1 Perfume Never Enough
Niche and Designer Fragrances
สวัสดีค่ะ ชื่อหนึ่งนะคะ
มีความคลั่งไคล้ในวงการน้ำหอมเป็นอย่างมากกก รักที่จะลองและเรียนรู้กลิ่นใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ เพราะส่วนตัวมองว่าน้ำหอมแต่ละกลิ่นมีเรื่องราวความทรงจำ ความรู้สึก ประสบการณ์และคุณค่าที่หามูลค่าไม่ได้ซ่อนอยู่มากมาย เพจนี้จึงอยากจะแบ่งบันแลกเรื่องราวเหล่านี้ให้เพื่อนๆ ที่มีความสนใจคล้ายๆ กันค่ะ
29/10/2023
Not only their magnificent presentation and stunning bottle design, but their scents are also amazing; that let me fall in love with them since my first sniff ♥️
25/08/2021
กว่า 20 ปีที่ Celine ไม่ได้ทำน้ำหอมขาย ครั้งนี้กลับมาสร้างความเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ ด้วยน้ำหอมสุดหรูหราอลังการทั้งกลิ่นและขวด โดยการนำทัพของคุณสลิมาน (Hedi Slimane) ตัวพ่อวงการแฟชั่นที่มีผลงานบันลือโลกมากมาย
💜เค้าคือคนที่ปลุกปั้นและสร้างตำนานให้กับ Dior Homme เสื้อผ้าสไตล์สกินนี่รัดรูปที่ผู้ชายทั่วโลกต่างพากันคลั่งไคล้และอยากครอบครองราวกับลัทธิแฟชั่นยุคนั้น ถึงขั้นที่คาร์ล ลาเกอร์เฟ็ลท์ (Karl Lagerfeld) Director บ้าน Channel และ Fendi ยอมลดน้ำหนักอย่างบ้าคลั่งกว่า 40Kg. เพื่อที่จะได้สวมใส่ Dior Homme ที่สลิมานออกแบบให้ได้
❤️เค้าคือคนที่พลิกโฉม YSL ให้ดูทันสมัย ด้วยการเปลี่นชื่อแบรนด์เป็น Saint Laurent ไม่เหลือคราบเดิมๆ ด้วยเสื้อผ้าที่ทำลายเส้นแบ่งกั้นระหว่างเพศ กลายร่างเป็นลุคเท่ห์ๆ ถูกใจวัยรุ่นทั้งชายและหญิง ดีไซน์บู๊ตหนังกึ่งส้นสูงของผู้ชาย กระเป๋าสะพายผู้หญิง ไปจนถึงเสื้อผ้าแบบหน้าตาบ้านๆ แต่ใช้วัสดุคุณภาพเยี่ยม แม้แต่เซเลปต่างพากันโหยหาอยากครอบครอง ทั้งหมดนี้กลายมาเป็นสินค้าทำกำไรของแบรนด์ Saint Laurent จากที่เคยขาดทุนมาหลายปี กลายมาเป็นแบรนด์ที่ทำกำไรอันดับหนึ่งของสินค้าแบรนด์หรูติดกันถึง 4 ปีซ้อน
และครั้งนี้สลิมานได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเปลี่ยนโฉมแบรนด์เก่าแก่ชื่อดังของฝรั่งเศสอย่าง Celine โดยเค้าได้อิสระในการออกแบบและบริหารทุกสิ่งในอาณาจักรของ Celine อย่างเต็มที่ และโปรเจ็คสุดท้าทายคือ การกลับมาของน้ำหอม Celine ในรอบ 20 ปี คุณสลิมานใช้เวลา1 ปีกว่าในเปิดตัวไลน์น้ำหอม Haute Pafumerie ทั้งหมด 11 กลิ่น (อีก 2 กลิ่นที่ plan ว่าจะขายในปี 2020 แต่โดน covid สกัดดาวรุ่งไปคือ BOIS DORMANTและ RIMBAUD) แต่ละกลิ่นถ่ายทอดความฝรั่งเศสในทุกระเบียดนิ้ว ซึ่งพอมารวมกับความ Perfectionist ของคุณสลิมาน แน่นอนว่าทุกจุดล้วนเป๊ะ ปังไม่ว่าจะเป็น…
🇫🇷ขวด ดีไซต์ตามแบบฉบับดั่งเดิมในยุคคลาสสิกช่วงปลายศตวรรษที่ 17
🇫🇷ฝา สลักอักษรตัวC 2 ตัวไขว้กันที่ได้แรงบันดาลใจจากกุญแจของโซ่ประตูชัยฝรั่งเศส (ARC DE TRIOMPHE)
🇫🇷กล่อง ผลิตจากกระดาษชนิดพิเศษให้สัมผัสแบบแป้ง “GRAIN DE POUDRE” ตามแบบฉบับน้ำหอมในยุค “GRAND SIÈCLE” ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ตั้งแต่เคยซื้อน้ำหอมมาว่าพูดเลย แกะกล่องน้ำหอม Celine คือใจสั่นมากสุดแล้ววว ขุ่นพ่อสลิมานเล่นใหญ่มากกก มีความหรูหรา ปารีเซียงทุกจุด ทั้งกล่องนอก กล่องใน ขวดน้ำหอมอีกกก คือจากห้องธรรมดา พอวางขวดน้ำหอม Celine ปุ๊ปคือดูคฤหาสน์ 100 ล้านขึ้นมาทันที ส่วนกลิ่นคือแบบดีย์มากกก ละมุนทุกโมเลกุล
🌹สำหรับกลิ่นที่ชอบมากเป็นพิเศษ คือ Celine La Peau Nue ถ้าแปลเป็นไทยคือ “ณ จุดที่ผิวเปลือยเปล่า” ฟังแล้วแอบ X นิดๆ แต่คือความจริง น้องคือกุหลาบที่ถูกตีความมาในแบบฉบับของคุณสลิมานนั่นคือ กุหลาบสุดหรู สุดโรแมนติกแห่งกรุงปารีส ซึ่งความโรแมนติกในแบบฉบับของฝรั่งเศสคือกลิ่นแนวแป้ง และวนิลา กลิ่นของน้องจึงเป็นแนวกุหลาบและดอกไอริส ซึ่งจะให้กลิ่นกุหลาบในโทนหม่น ให้ความรู้สึกเซ็กซี่ ยั่วยวนแบบมีระดับ ผสมความ creamy และ powdery แบบนุ่มนวลชวนฝันน่าซุกไซ้ยิ่งนัก
เชื่อว่าใครที่ชอบแนวแป้ง หรือแนวดอกไอริส ต้องหลงรักกลิ่นนี้แน่นอนค่ะ นี่ปกติไม่ชอบแนวแป้งเลย แต่เจอกลิ่นนี้คือหลงมากค่ะ กลิ่นนี้อาจไม่ใช่แนวหอมฟาดแบบรัศมี 5 เมตร แต่ถือว่าติดผิวดีมาก แนวเป็นออร่า ละมุนอยู่ที่ผิวราวๆ 8 ชั่วโมง
ถึงแม้จะเป็นแนว Genderless แต่ส่วนตัวรู้สึกว่ากลิ่นนี้หนักไปทางผู้หญิง 70% ใช้แล้วก็จะรู้สึกหอมแบบเซ็กซี่มีคลาส แนวแบบผู้หญิงที่แค่ส่งสายตามาก็สร้างพลังดาเมจจจขั้นสุดแล้ว
แต่ผู้ชายใช้ก็จะได้อยู่นะคะ ซึ่งกลิ่นนี้จะชวนให้นึกถึงผู้ชายแนวสุภาพ อบอุ่น สะอาดสะอ้าน มีเสน่ห์มากค่ะ
เพื่อนๆ เคยลองแล้วชอบไม่ชอบยังไง หรือมีกลิ่นไหนบ้าน Celine มาป้ายยากันเพิ่มเติมได้เลยนะคะ🥰
14/08/2021
ถ้าพูดถึงน้ำหอมที่รักมากกสุด ตอบแบบไม่ลังเลว่าคือ กุหลาบ🌹ราชินีดอกไม้แสนสวย แต่ความยากสำหรับน้ำหอมกลิ่นกุหลาบจากที่เจอๆ มา ไม่จืดชืดไปก็ป้าไป ส่วนใหญ่คือจะหอมอยู่ที่ขวด แต่พอฉีดบนผิวเราคือไม่ลงตัวกันสักที
จนวันนึงมีโอกาสได้ลอง Atielier Versace Éclat de Rose ซึ่งอยู่ใน High End Collection ของบ้าน Versace (ต้องให้ Credit กลุ่มน้ำหอมคุณอิงวาดคนสวย ผู้นำพาเรามาพบกัน) ความรู้สึกแค่เพียงสเปรย์แรกคือเหมือนเจอรักแรกพบที่ตามหามานาน กลิ่นน้องคือกุหลาบที่แท้ทรู เป็นกลิ่นกลีบกุหลาบสีชมพูอมแดงที่ทั้งหอมหวาน หรูหรา เจือความนุ่มนวล สดใสและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญคือฉีดกับผิวยิ่งหอม น้องทำงานเข้ากับเคมีผิวเราได้ดีมากๆ ฟรุ้งกระจายและติดทนในระดับที่ดีมากก หอมแบบยิ่งดมยิ่งหลง ขวดก็สวยเล่อค่ามาก สีชมพูพาสเทล ฝาเป็นสีทอง มี Logo สุด Classic รูปเมดูซ่าแบบ 3D ประดับอยู่ด้านบน รูปทรงเหมือนเกลียวม้วนของดิ้นด้าย ซี่งน่าจะเชื่อมโยงกับที่มาของน้อง
เพราะจุดเริ่มต้นใน collection นี้เกิดจากการที่ Gianni และ Donatella 2 พี่น้อง Designer ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Versace แบรนด์สุดหรูระดับโอต์กูตูร์จากมิลานที่สายแฟชั่นระดับงานพรมแดงต้องรู้จักแน่นอน สองพี่น้องอยากจะจัดงานฉลองให้กับห้องตัดเย็บงานระดับโอต์กูตูที่ชื่อ Atielier รวมถึงต้องการระลึกถึงคุณแม่ ผู้ถ่ายทอดศาสตร์การตัดเย็บชั้นสูงนี้ให้กับพวกเค้า จึงได้เชิญนักปรุงน้ำหอมระดับปรมาจารย์ มาออกแบบน้ำหอมภายใต้ชื่อ Atierlier เพื่อเติมเต็มความโอต์กูตูรย์ขั้นสุดให้โลกตะลึงไปอีกกก คุณนาธาลี ลอร์สัน คือ 1 ใน 5 ที่ได้รับคำเชิญนี้ ซึ่งคุณนาธาลีมีผลงานโดดเด่นมากมาย ได้แก่ YSL Black Optuim, Maison Lancome Parfait de Rôses, Le Labo another 13 นี้แค่น้ำจิ้ม เพราะยังมีอีกกว่า 200 กลิ่นที่เพื่อนๆ จะต้องรู้จักแน่นอน
โจทย์สั้นๆ แต่สุดท้าทายสำหรับน้ำหอมใน Collection นี้คือ จะต้องสื่อถึงความประณีต งดงามและแฟชั่นชั้นสูงสุดหรูระดับโอต์กูตูร์มาถึงตรงขอขยายความคำว่า “โอต์กูตูร์(Haute couture)” อีกเล็กน้อย เพื่อที่เพื่อนๆ จะได้เข้าใจว่านักปรุงน้ำหอมทั้ง 5 ว่าเจอโจทย์ ยากเบอร์ไหน
คือการเป็นกูตูริเยร์ มีเพียงหน่วยงานเดียวที่จะรับรองฐานะนี้ได้คือกระทรวงอุตสาหกรรมฝรั่งเศสเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 15 แบรนด์ของฝรั่งเศส ส่วน Brand ที่ไม่ได้อยู่ในอาณาจักรฝรั่งเศสแต่ได้รับการยอมรับและแต่งตั้งในฐานะสมาชิกร่วม ทั่วโลกนี้มีเพียง 7 แบรนด์เท่านั้น และ Versace คือ 1 ใน 7 นั่นหมายถึงความปังขั้นสุดที่โลกต้องประจักษ์
คุณนาธาลีจึงต้องทำการบ้านหนักมากกกก ก้มหน้าก้มตาคัดเลือกและดมกุหลาบที่ละกลีบจากหลากหลายสายพันธุ์ทั่วมุมโลก จนมาลงตัวที่ กุหลาบเซนติโฟเลียจากโมร็อกโค ที่ต้องเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันในช่วงเช้าตรู่เท่านั้น ไม่งั้นจะไม่ได้มาตราฐานของกลิ่นอย่างที่ต้องการ สำหรับกลิ่นของกลีบกุหลาบของกุหลาบสายพันธุ์นี้จะให้ความ Sophisticate ทั้งหอมหวาน นุ่มนวล หรูหรา สดใส เจือความ Fruity เบาๆ ยิ่งผสมผสานเข้าไปกับ musk กลิ่นติดผิวคือมีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อที่สุด
นอกจาก Éclat de Rose แล้ว อีก 5 กลิ่นที่เหลือก็หอมแบบสมฐานะโอต์กูตูร์เช่นกัน ขอแนะนำแบบสั้นๆ ดังนี้นะคะ
💜Jasmin au Soleil มะลิสุดหรูและเย้ายวน กลิ่นนี้ปรุงโดยคุณนาธาลีเช่นกัน
💛Cédrat de Diamante หอมสดชื่น แต่ละมุนและตราตรึง
❤️Vanille Rouge วนิลากุหลาบสุด Sexy หรูหรา
🤍Figue Blanche กลิ่นเปิดสดชื่นแนวส้มแมนดาริน ผ่านไปสักพักคือหอมสวย หอมเกินต้านทานเช่นกัน
🖤Santal Boisé กลิ่นเหมือนแมกกาซีนเก่า ออกแนวไม้ เครื่องเทศ (ส่วนตัวกลิ่นนี้คือไม่ใช่แนวเท่าไหร่ค่ะ เพราะไม่ค่อยชอบแนวไม้ๆ)
เพื่อนๆ ที่เคยลองบ้านนี้มาร่วมแบ่งบันประสบการณ์กันได้เลยนะคะ
PS.รีวิวนี้เพิ่งหัดเขียนเป็นครั้งแรก ถ้ามีข้อผิดพลาดหรือข้อเสนอแนะใดๆ comment กันมาได้เลยนะคะ น้อมรับคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุงต่อไปค่ะ 🥰
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok