Kids Protection By Nadee

Kids Protection By Nadee

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Kids Protection By Nadee, Bangkok.

04/08/2020
29/07/2020

ุ่งมั่น_กัดไม่ปล่อย คุณสมบัติของคนประสบความสำเร็จ

พ่อแม่ทุกคนสร้างให้ลูกได้ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวยากจนหรือร่ำรวย ขอเพียงแค่ยอมปล่อยลูกให้ “ติดขัดกับปัญหานานๆ” ไม่เข้าไปช่วยลูกเร็วเกินไป....

เช่น ลูกใส่รองเท้าไม่ได้ พ่อแม่ต้องยอมปล่อย.. ยอมให้ลูกง่วนกับปัญหาตรงนั้น ไม่เข้าไปฉวยเท้าลูกมาใส่ให้ทันที

พ่อแม่ต้องมองไปในอนาคต ความจริงของชีวิตก็คือ “คนเราต้องเผชิญปัญหาและแก้ปัญหาเอง อย่าคิดว่าจะมีคนใจดีหรือผู้ชายขี่ม้าขาวมาช่วย ....

ถ้าพ่อแม่ช่วยลูกเร็ว ลูกจะคิดแบบนี้ เขาจะรอหรือคาดหวังคนมาทำให้ แล้วลูกก็จะโตมาแบบเด็กไม่อดทน ไม่มุ่งมั่น ไม่แก้ปัญหาให้สุดทาง😩

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำแทนการช่วยคือ หาวิธีทำให้ลูกไม่ล้มเลิก... ฟังอีกครั้ง! พ่อแม่มีหน้าที่ช่วยให้ลูกไม่หมดกำลังใจในระหว่างที่ลูกติดกับปัญหานั้นนานพอ... ไม่ใช่เตรียมพร้อมที่จะทำแทนลูกตลอดเวลา.......................................

ขั้นตอนจะเป็นแบบนี้...

🔹 เมื่อลูกกำลังใส่รองเท้า ปล่อยลูกลองทำดูก่อน ถึงลูกจะใส่รองเท้าผิดๆถูกๆ หรือกลับข้าง ก็อย่าเพิ่งเข้าไปสอนถ้าลูกยังพยายามแก้ปัญหาอยู่

🔹 คิดภาพต่อ.. พอเวลาผ่านไปนานขึ้น ลูกจะเริ่มแสดงท่าทีว่าอยากเลิก หน้าที่ของพ่อแม่มาถึงแล้ว! (หลังจากนั่งเงียบเก็บไม้เก็บมือมานาน🤣 )

วิธีที่จะช่วยให้ลูกมุ่งมั่น มีหลายอย่างค่ะ...

-เข้าไปช่วยสอน เช่น “ตรงไหนที่ลูกติดนะ“ (ชี้ปัญหา), “ลองแบบนี้มั๊ยลูก” (เฉลยแบบทำให้ดู)

-ให้กำลังใจ “ลูกลองทำอีกทีซิจ้ะ แม่ชอบมากเลยที่เห็นลูกพยายาม”, “ลูกทำได้นะ (พร้อมสายตาที่มุ่งมั่นของแม่)

-ส่งเสียงเชียร์ “อีกนิดนึง”, “เริ่มใกล้แล้ว” “อึบๆ”

พ่อแม่จะพูดหรือทำแบบไหนก็ได้ ขอแค่อยู่ในหมวด “ช่วยให้ลูกไม่หมดกำลังใจในการแก้ปัญหานั้น”

🔹 เมื่อเราใช้เวลากับคอนเซ็บนี้นานพอจริงๆ และลูกก็ทำไม่ได้ ถึงตอนนี้ค่อยลงมือช่วยค่ะ แต่ขอให้เป็นจับมือลูกทำ ส่วนทำให้ลูกเลยนั้น ขอให้เป็นสิ่งสุดท้ายที่ไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ

สรุปก็คือ พ่อแม่มีหน้าที่ ช่วยให้ลูกไม่ล้มเลิกในการแก้ปัญหา ไม่ใช่แก้ปัญหาแทนหรือทำแทน
..................................................

