Anti Aging Nutrition

Anti Aging Nutrition

แชร์

กินข้าวเป็นยา ดีกว่า กินยาเป็นข้าว

Photos 15/11/2015

12 วิธีบริหารสมอง…จะได้ไม่เป็นอัลไซเมอร์

สมองของเราชอบเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ไม่ชอบความจำเจน่าเบื่อหน่าย ชอบให้เราออกกำลังกาย ชอบความสุข ความเพลิดเพลิน และชอบสิ่งสวยงามจรรโลงใจ การบริหารสมองก็คือการทำกิจกรรมเหล่านี้บ่อยๆ ยิ่งบริหารบ่อย สมองก็ยิ่งแข็งแรง

❤ 1. เปลี่ยนกิจวัตรประจำวันบ้าง อย่าทำอะไรซ้ำซากจำเจไปทุกเรื่อง เคยตื่นขึ้นมาเปิดโทรทัศน์เลย ลองเปลี่ยนเป็นเดินรดน้ำต้นไม้หรือฟังเพลงเพราะๆ บ้าง ลองคิดทำอาหารแปลกๆ ใหม่ๆ แทนการซื้อบ้าง ไม่เคยออกกำลังก็ลองยืดเส้นยืดสายดู หรือเล่นกีฬาที่เหมาะกับร่างกาย
❤ 2. เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ เช่น ใช้เส้นทางใหม่ ลองเข้าร้านอื่นบ้างนอกจากร้านเจ้าประจำ อ่านหนังสือแนวอื่นที่ไม่เคยอ่าน เดินทางท่องเที่ยว
❤ 3. ฝึกทักษะที่ไม่เคยทำ เช่น ทำงานฝีมือ งานช่างหรือเย็บปักถักร้อย เรียนดนตรี หรือเล่นกีฬา เป็นต้น
❤ 4. เล่นเกมฝึกสมอง เช่น เกมทายภาพ ปริศนาอักษรไขว้ ปัญหาเชาวน์ หมากฮอส หรือหมากล้อม เป็นต้น
❤ 5. ฝึกความจำ ลองพยายามจำชื่อคน สถานที่ หรือเปิดพจนานุกรมท่องจำศัพท์แปลกๆ ดูบ้าง
❤ 6. ทำสมาธิให้จิตใจรู้สึกสงบผ่อนคลายบ้าง
❤ 7. เวลาทำอะไรก็ตามลองตั้งสติและใส่ใจ ให้รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ จะช่วยให้จำได้ดีขึ้น
❤ 8. สนใจเรื่องรอบตัว เช่น ติดตามข่าวสารต่างๆ แสดงความคิดความเห็น หรือ เล่าข่าวให้คนอื่นๆ ฟัง
❤ 9. เข้าสังคม คบหาเพื่อน ทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ บ้าง เข้าร่วมสมาคมหรือชมรม ภายในครอบครัวก็อาจจะมีกิจกรรมร่วมกันบ้าง เช่น ไปกินข้าวนอกบ้าน ทำกับข้าวด้วยกัน หรือไปเที่ยว
❤ 10. เปลี่ยนใช้ประสาทสัมผัสอื่นแทนบ้าง อาจจะใช้มือข้างที่ไม่ถนัดหยิบของ เขียนหนังสือ วาดรูป แปรงฟัน กวาดบ้าน เป็นต้น ส่งภาษาท่าทางแทนคำพูด เพื่อกระตุ้นสมอง
❤ 11. ออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง
❤ 12. มองโลกในแง่ดี มีเมตตา คิดถึงเรื่องดีๆ ให้บ่อยขึ้น ยิ้มบ่อยๆ มีอารมณ์ขันบ้าง ให้ความช่วยเหลือคนอื่น

ขอบคุณข้อมูลจาก
Facebook :: มูลนิธิหมอชาวบ้าน

Photos 05/11/2015

วันนี้มาทำความรู้จักกับโรคเบาหวานที่ติดอันดับปัญหาสุขภาพของประชากรไทยกันค่ะ

โรคเบาหวานเกิดขึ้นเนื่องมาจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งโดยปกติน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ร่างกายเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนอินซูลิน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานอาจเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอหรือมีการดื้อของอินซูลิน ร่างกายจึงไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูง ในระยะยาวมีผลในการทำลายหลอดเลือด ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ โรคเบาหวานนั้นแบ่งเป็นหลายชนิด

1. Type 1 diabetes (เบาหวานชนิดที่ 1)
พบประมาณ 5-10% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด ส่วนใหญ่ในผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี มีรูปร่างผอม และมีอาการของโรคเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรง ผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้จะต้องพึ่งพาการฉีดอินซูลินในการรักษาให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

2. Type 2 diabetes (เบาหวานชนิดที่ 2) ประมาณ 90-95%
พบประมาณ 90-95% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด ส่วนใหญ่เกิดกับผู้มีอายุมากกว่า 30 ปี อาการเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือไม่มีอาการ มีรูปร่างอ้วนหรือรูปร่างปกติแต่มีลักษณะอ้วนลงพุง (abdominal obesity) มักมีประวัติเบาหวานในครอบครัวชัดเจน

3. Other type of diabetes (เบาหวานชนิดอื่นๆ)
เบาหวานชนิดนี้เกิดจากมีสาเหตุอื่นๆ ที่มีผลกระทบทำให้สมดุลของน้ำตาลกลูโคสผิดปกติ หรือทำให้การสร้างอินซูลินผิดปกติไป ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการเกิดความผิดปกติที่อวัยวะที่สร้างอินซูลินอย่างตับอ่อน

4. Gestational diabetes mellitus (เบาหวานที่ตรวจพบขณะตั้งครรภ์) หรือ GDM
เป็นภาวะที่ตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดสูงระหว่างตั้งครรภ์ แต่ในบทความนี้ขอกล่าวถึงโรคเบาหวานที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะโดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิดที่ 2

การรับประทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะ เช่น การกินมากเกินไป การกินหวานเกินไป การกินมันมากเกินไป ฯลฯ ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานโดยเฉพาะโรคเบาหวานประเภท 2 ความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นมีความสะดวกสบายขึ้นเรื่อยๆ อาหารมีมากหลากหลายขึ้น การคมนาคมที่สะดวกขึ้น และลักษณะงานที่ต้องนั่งอยู่กับที่ทั้งวันมีมากขึ้น คนเรานั้นรับประทานมากแต่ออกกำลังกายน้อย บวกกับความเครียดทำให้คนเราเป็นโรคอ้วนกันมากขึ้น และเซลล์ไขมันในคนอ้วนนี่เองที่มีการหลั่งฮอร์โมนที่มีผลต่อการดื้อของอินซูลิน

ทางแพทย์แผนจีนได้กล่าวถึงโรคเบาหวานเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยคัมภีร์แพทย์จีนโบราณได้มีการบันทึกเกี่ยวกับโรคที่มี่ชื่อว่า “เซียวเข่อ” เป็นโรคที่มีอาการกระหายน้ำบ่อย หิวบ่อย ปัสสาวะบ่อยและร่างกายซูบผอม ซึ่งมีอาการคล้ายกับโรคเบาหวานในปัจจุบัน แล้วการกินอาหารที่ผิดสุขลักษณะทำให้เกิดเบาหวานได้อย่างไร

ในทรรศนะของแพทย์จีน ระบบการย่อยอาหารมีความเกี่ยวข้องกับม้าม โดยม้ามทำหน้าที่ควบคุมการย่อยอาหารของกระเพาะอาหาร เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป กระเพาะอาหารจะอาศัยพลังชี่จากม้ามเพื่อดึงเอาสารอาหารจากอาหารที่รับประทานเปลี่ยนเป็นพลังชี่ให้พลังงานแก่ระบบต่างๆ ของร่างกาย (สุยกู่จือชี่) ส่วนของเหลวที่ร่างกายดื่มเข้าไปถูกดึงเอาสารน้ำที่มีประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงร่างกาย จากนั้นอาหารและของเหลวที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกาย การรับประทานอาหารที่มากเกินไป มีรสหวานและความมันมากเกินไปทำให้ร่างกายย่อยอาหารยาก เมื่อย่อยได้ยากก็เกิดเป็นอาหารตกค้างสะสมอยู่ในกระเพาะอาหารทำให้เกิดความร้อนและความชื้นกระทบถึงม้าม ทำให้ม้ามเกิดความร้อนชื้นขึ้น เมื่อม้ามเกิดความร้อนชื้นสะสมเป็นระยะเวลานานจึงมีผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ดังนี้

1. สภาวะร้อนในม้าม ความร้อนที่เกิดขึ้นในม้ามนั้นทำลายสารน้ำที่อยู่ในร่างกายส่งผลให้ร่างกายเราขาดสารน้ำที่ใช้หล่อเลี้ยง ร่างกายจึงสร้างกลไกให้รู้สึกกระหายน้ำบ่อย เพื่อจะได้ดื่มน้ำมากขึ้น

2. ในทรรศนะของแพทย์แผนจีน ม้ามเป็นอวัยวะที่ไม่ชอบความชื้น ความชื้นสามารถขัดขวางพลังชี่ของม้าม ม้ามจึงไม่สามารถควบคุมการย่อยของกระเพาะอาหารได้เต็มที่ ทำให้ไม่สามารถดึงเอาสารอาหารมาเป็นพลังงานและไม่สามารถดึงเอาสารน้ำที่มีประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้อย่างเต็มที่ เมื่อร่างกายขาดสารอาหาร ร่างกายจึงสร้างกลไกป้องกันทำให้เรามีอาการ หิวบ่อย และเมื่อร่างกายขาดสารน้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงในร่างกาย ร่างกายจึงสร้างกลไกให้เรา กระหายน้ำ เพื่อดื่มน้ำมากขึ้นทดแทนที่ถูกทำลายไป

3. ปกติของเหลวที่เหลือจากการดึงสารน้ำจะถูกขับถ่ายออกทางปัสสาวะ แต่เมื่อร่างกายดึงเอาสารน้ำที่มีประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้น้อยลง ของเหลวที่เหลือจากการดึงสารน้ำเพิ่มมากขึ้น ทำให้เรามีอาการ ปัสสาวะบ่อย

4. แม้ตอนเริ่มเป็นโรคเบาหวาน (ประเภท 2) จะมีลักษณะร่างกายที่อ้วน แต่เมื่อคนเราเป็นโรคเบาหวานเป็นระยะเวลานาน ร่างกายจะขาดสารอาหารเรื่อยๆ และ ซูบผอม ในที่สุด

การรับประทานอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่การรับประทานอาหารที่อร่อยก็ยังเป็นการสร้างความบันเทิงใจให้แก่มนุษย์เรา แต่หากเราเน้นรับประทานอาหารเพื่อความบันเทิงโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว เราก็อาจจะต้องพบกับโรคต่างๆ ที่ทำลายสุขภาพเราดังเช่น “โรคเบาหวาน” ก็เป็นได้ ส่วนการรับประทานอาหารอย่างไรถึงจะสุขลักษณะทางแพทย์แผนจีน โปรดติดตามในบทความต่อไป

บทความโดย พจ.เซ็งจุ้น แซ่ลี (李成俊)
แผนกอายุรกรรมโรคเบาหวานและระบบต่อมไร้ท่อ

หมายเหตุ :
เอกสารนี้เป็นลิขสิทธิ์และทรัพท์สินทางปัญญาของคลินิกหัวเฉียวฯ แพทย์แผนจีน
ใช้เผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานความรู้แก่ประชาชน ห้ามมิให้คัดลอกในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตทุกกรณี
注意:这份文件的版权和知识产权属于华侨中医院,仅对外宣传和传播科普知识所用。禁止擅自用于任何形式的商业谋利。
Attention: The copyright and intellectual assets are belonged to the Hua Chiew (TCM) Clinic for public knowledge only. It is prohibit to copy for commercial purposes in all cases without permission.

#โรคเบาหวาน
#เบาหวานที่ตรวจพบขณะตั้งครรภ์ #ระดับน้ำตาลในเลือดสูง #ระบบต่อมไร้ท่อ #แพทย์แผนจีน #หมอจีน #ยาจีน

ที่มา :หัวเฉียว แพทย์แผนจีน
http://huachiewtcm.com/upload_pic/pdf/A0057.pdf

4 ประโยชน์ดีๆ จากการ ‘ดื่มเบียร์’ | สุขภาพ. 23/08/2015

ประโยชน์จากเบียร์

4 ประโยชน์ดีๆ จากการ ‘ดื่มเบียร์’ | สุขภาพ. “เบียร์” ไม่ได้มีแค่เพียงไว้ดื่มเพื่อลืมเธอเท่านั้น…นะจ๊ะ!!??

Mobile uploads 14/08/2015

ข่าวดี
ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล นักวิชาการจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการทดลองสารสกัดของน้ำพริกแกง 4 ชนิด ได้แก่ น้ำพริกแกงป่า แกงเลียง แกงส้ม และน้ำต้มยำ นำมาเลี้ยงเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว พบว่า น้ำแกงป่า น้ำแกงเลียง และน้ำแกงส้ม มีศักยภาพให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์อื่นในร่างกาย ได้มากถึง 45% ขณะที่ แกงเหลือง ทำให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีก 15 เท่า ดีกว่าการใช้ยาถึง 2 เท่า

7 สมุนไพร ควรปลูกไว้ใน “บ้าน” 04/08/2015

7 สมุนไพร ควรปลูกไว้ใน “บ้าน” 7 สมุนไพรที่คุณสามารถนำมาปลูกไว้ในบ้านเพื่อเก็บกิน หรือเก็บไปใช้ปรุงอาหารได้ทันที ที่สำคัญสมุนไพรพวกนี้โตไว จนอาจเก็บกินไม่ทันเลย

Mobile uploads 31/07/2015

สุขภาพดี เริ่มต้นที่ ข้าวดี
สนใจติดต่อ ข้าววังชะโอน
(ปลูกด้วยหัวใจของคนรักษ์ข้าว)

☎️Tel : 08 0450 1888
📱เพิ่มเพื่อนLine กดที่ลิ้งค์นี้ได้เลยครับ
http://line.me/ti/p/~thenetasia
เฟซบุ๊ค ข้าววังชะโอน
https://m.facebook.com/fatherfootprintfarm

Mobile uploads 24/07/2015
webcache.googleusercontent.com 06/07/2015

สูตรน้ำพริก มาแล้วจ้า

webcache.googleusercontent.com

Photos 17/05/2015

Gamma-oryzanol

จากการรวบรวมผลงานวิจัยทางด้านโภชนาการของโอไรซานอล สารอาหารที่มีใน ข้าวไรซ์เบอร์รี่ พบว่า โอไรซานอลสามารถลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด ลดการจับตัวของเกล็ดเลือดและ ลดการสังเคราะห์ โคเลสเตอรอลในตับ
ช่วยปรับสมดุลของระดับฮอร์โมนในสตรีวัยทอง ลดอาการวูบวาบ (Hot flashes) ป้องกันแสงยูวี ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ใช้ต้านการอักเสบ และ โอไรซานอลยังสามารถเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-C) ได้อีกด้วย

ปัจจุบันโอไรซานอลเป็นสารประกอบความสำคัญในการใช้เป็น ยา อาหารเสริมสุขภาพ และ เครื่องสำอาง

Tag:
#ข้าววังชะโอน #ไรซ์เบอรี่ #ข้าวอินทรีย์ #ข้าวปลอดสารพิษ #ข้าวคุณภาพดี #ข้าวเป็นยา

Photos 17/05/2015

สิทธิบัตรประเทศญี่ปุ่น Synergistic Effects
ได้จดแจ้งว่า Gamma-oryzanol สารอาหารจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ และ Sesamin ทำงานร่วมกัน (synergistic effects) ในการออกฤทธิ์ทางชีวเคมี
ดังนั้น เมื่อสารโอไรซานอล และ สารเซซามิน สามารถทำงาน ร่วมกันได้ ระบบในร่างกาย ของเราทั้ง10ระบบที่ ที่ทำงานพร้อมกัน จะได้รับ การสนับสนุนจากสารดังกล่าว
สิทธิบัตรนี้จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอเนกอนันต์
Tag:
#ข้าววังชะโอน #ไรซ์เบอรี่ #ข้าวอินทรีย์ #ข้าวปลอดสารพิษ #ข้าวคุณภาพดี #ข้าวเป็นยา

Photos 17/05/2015

บทบาทสำคัญของ
Gamma-oryzanol จากข้าวไรซ์เบอร์รี่และสารSesamin
ในระบบอวัยวะภายในทั้ง 10 ระบบ

1. ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ( Fatty Acid Oxidation )
2. ช่วยลดคอเลสเตอรอล (Reduction of Cholesterol ) ทั้งในด้านการยับยั้งการสังเคราะห์ และการดูดซึมคอเลสเตอรอล
3. ช่วยลดไขมันในเลือด ( Hypolipidemic Effect )
4. ช่วยเสริมประสิทธิภาพของวิตามินอีเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า (Enhancement of Vitamin E ) เหมาะสำหรับพัฒนาเป็นเครื่องสำอาง
5. ปกป้องระบบประสาท ( Neuroprotective Effect ) ด้วยการยับยั้งปฏิกริยาการเติมออกซิเจนของอะมีลอยด์โปรตีน จึงเป็นกลไกที่ช่วยป้องกันอัลไซเมอร์ได้
6. ป้องกันภาวะพร่องออกซิเจน (Effect on Hypoxic and Oxidative Stress )
7. มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ( Antioxidant Effect )
8. มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ ( Anti – Inflammatory Effect )
9. ยับยั้ง การเสื่อมสลายของกระดูกอ่อน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคข้อเสื่อม

Tag:
#ข้าววังชะโอน #ไรซ์เบอรี่ #ข้าวอินทรีย์ #ข้าวปลอดสารพิษ #ข้าวคุณภาพดี #ข้าวเป็นยา

Photos from Anti Aging Nutrition's post 17/05/2015

CoQ10 โคเอนไซม์ คิวเท็น
ในข้าวไรซ์เบอร์รี่

CoQ10 ถูกค้นพบในปี ค.ศ.1957 ว่าเป็นโคเอนไซม์ที่จำเป็นตัวหนึ่งในร่างกาย ทำหน้าที่เป็นตัวร่วมจุดประกาย การเกิดปฏิกิริยาเคมี ที่สำคัญในกระบวนการสร้างพลังงาน ของไมโตคอนเดรียแห่งเซลล์ของกล้ามเนื้อ ผู้วิจัยที่นำเสนอให้เข้าใจ ในบทบาทของ CoQ10 ได้รับรางวัล Nobel ในปี ค.ศ.1978 (พ.ศ.2521)
CoQ10 ไม่ได้ให้พลังงานโดยตรงแก่ร่างกาย แต่เป็นโคเอนไซม์ที่จำเป็น ในการจุดเริ่มปฏิกิริยาเคมีเพื่อสร้างพลังงาน จึงมีความสำคัญต่อกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ เนื่องจากหัวใจต้องทำงานตลอดเวลา ไม่ว่ายามตื่นหรือหลับ จากการศึกษากว่า 25 ปีในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อิตาลี และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก พบว่าผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ที่ทำการศึกษาล้วนมีภาวะขาด CoQ10 ที่รุนแรง ประมาณ 95% ของปฏิกิริยาพลังงานในร่างกาย ล้วนเกิดจากบทบาทของ CoQ10

บทบาทสำคัญของ CoQ10 มี 2 กลุ่ม
1. สร้างพลังงานในระดับเซลล์ CoQ10 เปรียบเสมือนหัวเทียนจุดประกายให้เริ่มต้นเครื่องยนต์เดินได้ หรือ เปิดปุ๊ปติดปั๊บ โมเลกุลพลังงานนั้นชื่อATPเป็นenzyme ในกระบวนการสร้างเซลล์ ส่วน CoQ10 เป็นตัวจุดประกายให้ enzyme เริ่มเดินเครื่อง จึงเรียก Coenzyme
2. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ โดยCoQ10 จะกระจายรอบผนังเซลล์เพราะเป็นสภาวะไขมัน ซึ่งCoQ10 ละลายได้ดี โดยจะคอยปกป้องผนังเซลล์มิให้ถูก ทำลายเสียหายจากอนุมูลอิสระ ก็คือ ปกป้อง DNA การที่มี CoQ10 พอเพียง รหัสพันธุกรรมของเซลล์ก็ย่อมปลอดภัย ไม่เสื่อม หรือแก่ตัวเร็ว หรือชรา หรือกลายเป็นมะเร็ง

แล้ว CoQ10 มีมากในอาหารประเภทใดบ้าง
หลายคนบอกว่า มีในอาหารทะเล แต่แท้จริงแล้วโคเอนไซม์ คิวเท็น มีมากในข้าวหอมนิล และ ข้าวไรซ์เบอร์รี่

Tag:

#ข้าววังชะโอน #ไรซ์เบอรี่ #ข้าวอินทรีย์ #ข้าวปลอดสารพิษ #ข้าวคุณภาพดี #ข้าวเป็นยา

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok