LOVEYourseif

LOVEYourseif

แชร์

ให้เราช่วยดูแลสุขภาพของคุณ

Photos from LOVEYourseif's post 17/12/2021

ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ เราจึงต้องดูแลผิวรอบดวงตากันเป็นพิเศษ ผิวบริเวณรอบดวงตามีความอ่อนบางกว่าผิวในบริเวณอื่น อีกทั้งเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่ช่วยให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และเรียบเนียนยังถูกทำลายจากอนุมูลอิสระอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผิวบริเวณนี้มีต่อมไขมันน้อย ทำให้มีสารอาหารหล่อเลี้ยงผิวไม่เพียงพอ อันเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยแห่งวัย แต่ละวัยจะมีปัญหาผิวรอบดวงตาอะไรบ้าง ผู้เชี่ยวชาญ จาก Aster Spring ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี) มาให้ข้อมูลดังนี้

*** ช่วงอายุกับริ้วรอยรอบดวงตา👁👀

• ช่วงวัย 20 ปีขึ้นไป – รอยคล้ำใต้ตา ขอบตาดำ เนื่องจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนดึก การใช้ชีวิตประจำวันที่เป็นอันตรายต่อผิว เช่น การสูบบุหรี่ การอดอาหาร การใช้สายตามาก เป็นต้น
• ช่วงวัย 30 ปีขึ้นไป – เริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยเล็กๆ ผิวรอบดวงตาดูแห้ง และหมองคล้ำ มีรอยบวมใต้ตา เนื่องจากการผลัดเซลล์ของผิวและการสร้างเซลล์ผิวใหม่เริ่มช้าลง การเคร่งเครียดกับชีวิตประจำวัน อดนอน การรับประทานอาหารไม่ครบหมู่ การหรี่ตาเมื่อเจอแสงแดด การผลิตเม็ดสีมากกว่าปกติ สารตกค้างจากเครื่องสำอาง
• ช่วงวัย 40 ปีขึ้นไป – ปัญหาถุงใต้ตา ริ้วรอยรอบดวงตา รอยตีนกา หนังตาเริ่มหย่อน-ตก เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น ผิวอ่อนแอลง มีความบอบบางมากขึ้น ขาดความชุ่มชื้น การสะสมของปัญหาที่มีมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว การปกป้องผิวที่ไม่เพียงพอจากสภาวะแวดล้อมต่างๆ
*** สาเหตุของริ้วรอยรอบดวงตาเกิดจากอะไร👁

• อายุที่เพิ่มขึ้น
• การสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินลดน้อยลง การผลัดเซลล์ผิวช้าลง
• สภาวะแวดล้อม มลพิษต่างๆ เช่น แสงแดด อนุมูลอิสระ
• การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การสูบบุหรี่ ความเคร่งเครียด การรับประทานอาหาร
• การละเลยการดูแลผิวรอบดวงตา การใช้เครื่องสำอางที่มีสารตกค้าง การทำความสะอาดผิวที่ไม่ถูกต้อง
• พฤติกรรม เช่น การขยี้ตา การหรี่ตา การขมวดคิ้ว การยิ้ม

*** วิธีแก้ไขปัญหารอบดวงตามีวิธีใดบ้าง👁

• หลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดปัญหาผิวรอบดวงตา เช่น การไม่สูบบุหรี่ การรับประทานอาหารให้ครบหมู่ การดื่มน้ำให้เพียงพอ การพักผ่อนอย่างเต็มที่
• การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยแก้ไขปัญหาและบำรุงผิวรอบดวงตา การใช้ผลิตภัณฑ์ผสมสารกันแดดที่เหมาะกับผิวบริเวณรอบดวงตา
การทำทรีตเมนต์เพื่อฟื้นฟูและบำรุงผิวรอบดวงตา

***ท่านวดบริหารรอบดวงตาด้วยตัวเองแบบง่ายๆ👁

• หลับตา ถูฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง เข้าด้วยกันไปมา จนรู้สึกว่าฝ่ามืออุ่น ปิดตาไว้ ขณะปิดตาให้หายใจเข้า-ออกลึกๆ ตามแบบโยคะ คือ หายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบ นับจังหวะการหายใจเข้า-ออก 3 รอบ เสร็จแล้วลืมตาขึ้นแบบสบายๆ
• จากนั้นหลับตาใช้ปลายนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง เคาะใต้ตาเบาๆ สลับนิ้วกันตามแนวกระดูกเบ้าตา เริ่มจากหางตาเข้าหาหัวตา ทำประมาณ 3-5 รอบ จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือยกหัวคิ้วขึ้นเบาๆ ค้างไว้นับในใจ หนึ่ง สอง สามปล่อย ค่อยๆ ลืมตา จะรู้สึกได้ทันทีว่าดวงตาคลายความอ่อนล้า

Photos from LOVEYourseif's post 13/12/2021

*** ประโยชน์ของนมวัว ***

• ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและฟันแข็งแรง
นมวัวมีปริมาณแคลเซียมและแร่ธาตุอื่นๆมากมาย จึงช่วยเสริมสร้างกระดูกของเราให้แข็งแรง และยังช่วยทำให้ฟันแข็งแรงอีกด้วย เมื่อเรามีอายุสูงขึ้นจะช่วยทำให้กระดูกหนาขึ้น การดื่มนมจะช่วยให้มีร่างกายที่แข็งแรง

• ช่วยลดความอยากอาหาร
การดื่มนมไม่ได้เชื่อมโยงกับการเพิ่มน้ำหนักหรือโรคอ้วนและอาจช่วยลดความอยากอาหารได้ เพราะการกินนมวัวนั้นจะช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องมากขึ้น

• ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
นมวัวเป็นแหล่งที่มาของโพแทสเซียมที่ดีสามารถช่วยให้หลอดเลือดขยาย ช่วยลดความดันโลหิต โรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย

• ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน
วิตามินบีและแร่ธาตุที่จำเป็นในนมวัวจะช่วยทำให้การเผาผลาญในร่างกายของเรานั้นทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งสามารถควบคุมระดับน้ำตาลและอินซูลินในร่างกายได้ และจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์

• ลดการอักเสบ
นมมักได้รับการแนะนำให้ใช้ในการรักษาทุกอย่างตั้งแต่โรคเกาต์และโรคข้ออักเสบไปจนถึงปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ เพราะการรวมกันของโปรตีนจากสัตว์, กรดไขมันโอเมก้า 3 และสารต้านอนุมูลอิสระในนมทำให้เป็นสารต้านการอักเสบได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งนั้นก็มีเหตุผลว่าทำไมคนถึงดื่มนมหลังจากทานอาหารรสจัด ก็เพื่อบรรเทาอาการอักเสบได้กล่าวคือเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพในการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารนั่นเอง

• ช่วยในการเจริญเติบโต
นมวัวนั้นมีโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา สำหรับเด็กนั้นจะช่วยให้สูงและเติบโตได้ไว จากการวิจัยสรุปว่าการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจสามารถได้รับจากเครื่องดื่มที่มีคุณค่า

• อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย
ในนมวัวนั้นอุดมไปด้วยวิตามินมากมายหลายชนิด เช่น มีวิตามิน D, B2, B12, ฟอสฟอรัส, แคลเซียม, ซีลีเนียมและโพแทสเซียม

***ผลข้างเคียงของนมวัว***

สิว
สาเหตุที่นมหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมวัวทำให้เกิดสิวนั้นเป็นเพราะว่า ฮอร์โมนในนมวัวเหล่านี้กลับไปกระตุ้นต่อมไขมันของเราให้ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามัน และเป็นสิวตามมา

• ท้องเสีย
อาการของผู้ที่ขาดเอนไซม์แลคเตส หรือมีภาวะพร่องเอนไซม์คือมีเอนไซม์แลคเตสน้อยกว่าปกติ จะมีอาการผิดปกติทางลำไส้เกิดขึ้นหลังดื่มนมวัว มักมีอาการมีลมในลำไส้มาก ท้องอืด คลื่นไส้ หรือปวดบิด และในรายที่เป็นมาก อาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย

• โลกของคนแพ้นมวัว
ถึงแม้นมวัวจะเป็นของสำคัญที่ใครๆก็กินกันเป็นปกติ แต่บนโลกใบนี้ก็ยังมีคนแพ้นมวัวอยู่เหมือนกัน ถ้าหากว่านมวัวทำให้เป็นสิวและท้องเสียแล้ว โลกของคนแพ้นมวัวน่ากลัวกว่าเยอะ

• เด็กอ่อน
อาการแพ้นมวัวที่พบได้มีทั้งเล็กน้อยจนถึงรุนแรง คือ ปวดท้อง อาเจียน มีผื่นลมพิษ ผื่นคันตามผิวหนัง ไอ หายใจเสียงดังวี้ด หายใจลำบาก หน้าบวม และอาจมีอาการท้องเสีย มีเลือดออกช่องทวารหนัก ร้องจ้าไม่ยอมหยุด อาการเหล่านี้จะดีขึ้นหรือหายไปก็ต่อเมื่อให้เด็กหยุดดื่มนมสูตรนี้เท่านั้น

• เด็กโตหรือผู้ใหญ่
อาการแพ้นมวัวและความรุนแรงของอาการในแต่ละคนจะแตกต่างกัน บางคนแพ้ทันทีหลังการดื่มนมหรือทานผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมวัว มักมีลมพิษ หายใจดังวี้ด หรืออาเจียน แต่บางคนอาจแสดงอาการเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง โดยจะมีอาการอุจจาระเหลว อาจมีเลือดปน ท้องเสีย เป็นตะคริวที่ช่องท้อง ไอ หายใจดังวี้ด น้ำมูกน้ำตาไหล มีผดผื่นคัน ซึ่งพบบ่อยบริเวณรอบปาก

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยชน์และผลข้างเคียงของนมวัว หากใครไม่ชอบดื่มนมวัวหรือมีอาการแพ้จนกินไม่ได้ก็แนะนำให้ดื่มนมชนิดอื่นๆอย่าง นมแพะ นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์หรือน้ำนมข้าว แทนก็ได้ เพราะคุณค่าทางสารอาหารมีคุณประโยชน์และมีวิตามินทดแทนนมวัวได้เหมือนกัน

ขอขอบคุณ

Photos from LOVEYourseif's post 10/12/2021

10 ข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับโควิด-19 สายพันธุ์ “โอมิครอน”

1. เป็นโควิด-19 สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา
โควิด-19 สายพันธุ์แพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์ที่ผ่านมา 2-5 เท่า

2. อาการของผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน มีอาการไม่หนักมาก
กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ผู้ติดเชื้อ Omicron ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หรืออาการน้อยคล้ายโรคไข้หวัด โดยผู้ติดเชื้อในต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

3. ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน เสียชีวิต
4. กลุ่มเสี่ยงเดิม ยังคงเสี่ยงมากเหมือนเดิม
แม้ว่ายังไม่พบผู้เสียชีวิตหรือผู้ที่มีอาการหนักมากจากการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน แต่ไม่ได้แปลว่าโอมิครอนไม่น่ากลัว เพราะ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระบุว่า ลักษณะเชื้อโอมิครอน ติดง่าย แพร่ระบาดเร็ว หลบหลีกภูมิคุ้มกัน ดื้อยา และการติดเชื้อเพิ่มในร่างกายได้เร็ว สามารถแพร่ไวรัสออกเป็นวงกว้างครบคุณสมบัติการระบาดรุนแรง มักมีผู้ป่วยอาการหนักขึ้นได้อยู่แล้ว มิอาจพูดได้ว่า “การติดเชื้อโอมิครอนอาการเหมือนไข้หวัด” เพราะตามข้อมูลของแอฟริกานั้น ผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มวัยแข็งแรงมาก กลับมีอาการไข้อ่อนเปลี้ยเพลียแรงอย่างรุนแรง 2-3 วัน ฉะนั้นถ้าเป็นผู้สูงอายุ หรือป่วยมีโรคประจำตัว ก็อาจมีอาการรุนแรงมากกว่าคนอายุน้อยก็ได้

5. เชื้ออาจแพร่กระจายผ่านทางอากาศ
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ระบุเพิ่มเติมว่า มีข่าวว่า นักท่องเที่ยว 2 รายกักกันแยกห้องแล้วติดเชื้อโอมิครอน ทั้งที่ไม่เคยมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกันมาก่อน จนตั้งข้อสังเกตว่า การติดเชื้อแพร่กระจายทางอากาศ (Airborne) หรือไม่

6. ตรวจหาเชื้อเจอได้ยากมากขึ้น
มีการรายงานว่า ด้วยการผันแปรรหัสพันธุกรรมผิดเพี้ยนค่อนข้างมาก ทำให้สามารถหลบหลีกการตรวจด้วย PCR อันเป็นกระบวนการวิธีมาตรฐานใช้ตรวจโควิดทั่วโลกนี้ได้ ข้อพลาดนี้มีตั้งแต่จับหาพันธุกรรมโอมิครอนไม่ได้เลย ตรวจจับได้ 2/3 ชิ้นส่วน ตรวจจับเชื้อได้ระดับต่ำไม่ตรงจริงแต่ไวรัสมีปริมาณมาก เพราะความผิดเพี้ยนรหัสพันธุกรรมทำให้การตรวจ PCR จับไม่แม่นยำ

นอกจากนี้ ชุดตรวจ ATK ไม่เหมาะตรวจเชื้อโอมิครอน แม้ตรวจหาแอนติเจนไวรัสสามารถจับเชื้อโอมิครอนได้ แต่ด้วย ATK ประมวลผลช้า มักเป็นผลลวงเยอะ ทำให้ไม่อาจเป็นตัวเลือกที่ดีในสถานการณ์ตอนนี้

7. มาตรการป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน
• ฉีดวัคซีนโควิดให้ครอบคลุมมากที่สุด ควบคู่ไปกับการหายารักษา เช่น ยาฟ้าทะลายโจร หรือยาต้านโรคซึมเศร้าฟลูวอกซามีน (Fluvoxamine) หรือยาพยาธิไอเวอร์เม็กติน แต่มีเงื่อนไขใช้กับผู้ติดเชื้อโควิดใหม่ๆ ที่จะป้องกันไม่ให้อาการหนักขึ้นได้
•ใช้มาตรการป้องกันส่วนบุคคลที่เข้มงวด เช่น สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง
• ยกระดับการเฝ้าระวัง ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ และสถานที่ท่องเที่ยว
• ทำการสุ่มตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และผู้ป่วยไข้หวัดที่เป็นกลุ่มก้อน (Cluster)
• ส่งตัวอย่างเชื้อที่พบจากผู้เดินทางหรือรายที่น่าสงสัยไปตรวจหาสายพันธุ์โอมิครอน ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

Photos from LOVEYourseif's post 08/12/2021

ไม่ว่าจะเรียน ทำงาน สิ่งเหล่านี้ก็สามารถสร้างความเครียด ความกดดันให้กับเราได้ ส่วนใหญ่มันจะค่อยๆสะสมความเหนื่อย ความเครียดให้กับร่างกายและจิตใจของเรา จนถึงจุดที่ตัวเราจะส่งสัญญาณออกมา ถ้าเรามี 6 สัญญาณนี้ ก็ควรรีบหยุดพักให้เร็วที่สุด

หยุดพักก่อนเถอะ ถ้าคุณมี 6 สัญญาณตามนี้

6 สัญญาณอันตราย ร่างกายเตือนให้เราต้อง "พักผ่อน"

1 ไม่มีสมาธิ
อาการแรกเรามักไม่มีสมาธิ กระสับกระส่าย รู้สึกกังวล อาการนี้มักเกิดขึ้นจากการไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ความกังวลถึงงานที่มีปัญหา ทำให้คุณภาพงานที่ได้ออกมาน้อยลง

2 นอนหลับยาก
กว่าจะหลับก็ยาก ตื่นกลางดึก พยายามนอนเท่าไรก็ไม่หลับ อาการเหล่านี้หากติดต่อกันนานๆ จะส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ส่วนใหญ่มักมาจากความเครียด ความกังวลใจที่ได้เจอ

3 กินไม่ปกติ
กินมากกว่าปกติ กินน้อยกว่าปกติ เป็นสัญญาณของความเครียดอย่างหนึ่งที่บอกกับตัวเราว่า เราควรต้องหยุดพักจากกิจกรรมที่ทำให้เราเครียด และสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยคือ มักไม่กินอาหารมื้อหลัก แต่กินของว่าง ขนมแทน อันนี้ก็เป็นสัญญาณบอกว่าเราควรพักได้เช่นกัน

4 ไม่มีแรงจูงใจ
หมดกำลังใจ ไม่อยากลุกไปเรียน ไม่อยากลุกไปทำงาน ทั้งๆที่ปกติเคยอยากทำมากๆ หรือแม้กระทั่งไม่อยากออกไปเจอผู้คน ไม่อยากไปทำอะไรที่ชอบ อาการนี้ส่วนใหญ่มาจากความเบื่อ อยู่ในจุดที่เบื่อมากๆไม่อยากทำอะไร

5 ป่วยตลอดเวลา
รู้สึกไม่สบายตัว ปวดหัว ปวดท้อง ไม่สบายตลอดเวลา อาการนี้ความเครียด ความกังวล การพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจจะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของเรา ทำให้เราป่วยได้ง่ายขึ้น

6 ไม่สนุกกับสิ่งที่ชอบอีกต่อไป
จากเป็นคนที่ชอบดูหนัง ชอบไปคาเฟ่ กลับกลายเป็นไม่ชอบอีกต่อไป ไม่รู้สึกว่าทำแล้วมันจะมีความสุข อาการนี้อาจจะเป็นอาการของภาวะสิ้นยินดี หรือภาวะซึมเศร้าก็ได้ หากรู้สึกแบบนี้ควรพักหรือปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

หากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นกับตัว ทางที่ดีควรหาเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อน ลางาน ออกไปเที่ยว มีเวลาให้กับตัวเอง หากมากจนไม่สามารถแก้ได้ด้วยตัวเองก็ให้ปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok