LST Skin Care & Anti-Aging Center

LST Skin Care & Anti-Aging Center

แชร์

ศูนย์รักษาผิวหน้าและเวชศาสตร์ชะลอ? ศูนย์รักษาผิวหน้าและเวชศาสตร์ชะลอวัย เน้นการฟื้นฟูสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก

Photos from LST Skin Care & Anti-Aging Center's post 30/01/2025

新年快乐

Happy Chinese New Year 2025 🤗🎉

Wishing you endless good luck in the
New Year and may all your wishes
come true!

Gong Xi Fa Cai

10/02/2024

Happy Chinese New Year 2024

恭喜发财 กง สี่ ฟา ไฉ🧧🐉

11/11/2022

ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอด้วยนะคะ

สวัสดีครับ
วันนี้จะขอแนะนำตัวเองนิดนึงครับ
ผมชื่อ กฤตไท ธนสมบัติกุล ปัจจุบันอายุ 28 ปีครับ
ผมจะพยายามเล่าให้กระชับที่สุดละกันนะครับ
ผมเกิดในครอบครัวใหญ่ครับ นึกภาพครอบครัวที่มีอากงอาม่า กับหลานๆหลายสิบชีวิตครับ
ผมมีชีวิตวัยเด็กที่มีความสุขมากๆครับ กินเก่ง เล่นเก่ง พูดเยอะ เป็นเด็กน้อยตาตี่อ้วนกลมที่อารมณ์ดีมากๆ
แต่ชีวิตผมก็มีจุดเปลี่ยนตรงช่วงมัธยมต้น ครอบครัวผมมีปัญหานิดหน่อย พ่อแม่ผมท่านได้ตัดสินใจอยู่ห่างกัน ซึ่งดีต่อท่านทั้งสองจริงๆ แต่ในมุมของผม มันทำให้ผมต้องเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะต้องอยู่กับแม่และน้องสาว ผมต้องเป็นผู้ใหญ่ทันที
ซึ่งมองย้อนกลับไป ผมขอบคุณเหตุการณ์ครั้งนั้นมากๆที่ทำให้ผมได้อ่านหนังสือ ได้พัฒนาความคิดและทัศนคติตัวเองขึ้นมา ถ้าไม่ได้เจอเรื่องนี้ ผมคงยังเป็นคุณชาย เป็นเด็กมัธยมธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
ผมเป็นคนที่มีเพื่อนฝูงมากมายตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยม คือต้องบอกว่าผมให้ความสำคัญกับเรื่องเพื่อนมากกว่าเรื่องเรียน
ผมมีช่วงชีวิต 6 ปีที่ทรงคุณค่าที่สุดในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ผม OSK 131 ครับ
แน่นอนครับ ขึ้นชื่อว่าสวนกุหลาบ ผมมีความเป็นสวนกุหลาบอย่างที่สุด และผมมีเพื่อนสวนกุหลาบที่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
ผมได้ถูกปลูกฝังให้เป็นสุภาพบุรุษสวนกุหลาบ รักเพื่อน เคารพพี่ นับถือครู กตัญญูพ่อแม่ ดูแลน้อง
หลังจากจบสวนกุหลาบ ผมได้สอบติด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รุ่น 56 ครับ
ชีวิตได้ขึ้นเหนือในวัย 18 ปี เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตที่สำคัญเลยครับ จากเด็กกรุงเทพ ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเชียงใหม่
โอเค ผมเรียนหมอ 6 ปีครบตามเวลา ไม่ขาดไม่เกินครับ เนื่องจากว่าผมมาเชียงใหม่คนเดียว จึงได้มามีเพื่อนใหม่ที่นี่ทั้งหมด ผมโคตรรักพวกมันเลย เพื่อนชาวเหนือ พาผมไปกินอาหารแปลกๆ เรียนรู้วัฒนธรรม คำเมือง การใช้ชีวิต
ซึ่งทุกอย่างมันมาผ่านบาสเกตบอลครับ ผมเป็นนักบาสเกตบอลของคณะแพทย์เชียงใหม่ที่ยิ่งใหญ่ครับ เรื่องราวเยอะมากๆ
คราวนี้ผมเรียนจบหมอละ ก็เรียนต่อเฉพาะทางต่ออีก 3 ปีทันทีเลยครับ
ผมเลือกสาขา เวชศาสตร์ครอบครัว (Family Medicine) เป็นแพทย์ใช้ทุนร่วมกับเรียนต่อเฉพาะทางที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ครับ เรื่องแฟมเมดเองก็เล่าได้อีกหนึ่งตอนใหญ่ๆเหมือนกันครับ ทำไมคนแบบผม ที่หยิบคนมาสิบคนก็ไม่มีใครบอกว่าผมดูเป็นหมอแฟมเมด แต่ทำไมผมถึงเลือกเรียนสาขานี้ และ ที่สำคัญคือทำไม ผมถึงเลือกที่เมื่อเรียนจบแล้ว ผมกลับไม่ได้ปฏิบัติงานในฐานะหมอแฟมเมด แต่กลับย้ายมาทำงานสายระบาดวิทยาคลินิก น่าสนุกใช่ไหมครับ ไว้เรามาว่ากันครับ
ระหว่างที่เรียนเฉพาะทาง ผมก็ฟิตมากพอที่จะไปศึกษา สาขาเฉพาะทางอีกอันหนึ่งคือ ระบาดวิทยาคลินิก (Clinical Epidemiology and Clinical Statistic) สาขาที่เรียกได้ว่าหลายคนในประเทศไทยอาจจะยังไม่รู้จักด้วยซ้ำ แต่หลักๆคือเป็นศาสตร์ของการตอบโจทย์ ตอบปัญหาของหมอในกระบวนการรักษาคนไข้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และสถิติ สร้างผลงานวิจัยเพื่อช่วยให้กระบวนการดูแลคนไข้นั้นดีขึ้นครับ
และ
ผมยังฟิตกว่านั้น ด้วยการเรียนปริญญาโท วิทยาการข้อมูล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Data Science) อีกใบพร้อมกันไปเลย สนุกมากครับ
ปัจจุบันก็เรียนจบด้วยดี กำลังจะรับปริญญาแล้วครับ ได้เรียนรู้เรื่องข้อมูล เรื่องแนวคิดทางธุรกิจ การแก้ปัญหาด้วยแนวคิดทาง DS และวิธีการจัดการกับข้อมูลต่างๆ เพื่อพร้อมรับมือกับโลกอนาคตครับ
โอเคครับ ปัจจุบัน ผ่านไป 3 ปี ผมจบแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ครอบครัว และปริญญาโทวิทยาการข้อมูล
ผมได้บรรจุเป็นอาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผมทำงานได้สองเดือนแล้วครับ ผมค่อนข้างมีทักษะในเรื่องการเล่าเรื่องและการสอนครับ
เรากำลังสร้างทีมกัน สร้างทีม CE (clinical epidemiology) เชียงใหม่ กับสุดยอดอาจารย์แห่งยุคและทีมงานคุณภาพ
ในส่วนของการใช้ชีวิตเอง
ผมชอบออกกำลังกายมากครับ เนื่องจากเป็นนักกีฬาด้วย เข้ายิมด้วย ดูแลสุขภาพดีมากๆ ครับ ให้ความสำคัญกับอาหารและการนอนหลับ ชอบอ่านหนังสือ ฟัง podcast ลงทุน ตามสไตล์วัยรุ่น productive ครับ
ชีวิตในวัย 28 ปี หลังจากผ่านการลงทุนในตัวเองมาอย่างหนักหน่วง ผมได้เริ่มวิ่งตามความฝันอย่างเต็มที่ เดินตามแผนที่วางไว้ได้อย่างงดงาม
ผมกำลังจะแต่งงาน กำลังจะซื้อบ้าน
แล้ว
ผมก็เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายครับ

07/10/2022
22/09/2022

วันนี้ตำรวจรวบหมอกระเป๋าไปหลายเคส คาคลินิคตอนกำลังฉีดให้คนไข้เลยก็มี

ฝากถึงสาวๆที่ไปฉีดฟิลเลอร์นะครับ
พวกนี้มันลูกเล่นเยอะ บางเจ้าเปิดคลินิคซะสวยเช้ง แต่เอาหมอเถื่อนมาฉีดให้ โดยอาจจะแขวนป้ายหมอจริงๆที่มีตัวตนจริง แล้วเอาหมอเถื่อนมาสมอ้าง แนะนำให้เช็คชื่อหมอในเว็บแพทยสภาทุกครั้งเวลาไปฉีดฟิลเลอร์โบทอกซ์ แค่เจอว่ามีหมอในฐานข้อมูล ไม่เพียงพอ ต้องดูว่า หน้าหมอที่ฉีดตรงกับหน้าหมอในฐานข้อมูลมั้ยด้วยนะ กันการสวมรอย

เช็คชื่อหมอได้ที่ https://checkmd.tmc.or.th/

บางที ก็มีเทคนิคแบบโคตรชั่ว เช่น เอาขวดยาฟิลเลอร์ที่จะฉีดให้คนไข้มาโชว์ บอกว่า เนี่ยๆชั้นจะฉีดแล้วน้า ยาของแท้น้า พอคนไข้วางใจ ก็แอบเอาไปสลับเป็นยาเถื่อนราคาถูก ซึ่งมักเป็นฟิลเลอร์นำเข้าแบบผิดกฏหมาย หรือฟิลเลอร์ปลอม

ดังนั้น สาวๆที่ไปฉีดฟิลเลอร์ หรือฉีดโบทอกซ์ กับพวกคลินิคพวกนี้ ขอให้จ้องทุกขั้นตอนไว้ อย่ากระพริบตานะครับ ที่สำคัญ ฟิลเลอร์ที่จะฉีด ต้องมีเลขทะเบียน อย มีเอกสารกำกับภาษาไทย และเช็คเลขล๊อตที่กล่องกับหลอดให้ถูกต้องด้วย บางเจ้าสามารถสแกน QR code เพื่อตรวจสอบได้

https://www.bangkokbiznews.com/social/921538

สำคัญนะครับ เช็คให้ชัวร์เพราะถ้าพลาดนี่ หน้าเน่าหรือตาบอด ถึงขั้นพิการตลอดชีวิตเลย

15/08/2022

หนังตาตก และ หนังตาหย่อน ต่างกันอย่างไร

#เปลือกตาตก
#เปลือกตาหย่อน

ต่างกันอย่างไร

📌ขอบเปลือกตาบนคนปกติจะคลุมตาต่ำกว่าขอบตาดำด้านบนประมาณ 1-2 มิลลิเมตร
👉🏻ถ้าต่ำไปกว่านี้คือ หนังตาตก
👉🏻ถ้าสูงกว่านี้ คือ เปลือกตาเหลือกขึ้น Lid Retraction เช่นที่เจอในโรคธัยรอยด์ที่ตาจะโตๆเปิดกว้างๆ

🌸เปลือกตาตก Ptosis🌸

👉🏻ระดับขอบเปลือกตาบนอยู่ต่ำกว่าปกติ ซึ่งมักมีผลบดบังการมองเห็น ทำให้มองเห็นภาพได้แคบกว่าปกติ ไม่เห็นภาพด้านบน ต้องยักคิ้ว หรือเงยหน้ามอง

👉🏻สาเหตุ
✅โดยกำเนิด
✅เส้นประสาทสมองที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อตาไม่ทำงาน หรือ ทำงานผิดปกติ จากเนื้องอกสมอง หรือ เบาหวาน, ความดันสูง
✅หลังอุบัติเหตุที่ทำให้มีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อในการลืมตา
✅ภูมิแพ้ที่เยื่อบุตาหรือตาอักเสบ
✅กล้ามเนื้อในการลืมตาหลุดผิดตำแหน่งจากประวัติการขยี้ตาบ่อยๆเช่นในรายที่เป็นภูมิแพ้ที่ตา หรือกรณีที่ชอบดึงหนังตาบนเล่น หรือประวัติการผ่าตัดในลูกตาที่ต้องใส่ที่เปิดถ่างตานานๆ
✅โรคสารสื่อประสาททำงานผิดปกติ หรือ Ocular Myasthenia Grevis (OMG)
เป็นต้น

👉🏻การรักษา
ขึ้นกับสาเหตุ เช่น
✅ภูมิแพ้หรือการอักเสบ รักษาการอักเสบ
✅ OCular Myasthenia Grevis รักษาด้วยการทานยา
✅โดยกำเนิด หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือหลุดผิดตำแหน่ง หรือหลังอุบัติเหตุรักษาด้วยการผ่าตัดดึงกล้ามเนื้อตา (ทำยากกว่าการทำตาสองชั้นปกติ หลังผ่าตัดช่วงแรกมีโอกาสหลับตาไม่สนิทและตาค้างเวลามองลง หรือกระพริบตาได้ไม่สุด ตาแห้งระคายเคืองมากกว่าปกติโดยเฉพาะในช่วงแรกหลังการผ่าตัด การฟื้นตัวขึ้นกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในการลืมตาของคนไข้แต่ละราย)

🌸เปลือกตาหย่อน Dermatochalasis🌸

👉🏻ขอบเปลือกตาบนอยู่ในตำแหน่งปกติ แต่หนังตาหย่อนห้อยลงไปต่ำกว่าระดับชั้นตาหรือต่ำกว่าขอบเปลือกตาบน
👉🏻ถ้าหย่อนน้อยแค่ทำให้ไม่สวยงาม
👉🏻ถ้าหย่อนเยอะสามารถบดบังการมองเห็นได้เหมือนหนังตาตก
👉🏻สาเหตุ : การจากหย่อนคล้อยของผิวหนัง ตามอายุหรือการขยี้ตาบ่อยๆ และอาจสัมพันธ์ในคนเอเชียที่จะหย่อนมากกว่าเชื้อชาติอื่น
👉🏻การรักษา: ตัดหนังส่วนเกินแล้วเย็บจุดยึดให้เป็นชั้นตา การตัดไขมันดูเป็นกรณีเฉพาะคนไข้แต่ละราย

#หนังตาตกหรือหย่อนปรึกษาจักษุแพทย์ใกล้บ้านคุณค่ะ

#ไม่ต้องถามราคานะคะหมอไม่ทราบสะดวกรักษาที่ไหนติดต่อสอบถามราคาที่นั่นโดยตรงค่ะ

03/08/2022

เมื่อไม่สบาย ทำไมถึงเป็นไข้ และไข้มีประโยชน์หรือโทษอย่างไรบ้าง น่าสนใจมากเลยค่ะ

(605) August 3, 2022
#รู้แต่ว่าไม่สบายจะเป็นไข้
-แล้วเป็นไข้ทำไม ร่างกายเราทำไมต้องเป็นไข้ด้วย สรุปแล้ว มันดี หรือ ไม่ดี ที่เวลาไม่สบาย แล้วเป็นไข้... มาดูข้อมูลทางการแพทย์กันครับ
-อุณหภูมิปกติของร่างกาย เฉลี่ยอยู่ที่ 37.0°C หรือ 98.6°F +/- 0.7 องศา คือระหว่าง 36.0 – 37.8 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิ ที่เซลล์ และ ระบบต่างๆในร่างกายของเราจะทำงานได้เป็นปกติ ... แต่พอมีการติดเชื้อ ไม่ว่าจะไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย หรือ มีสิ่งแปลกปลอม เข้ามาในร่างกาย ร่างกายเราจะมีระบบอัตโนมัติ กระตุ้น ให้เกิดไข้ หรือ เป็นไข้ ตรงนี้ เป็นธรรมชาติของร่างกาย ที่ถูก โปรแกรมไว้นะครับ ไม่ใช่ อะไรที่เราอยากให้เป็นหรือไม่อยากให้เป็นได้ แต่ มันจะเป็นแบบนี้เสมอ ... ธรรมชาติ มีเหตุผล ในการกระตุ้นให้ร่างกายเรามีไข้ หรือ อุณหภูมิสูงขึ้นครับ มาดูครับว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
-จากการศึกษาพบว่า เชื้อไวรัส จะเติบโตได้ดี และ เข้าสู่เซลล์ของร่างกายได้ดี ที่อุณหภูมิ 25-30 องศาเซลเซียส ดังนั้น หากอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น อุณหภูมิ ที่เยื่อบุผิวก็จะสูงขึ้นตาม (ปกติ อุณหภูมิที่เยื่อบุผิวจะต่ำกว่าอุณหภูมิในร่างกาย) ทำให้ โอกาส ที่เชื้อไวรัส ที่มาติดที่โพรงจมูก ในปาก หรือ เยื่อบุต่างๆ เข้าสู่เซลล์ได้น้อยลง ถ้าร่างกายเป็นไข้ หรือ อุณหภูมิสูงขึ้น .... อีกข้อมูลหนึ่ง คือ ในการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของไวรัส จำเป็นต้องอาศัยโปรตีน RNA polymerase เป็นตัวคลายเกลียวให้ไวรัสที่เพิ่มจำนวน จาก 1 เป็น 2 ซึ่ง ที่อุณหภูมิที่สูงขึ้น ประสิทธิภาพ หรือ ความคงที่ของการใช้โปรตีน ตัวนี้ ลดลง และ ลดลงอย่างมาก ที่อุณหภูมิ สูงถึง 40 องศาเซลเซียส ทำให้ไวรัสไม่สามารถแบ่งตัวในร่างกายได้ ... ซึ่ง ข้อมูลยืนยัน ว่า จำนวนไวรรัส น้อยลงที่อุณหภูมิสูงขึ้น
-อีกปัจจัยหนึ่ง ที่ตรวจพบ คือ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เซลล์ ที่ทำหน้าที่เป็นทหาร และ เครื่องมือรบ หนักๆ ที่ใช้ทำลายข้าศึก จะถูกลำเลียงออกมาในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ... นั่นคือ เมื่อเป็น ไข้ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะถูกกระตุ้น ให้มีความแข็งขันมากขึ้น .... การเป็นไข้ ก็คล้ายๆกับ กรณีที่เรารู้ว่ามีผู้บุกรุก ก็เปิดสัญญาณเตือนภัย เปิดไฟส่องสว่าง และ มีเวรยาม ออกมาตรวจตราเต็มไปหมด ... ผู้ไม่หวังดี ก็จะทำงานได้ลำบากขึ้นครับ
-กรณีที่พูดถึง เป็นเฉพาะกับ การติดเชื้อที่เป็นไวรัส เช่น ไข้หวัด Covid19 ไข้เลือดออก หัด สุกใส ฯลฯ แต่สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรีย ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ ... กรณีที่มีการติดเชื้อจากเชื้อแบคทีเรีย การมีไข้ จะยิ่งทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ดีขึ้นครับ กรณีติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นฝี หนอง ยิ่งประคบร้อน จะยิ่งบวมขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็น ฝี หนอง ทอลซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ การเป็นไข้ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราได้ แต่ กำจัดเชื้อโรคไม่ได้ เชื้อแบคทีเรีย ยิ่งชอบ อุณหภูมิที่สูงขึ้น ยิ่งแบ่งตัวเร็วขึ้น ดังนั้น แพทย์จึงต้อง วินิจฉัยแยกโรคให้ได้ครับ ว่าเป็นการติดเชื้อ ไวรัส หรือ ติดเชื้อแบคทีเรีย ถ้าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย ต้องกำจัดเชื้อด้วย ยาปฏิชีวนะ และ/หรือ ผ่าตัดรักษาครับ ปล่อยให้เป็นไข้ ยิ่งปล่อยยิ่งแย่ครับ
-ภาวะไข้ มีประโยชน์ แต่ ก็สร้างความไม่สบายตัวให้กับระบบปกติของร่างกาย เช่นเดียวกันกับการสร้างปัญหาให้กับเชื้อไวรัส ดังนั้น กรณี มีไข้ ก็ควรลดไข้ เพื่อลดอาการไม่สบายตัว ไม่ว่าจะเป็น การกินยาลดไข้ เช็ดตัว กระเป๋านั้นเข็ง ฯลฯ ในเด็กๆ ปฏิกิริยาเรื่องไข้จจะรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งไข้สูงมาก ระบบประสาทจะทำงานได้ไม่ดีด้วย อาจจะเพ้อ หรือ ชักได้ครับ ... ไม่ควรปล่อยให้เป็นไข้นานๆ
-มีไข้ ควรวินิจฉัยให้ได้นะครับ ว่าเป็น ปฏิกิริยาจากการติดเชื้อไวรัส หรือ แบคทีเรีย เพราะ การดูแลรักษาต่างกันมากครับ

28/07/2022

รายงานเกี่ยวกับฝีดาษลิง

ฝีดาษลิง 2022
(รายงานในวรสารนิวอิงแลนด์วันที่ 21 กรกฎาคม)

ย้ำเติอน เรื่องทั้งหมดนี้ อาจเกิดในกลุ่มหนึ่งก่อน แต่เป็นได้ทั้งหมด เช่นเดียวกับสมัยที่ HIV เกิดขึ้น ที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิด
เรื่องฝีดาษลิง เช่นเดียวกัน ต้องไม่มีการแบ่งแยก ไม่มี stigma ไม่มี discrimination

รายงานการติดเชื้อ 528 รายระหว่างวันที่ 27 เมษายนถึงวันที่ 24 มิถุนายนใน 16 ประเทศ

98% เป็น เกย์ หรือรักสองเพศ
อายุเฉลี่ย 38 ปี
41% มีการติดเชื้อHIV ร่วม

การแพร่ 95% เป็นไปได้ว่าเกิดในขณะที่กำลังมีเพศสัมพันธ์

ผื่น ตุ่ม (skin rash) พบในผู้ป่วย 95%
และ 64% ผื่นผิวหนัง มีจำนวนน้อยกว่า 10
73% พบในตำแหน่งที่ทวารหนักและอวัยวะสืบพันธุ์
41% มีในเยื่อบุ ซึ่งในจำนวนนี้ 54 รายมีผื่นตุ่มที่อวัยวะเพศตำแหน่งเดียว

อาการที่พบได้บ่อยก่อนหน้าที่จะมีผื่นขึ้นคือ
ไข้พบได้ 62%
ซึม 41%
ปวดกล้ามเนื้อ 31%
และปวดหัว 27%
ต่อมน้ำเหลืองโตพบได้ 56%
และพบโรคอื่นที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใน 109 จาก 377 รายหรือ 29%

จากการสืบสอบประวัติที่ได้ค่อนข้างชัดเจนใน 23 รายพบว่ามีระยะฟักตัวอยู่ประมาณเจ็ดวัน โดย อยู่ในระหว่างสามถึง 20 วัน

พบดีเอ็นเอของไวรัสในน้ำอสุจิ 29 ใน 32 ราย

ผู้ป่วยจำนวน 5% ได้ยาต้านไวรัส

มีผู้ป่วย 13% ที่ต้องอยู่โรงพยาบาลคิดเป็นจำนวน 70 ราย

เหตุผลที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากมีการปวดที่แผลผื่นอย่างรุนแรงในบริเวณทวารและอวัยวะสืบพันธ์ 21 ราย

มีการติดเชื้อซ้ำซ้อนที่เนื้อเยื่อ 18 ราย
ผนังลำคออักเสบทำให้กินอาหารลำบากห้าราย
มีความผิดปกติในตาสองราย
มีอาการทางไต 2 ราย
กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบสองราย และอีก 13 รายเป็นเพื่อในการควบคุมโรค

ทั้งนี้ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต
อ่านรายละเอียดทั้งหมด ในวารสาร
ข้อมูล ถอดความจาก บทคัดย่อ
รูปจากว่รสารเดียวกัน

https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa2207323

22/07/2022

ผื่นจากโรคสุกใสกับฝีดาษลิง แตกต่างกันอย่างไร ตามนี้นะคะ

คำถาม: ผื่นฝีดาษลิงกับโรคอีสุกอีใสแยกกันได้อย่างไร?
คำตอบ: จำคำสำคัญไว้ก่อนครับ
1. ผื่นแบบเดียวกันหมด คือ ฝีดาษลิง
ผื่นหลากหลายแบบคือ อีสุกอีใส
2. ผื่นขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า คือ ฝีดาษลิง
ส่วนอีสุกอีใสไม่ค่อยมีผื่นที่มือหรือเท้า
3. ต่อมน้ำเหลืองอักเสบพบในฝีดาษลิง
ส่วนอีสุกอีใสแทบไม่ค่อยมี
4. ผื่นขึ้นมากที่แขน ขา มากกว่าลำตัว คือ ฝีดาษลิง
ส่วนอีสุกอีใสผื่นขึ้นที่ท้อง หน้าอกมากกว่าแขนขา
ข้อแรกผื่นแบบเดียวกันหมด คือ ฝีดาษลิง
ผื่นหลากแบบ คือ อีสุกอีใส
คำว่า อีสุกอีใส ก็คือ วันที่เราตรวจร่างกายคนไข้ จะเจอผื่นแบบ “สุก” คือ เป็นหัวหนองและ “ใส “ คือ เป็นตุ่มน้ำใส คือ เจอผื่นปนๆกันไปหมด
แต่ฝีดาษ คำว่าดาษ เหมือน “ดาษดื่น” คือ ผื่นจะลักษณะเหมือนกันไปหมด
เช่น วันที่เป็นตุ่มน้ำใส ก็เป็นตุ่มใสไปทั้งตัว หรือวันหลังๆที่กลายเป็นตุ่มหนอง ก็จะเป็นตุ่มหนองไปทั้งตัว
ข้อสอง ผื่นอีสุกอีใสแทบไม่ขึ้นฝ่ามือ ฝ่าเท้าเลยครับ
แต่ฝีดาษจะขึ้นที่มือและเท้า คงจำเรื่องการปลูกฝีของเอ็ดเวิร์ด เจอเนอร์ บิดาแห่งการผลิตวัคซีนที่ผมเล่าในเพจได้ไหมครับ เขาสกัดฝีดาษวัวมาทำวัคซีน
ฝีดาษวัว ติดจากมือของหญิงชาวบ้านที่รีดนมวัวครับ
เลยจำได้ง่าย ฝีดาษพบผื่นที่มือและเท้า
ข้อสาม ต่อมน้ำเหลืองอักเสบพบในฝีดาษลิง
อันนี้เป็นข้อแยกสำคัญระหว่างฝีดาษรุนแรง (smallpox) กับฝีดาษลิงด้วยครับ
ถ้าเป็นฝีดาษลิง คนไข้จะเจ็บต่อมน้ำเหลืองที่คอ ใต้คาง รักแร้ หรือต่อมน้ำเหลืองขาหนีบ แต่อีสุกอีใสหรือฝีดาษรุนแรงไม่ค่อยพบต่อมน้ำเหลืองอักเสบครับ
ดังนั้น หากเจอตุ่มน้ำ หรือตุ่มหนองทั่วร่างกาย อย่าลืมคลำต่อมน้ำเหลืองด้วยครับ
ข้อสี่ จากการสังเกตตุ่มของฝีดาษจะกระจายมากที่แขนขา มากกว่าที่ลำตัว
แต่อีสุกอีใสพบผื่นที่ท้องและหน้าอกมากกว่าครับ
แต่ถ้าเป็นผื่นเยอะๆ ก็พบทั่วตัวก็มีครับ
ข้อควรระวัง: จริงๆโรคฝีดาษลิงในระยะแรกๆแยกยากจากอีสุกอีใส หรือ เริมครับเพราะวันแรกๆ ก็มีไข้ มีผื่นแค่ไม่กี่ตุ่ม เช่น มีผื่นตุ่มหนองที่นิ้วมือ หรืออวัยวะเwศ แค่นั้น ไม่ได้มีผื่นทั้งตัว เราก็ไม่รู้ว่าเป็นแค่เริมหรือเปล่า? แต่วันถัดไปถ้าผื่นกระจายทั้งตัวมากขึ้น ก็อาจพอแยกได้ครับ
ข้อควรรู้ ฝีดาษลิงกับฝีดาษรุนแรง (smallpox) ไม่ใช่โรคเดียวกันครับ แม้ว่าเชื้อไวรัสจะอยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่ไม่ใช่เชื้อเดียวกัน ความรุนแรงต่างกันมากครับ
ฝีดาษรุนแรง (smallpox) อัตราการตายสูงมาก หรือเรียกว่าไข้ทรพิษ ปัจจุบันไม่มีโรคนี้แล้วครับ
ฝีดาษลิงมีความรุนแรงน้อยกว่า แต่ผื่นตุ่มหนอง เมื่อหายก็อาจเป็นรอยแผลเป็นได้ครับ
ติดต่อได้อย่างไร?
ฝีดาษลิงติดต่อได้จากการสัมผัสตุ่มหนองจากคนไข้
หากเรามีบาดแผลที่มือ แม้จะเป็นแผลเล็กที่เราไม่รู้ เราก็ติดเชื้อฝีดาษได้ครับ
ดังนั้นการล้างมือบ่อยๆจึงมีความสำคัญครับ
รวมถึงการทำความสะอาดพื้นผิว ก็ฆ่าเชื้อได้ครับ
ส่วนการไอหรือจามก็อาจติดฝีดาษได้ แต่เชื้อไวรัสมีขนาดใหญ่ จะพุ่งไปตามน้ำลายหรือเรียกว่า Droplet แต่ก็ไปได้ไม่ไกลนักครับ
นึกถึงเราเขวี้ยงลูกบอลลูกใหญ่ๆ มันก็คงไปได้ไม่ไกลเท่าไร
ดังนั้นการใส่หน้ากากอนามัย
เว้นระยะห่างพอสมควรก็ป้องกันได้ครับ
#ห้องฉุกเฉินต้องรู้

อ้างอิงข้อมูลจาก CDC Monkeypox
Centers for Disease Control and Prevention

12/07/2022

โรคนี้น่าสนใจมากและยังพบได้อยู่นะคะ

ตัวอย่างเคส #วัณโรคที่ต่อมน้ำเหลืองแตกทะลุสู่ผิวหนัง

ญ 24 ปี มาด้วยไอแห้งๆ 2 เดือน ร่วมกับไข้ และคออาการบวมปวด มีก้อนต่อมาแตกเป็นแผลมีหนองไหลออกมา

ตรวจร่างกาย
Mild, tender cervical lymphadenopathy with ulcerated and yellow fluid drainage

ตรวจห้องปฏิบัติการ
• IGRA for TB screening: positive
• AntiHIV: non reactive
• No evidence of tuberculosis from sputum AFB, PCR TB, CXR
• Lymph node biopsy: necrotic tissue, no evidence of malignancy
• Fluid drainage staining: positive PCR for M.tuberculosis complex and AFB
• Lymph node culture: M tuberculosis complex

วินิจฉัย
Tuberculosis lymphadenitis with scrofuloderma

ประเด็นที่น่าเรียนจากเคสนี้

🏳️‍🌈 Cutaneous TB พบน้อยแค่ 1-2%
🏳️‍🌈 Scrofuloderma จัดเป็น endogenous tuberculosis infection จากการติดเชื้อ M tuberculosis หรืออาจพบได้จาก M bovis ซึ่งการติดเชื้อเกิดขึ้นบริเวณผิวหนังหรืออวัยวะใกล้เคียง แล้วเกิดการแตกทะลุออกมาดังรูป

🏳️‍🌈 อย่าลืม ddx: bacterial infection, malignancy เสมอ
🏳️‍🌈 Gold standard คือ culture และ PCR for tuberculosis
🏳️‍🌈 การรักษา คือ 2IRZE+4IR
🏳️‍🌈 กรณี M bovis มักมี pyrazinamide resistance อาจหยุดยา PZA ได้ แต่ระยะเวลาในการรักษาอาจต้องยาวนานกว่าปกติขึ้นกับการตอบสนองของผู้ป่วยค่ะ

------------------------------------------

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://jamanetwork.com/journals/jamadermatology/fullarticle/2729593?guestAccessKey=e445c9cc-0636-4425-9418-20e13441a262&utm_source=silverchair&utm_medium=email&utm_campaign=article_alert-jamadermatology&utm_content=olf&utm_term=040319

------------------------------------------

👩🏻‍⚕️อ่านบทความย้อนหลังที่
https://helloskinderm.com
รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


1126/2 อาคารวานิช2 ชั้น5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10400