Smile & Smile
ศูนย์ผลิตภัณฑ์ทางด้านความงามและอา?
14/02/2018
สงสัยไหม!! ทำไมเบื่ออาหาร ปวดท้องบ่อย อาเจียน ตัวเหลืองอ่อนเพลีย เกิดจากอะไร?
- ลดภาวะ "ตับอ่อนแอ"
- อ่อนเพลีย ย่อยไม่ดี
- ลดเหลือง
- ป้องกัน ผังผืด ไขมันเกาะตับ
- ฟื้นฟูภาวะไวรัส การอักเสบของตับ
ต้องการฟื้นฟู ล้างพิษ บำรุงตับให้แข็งแรง
มะเร็งหายขาด เบาหวานลด รักษาโรคหัวใจ ไม่ต้องฟอกไต ลดความดัน ไม่ต้องคีโม หยุดกินยาปฏิชีวนะได้เลย มี อ.ย.รับรอง มาถึงไทยแล้ววันนี้ สนใจเม้มใต้ภาพเลยจร้าา
06/02/2018
โรคหัวใจ (Heart Disease) หมายถึง โรคต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยโรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ เป็นต้น
โรคหัวใจ
จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงปี พ.ศ. 2555-2558 อัตราผู้ป่วยโรคหัวใจในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีพ.ศง 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดจำนวน 58,681 คน หรือโดยเฉลี่ยถึงชั่วโมงละ 7 คน และยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งนี้สาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นมักเกิดจากปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่สามารถป้องกันได้ เช่น การสูบหรือสูดดมควันบุหรี่ การรับประทานอาหารบางประเภท เช่น อาหารไขมันสูง อาหารหวาน และอาหารเค็มที่ควรหลีกเลี่ยง นอกจากนี้ยังควรควบคุมน้ำหนัก รวมถึงหมั่นตรวจสุขภาพวัดระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ
อาการของโรคหัวใจ
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในส่วนของหัวใจที่ต่างกัน ทำให้โรคหัวใจมีอาการต่างกันไปในแต่ละชนิด
โรคหลอดเลือดหัวใจ มักส่งผลให้มีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก ร้าวไปตามกราม แขน ลำคอ ท้อง หรือบริเวณหลัง และบางครั้งอาจมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือหมดสติได้
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ อาจเต้นเร็วผิดปกติ ช้าผิดปกติ หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ทำให้รู้สึกใจสั่น แต่บางครั้งอาจแสดงอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หรือคล้ายจะเป็นลมได้เช่นกัน
โรคกล้ามเนื้อหัวใจ ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์มักมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม และมีอาการมากขึ้นเมื่อต้องออกแรงหนัก ๆ ส่วนโรคกล้ามเนื้อหัวใจที่รุนแรงมากขึ้นจะทำให้มีอาการเหนื่อยแม้ขณะนั่งอยู่เฉย ๆ มีอาการบวมตามแขน ขา หนังตา ร่วมกับอาการอ่อนเพลีย นอนราบไม่ได้ และตื่นขึ้นมาไอในเวลากลางคืน
โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นโรคที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อทารกอยู่ในครรภ์มารดา โดยอาจแสดงอาการทันทีเมื่อแรกคลอด หรือแสดงอาการมากขึ้นในภายหลังก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือกลุ่มที่มีอาการเขียวและกลุ่มไม่มีอาการเขียว ในกลุ่มที่มีอาการยังไม่รุนแรงมากอาจสังเกตได้ในภายหลัง เช่น เหนื่อยง่ายเวลาออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน แต่ในกลุ่มที่มีอาการมากจะทำให้เลี้ยงไม่โต ทารกมีอาการเหนื่อยขณะให้นมหรือติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย ๆ เป็นต้น
โรคลิ้นหัวใจ อาการของโรคขึ้นอยู่กับความผิดปกติของลิ้นหัวใจที่เกิดขึ้น ในกลุ่มที่มีความผิดปกติเพียงเล็กน้อยอาจไม่แสดงอาการใด ๆ หรืออาจได้ยินเสียงผิดปกติจากการตรวจร่างกายเท่านั้น แต่หากมีความผิดปกติของลิ้นหัวใจมากก็จะมีอาการเหนื่อยง่าย และเกิดภาวะหัวใจวายหรือน้ำท่วมปอดได้
โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ อาการที่แสดงถึงโรคนี้ ได้แก่ มีไข้ โดยมักจะเป็นไข้เรื้อรัง อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจหอบเหนื่อย ไอเรื้อรังแห้ง ๆ ขาหรือช่องท้องบวม รวมถึงมีผื่นหรือจุดขึ้นตามผิวหนัง
สาเหตุของโรคหัวใจ
เช่นเดียวกันกับอาการ สาเหตุของโรคหัวใจแต่ละชนิดมีที่มาต่างกัน ดังนี้
โรคหลอดเลือดหัวใจ สาเหตุส่วนมากเกิดจากไขมันหรือแคลเซียมที่สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหลอดเลือดจนขัดขวางทางเดินเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมักมีสาเหตุมาจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในหลอดเลือดสูง น้ำหนักเกิน และสูบบุหรี่
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางรายที่เดิมมีความผิดปกติของหัวใจอยู่แล้วหรือเกิดกับคนทั่วไปที่มีหัวใจปกติก็ได้ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการถูกไฟฟ้าช็อต การใช้สารเสพติด ยา อาหารเสริมบางชนิด รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน นอกจากนี้อาจเป็นความเสี่ยงจากอาการเจ็บป่วยโรคหัวใจอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ หรือโรคอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
โรคกล้ามเนื้อหัวใจ มีสาเหตุต่างกันไปตามความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม อาจเกิดจากการไหลเวียนของเลือดสู่หัวใจน้อยลง การได้รับยาหรือสารพิษบางชนิด การติดเชื้อ และพันธุกรรม ส่วนโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนามักเป็นผลจากพันธุกรรมและอายุที่มากขึ้น และโรคกล้ามเนื้อหัวใจถูกบีบรัด ที่กล้ามเนื้อหัวใจแข็งและยืดหยุ่นน้อยลง อาจเป็นผลมาจากโรคอื่น เช่น เนื้อเยื่อเกี่ยวพันผิดปกติ ภาวะธาตุเหล็กมากเกิน หรือการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด รังสีบำบัด เป็นต้น
โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด อาจเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ของมารดาที่ทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนด การใช้ยาหรือสารเสพติดบางชนิดขณะตั้งครรภ์ การติดเชื้อของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ รวมทั้งอาจเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็ได้
โรคลิ้นหัวใจ สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีลิ้นหัวใจผิดปกติหรือทำงานบกพร่องมาแต่กำเนิด หรือเป็นโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคอื่น ๆ เช่น ไข้รูมาติก เยื่อบุหัวใจอักเสบ หรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผิดปกติ
โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ เกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิต รวมทั้งการทำหัตถการทางการแพทย์ การใช้สารเสพติด และมีการเหนี่ยวนำให้เกิดการติดเชื้อที่บริเวณหัวใจตามมา
การวินิจฉัยโรคหัวใจ
แพทย์มักเริ่มด้วยการตรวจร่างกายเบื้องต้น สอบถามอาการ ประวัติการเจ็บป่วย รวมถึงบุคคลในครอบครัวที่เคยป่วยเป็นโรคหัวใจ จากนั้นจึงพิจารณาความเป็นไปได้แล้วเลือกวิธีวินิจฉัยขั้นต่อไป ซึ่งอาจเป็นการตรวจเลือด เอกซเรย์หน้าอก ตรวจหัวใจด้วยเครื่อง CT Scan หรือ MRI ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจบันทึกการทำงานของหัวใจ หรือตรวจด้วยการสวนหลอดเลือดหัวใจ ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
การรักษาโรคหัวใจ
การรักษาโรคหัวใจจะรักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบและรักษาตามอาการที่ผู้ป่วยเป็นในขณะนั้น เช่น การทำหัตถการสวนหัวใจ การผ่าตัดหัวใจ ร่วมกับการใช้ยารักษา รวมถึงการให้คำแนะนำในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ความเครียด และเพิ่มการออกกำลังกาย การปรับพฤติกรรมการบริโภคโดยแนะนำให้ลดอาการเค็ม อาหารหวาน และอาหารที่มีไขมันสูง
ภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจ
โรคหัวใจชนิดต่าง ๆ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่แตกต่างกัน ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุด คือ หัวใจล้มเหลว เกิดขึ้นได้จากโรคหัวใจทุกชนิด ส่วนภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อาจขึ้นอยู่กับโรคหัวใจที่ผู้ป่วยเป็นด้วย เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ส่วนกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจอาจตามมาด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดในสมองขาดเลือด โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ และโรคหลอดเลือดแดงโป่งพอง ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้สามารถนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างฉับพลันได้
การป้องกันโรคหัวใจ
การป้องกันโรคหัวใจด้วยตนเองทำได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และหมั่นตรวจร่างกายเพื่อควบคุมระดับความดันและไขมันในเลือดเป็นประจำ การรับประทานอาหารและออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ ควรเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช ลดปริมาณไขมัน โซเดียม และน้ำตาลให้น้อย หมั่นออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก หยุดสูบบุหรี่ นอกจากนี้ ความเศร้าและความเครียดก็อาจเป็นปัจจัยการเกิดโรคหัวใจได้ จึงควรพยายามผ่อนคลายให้มาก รวมทั้งรักษาสุขอนามัยให้ถูกต้องอยู่เสมอเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ
30/01/2018
30/01/2018
5 เคล็ดลับ ดื่มน้ำผลไม้อย่างไร ให้ "ดีท็อกซ์" ได้อย่างเต็มที่
ดีท็อกซ์ (Detox) มาจากคำว่า Detoxfication คือ กระบวนการขจัดสิ่งสกปรกของเสีย กากอาหาร และสารพิษที่สะสมและตกค้างออกจากลำไส้หรืออวัยวะของร่างกาย เพื่อทำให้อวัยวะร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งน้ำผลไม้ดีท็อกซ์วิธีการเลือก ดังนี้
1. การดื่มน้ำผลไม้ ควรดื่มในปริมาณ 1,700-2,250 มิลลิลิตร ให้ดื่มครั้งละ 200-500 มิลลิลิตร และโดยปกติจะดื่มทุก 2-3 ชั่วโมง ปริมาณการดื่มน้ำผลไม้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน
2. ระยะเวลาในการดื่มน้ำผลไม้ล้างพิษ ปกติจะใช้เวลา 10-14 วัน แต่ไม่ควรเกินกว่านั้น เพราะจะทำให้ร่างกายและจิตใจเครียดมากเกินไป
3. ดื่มน้ำผลไม้ดีท็อกซ์ ที่มีสัดส่วนผลไม้ต่อผัก 1 : 1 เพราะน้ำผลไม้จะช่วยทำความสะอาดอาหารพิษในร่างกายส่วนน้ำผักจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ จึงควรผสมในสัดส่วนที่เท่ากัน
4. การดื่มน้ำผลไม้ดีท็อกซ์ในตอนเช้า น้ำตาลและพลังงานที่อยู่ในผักและผลไม้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองและร่างกาย ส่วนการดื่มในช่วงบ่ายจะช่วยให้อยู่ท้อง และตอนเย็นจะช่วยให้หลับสบาย
5. ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดื่มน้ำผลไม้ คือ ตอนท้องว่าง เพราะสารอาหารในผลไม้จะย่อยได้ยากเมื่อดื่มร่วมกับอาหาร ส่วนน้ำสมูทตี้เหมาะสมในการดื่มพร้อมแทนอาหาร เพราะมีคุณสมบัติที่ช่วยให้อิ่มหรือสบายท้องได้นั่นเอง
ภาพประกอบ
Cr : นิตยสารแม่บ้าน
24/01/2018
20/12/2017
20/12/2017
04/12/2017
5 คุณประโยชน์ของ สตรอเบอร์รี่ ผลไม้ที่เกิดมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ
ม่ได้มีแต่เพียงความอร่อยเท่านั้น แต่ผลไม้ยอดฮิตของคุณสาวๆ อย่างสตรอเบอร์รี่ มีคุณประโยชน์มากมายหลายสิบข้อ วันนี้คัดมาเน้นๆ 5 ข้อ ที่โดดเด่น แถมยังเป็น 5 ข้อที่เหมาะกับผู้หญิงเท่านั้น! เริ่ดขนาดนี้ อ่านจบไปหามาติดตู้เย็นไว้สักกล่องเลยนะคะ
สตรอเบอร์รี่
1. หน้าเด็ก
กรีดร้องกับคุณประโยชน์ข้อนี้มาก เพราะ สตรอเบอร์รี่ อุดมไปด้วย สารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการชะลอไม่ให้คุณดูแก่ก่อนวัย แถมยังเสริมสร้างคอลลาเจน ซึ่งสำคัญมากสำหรับผู้หญิงวัยทำงานอย่างเรา เพราะยิ่งอายุมากขึ้น ร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนน้อยลง การเพิ่มคอลลาเจนจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยต่างๆ ให้ลดลงไปด้วย
2. ลดน้ำหนัก
ไม่มีอะไรดีไปกว่าการกินอาหารที่อร่อยและไม่อ้วนอีกแล้วค่ะ แต่ขอ ปล. ไว้หน่อยนะคะสตรอเบอร์รี่ที่เขียนถึงนี้ ไม่ใช่เค้กสตรอเบอร์รี่ หรือ สตรอเบอร์รี่เชื่อม นะจ๊ะ แต่เป็นสตรอเบอร์รี่สด เพราะให้พลังงานต่ำ ช่วยในการดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกาย และเพิ่มปริมาณไขมันชนิดดีให้ร่างกาย แถมยังมีสรรพคุณทางยาเป็นยาระบายอ่อนๆ อีกด้วย
3. บำรุงสายตา
เป็นที่รู้กันดีว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีคุณประโยชน์ที่โดดเด่นเกี่ยวกับการบำรุงสายตา สาวออฟฟิศที่จ้องคอมพิวเตอร์นานๆ ต้องระวังปัญหาสายตาจะตามมานะคะ บำรุงหน่อยก็ดี จะได้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังป้องกันโรคต้อกระจก และความเสื่อมของจอประสาทได้ดีเลยค่ะ
4. แก้ปัญหาประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ
เรื่องประจำเดือนกับผู้หญิงเป็นสิ่งคู่กัน ถ้าประจำเดือนมีปัญหา มาไม่ปกติ เชื่อได้เลยว่าร่างกายกำลังจะบอกอะไรกับคุณอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากมีปัญหาเรื่องนี้ รากและใบของสตรอเบอร์รี่ช่วยคุณได้ โดยนำไปตากแดดให้แห้งก่อน แล้วชงดื่มแทนน้ำชา
5. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
ไม่จำเป็นต้องมาร์กหน้าด้วยแตงกว่าเท่านั้น สตรอเบอร์รี่ก็ช่วยให้หน้าคุณใสเปล่งปลั่งได้เช่นกัน โดยฝานสตรอเบอร์รี่สดแล้วนำมาวางบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เสร็จแล้วล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด จะช่วยให้รูขุมขนกระชับและดูขาวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เผยชีวิตใหม่ #โอ วรุฒ วรธรรม หลังเลิกเหล้า ทานล้างตับ Liver Tonic
เพียงวันละ 1 เม็ดก่อนนอนช่วยล้างตับให้สะอาด
https://line.me/R/ti/p/%40cih8127c
แอดไลน์ลดทันที 300 บาท
มีบริการเก็บเงินปลายทาง
02/12/2017
7 เคล็ดลับ ผ่อนคลายสายตา จากการจ้องหน้าจอคอม
หนุ่มสาวออฟฟิศอย่างเราๆ มักหมดเวลาไปกับการใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน รวมไปถึงการนั่งจ้องจอสมาร์ทโฟนเป็นระยะเวลานาน เพื่อท่องโลกโซเชียลมีเดียอัปเดตข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้มักเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเกิดอาการปวดตา ตาล้า ตาพร่าได้อย่างง่ายมาก ลองมาฟังคำแนะนำดีๆ ที่อาจช่วย ผ่อนคลายสายตา ของคุณได้ดังนี้
1. บริหารสายตา
เมื่อเรานั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นระยะเวลานานติดต่อกันจะทำให้เรารู้สึกตาพร่า ตาล้า เราอาจใช้วิธีการบริหารสายตา ด้วยการกลอกตาจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง หรือกลอกตาเป็นวงกลม ทำต่อเนื่องกันสัก 1 นาที ก็จะสามารถช่วยลดอาการเมื่อยล้า รวมถึงช่วยลดความเกร็งเครียดจากการใช้สายตาลงได้
2. พักสายตาเป็นระยะ
เราสามารถพักสายตาเป็นระยะๆ ได้ด้วยการกระพริบตาถี่ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับดวงตา หรือเปลี่ยนไปมองไปที่ไกลๆ ละสายตามามองสิ่งอื่นบ้าง รวมถึงมองไปในที่ที่มีสีเขียว ก็จะช่วยเพิ่มความผ่อนคลายให้กับสายตาของเรา
3. หยอดน้ำตาเทียม
เมื่อใช้สายตาจ้องหน้าจอนานเกินไปอาจทำให้เราลืมกระพริบตา และทำให้ตาของเราแห้ง น้ำตาเทียมสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับดวงตา ลดอาการระคายเคืองได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นต้อลม และต้อเนื้อ
4. ปรับแสงในการอ่านหนังสือให้เพียงพอ
แสงในการอ่านหนังสือถือเป็นเรื่องสำคัญ ควรจะปรับให้แสงมีความพอดีที่จะทำให้เราเห็นตัวหนังได้อย่างชัดเจน ไม่ควรจะปรับให้แสงจ้าเกินไป เพราะจะทำให้แสงสะท้อนเข้าตา และไม่ควรอ่านหนังสือในที่ที่แสงไม่พอ เพราะจะทำให้เรายิ่งต้องใช้สายตาในการเพ่งมองมากขึ้นไปอีก
5. ลดความสว่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์
หากนั่งทำงานไปสักพักแล้วรู้สึกเมื่อยล้าสายตา ให้ลองลดความสว่างของหน้าจอให้ลง แต่ไม่ควรลดความสว่างจนมองเห็นไม่ชัด
6. เลือกใช้แว่นตาให้เหมาะสม
การเลือกใส่แว่นตาก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีเช่นกัน เพราะแว่นตาในสมัยนี้สามารถช่วยกรองแสงจากคอมพิวเตอร์ได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการเลือกแว่นตาให้เหมาะกับค่าสายตาอีกด้วย
7. การนอนหลับพักสาย
วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายมาก เพียงแค่นอนหลับพักสายตาสัก 10-20 นาที ก็จะทำให้อาการปวดเมื่อยตา ตาพร่า ตาล้านั้นลดลงแล้ว
รู้มั๊ยตับเจoอะไsมาบ้าง!? ชอบดื่ม สูบบุหรี่ กิuปิ้vย่าง คoส้มตำทั้vหลาย โป๊ะเคsื่อvสำอางบuหu้า ทาuยาเยอะ ถึงเวaาa้างตับขับสาsพิษออกซะที ทำvัยคลิกที่ภาพเลยสuใจปรึกษาและสั่vซื้อที่👇👇
👉https://line.me/R/ti/p/%40cih8127c
👉https://line.me/R/ti/p/%40cih8127c
👉https://line.me/R/ti/p/%40cih8127c
01/12/2017
ปาตี้หนัก ทานยาเยอะ เสี่ยงโรคร้าย มะเร็งตับ ไขมันพอกตับ ไวรัสตับอักเสบ ตับแข็ง ปวดเมื่อย อ่อนเพรีย ปวดชายโครงขวา ตาเหลือง มีกลิ่นปาก ขาบวม ท้องบวม ท้องอืดท้องเฟ่อ ง่วงซึมกว่าปกติ เหนื่อยง่าย
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10120