27/07/2020

เรา.. มีเวลาอุ้มลูกนอน 6 เดือนแรก
หลังจากนั้น .. เค้าจะนอนได้เอง 😴

เรา.. มีเวลาอุ้มลูกเดินแค่ 1 ปีแรก
หลังจากนั้น .. เค้าจะเดินได้เอง 🧏‍♂️

เรา.. มีเวลากอดลูกเล่นได้นานๆ แค่ 2 ปีแรก
หลังจากนั้น .. เค้าจะไม่ยอมให้กอดนานๆ🤦‍♀️

เรา.. มีเวลาพูดให้ลูกฟังตลอดแค่ 3 ปีแรก
หลังจากนั้น .. เค้าจะไม่ฟังเราพูด🙅‍♀️

เรา.. มีเวลาอยู่กับลูกตลอดได้แค่ 10 ปีแรก
หลังจากนั้น .. เค้าจะไม่ยอมอยู่บ้านกับเรา
และ.. อยากอยู่กับเพื่อน.. มากกว่าเรา😔

เรา.. มีเวลาดูแลลูกได้แค่ 15ปีแรก
หลังจากนั้น .. เค้าอาจไม่อยากให้เรา..ดูแลเค้าอีก
และ.. อยากมี '' ชีวิตของเค้าเอง ''😓

ผ่านไป 30 ปี .. หลังลูกเกิด
เรา.. อาจจะไม่ได้เจอลูกอีก
เพราะ.. '' เวลา '' ของคนใดคนนึง..อาจหมดลง

ทำทุกๆ วัน .. ที่อยู่กับลูกให้มีค่า
เพราะ.. '' เวลา '' นั้น .. ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
'' ชีวิตสั้น '' แต่.. '' ความรักความ & ผูกพัน '' นั้นยาว...😣🥺

25/07/2020

เมื่อลูกทำผิด อย่าปกป้องลูกในทางที่ผิด
เชื่อว่า พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกของตัวเองเป็นที่ยอมรับ เป็นที่รักของเพื่อน และเป็นเด็กที่ดีในสายตาของทุกๆ คน...
แต่ในบางครั้ง เด็กอาจจะทำพฤติกรรมที่ไม่ดีบ้าง เช่น หยิกเพื่อน แกล้งเพื่อน พูดจาทำร้าย และตีคนอื่น เป็นต้น ถ้าพ่อแม่รับรู้ว่า ลูกทำเช่นนั้น
สำหรับพ่อแม่บางคนยอมรับว่าลูกทำจริงแล้วพยายามปรับเปลี่ยนแก้ไข และสอนเขา
แต่สำหรับพ่อแม่บางคนเลือกที่จะปฏิเสธความจริง และปกป้องลูกว่า “ลูกฉันไม่ได้ทำหรอก” พฤติกรรมที่ลูกทำอาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ แต่การกระทำของพ่อแม่ที่ปกป้องเขาในทางที่ผิด กำลังจะก่อให้เกิดปัญหาที่หนักหนาสาหัสกว่านั้น...
เมื่อลูกทำผิด สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ คือ...
*ขั้นที่ 1 ตั้งสติ อย่าเพิ่งตัดสินหรือบุ่มบ่ามทำอะไร รับฟังลูกและคนในเหตุการณ์ เพื่อนำมาพิจารณาอย่างยุติธรรม และเพื่อให้ลูกรับรู้ว่า พ่อแม่รับฟังเขา และไตร่ตรองดีแล้ว จึงได้พิจารณาทำโทษหรือสอนเขา เพื่อให้เขาได้รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
**ขั้นที่ 2 การทำโทษหรือลงโทษเด็กที่ทำผิด ไม่ควรทำด้วยอารมณ์หรือใช้การกระทำที่รุนแรง
***ขั้นที่ 3 เมื่อไม่ปกป้องเด็กเมื่อเขาทำผิด และสอนเด็กให้ทำพฤติกรรมที่เหมาะสมแล้ว พ่อแม่ควรกลับไปทบทวนสิ่งต่างๆ เหล่านี้
****ขั้นที่ 4 เมื่อเด็กทำผิด ไม่ได้แปลว่า เด็กคนนี้เป็นเด็กไม่ดี เขาเพียงทำพฤติกรรมที่ไม่ดีเท่านั้นเอง และเขาควรได้รับการสอนให้ทำในสิ่งที่ถูก
“อย่าเรียกร้องให้คนอื่นยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวลูกเรา พ่อแม่ควรสอนลูกให้ทำตัวเป็นคนที่มีคุณค่าและทำสิ่งที่สมควรได้รับการยอมรับจากสังคมต่างหาก"
สุดท้าย วันนี้ที่ลูกเรายังเป็นเพียง “เด็ก” ความผิดที่เขาทำแม้จะเบาบาง แต่ถ้าพ่อแม่ไม่สอนเขาในทางที่ถูกในวันนี้
วันข้างหน้าที่ลูกกลายเป็น “ผู้ใหญ่” ความผิดที่เบาบางจะเป็นเรื่องที่หนักหนา วันนั้นจะไม่มีใครช่วยลูกของเราได้ และสังคมจะเป็นสอน(/ลงโทษ)เขาเอง
“เมื่อลูกทำผิด พ่อแม่อย่าปกป้องเขาในทางที่ผิด"

21/07/2020

📌 5 ของเล่นเด็ก Low Cost แต่เพิ่ม IQ สูง ของลูก

ขวบปีแรกของลูกถือเป็นโอกาสทองที่คุณพ่อคุณแม่จะใช้โอกาสนี้ส่งเสริมให้เจ้าตัวเล็กมี IQ ที่ก้าวไกล ซึ่งเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยของเล่นใกล้ตัวและกิจกรรมที่แค่เล่นด้วยกันกับลูกก็ได้ผล ดังนี้ค่ะ

🧸ของเล่นบล็อกไม้ ฝึกคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา : การเล่นต่อบล็อกไม้ ต่อกับลูกน้อย นอกจากจะเชื่อมความสัมพันธ์ของแม่กับลูกในการทำกิจกรรมร่วมกันแล้วยังช่วยฝึกให้ลูกรู้จักคิด แก้ปัญหา ฝึกการยืดหยุ่นความคิด และวางแผน ที่สำคัญเป็นกิจกรรมที่เล่นได้ไม่เบื่อ เล่นสนุกกันได้ทั้งครอบครัว
🧸หนังสือนิทาน กระตุ้นความจำ : หนังสือนิทานเป็นตัวช่วยที่ลงทุกครั้งเดียวแต่ได้ประโยชน์และฝึกทักษะให้ลูกได้ไม่รู้จบค่ะ ซึ่งวัยนี้เริ่มรู้จักการนับจำนวนตัวเลข หรือจำนวนสิ่งของรอบตัวลูกได้ คุณแม่ลองใช้หนังสือนิทานที่มีเรื่องของการนับจำนวนนำมาประยุกต์เล่นได้ทุกที่ แถมเป็นตัวช่วยที่เพิ่มความสนุก ให้ลูกได้ฝึกคิด กระตุ้นความจำได้ดี
🧸เล่นจับคู่จากของใกล้ตัว ฝึกความเชื่อมโยง : ของใช้ที่อยู่ใกล้ตัวสามารถนำมาประยุกต์เล่นเกมจับคู่ได้ค่ะ เช่น ตุ๊กตาที่ลูกชอบ ของเล่นชิ้นโปรด หรือของใช้ต่างๆ ที่ลูกคุ้นเคย ซึ่งกิจกรรมนี้ฝึกการช่างสังเกตลักษณะรูปทรงสิ่งของสีสันต่างๆ ฝึกความคิดเชื่อมโยงและแยกแยะความแตกต่างของสิ่งของ นอกจากนี้ยังสามารถฝึกความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของลูกได้ เพราะกิจกรรมนี้จะสนุกมากขึ้นหากคุณแม่ลองให้ลูกวิ่งหยิบสิ่งของที่เหมือนกันไปวางรวมกัน หรือเพิ่มเงื่อนไขให้ท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ
🧸เล่นบทบาทสมมติ เรียนรู้ทักษะชีวิต : เป็นการเล่นที่แทบไม่ต้องใช้ของเล่นหรืออุปกรณ์มากมายเลยค่ะ แต่ลูกจะได้เรียนรู้ทักษะชีวิตต่างๆ ผ่านตัวละครและสถานการณ์ที่เขาจำลองขึ้นมา เพราะโลกของเด็กๆ เต็มไปด้วยจินตนาการ การเล่นบทบาทสมมติของเด็กๆ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีส่วนช่วยฝึกจินตนาการและการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างอิสระ ฝึกการคิดแก้ปัญหา การอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญเมื่อลูกต้องเข้าสังคมจริงในวัยเรียน เขาก็จะเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ดี
🧸ขีดเขียนและระบายสี ริเริ่มสร้างสรรค์ : การขีดๆ เขียนๆ หรือระบายสีอย่างอิสระ ไม่มีรูปแบบกำหนด ไม่เพียงเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือของลูก แต่ยังต่อยอดให้ลูกได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ฝึกการแยกแยะสีสันที่ต่างกัน เปิดโอกาสให้ลูกใช้จินตนาการสร้างเรื่องราว หรือสีสันในแบบของเขาเอง ซึ่งหากทำสม่ำเสมอ ลูกจะรู้สึกมั่นใจในตัวเอง ได้เรียนรู้ศักยภาพของตัวเอง และหากคุณแม่ทำกิจกรรมไปกับลูกก็จะได้สังเกตสิ่งที่พฤติกรรมอย่างใกล้ชิดและตอบสนองได้ตรงจุดตรงใจลูกได้มากขึ้นคะ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok