AP24 Whitening Toothpaste TH
ยาสีฟัน AP24 Whitening Toothpaste ช่วยให้ฟันขาว แข็ง
AP24 ยาสีฟัน ไวท์เทนนิ่ง ฟลูออไรด์
ยาสีฟัน เอพี-24 ไวท์เทนนิ่ง เป็นยาสีฟันที่ผสานคุณค่าของสาร ซิลิกา อะลูมินา (Silica Alumina) ที่มีเนื้อละเอียดกว่ายาสีฟันทั่วไป จึงช่วยทำให้ฟันขาวโดยไม่กัดหรือทำลายเนื้อฟัน ผนวกกับเทคโนโลยี AP-24 จึงมากด้วยประสิทธิภาพในการป้องกันและขจัดคราบหินปูนที่เกาะอยู่ตามซอกฟัน อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ
ขนาด 110 กรัม ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา
13/04/2023
สวัสดีปีใหม่ไทย 13 เมษายน เทศกาลวันสงกรานต์
คำว่า สงกรานต์ เป็นคำในภาษาสันสกฤต หมายถึง การเคลื่อนย้าย โดยเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายการประทับในจักรราศี หรือการเคลื่อนเข้าสู่ปีใหม่ตามความเชื่อของไทยและบางประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประเพณีสงกรานต์นั้นสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณคู่กับตรุษ จึงมักเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึง การส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ในวันสงกรานต์จะมีการจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ และกิจกรรมรื่นเริง เช่น การเล่นน้ำ ประแป้ง
#สงกรานต์ #ปีใหม่ไทย
15/03/2023
เครื่องฟองอากาศ เราควรวางไว้ตรงของห้องไหนดี?
ก๊งสี่ฟาดไฉ
ก๊งเฮยฟาดฉ่อย
ขอให้พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วโลกในทุกประเทศทุกท่าน จงมีแต่ความสุขความเจริญในเทศกาลปีใหม่จีน (ตรุษจีน) ถ้วนทั่วกันทุกท่านคะ
19/01/2023
ชมอักษรมงคล “ฝู” รูปกระต่าย ต้อนรับตรุษจีน ปีเถาะ 2023
หนังสือพิมพ์ประชาชนจีน หรือ พีเพิล เดลี จัดทำแบบ ตัวอักษรมงคล 福 ที่อ่านว่า “ฝู” ต้อนรับ ตรุษจีน ปีเถาะ หรือ ปีกระต่าย ที่กำลังมาถึง
ในวันที่ 22 ม.ค.นี้
พีเพิล เดลี ได้เปิดตัวแบบอักษร ฝู ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รับ “ตรุษจีนน้อย” (小年) ซึ่งตรงกับปฏิทินจัทรคติวันที่ 23 เดือน 12 ซึ่งในปฏิทินสากลปี 2023 คือวันที่ 14 ม.ค.
“ตรุษจีนน้อย” คือช่วง 7 วันก่อนถึงวันตรุษจีน
โดยแต่ละวันในช่วงนี้(ตามปฏิทินจัทรคติ)จะมีประเพณีต่างๆ อาทิ วันไหว้เทพเจ้าเตา วันทำความสะอาดบ้านเรือน วันโม่ถั่วทำเต้าหู้ วันเชือดไก่
“ฝู” เป็นอักษรมงคลของจีน ที่นิยมนำมาประดับประดาบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆในเทศกาลเพื่อเป็นสิริมงคลและนำโชคดีแก่สรรพชีวิต
ในการเผยแพร่ชุดแบบอักษร ฝู ที่ค่ายสื่อพีเพิลเดลีของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจัดทำขึ้นนี้ ได้ระบุถึงความหมายของอักษร “ฝู” ไว้ว่าแสดงถึงอุดมคติแห่งชีวิตที่เรียบง่ายที่สุดของชนชาวจีน “ฝู” คือความสงบสุข, “ฝู” คือสุขภาพแข็งแรง, “ฝู” คือความสามัคคีกลมเกลียว, “ฝู” คือประเทศชาติที่เจริญรุ่งเรืองประชาชนอยู่ดีมีสุข
เครดิตภาพ พีเพิล เดลี (人民日报)
10/01/2023
อันตรายจากน้ำตาลในน้ำอัดลม
ที่หลายคนยังชื่นชอบการดื่มน้ำประเภทนี้อยู่
หลีกเลี่ยงได้.. เลี่ยงเถอะครับ
03/01/2023
สู้ๆครับเด็กๆ
เป็นกำลังใจให้
18/12/2022
วันนี้มีสาระดีดีมาฝากันเช่ยเคยนะคะ
5 กลุ่มยาและอาหาร ที่ไม่ควรทานร่วมกัน เพื่อเลี่ยงอาการไม่พึงประสงค์
ทราบไหมคะว่า กลุ่มยา วิตามิน และอาหารบางชนิด ไม่ควรที่จะทานคู่กัน เนื่องจากส่วนประกอบของอาหารอาจรบกวนการทํางานของยา ทําให้อาจเกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ ยามีประสิทธิภาพในการรักษาลดลง หรืออาหารที่ทําให้ยาติดค้างอยู่ในร่างกายนานขึ้น จนก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้ค่ะ
1.)อินซูลิน (Insulin) หรือยารักษาเบาหวาน
ไม่ควรทานร่วมกับ : มะระขี้นก,ว่านหางจระเข้, โสม, แมงลัก, พืชตระกูลลูกซัด, ผักเชียงดา, อาหารเสริมที่มีแร่ธาตุโครเมียม
ผลข้างเคียง : เสริมการออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดทำให้น้ำตาลลดลงมากเกินไป อาจเกิดอาการหัวใจเต้นเร็ว เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ สายตาพร่า เหงื่อออกมาก หิวบ่อย อ่อนเพลีย
2.)ยาลดความดันโลหิต (Nifedipine Felodipine) และยาลดไขมันในเลือด (Simvastatin Atorvastatin)
ไม่ควรทานร่วมกับ : น้ำเกรปฟรุต
ผลข้างเคียง : ทำให้ปริมาณยาสูงหลายเท่าในกระแสเลือด อาจส่งผลให้เกิดพิษจากยาได้
3.)ยาละลายลิ่มเลือด
ไม่ควรทานร่วมกับ : น้ำมันดอกคำฝอย, น้ำมันปลา, น้ำมันดอกอีฟนิ่ง, ตังกุย, กระเทียม, แป๊ะก๊วย, ขิง
ผลข้างเคียง : หากรับประทานมากไป จะเสริมฤทธิ์ของยาทำให้เลือดออกง่ายขึ้น
4.)ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น Warfarin, Aspirin)
ไม่ควรทานร่วมกับ : ผักใบเขียว, ยอ, ชาเขียว, ถั่วเหลือง, บรอกโคลี, อาหารเสริมโคเอ็นไซม์คิวเท็น
ผลข้างเคียง : ต้านการออกฤทธิ์ของยา ทำให้ระดับยาในเลือดไม่เพียงพอต่อการรักษา
5.)ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Fluoroquinolone และกลุ่ม Tetracycline
ไม่ควรทานร่วมกับ : นม, โยเกิร์ต, ยาลดกรด, ยาเคลือบกระเพาะอาหาร, แคลเซียม
ผลข้างเคียง : ทำให้ยาดูดซึมได้ลดลง ระดับยาในเลือดไม่เพียงพอต่อการรักษา
ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่จะรับประทานยา วิตามิน สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ ร่วมกัน เราจึงควรศึกษาให้ดีก่อนว่ามีสรรพคุณอย่างไร หากทานร่วมกันจะก่อให้ประโยชน์หรือโทษอย่างไรบ้าง หรือจะให้ดีที่สุดก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มทานนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : รพ.สมิติเวช
07/12/2022
✨ สวัสดีวันพุธครับ 🙏🏻😊 ✨
การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีประโยชน์มากๆนะครับ เลือกทานของดีดีต่อร่างกาย เพื่อตัวคุณและคนที่คุณรัก
รักตัวเอง ดูแลสุขภาพ เพื่ออายุที่ยืนยาวครับ 🐟🥦🥬🍽
23/10/2022
23 ตุลาคม เวียนบรรจบ
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระองค์ฯ
วันปิยะมหาราช ของชาวไทยทั้งปวง
14/10/2022
ดื่มน้ำน้อย ส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไร?
เรามักได้ยินกันว่าให้ดื่มน้ำในปริมาณ 8-9 แก้วต่อวันเพื่อสุขภาพที่ดีใช่ไหมคะ นั่นเป็นเพราะว่า หากร่างกายของเราขาดน้ำ ก็อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพอย่างมาก ถึงขั้นทำให้สมองเสื่อมหรือสูญเสียการมองเห็นได้เลยทีเดียว!
เพราะว่า “การดื่มน้ำน้อย” ส่งผลกระทบกับ “การไหลเวียนเลือด” โดยตรง หากร่างกายได้รับน้ำที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ก็จะส่งผลให้เลือดข้นหนืด และทำให้น้ำเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกายได้ไม่เพียงพอ จนส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ ดังเช่น
🧠สมอง: หากได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่พอ อาจทำให้เกิดอาการความจำเสื่อมถอย
👀ตา: ทำให้เลือดคั่งที่ตา สูญเสียการมองเห็น
🫀หัวใจ: ลิ่มเลือดอุดตัน
📌ไต: ขับสารพิษได้น้อยลง กรดยูริก แคลเซียม ตกค้างเกิดเป็นนิ่ว
👤ระบบขับถ่าย: ท้องผูก ลำไส้บีบตัวน้อยลง
เมื่ออวัยวะต่างๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่จากภาวะขาดน้ำ ก็จะส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ดังเช่น
❗ริดสีดวงทวาร
เมื่อระบบขับถ่ายมีปัญหา ก็อาจจะลามไปจนถึงเป็นริดสีดวงได้ค่ะ เพราะว่าของเสียที่จะถูกขับถ่ายนั้นแข็งและแห้งเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดริดสีดวงทวาร
❗ปวดข้อและหมอนรองกระดูก
เพราะระหว่างข้อต่อและหมอนรองกระดูกมีน้ำอยู่ถึง 80% เมื่อร่างกายได้รับน้ำน้อย ก็ทำให้ข้อต่อและหมอนรองกระดูกแห้ง ส่งผลให้เกิดการปวดหรือบาดเจ็บตามข้อต่อได้
❗กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
เมื่อน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ปัสสาวะจะมีสีเข้ม และอาจมีกลิ่นฉุน และจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนล่างได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
❗นิ่วในถุงน้ำดี
เมื่อน้ำไม่เพียงพอ ก็จะส่งผลให้มีสารก่อนิ่วที่ตกตะกอนมากกว่าปกติ จึงอาจเป็นเหตุให้เกิดโรคนิ่วในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ เช่น นิ่วในถุงน้ำดีได้
❗ประจำเดือนมาไม่ปกติ
สำหรับสตรีหากดื่มน้ำน้อย ก็อาจทำให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอและเป็นลิ่มเลือดได้ค่ะ รวมถึงอาจทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น
ตอนนี้หลายคนคงรู้แล้วว่า การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันนั้นสำคัญเพียงใด ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วคือวันละประมาณ 8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตร หรือจะลองใช้สูตรคำนวณ น้ำหนัก (กิโลกรัม) คูณด้วย 2.2 คูณด้วย 30 หารด้วย 2 ก็จะได้ปริมาณน้ำเป็นมิลลิลิตรที่เราควรดื่มใน 1 วัน หรือวิธีสังเกตง่ายๆ ว่าดื่มน้ำเพียงพอแล้วหรือยัง ก็คือปัสสาวะจะมีสีเหลืองใสนั่นเองค่ะ
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น เบาหวาน โรคไต ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเกี่ยวกับปริมาณน้ำดื่มที่ควรดื่มในแต่ละวัน เพราะในบางโรค เช่น โรคไต อาจมีการจำกัดปริมาณน้ำที่ควรดื่มเอาไว้ด้วยนะคะ
15/09/2022
5 ผลไม้ที่กินเยอะ อาจเปลี่ยนจากประโยชน์ 'เป็นโทษ'
ผลไม้ ...กินมากไปใช่ว่าจะดี
ผลไม้อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากทานแต่ผลไม้เป็นปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เสี่ยงต่อการรับปริมาณน้ำตาลฟรุกโตส นอกจากนั้นยังอาจมีสารพิษตกค้างจากการผลิต และอาการแสลงต่างๆ ที่มาพร้อมกับผลไม้ชนิดต่างๆ ได้ วันนี้เรามาดูกันว่า ผลไม้อะไรบ้างที่เราควรต้องระวังการทานกันบ้างนะคะ
🔺 1.) ทุเรียน
ทุเรียนเป็นอาหารที่มีปริมาณน้ำตาล และไขมันสูงมากจนเกือบเทียบเท่ากับเค้ก 1 ก้อน จึงไม่เหมาะต่อผู้ที่ต้องการลดความอ้วน เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคไต รวมถึงยังเป็นอาหารที่มีปริมาณโพแทสเซียมสูง ทำให้ร่างกายเกิดความร้อน จนอาจทำให้เป็นลมแดด หรือเป็นไข้แดดได้ในอากาศเมืองไทย ที่มักจะมีอุณหภูมิร้อนอยู่เกือบตลอดเวลา
🔺 2.) แก้วมังกร
แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ มีรสหวานน้อย และมีเส้นใยจำนวนมากซึ่งเหมาะกับการลดน้ำหนัก ทว่าสารบางอย่างในแก้วมังกรนั้นมีผลต่อความเย็นในร่างกาย ความเย็นในแก้วมังกรทำให้เลือดจับตัวเป็นก้อน จึงควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้หญิงในช่วงตั้งครรภ์และมีประจำเดือน นอกจากแก้วมังกรจะมีสารพิษตกค้างจากกระบวนการปลูกแล้ว จนทำให้เกิดสารพิษสะสมหากว่ารับประทานเยอะไป ยังอาจทำให้ท้องเสียง่ายขึ้นด้วยอีกด้วย
🔺 3.) ส้ม
ส้มเป็นผลไม้ที่ถูกพบว่ามีสารพิษตกค้างสูง เนื่องด้วยปริมาณความต้องการส้มในท้องตลาด ทำให้มีการใช้สารเคมีมากมายเพื่อเร่งผลิตให้มีลูกดก และกำจัดศัตรูพืช การรับประทานส้มเป็นจำนวนมากเกินไปในแต่ละวัน และต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจก่อพิษสะสมในตับและไต และทำให้ค่าไตสูงขึ้น จนอาจเกิดโรคนิ่วได้
🔺 4.) มะละกอ
มะละกอเป็นผลไม้ที่อุดมประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะมีทั้งเส้นใยอาหารและวิตามินเอ อีกทั้งสามารถปลูกให้ขึ้นง่ายตามบ้านจึงสามารถควบคุมสารพิษอันตราย แต่ขณะเดียวกันวิตามินเอในมะละกอนั้น หากสะสมในร่างกายมากเกินไปอาจทำให้เกิดโทษต่อระบบประสาท เช่น ปวดศีรษะ หงุดหงิดง่าย เซื่องซึม นอนไม่หลับ เป็นต้น
🔺 5.) ฝรั่ง
หลายคนเลือกกินฝรั่งในการลดความอ้วน เพราะเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง วิตามินซีสูง และมีรสชาติไม่หวานมาก แต่แท้จริงแล้ว ฝรั่งมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง และเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยยาก จนสามารถทำให้เกิดอาการท้องอืด หรือท้องผูกในเวลาต่อมา การรับประทานฝรั่งเพียงวันละ 1 ลูกก็นับว่าเพียงพอแล้ว
โดยสรุปหลักความสมดุล และหลากหลายนั้นสำคัญที่สุด เราคงไม่อาจหลีกเลี่ยงสารพิษจากผักผลไม้ได้ และผลไม้ก็เป็นหนึ่งในอาหารที่เป็นแหล่งสะสมสารเคมีมากที่สุด การเลือกรับประทานอาหารออแกนิกส์อาจยากและมีราคาแพงสำหรับใครบางคน ดังนั้นเราจึงไม่ควรกินอะไรซ้ำๆ เป็นเวลานานติดๆ กัน เพื่อลดการสะสมของสารบางอย่างในร่างกาย และเลือกกินให้หลากหลายแตกต่าง เปลี่ยนไม่ซ้ำ และกินแต่พอดีนั่นอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10120