื่อนำไปสร้างพลังงานเพิ่มขึ้น แต่ผู้เป็นมะเร็งจำนวนมากมักรับประทานอาหารได้น้อย เพราะเบื่ออาหารซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งเมื่อเริ่มเกิดโรคหรือเกิดในระยะต่อมาเมื่อมีการแพร่ของเซลล์มะเร็งในร่างกาย การเบื่ออาหารจึงเป็นสาเหตุ ทำให้ขาดอาหารได้ง่ายขึ้น ดังนั้นควรทำอย่างไรผู้ป่วยจึงจะรับประทานอาหารได้มากขึ้น
3. ไม่รับประทานอาหารบางชนิด ปัญหาการไม่ยอมรับประทานอาหารหลายๆ ชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะเข้าใจว่าเป็นอาหารแสลงสำหรับโรคมะเร็ง นับเป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งขาดสารอาหาร ดังนั้นการกินอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะช่วยเสริมการรักษาโรคมะเร็ง ให้สามารถทนต่อการรักษาได้มากขึ้น และทำให้มีภาวะโภชนาการที่ดีมีความต้านทานโรค
📌 ดูแลตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์พอลลิติน
Pollitin สารสกัดธรรมชาติคุณภาพสูง จากอณูละอองเกสรดอกไม้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น NUTRACEUTICAL หรือสารอาหารบำบัด Pollitin มีการจำหน่ายไปกว่า 50 ประเทศใน 6 ทวีปทั่วโลก ยาวนานกว่า 50 ปี ขั้นตอนการผลิต เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก ได้รับค่า มาตรฐานเฉพาะผลิตภัณฑ์ระดับโลก คือ ORAC หรือ ค่าระดับความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สูงมาก ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีอยู่เกือบ 100%
📌ปรึกษา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.096-9280104
#สารสกัดจากธรรมชาติ #ต้านอนุมูลอิสระ #เกสรดอกไม้สกัด
06/05/2022
ชอบปวดหัวบ่อยๆ ต้องระวัง “เนื้องอกในสมอง” (BRAIN TUMOR)
🧠 เนื้องอกในสมอง คือ การที่มีเนื้อเยื่อเจริญเติบโตผิดปกติในเซลล์สมอง หรือบริเวณใกล้เคียงสมอง จนกระทบต่อระบบการทำงานของระบบสมอง และประสาท ทำให้เกิดอาการต่างๆ กับร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มองเห็นภาพไม่ชัด มีปัญหาด้านการพูด เคลื่อนไหว อาจรุนแรงถึงขั้นมีอาการชัก หรือเป็นอัมพาต ที่เป็นเช่นนั้นเพราะก้อนเนื้องอกไปเบียด และกระทบต่อสมองส่วนที่ควบคุมการทำงานในส่วนต่างๆ ซึ่งสาเหตุการเกิดเนื้องอกในสมองยังไม่เป็นที่ยืนยันแน่ชัด แต่อาจเกิดจากความผิดปกติของสารพันธุกรรมในเซลล์สมอง กรรมพันธุ์ อายุ หรือพฤติกรรมบางอย่างก็ได้
🧠 อาการโรคเนื้องอกในสมองที่สังเกตได้
• มีอาการปวดศีรษะบ่อยๆ หรือปวดหัวเรื้อรัง และอาจปวดรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
• คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม
• มีปัญหาในการพูด สื่อสาร พูดจาติดขัด
• เห็นภาพเบลอหรือภาพซ้อน
• มีปัญหาในการได้ยิน
• มีปัญหาในการเคลื่อนไหว การทรงตัว
• แขนขาอ่อนแรง หรือเป็นอัมพาตครึ่งซีก
• มีปัญหาด้านความจำ
• สับสบ มึนงง
• มีอาการชัก ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีประวัติการชักมาก่อน
🧠 ป้องกันไม่ได้ แต่ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง
ถึงแม้โรคเนื้องอกในสมองจะไม่มีสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด และไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดได้ แต่เราก็สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเซลล์มะเร็งได้ เช่น การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ทำร่างกายให้แข็งแรง โดยการออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ป้องกันไม่ให้ตนเองเครียดจนเกิดไป เพื่อลดการหลั่งสารเคมีที่ไม่ดีในร่างกาย เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกลัวโรคเนื้องอกในสมองเลย
ดูแลตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์พอลลิติน
Pollitin สารสกัดธรรมชาติคุณภาพสูง จากอณูละอองเกสรดอกไม้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น NUTRACEUTICAL หรือสารอาหารบำบัด Pollitin มีการจำหน่ายไปกว่า 50 ประเทศใน 6 ทวีปทั่วโลก ยาวนานกว่า 50 ปี ขั้นตอนการผลิต เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก ได้รับค่า มาตรฐานเฉพาะผลิตภัณฑ์ระดับโลก คือ ORAC หรือ ค่าระดับความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สูงมาก ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีอยู่เกือบ 100%
📌ปรึกษา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.096-9280104
#สารสกัดจากธรรมชาติ #ต้านอนุมูลอิสระ #เกสรดอกไม้สกัด
04/05/2022
สุขภาพลำไส้ของเรา ยังทำงานดีอยู่หรือเปล่า? 👉 ลองมาเช็กกันดู
ปัจจัยหลายๆ อย่างในปัจจุบันนี้ทั้งความเครียด การนอนน้อย การกินน้ำตาลมากๆ หรือแม้แต่การกินยาปฏิชีวนะก็สามารถทำร้ายจุลินทรีย์ในลำไส้ได้ ซึ่งจุลินทรีย์ในลำไส้มีหน้าที่สร้างความสมดุลให้จุลินทรีย์ที่ดีมีมากกว่า แต่ถ้าจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้มีไม่เพียงพอก็จะทำให้ลำไส้เสียสมดุล จนเกิดโรคลำไส้แปรปรวนหรืออาการอื่นๆ ได้
ไม่ใช่แค่ระบบทางเดินอาหารหรือระบบย่อยอาหารเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบเมื่อลำไส้ของเราทำงานได้ไม่ดี แต่สมอง หัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน ผิวพรรณ น้ำหนักตัว ระดับฮอร์โมน และการดูดซึมสารอาหารก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ที่สำคัญ โอกาสในการเกิดโรคมะเร็งก็อาจมีเพิ่มขึ้นด้วย เรียกง่ายๆ ว่าป่วยจากภายในกระทบสู่ภายนอกได้เลย
โดยสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าลำไส้ของเรา เริ่มทำงานแย่แล้วก็คือ
1. มีแก๊สในกระเพาะ ท้องบวม หรือท้องเสีย
2. อยากกินแต่ของหวานๆ
3. น้ำหนักขึ้นหรือลดผิดปกติ
4. นอนไม่ค่อยหลับ อ่อนเพลียง่าย
5. ผิวแพ้ง่ายหรือผื่นขึ้นง่าย
6. ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง
7. มีภูมิแพ้อาหารแฝง (กินแล้วอ้วกทันที)
หากเรามีอาการเหล่านี้ (ไม่จำเป็นต้องครบทุกข้อ) ก็ควรปรึกษาคุณหมอ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นมันมาจากสาเหตุอะไร มันอาจจะเกิดจากการทำงานของลำไส้ หรือจากสาเหตุอื่นๆ ก็ได้ ดังนั้น หาหมอตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่ารอให้เป็นหนักแล้วค่อยไป
ส่วนคนที่อยากให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติก็จะต้องหมั่นผ่อนคลายความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ เคี้ยวอาหารช้าๆ ดื่มน้ำเยอะๆ กินพรีไบโอติกและโพรไบโอติกบ้าง รวมทั้งไม่กินอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูงเกินไป ถ้าทำได้ ลำไส้ก็จะทำงานอย่างเป็นปกติ สุขภาพก็จะดีตามไปด้วย
📌ปรึกษาปัญหาสุขภาพ โทร. 096-9280104
#สารสกัดจากธรรมชาติ #กรดไหลย้อน #โรคลำไส้แปรปรวน #ดูแลสุขภาพด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10400