BELL THAI
เราอยากเป็นส่วนหนึีงในการดูแลสุขภ? สินค้าสุขภาพของบริษัท UNILEVER
23/02/2020
🍴🍜ร้ายกว่าและมาแรงแซงโค้งอันตรายของฝุ่นมลพิษ PM2.5 ก็คือโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือชื่ออย่างเป็นทางการที่องค์การอนามัยโลกต้ังให้คือ โควิด-19 (COVID-19)
วันนี้เลยเอาข้อมูลของการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาฝากกันค่ะ
แล้วอย่าลืม กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ นะคะ
ข้อมูลการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รับมือป้องกัน “ไวรัสโควิด-19” เพื่อสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก
06/10/2019
🍄🍄เห็ด 12 ชนิดที่กินได้ หาง่าย มีประโยชน์ต่อร่างกาย
อาหารเป็นยา : “เห็ด” อาหารต้านโรคร้าย
เห็ดมีมากมายหลายชนิดทั้งที่กินได้และกินไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเห็ดที่กินได้ เห็ดมีสารอาหารโปรตีนสูง รวมทั้งแร่ธาตุต่างๆที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก, ฟอสฟอรัส, แคลเซียม โดยเฉพาะมีเกลือแร่ เช่น ซิลิเนียม ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
นอกจากนี้ เห็ดยังอุดมไปด้วยวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบีรวม (ไรโบฟลาวิน) และไนอาซิน ซึ่งจะช่วยควบคุมการทำงานของระบบย่อยอาหาร
ที่สำคัญเห็ดมีคุณค่าทางอาหารที่สามารถทดแทนเนื้อสัตว์ได้ แต่ไม่มีโคเลสเตอรอลที่เป็นอันตรายต่อระบบไหลเวียนของโลหิต เห็ดจึงมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีสรรพคุณทางยามากมาย ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน อัลไซเมอร์ หลอดเลือดหัวใจอุดตัน และความดันโลหิตสูง เป็นต้น
มาดูกันว่า เห็ดที่หาได้ง่ายและคนทั่วไปนิยมรับประทานกันนั้น มีประโยชน์อะไรบ้าง
1. เห็ดเข็มทอง
เห็ดเข็มทอง 100 กรัม ให้พลังงาน 34 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย โปรตีน 2.4 กรัม โซเดียม 3 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 7 กรัม เส้นใย 2.6 กรัม
ช่วยรักษาโรคตับ โรคกระเพาะอาหาร โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และมีสารที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งในปริมาณสูง
2. เห็ดฟาง
เห็ดฟาง 100 กรัม จะให้พลังงานทั้งหมด 35 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย โปรตีน 3.2 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 5 กรัม แคลเซียม 8 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม เหล็ก 1.1 มิลลิกรัมและวิตามินซี 7 มิลลิกรัม
เห็ดฟางมีสาร vovatoxins ช่วยป้องกันการเติบโตของไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ ช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับไขมันในเส้นเลือดหรือโรคหัวใจได้
3. เห็ดหูหนู
มีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซีและโปรตีนสูง ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน ช่วยบำรุงกระเพาะ สมอง หัวใจ ปอดและตับ กระตุ้นการทำงานของลำไส้ ยับยั้งการเกิดมะเร็งและรักษาอาการริดสีดวง
ชาวจีนถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะอีกชนิดหนึ่ง ใช้บำรุงร่างกาย บำรุงปอด แก้อ่อนเพลีย ไอ เสมหะมีเลือดปน ร้อนใน บำรุงโลหิต ช่วยต่อต้านการผิดปกติของเม็ดเลือดขาว ป้องกันมะเร็งเม็ดเลือดขาว
4. เห็ดเป๋าฮื้อ
เห็ดเป๋าฮื้อ 100 กรัม ให้พลังงาน 34 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย โปรตีน 1.6 กรัม ไขมัน 0.4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม แคลเซียม 3 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 78 มิลลิกรัม เหล็ก 1.1 มิลลิกรัม ไนอะซิน 2.8 มิลลิกรัม วิตามินซี 11 มิลลิกรัม
มีฤทธิ์ต่อต้านแบคทีเรีย ป้องกันโรคหวัด ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น แก้โรคกระเพาะ และป้องกันโรคมะเร็ง
5. เห็ดหอม
หรือเห็ดชิตาเกะ เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เพิ่มภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสและมะเร็ง มีกรดอะมิโนถึง 21 ชนิด มีวิตามินบี 1 บี 2 สูง มีวิตามินดีสูงและมีปริมาณโซเดียมต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคไต รวมทั้งมีแร่ธาตุฟอสฟอรัส และเหล็กช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงกำลัง บรรเทาอาการไข้หวัด บำรุงสมอง ปรับธาตุให้สมดุล แก้โรคกระเพาะอาหาร บำรุงสายตา
ในเห็ดหอมมีสารพิเศษคือ “เลนติแนน” ซึ่งช่วยทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในร่างกายลดต่ำลง และสาร “โพลิแซคคาร์ไรด์” ที่ช่วยในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ต่อต้านแบคทีเรียและไวรัส
6. เห็ดเผาะ
ช่วยบำรุงร่างกาย แก้ช้ำใน หยุดการไหลของเลือด (ช่วยให้เลือดแข็งตัวเร็ว) ช่วยสมานแผล ลดอาการบวม ลดอาการคันนิ้วมือนิ้วเท้า และช่วยลดไข้ ร้อนใน
7. เห็ดนางฟ้า
เห็ดนางฟ้า 100 กรัม จะให้พลังงานทั้งหมด 35 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย โปรตีน 2.3 กรัม ไขมัน 0.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 5.7 กรัม และไนอะซิน 2.5 มิลลิกรัม
ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี ลดความดันโลหิตสูง ป้องกันโรคกระเพาะ
8. เห็ดนางรม
ป้องกันโรคโลหิตจาง โรคความดันโลหิตสูง บำบัดอาการปวดและชาตามร่างกาย แขนขา ช่วยขยายหลอดเลือดและอาการเอ็นยึด ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ปรับความดันโลหิตและความเข้มข้นของไขมันในเลือด
9. เห็ดขอน
บำรุงร่างกาย แก้ไข้พิษ และช่วยระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ช่วยลดไขมันในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานและผู้ติดเชื้อ HIV ทำให้ผู้ป่วยมีอายุยืนยาวต่อไป
10. เห็ดกระดุม หรือ เห็ดแชมปิญอง
ช่วยรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่สุด โดยสารบางอย่างในเห็ดไปช่วยยับยั้งเอนไซม์อะโรมาเตส (aromatase) ทำให้เกิดการยับยั้งการเปลี่ยนฮอร์โมนเอนโดรเจนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลง ก็ลดโอกาสการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมให้น้อยลงตามไปด้วย
และยังช่วยลดความดันโลหิตสูง ช่วยให้แม่มีน้ำนมมากขึ้น และลดการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย
11. เห็ดหลินจือ
ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดี ทั้งเรื่องโรคกระเพาะ โรคแผลในลำไส้ ท้องผูก อาหารไม่ย่อย ริดสีดวง ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการโรคความดันโลหิตสูงและต่ำ โรคเบาหวาน ลดโคเลสเตอรอลในเลือด บรรเทาอาการไขข้ออักเสบ
ในเห็ดหลินจือมีสารสำคัญคือ “เบต้ากลูแคน” ซึ่งมีคุณสมบัติต้านมะเร็ง และยืดชีวิตผู้ป่วยเอดส์ รวมทั้งช่วยรักษาอาการโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและโรคหัวใจด้วย
12. เห็ดตับเต่า
บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี ดับพิษร้อน บรรเทาอาการปวดชาตามแขนขา ตามกระดูกและเส้นเอ็น ลดอาการระดูขาว หยุดการเติบโตและต่อต้านเนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 154 ตุลาคม 2556 โดย ปุยฝ้าย)
23/09/2019
💊:(‼️ผลข้างเคียงโดยตรงจาก🔸 ยาเบาหวาน🔸 4 ชนิด ความรู้ ที่ผู้ป่วยควรรู้ ที่หมอไม่ทันบอก😖🤭😓
1.>>💊ยาเบาหวาน ยาเอ็มพากลิโฟลซิน 💊
* มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?
ยาเอ็มพากลิโฟลซินสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้ เช่น
* ผลต่อระบบทางเดินหายใจ: เช่น ❗️โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
* ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: เช่น เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ❗️
* ผลต่อระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกาย: เช่น มีภาวะ/โรคไขมันในเลือดสูง เกิดภาวะเลือดเป็นกรด
* ผลต่อระบบทางเดินอาหาร: เช่น คลื่นไส้❗️
* ผลต่อไต❗️: เช่น ปัสสาวะมาก ปัสสาวะไม่ออก/ปัสสาวะขัด‼️
* ผู้ป่วยโรคไต‼️ที่มีความรุนแรงระดับปานกลาง‼️ไปจนถึงขั้นรุนแรงมาก อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหลีกเลี่ยงและ❗️ห้ามใช้ยานี้
* ผลต่อผิวหนัง: เช่น ผื่นคัน
มีข้อควรระวังการใช้เอ็มพากลิโฟลซินอย่างไร?
* ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
* ❗️ห้ามใช้กับผู้ป่วยโรคไตระยะรุนแรง‼️
* ห้ามปรับขนาดรับประทานด้วยตนเอง
* ห้ามใช้ยานี้กับ เด็ก สตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร และผู้สูงอายุ โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
* หยุดการใช้ยานี้ทันทีหากผู้ป่วยมีอาการแพ้ยานี้ เช่น อึดอัดหายใจไม่ออก/หายใจลำบาก ❗️ตัวบวม มีผื่นคันขึ้นเต็มตัว‼️
ยาเอ็มพากลิโฟลซินที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้า และบริษัทผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เช่น
Jardiance จาร์เดียน
http://haamor.com/th/เอ็มพากลิโฟลซิน/
‼️‼️‼️‼️‼️
2.>>> ยาเบาหวาน Glucophage ผลข้างเคียง
Glucophage
ข้อห้ามหลัก ๆ คือ
* เพิ่มความอ่อนแอให้กับส่วนประกอบ
* เบาหวาน ketoacidosis;
* สภาพของอาการโคม่า prekomy ที่เบาหวาน;
* การพัฒนาพยาธิสภาพที่นำไปสู่การเกิดภาวะขาดออกซิเจนในเนื้อเยื่อ (กล้ามเนื้อหัวใจตาย, ‼️โรคทางเดิน‼️หายใจ / ภาวะหัวใจล้มเหลว);
* ความผิดปกติของตับหรือความล้มเหลวของตับ
* ‼️ไตวายเรื้อรังหรือไตวายล้มเหลว (creatinine น้อยกว่า 60 มล. ต่อนาที);
* เงื่อนไขในรูปแบบเฉียบพลันที่เพิ่มโอกาสของการพัฒนาความผิดปกติของไต (โรคอุจจาระร่วง, อาเจียน) ช็อกโรคติดเชื้อ;
* การบาดเจ็บที่รุนแรงรวมทั้งการแทรกแซงการผ่าตัด
* ช่วงเวลาที่แบกลูกและให้นมบุตร
* การดื่มสุราอย่างรุนแรงรวมถึงโรคพิษสุราเรื้อรังเรื้อรัง
* สองวันก่อนและหลังการตรวจหาไอโซโทปและรังสีเอ็กซ์ด้วยการแนะนำส่วนประกอบความคมชัดที่มีไอโอดีน
* lactacidemia โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน anamnesis
นอกจากนี้ห้ามใช้ยาเสพติดถ้ามีการใช้อาหาร hypocaloric (น้อยกว่า 1000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน)
คำแนะนำนี้บ่งชี้ถึงสารและสารที่ไม่แนะนำซึ่งหากใช้ควบคู่ไปกับ Glucophage อาจทำให้เกิดการเพิ่มหรือลดลงอย่างรวดเร็วระดับน้ำตาล คุณไม่‼️สามารถรวมการรักษาด้วยน้ำตาลกลูโคสด้วย:
* อินซูลิน;
* danazol;
* chlorpromazine;
* beta2-sympathomimetics
* การรักษาด้วยฮอร์โมน
* "ป่วง" ยาขับปัสสาวะ;
* เอทานอล
นอกจากนี้ไม่แนะนำให้รวมการรับสาร glucosulphide เข้ากับส่วนประกอบความคมชัดที่มีไอโอดีน
https://th.diabetes-education.net/ผลข้างเคียงจาก-glucophag…/
🔸ผลข้างเคียงของยาซัลโฟไนล์ยูเรีย
•คลื่นไส้อาเจียน
• แน่นท้อง
• ขมในปาก เบื่ออาหาร
• ท้องเสีย
• การขาดไวตามิน บี 12 และโฟเลท
* ภาวะกรดแลกติกคั่ง เมื่อใช้ในผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยง
ผลข้างเคียงของยาที่พบได้บ่อย เช่น ❗️อาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ ท้องเสีย ไม่ถือเป็นการแพ้ยา เมื่อใช้ยาต่อไปอีกระยะหนึ่งอาการมักจะดีขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงอาการดังกล่าวอาจรับประทานยาหลังอาหารทันทีหรือรับประทานพร้อมอาหาร ผลข้างเคียงของยาที่อันตราย‼️คือการเกิดภาวะกรดแลกติกคั่ง (Lactic acidosis) จึงไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ❗️โรคตับหรือ❗️ไตเสื่อม (ครีอะตินิน 1.5 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) โรคปอดเรื้อรัง ❗️โรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ เป็นต้น
http://www.biogenetech.co.th/EGF/heal_diabetes_today.html
‼️‼️‼️‼️‼️‼️‼️‼️
3.>>>ยาเบาหวาน เอ็มพากลิโฟลซิน ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้า และบริษัทผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เช่น
เอ็มพากลิโฟลซิน ชื่อการค้า Jardiance (จาร์เดียน)
เอ็มพากลิโฟลซินมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?
ยาเอ็มพากลิโฟลซินสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้ เช่น
* ผลต่อระบบทางเดินหายใจ: เช่น โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
* ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: เช่น เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ
* ผลต่อระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกาย: เช่น มีภาวะ/โรคไขมันในเลือดสูง เกิดภาวะเลือดเป็นกรด
* ผลต่อระบบทางเดินอาหาร: เช่น คลื่นไส้
* ‼️ผลต่อไต: เช่น ปัสสาวะมาก ปัสสาวะไม่ออก/ปัสสาวะขัด
* ผลต่อผิวหนัง: เช่น ผื่นคัน
มีข้อควรระวังการใช้เอ็มพากลิโฟลซินอย่างไร?
* ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
* ❗️ห้ามใช้กับผู้ป่วยโรคไตระยะรุนแรง
* ห้ามปรับขนาดรับประทานด้วยตนเอง
* ห้ามใช้ยานี้กับ เด็ก สตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร และ‼️ผู้สูงอายุ โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
* หยุดการใช้ยานี้ทันทีหากผู้ป่วยมีอาการแพ้ยานี้ เช่น อึดอัด‼️หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก ตัวบวม ‼️มีผื่นคันขึ้นเต็มตัว
http://haamor.com/th/เอ็มพากลิโฟลซิน/
‼️‼️‼️‼️‼️‼️‼️‼️
4.>>>>.ยาเบาหวาน ยาดาพากลิโฟลซิน (Dapagliflozin) dapagliflozin และ metformin (Xigduo XR) เป็นยาในกลุ่มยา Gliflozin หรือ Sodium-glucose Cotransporter inhibitor มีฤทธิ์ยับยั้งการดูดกลับของน้ำตาลกลูโคส(Glucose)ที่บริเวณไต ทางคลินิก จึงได้นำยานี้มาใช้รักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ยาดาพากลิโฟลซินถูกพัฒนาเมื่อปี ค.ศ.2011 (พ.ศ.2554) โดยบริษัท Bristol-Myers Squibb การใช้ยานี้มักจะต้องควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมตามแพทย์ พยาบาล แนะนำ
ยาดาพากลิโฟลซินสามารถใช้ร่วมกับยารักษาเบาหวานกลุ่มอื่น อย่างเช่น Metformin ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษานั่นเอง โดยรูปแบบยาแผนปัจจุบันของยานี้ จะเป็นยาชนิดรับประทาน ที่หลังการดูดซึมจากระบบทางเดินอาหาร ตัวยาที่เข้าสู่กระแสเลือดจะเกิดการรวมตัวกับโปรตีนในเลือดประมาณ 91% และร่างกายต้องใช้เวลา ประมาณ 12.9 ชั่วโมงเพื่อกำจัดยานี้ออกจากกระแสเลือด โดยผ่านทิ้งไปกับปัสสาวะและอุจจาระ
‼️ผู้บริโภคควรทราบก่อนการใช้ยาดาพากลิโฟลซิน เช่น🔸
• ห้ามใช้กับผู้แพ้ยานี้
• ยานี้อาจเป็นเหตุให้เพิ่มความเสี่ยงเกิด‼️กระดูกหักได้มากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยง การใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่มีมวลกระดูกบางหรือกระดูกมีสภาพที่ง่ายต่อการแตกหักอยู่แล้ว(เช่น ภาวะกระดูกพรุน❗️)
• ระหว่างใช้ยานี้ จะเกิดโอกาสติด‼️เชื้อราในช่องทางเดินสืบพันธุ์ (เช่น เชื้อราในช่องคลอด) และในระบบทางเดินปัสสาวะ(เช่น ‼️โรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ)ได้ง่าย ผู้ป่วยจึงควรดูแลสุขอนามัยในบริเวณอวัยวะเพศให้สะอาดเสมอ
• ระหว่างใช้ยานี้ มีโอกาสเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำได้ ‼️จึงเป็นข้อควรระวัง และต้องเฝ้าติดตามความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์ เภสัชกร แนะนำ
• ยานี้อาจทำให้ระดับไขมัน‼️คอเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล/LDL เพิ่มสูงขึ้น
• ต้องระวังการเกิดภาวะเลือดเป็นกรด (Ketoacidosis) ด้วยยานี้สามารถทำให้ ร่างกายมีระดับสารคีโตน (Ketone) ในเลือด หรือในปัสสาวะ เพิ่มมากขึ้น
• ยานี้มีผลกระทบต่อไต‼️ ด้วยมีรายงานว่า ยาดาพากลิโฟลซินสามารถสร้างความเสียหายและรบกวนการทำงานของไตผู้ป่วยได้
โดยสรุป นอกจากต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ระหว่างที่ใช้ยาดาพากลิโฟลซิน ผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจสอบระดับไขมันแอลดีแอล (LDL cholesterol)ในเลือด ตรวจการติดเชื้อรา‼️ในช่องทางเดินสืบพันธุ์ ตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจระดับอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte)ในเลือด ตลอดจนสภาพเลือดว่าเป็นกรดหรือไม่
ด้วยกลไกการออกฤทธิ์ของยาดาพากลิโฟลซิน ‼️ไม่เหมาะต่อการนำไปรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 1 การคัดเลือกตัวยาที่จะใช้รักษาเบาหวานประเภทใด จึงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น โดยผู้ป่วยควรปฏิบัติและใช้ยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
• หากพบอาการวิงเวียน หลังใช้ยานี้ ให้หยุดพักดูอาการ และห้าม‼️ขับขี่ยวดยานพาหนะ และ/หรือการทำงานกับเครื่องจักร เพราะอาการนี้อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
• อย่าหลงลืมจนเป็นเหตุให้รับประทานยานี้เกินขนาด
• ❗️ผู้สูงอายุที่ใช้ยานี้ อาจมีอาการ วิงเวียน ร่างกายขาดน้ำ/ภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตต่ำ มีปัญหาต่อการทำงานของไต โดยอาการ/อาการแสดงเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าผู้ป่วยกลุ่มอื่น
• ยาดาพากลิโฟลซินถูกออกแบบให้ใช้กับผู้ใหญ่เท่านั้น ห้ามใช้กับเด็ก
ในประเทศไทยโดยคณะกรรมการอาหารและยา ได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยาดาพากลิโฟลซิน อยู่ในหมวดยาควบคุมพิเศษ
ยาดาพากลิโฟลซินมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ เพื่อ บำบัดรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2
กลไกการออกฤทธิ์ของยาดาพากลิโฟลซินคือ ตัวยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดคืนกลับของน้ำตาลในเลือดที่บริเวณไต
• ‼️ผู้ป่วยโรคไตที่มีความรุนแรงระดับกลางไปจนถึงขั้นรุนแรงมาก อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหลีกเลี่ยง/ ห้ามใช้ยานี้
• ประวัติแพ้ยาทุกชนิด เช่น กินยา/ใช้ยาแล้ว ‼️คลื่นไส้มาก ขึ้นผื่น หรือ‼️ แน่นหายใจติดขัด/หายใจลำบาก
• มีโรคประจำตัวต่างๆ อย่างเช่น ‼️โรคไตระยะรุนแรง โรคกระดูก รวมถึง กำลังกินยา/ใช้ยา และ/หรืออาหารเสริมอะไรอยู่ เพราะยาดาพากลิโฟลซินอาจส่งผลให้ อาการของโรคเหล่านั้นรุนแรงขึ้น หรืออาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆ
• ผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธ์: เช่น ‼️ปัสสาวะขัด ติดเชื้อในบริเวณช่องคลอดได้ง่าย ติดเชื้อในบริเวณอวัยวะเพศของบุรุษได้ง่าย
• ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: เช่น เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ
• ผลต่อตับ: เช่น ตับอักเสบ‼️
• ผลต่อระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกาย: เช่น เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มีภาวะเลือดเป็นกรด
• ผลต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูก: เช่น ปวดหลัง มีโอกาสกระดูกหักง่าย
• ผลต่อการเกิดเนื้องอก‼️ของร่างกาย: เช่น พบโอกาสเป็นมะเร็ง‼️กระเพาะปัสสาวะ ได้ประมาณ 0.1 – 1% เมื่อใช้ยานี้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน‼️
• ผลต่อระบบต่อมไร้ท่อ: เช่น ทำให้ระดับพาราไทรอยด์‼️ฮอร์โมน(ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ที่มีหน้าที่ควบคุมปริมาณแคลเซียมในเลือด)ในเลือดเพิ่มขึ้น‼️
• ผลต่อระบบประสาท‼️: เช่น วิงเวียน ปวดศีรษะ
• ผลต่อระบบหายใจ: เช่น คอหอยอักเสบ และ‼️เยื่อจมูกอักเสบ
มีข้อควรระวังการใช้ยาดาพากลิโฟลซิน เช่น
• ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
• ห้ามใช้กับผู้ป่วยโรค‼️ไตระยะรุนแรง
• หยุดการใช้ยานี้ทันทีหากผู้ป่วยมีอาการแพ้ยานี้ เช่น ‼️ใบหน้าบวม หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก ขึ้นผื่น แล้วรีบไปโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน
• ห้ามใช้ยาดาพากลิโฟลซินร่วมกับยา Gatifloxacin ด้วยอาจก่อให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือไม่ก็สูง กรณีที่เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการช็อก‼️หมดสติจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็นใดๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
• การใช้ยาดาพากลิโฟลซินร่วมกับยา Nadolol, Methyldopa, จะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะความดันโลหิตต่ำ และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ กรณีจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน แพทย์จะปรับขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมเป็นกรณีไป
• หลีกเลี่ยงและห้ามรับประทานยาดาพากลิโฟลซินร่วมกับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ด้วยอาจก่อให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงก็ได้
Cr.Mangon Natchumnong
https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/dic/news_week_full.php…
💔หัวใจวาย 💔หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน💔
👉หัวใจวาย หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เกิดจากมีการอุดตันที่หลอดเลือดหัวใจอย่างเฉียบพลันและขัดขวางการไหลของเลือดจนทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้ เมื่อหัวใจขาดเลือด ผลที่ตามมาก็คือกล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลาย
🎯สาเหตุ🎯เกิดจากการมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจอย่างเฉียบพลัน ซึ่งลิ่มเลือดเหล่านี้เกิดจากการที่ร่างกายมีภาวะไขมันมากเกินไปจนพอกเป็นตะกรัน (plaque) เกาะอยู่ตามผนังของหลอดเลือด เมื่อรวมเข้ากับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มากัดกินก็ทำให้เกิดเป็นกลุ่มเซลล์ที่ไม่สามารถดูดกลับเข้าไปในร่างกายได้ แต่กลับฝังตัวอยู่ในผนังหลอดเลือดแทน เมื่อเวลาผ่านไป ตะกรันนี้จะแตกตัวหรือปริออก หลอดเลือดจะพยายามซ่อมแซมตัวเอง จนเกิดลิ่มเลือดไปอุดกั้นหลอดเลือด ถ้าเป็นการแตกตัวที่หลอดเลือดแขนงเล็ก ผู้ป่วยจะมีเพียงอาการเจ็บหน้าอก แต่ถ้าลิ่มเลือดนี้อุดตันหลอดเลือดขนาดใหญ่ก็อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
🎯ปัจจัยเสี่ยงของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแบบเฉียบพลัน (หัวใจวาย)🎯
🔰ความดันโลหิตสูง
🔰ไขมันในเลือดสูง
🔰เบาหวาน
🔰การสูบบุหรี่
🔰มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
🔰โรคอ้วน
🔥อาการนำที่สำคัญที่ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์🔥
โรคนี้มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน บางรายอาจมีสุขภาพปกติแข็งแรงดี แต่อยู่ๆ ก็มีอาการผิดปกติ อาการผิดปกติที่สำคัญที่สุดที่สามารถสังเกตได้ เช่น
📍เจ็บแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรมากดทับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตรงกลางอก และเป็นนานเกินกว่าหนึ่งนาทีขึ้นไป
📍เจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปยังบริเวณคอ กราม ไหล่และแขนทั้งสองข้าง
📍มีเหงื่อออกตามร่างกาย
📍เหนื่อยง่าย หายใจถี่กระชั้น
📍วิงเวียน หน้ามืด
📍ชีพจรเต้นเร็วย
👉หากพบอาการผิดปกติข้างต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที อย่าละเลยหรือปล่อยทิ้งไว้โดยเด็ดขาด
☘️☘️☘️☘️☘️☘️☘️☘️☘️☘️
🏨ปรึกษาปัญหาสุขภาพ🏥
📲: 062-5864577
เพิ่มเพื่อนไลน์ ไอดี : (อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะจ๊ะ)
หรือ คลิ๊ก https://line.me/ti/p/jBDd3NA3yQ

08/07/2019
คนมากมายพูดถึงเรื่องนี้เหตุผลจริงๆคืออะไร❓
05/06/2019
🔰เคาะแล้ว 4 จังหวัดนำร่องปลูก "กัญชาออร์แกนิก"
🌿สภาเกษตรแห่งชาติ ร่วมวงถก "สธ. -อย." ชี้หากให้ปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ต้อง "ออร์แกนิก" เท่านั้น พร้อมเลือก 4 จังหวัดนำร่องปลูก "สุราษฎร์ธานี - กาญจนบุรี -ลำปาง -บุรีรัมย์"
มีรายงานว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่นำโดยนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ พร้อมว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประชุมหารือแนวทาง “การขออนุญาตเพาะปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์” กับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย นายแพทย์ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตัวแทนจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) โดยมีการประชุมกันไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผลจากการหารือ นายประพัฒน์ได้ชี้แจงว่า ทางสภาเกษตรกรแห่งชาติ ต้องการปลูกกัญชาแบบเกษตรอินทรีย์เท่านั้น และได้คัดเลือก 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กาญจนบุรี ลำปาง และบุรีรัมย์ โดย จ.ลำปาง จะนำร่องพื้นที่ปลูกก่อน
Sources Sanook
18/05/2019
🛌Melatonin เป็น Hormone ที่หลั่งจากต่อมในสมองเรา ตอนกลางคืนและมืดสนิท รวมทั้งเราหลับสนิทด้วย💤
แปลว่า ถ้าเราอดนอน ทำงานกลางคืน
ห้องนอนไม่มืดพอ นอนหลับไม่ต่อเนื่อง
ร่างกายจะขาด Melatonin มีผลต่อสุขภาพโดยรวม
***เราพบ Melatonin ได้ใน Rice Germ oil น้ำมันรำข้าว
***และมีจำหน่ายในรูป tablet อาหารเสริม
ท่านที่มีอาการต่อไปนี้
1 หลับยาก นอนหลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกแล้วไม่หลับ
2 ทำงานกลางคืน นอนกลางวัน
3 มีอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางข้ามเวลาโลกเกิน 15 ชั่วโมง JET LAG
4 ปวดไมเกรนประจำ
5 ต้องการให้ผมยาวเร็วขึ้น
6 เสริมภูมิต้านทาน ชะลอแก่ ลดริ้วรอย
7 ป้องกันมะเร็ง
8 ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
Sources Niti Tochanunt
06/05/2019
💧💧การดื่มน้ำน้อย มีผลร้ายที่คุณคาดไม่ถึงครับ💧💧
ดื่มน้ำน้อยและการไม่ชอบดื่มน้ำ
นอกจากจะไม่ดีต่อสุขภาพ แล้ว การดื่มน้ำน้อยยังส่งผลเสียหลายอย่างต่อระบบร่างกายของเรา
ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ เลือดเราประกอบด้วยน้ำ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ กระดูกเราก็ประกอบด้วยน้ำ 22 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายเราเสียน้ำวันละ 2 ลิตรเศษ
ถ้าเรารับน้ำเข้าไปไม่เพียงพอก็ถือว่าขาดน้ำ อวัยวะภายในจะรวนผิดปกติ เลือดจะข้น ยากที่หัวใจจะสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายส่วนต่าง ๆ หัวใจจะตีบตันเสียก่อน ความจำก็จะเสื่อมหรือเป็นอัลไซเมอร์ เพราะเลือดเลี้ยงสมองไม่พอ เส้นเลือดก็จะตีบตัน ลำไส้จะแห้ง ทำให้ท้องผูก
เพราะภาวะสังคมที่รีบเร่ง คนทำงานนั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์มักไม่ค่อยอยากจะลุกไปเข้าห้องน้ำ ไม่ชอบดื่มน้ำซึ่งจะทำให้ปัสสาวะบ่อย แต่ถ้าบอกว่า คนไข้โรคความจำเสื่อมเป็นถึงระดับผู้บริหารใหญ่ ๆ ดื่มน้ำวันละ 2-3 แก้ว ไม่เกิน 500 ซี.ซี. ทำให้เลือดข้นไขมันสูง หมอส่วนใหญ่จะจ่ายยาละลายลิ่มเลือดให้ ทำให้เลือดใสแต่เหมือนการคนน้ำให้ตกตะกอน แต่ก็ยังต้องใช้น้ำนำพาตะกอนออกมาอยู่ดี มันจะได้ไม่กลับไปอุดตันเส้นเลือดเหมือนเดิม
ช่องทางในการขับของเสียออกจะมีอยู่ 5 ช่องทางด้วยกันคือ
1. ไต ขับออกมาทางปัสสาวะ
2. ลำไส้ใหญ่ ขับออกมาทางอุจจาระ
3. ปอด ขับออกมาทางลมหายใจ
4. ผิวหนัง ขับออกมาทางเหงื่อ
5. (สำหรับผู้หญิง ) รอบเดือน ขับออกมาทางประจำเดือน
เมื่อช่องทางการขับของเสียไม่สมบูรณ์ ร่างกายก็จะต้องพยายามหาทางออกให้ได้ เช่น เป็นสิว ฝ้ากระ ฝี ริดสีดวง ถ้าเรามีอาการดังที่กล่าว อาจแสดงถึงว่าร่างกายมีของเน่าเสียอยู่ภายใน เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ไม่ควรมองข้าม การกินหรือฉีดยาไม่ใช่วิธีเดียวในการรักษาหรือบำบัดโรคให้หายไป ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ไขทีหลัง
..เพื่อเตือนสติ การใช้ขีวิต...💚💙💧💧🌹
30/04/2019
กินแล้ว 'ยัง' เตรียมพร้อมทุกวันของคุณให้ Young อยู่เสมอ! เพื่อฝ่าฟันทุกอุปสรรคได้อย่างมั่นใจ แนะนำ 'บียอนด์ ไลฟ์ เซนเชียล' ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินรวม ผสมผงน้ำเมลอนเข้มข้น มีส่วนผสมโคเอนไซม์คิวเทน และเห็ดชิตาเกะ รับประทานวันละ 1-2 ซอง ครั้งละ 3 เม็ดเป็นประจำหลังอาหาร เท่านี้ก็ช่วยให้คุณพร้อมสู้ได้ทุกสถานการณ์ Get 25% Discount Tel.0641676509
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok