happi
มอบความสุข…เติมความสดชื่นสู่ผิว ด้วยแหล่งรวมวิตามินบำรุงผิวจาก happi http://www.bhappi.net
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว happi - เกิดจากทีมนักวิจัยคุณภาพ ที่รักในงานค้นคว้าวิจัย อยู่ในแวดวงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยาวนานทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยได้วิจัย คัดสรรและพัฒนาจนเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรเข้มข้น ที่เป็นแหล่งรวมสารอาหารต่างๆ ที่ผิวต้องการ...เพื่อมอบความสุขให้กับผิวคุุณ
14/02/2014
02/01/2014
พระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๗
วันอังคาร ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖
ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย
บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุก ๆ คน ให้มีความสุข ความเจริญ และความสำเร็จสมประสงค์ ในสิ่งที่ปรารถนา.
ความปรารถนาของทุกคน คงไม่แตกต่างกันนัก คือต้องการให้ตนเอง
มีความสุขความเจริญ และให้บ้านเมือง มีความสงบร่มเย็น. ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ท่านทั้งหลาย รักษาสุขภาพกายสุขภาพจิต ให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อให้สามารถปฏิบัติภาระหน้าที่ได้เต็มกำลัง. ข้อสำคัญ จะคิดจะทำสิ่งใด ให้นึกถึงส่วนรวมและความเป็นไทยไว้เสมอ. งานของตน และงานของชาติ จักได้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยถูกต้อง เที่ยงตรง ไม่ติดขัด และบรรลุถึงประโยชน์ เป็นความสุข ความเจริญ และความสงบร่มเย็น ดังที่ทุกคนตั้งใจปรารถนา.
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกายสุขใจ
ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน.
25/12/2013
Merry Christmas. hohoho
05/12/2013
พระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนานเทอญ
25/09/2013
05/09/2013
ข้อมูลเพื่อการดูแลสุขภาพ สำหรับผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป
ถ้าผู้หญิงเรามีสุขภาพดีทั้งกายและใจ จะเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความเข็งแกร่งในการทำหน้าที่ ตามบทบาทต่างๆ ที่มีในชีวิตประจำวัน และในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความสุขกับผู้คนรอบตัว โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทำงาน มีภาระความรับผิดชอบด้านการงานและครอบครัวเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดความเครียด การพักผ่อนน้อย และไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
ผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไปจะเริ่มมีภาวะขาดฮอร์โมนเพศหญิง ส่งผล
กระทบต่อสมอง จิตใจ อารมณ์ มีอาการต่างๆ เกิดขึ้น ที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต อาการต่างๆ ที่จะสังเกตทราบได้ คือ
อะไรจะเกิดขึ้นหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ?
นอกจากอาการต่างๆ ที่กล่าวถึงแล้ว ผลระยะยาวที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเมื่อประจำเดือนหยุดมาอีกหลายอย่าง แต่ละอย่างล้วนมีผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ เช่น
ผลกระทบในระยะยาวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ในผู้หญิงสูงวัย 40 ปีขึ้นไป
ข้อมูลของโรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่า ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ
ที่พบบ่อยในผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไปจำนวน 10 อันดับแรก ได้แก่
ปัญหาการขาดสารอาหาร ในผู้หญิงวัย 40 ปี ขึ้นไป
ปัญหาทุพโภชนาการ (ขาดสารอาหาร) เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งปัญหาดังกล่าว
เป็นผลมาจากความเสื่อมทางด้านสรีระ โดยเฉพาะระบบการย่อยและดูดซึมสารอาหาร ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางการดำรงชีวิต เช่น สภาพทางเศรษฐกิจ กิจกรรมในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่ง ปัญหาการเบื่ออาหาร การรับประทานอาหารโดยไม่คำนึงถึงประเภทที่หลากหลาย และครบถ้วนของสารอาหาร ทำให้มีโอกาสขาดวิตามินและแร่ธาตุสูง ดังนั้นการดูแลสารอาหารที่ควรได้รับจึงมีความสำคัญและต้องมีความครบถ้วนอย่างพอดีต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้น
สารอาหารที่จำเป็น ต่อผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป
เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของระบบประสาทจะด้อยลง การดูดซึมสารอาหาร และประสิทธิภาพในการเผาผลาญอาหารก็ลดลงด้วย ส่งผลให้ผู้หญิงวัยนี้มีโอกาสขาดวิตามินได้แทบทุกตัว กลุ่มวิตามินที่มีบทบาทสำคัญในการบำรุงระบบประสาท ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญสารอาหารได้ดีคือ กลุ่มวิตามินบี
ซึ่งยังมีความสำคัญต่อขบวนการสร้างเม็ดเลือด เพื่อให้สามารถนำพา ออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้อย่างทั่วถึง ทำให้ร่างกายพร้อมเผชิญกับภาระกิจได้ตลอดวัน
สารอาหารต้านอนุมูลอิสระ และชะลอความชรา
อนุมูลอิสระ เป็นสารพิษที่เกิดขึ้นตลอดเวลาภายในร่างกาย
ปกติร่างกายเราสามารถกำจัดได้เองระดับหนึ่งแต่เมื่อคนเราสูงวัยขึ้น ประสิทธิภาพการกำจัดจะลดลง ทำให้เกิดความเสื่อมของร่างกาย ผลของความเสื่อมที่เราเห็นก็คือผิวขาดความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอย ขณะเดียวกันก็เกิดความเสื่อมของอวัยวะภายในร่างกาย ทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ความจำเสื่อม
มะเร็ง ฯลฯ
ดังนั้น จึงควรได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่มีปริมาณมากพอ และมีความหลากหลายที่จะช่วยเสริมฤทธิ์กัน เพื่อชะลอความเสื่อมและการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี โคเอนไซม์ คิวเทน แอลฟาไลโปอิก แอซิด รูติน และแร่ธาตุต่างๆ เช่น สังกะสี ซิลิเนียม
กลุ่มแร่ธาตุที่จำเป็น :
แร่ธาตุ ที่มีความจำเป็น ในกระบวนการเผาผลาญเพื่อให้ได้พลังงานของร่างกาย ในการใช้ชีวิตประจำวัน ช่วยเรื่องต้านความเครียด และช่วยเพิ่มความแข็งแรง ให้กับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เสริมสร้างสุขภาพที่ดี ได้แก่ ธาตุเหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม โครเมียม
คำแนะนำในการเลือกซื้อวิตามินและสารอาหารสำหรับผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป
ในปัจจุบัน มีสูตรวิตามินและสารอาหารต่างๆ ที่กล่าวข้างต้น ผ่านการคัดสรรทั้งชนิดและปริมาณที่เพียงพอ บรรจุในแคปซูลนิ่ม เพื่อความสะดวกในการดูแลสุขภาพผู้หญิงวัย 40 ปี ขึ้นไป โดยเฉพาะดังนี้
ประโยชน์ต่อสุขภาพ วิตามิน/สารอาหาร
1.ปรับสมดุลระบบฮอร์โมน สารสกัดจากจมูกถั่วเหลือง
2.บำรุงกระดูก แคลเซียม, วิตามินดี 3
3.บำรุงสมอง สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย , เลซิทิน
4.บำรุงสายตา วิตามินเอ, ลูติน
5.บำรุงระบบประสาท ช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหาร บำรุงโลหิต
กลุ่มวิตามินบี : บี 1, บี2, นิโคตินาไมด์, แคลเซียม แพนโทธีเนต, บี6, บี12, กรดโฟลิก, ไบโอติน, ไอโนซิทอล
6.ต้านอนุมูลอิสระ และชะลอความชรา
วิตามิน อี, วิตามิน ซี, ซิลีเนียม, โคเอ็นไซม์ คิวเทน, กรดอัลฟา ไลโปอิก , รูติน, ไบโอฟลาโวนอยด์
7.แร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพ
ธาตุเหล็ก, ธาตุสังกะสี, แมกนีเซียม, โครเมียม
เอกสารอ้างอิง
1.L Shari et al, The Real Vitamin and Mineral Book 3rd edition
2.C Ronni, Micronutrient requirement in older woman, Am J Clin Nutr 2005;81 (suppl):1240S-5S
3.J Bruno et al, Aging , Present knowledge in nutrition 8th edition 2001;339-446
4.www.pdrhealth.com
5.www.medlineplus.com
6.www.bangkokhospital.com
05/09/2013
เดินย่ำ เท้าเปล่า...(ธรรมชาติบำบัด)
ปัจจุบันเราต่างทำงานเร่งรีบทุกอย่างในทุกขั้นตอนแห่งการดำรงชีวิต จนไม่มีแม้เวลาจะได้สัมผัสกับพื้นแผ่นดินโดยตรง แม้ว่าเราจะยืนอยู่บนผืนแผ่นดินก็ตาม
เราต้องใส่รองเท้าตั้งแต่ออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน ใช้เวลาทั้งหมดกับการยืนบนพื้นคอนกรีตแข็ง ๆ พอกลับบ้านถอดรองเท้าก็จวนเจียนถึงเวลานอนพอดี แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปสัมผัสไอดินบ้างล่ะ ?
แต่ถ้าหากมีโอกาสได้ไปพักผ่อนวันหยุด หรือออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ ถ้าได้เห็นพื้นหญ้านุ่ม ๆ หรือได้เห็นลานหินปุ่ม หรือ กรวดก้อนเล็ก ๆ ที่สวนสาธารณะจัดไว้ให้สำหรับการบริหารฝ่าเท้านั้น จงอย่าได้รีรอ รีบถอดรองเท้า/ถุงเท้าออก แล้วค่อย ๆ วางฝ่าเท้าของคุณลงบนพื้นหญ้า/ลานหินกรวดนั้น ค่อย ๆ ใช้เวลาสัก 10-20 นาที เดินย่ำช้า ๆ ขณะเวลาที่ย่ำนั้น ค่อย ๆ วางฝ่าเท้าลงทีละข้าง ทีละข้าง อย่างนิ่มนวลไม่เช่นนั้น จะเจ็บฝ่าเท้าแทน ค่อย ๆ สูดอากาศหายใจเข้า/ออก อย่างช้า ๆ ลึก ๆ
นี่จะเป็นการบริหารฝ่าเท้าหรือเป็นการนวดฝ่าเท้า โดยที่ไม่ต้องไปพึ่งการนวดฝ่าเท้าจากร้านนวด นวดด้วยตัวเราเอง และเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตไปที่ปลายเท้า และในทางแพทย์แผนโบราณนี่เป็นการรับไอดินทำให้มีการปรับธาตุในร่างกาย
รับรองได้ว่าหลังจากที่คุณไม่เคยย่ำเท้าลงบนพื้นดิน/พื้นหญ้า/พื้นกรวด เลยในรอบสัปดาห์ เมื่อคุณได้ทำเช่นนี้คุณจะรู้สึกว่าเหมือนคุณผ่อนคลายฝ่าเท้าที่ใช้งานมาอย่างหนักในการรับภาระน้ำหนักทั้งตัวของคุณ
ลองดูนะ...หรือจะซื้อกรวดมาเททำบริเวณไว้ในบ้านก็ได้จะได้ไม่ต้องออกไปข้างนอก ค่อย ๆ ย่ำ แต่เลือกกรวดที่มีลักษณะกลมจะได้ไม่บาดเท้า เวลาย่ำจะได้ไม่เจ็บมาก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สาระแห่งสุขภาพ
05/09/2013
ผลกีวี...มหัศจรรย์ผลไม้เต็มคุณค่า
"ผลไม้" เป็นหนึ่งในอาหารหลัก 5 หมู่ที่จำเป็นต่อร่างกาย และเป้นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และใยอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยในการดูแลเสริมสร้างสุขภาพ แต่ผลไม้ทุกชนิดมีสารอาหารเด่น ๆ ที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นชนิดและปริมาณ มีผลไม้มากมายหลายชนิดที่ได้ชื่อว่าเป็น "ซุปเปอร์ฟรุ๊ต" หนึ่งในนั้นคือ "ผลกีวี"
มีอะไรดีในกีวี
ผลกีวีอุดมไปด้วยสารพฤกษเคมี (phytonutrients) จำนวนมากรวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ เช่น วิตามินซี วิตามินอี ลูทีน โฟเลต โพแตสเซียม ใยอาหาร และสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยปกป้องดีเอ็นเอในนิวเคลียสของเซลล์จากอนุมูลอิสระที่เปรียบเสมือนขยะของร่างกายที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย นอกจากนี้ผลกีวียังมีเอ็นไซม์ที่ใช้ในการหมักเนื้อสัตว์ให้นุ่มแบบธรรมชาติ
กีวีสีทอง หรือโกลด์กีวีนั้นยังอุดมไปด้วยวิตามินอีธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมัน จึงช่วยปกป้องอันตรายจากเซลล์ในชั้นไขมัน ช่วยบำรุงผิวพรรณ ลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยในการไหลเวียนโลหิต ป้องกันโรคหัวใจ และลดการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจที่ไปเลี้ยงสมอง
ผลกีวีเป็นแหล่งที่ดีของโฟเลต ซึ่งเป็นวิตามินบีที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง และป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง และจำเป็นต่อคุณแม่ในช่วงก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ ช่วยป้องกันความผิดปกติในการสร้างระบบประสาทและสมองของเด็กทารกในขณะตั้งครรภ์
โดย : อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพประเทศสหรัฐอเมริกา และนักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพไทย
ที่มา หนังสือประชาชาติธุรกิจ
04/06/2013
ปรับท่าทางร่างกาย ก่อนปวดคอ ปวดหลังเรื้อรัง
ถ้าถามว่า ใครบ้างไม่เคยปวดคอ ปวดหลัง คงเป็นการยากหากจะหาผู้ที่ไม่เคยประสบปัญหาดังกล่าวเลย เมื่อเป็นเรื่องใกล้ตัวเช่นนี้ ‘นพ.เตมีย์ เสถียรราษฎร์’ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เล่าถึงปัญหาปวดคอ ปวดหลังว่า ในความเป็นจริงแล้ว คนทุกเพศทุกวัยสามารถมีอาการปวดต้นคอและปวดหลังได้จากกล้ามเนื้ออักเสบเกร็ง ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้งานกล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆ ในท่าเดิมๆ ร่วมกับปัจจัยร่วมอื่นๆ เช่น ความเครียด อายุ น้ำหนัก และกรรมพันธุ์ สำหรับผู้ที่มีอาการข้างต้นเป็นประจำ อาจถือเป็นสัญญาณเตือนว่าให้ปรับพฤติกรรมการใช้ร่างกาย ไม่ควรนั่งหลังงอ หรือนั่งทำงานติดต่อกันนานเกินไป และไม่ควรยกของหนัก
ปัญหาที่ว่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร คุณหมอเตมีย์ จึงอธิบายถึง “กระดูกคอ” จุดเกิดเหตุ ว่า มีหน้าที่ในการเคลื่อนไหวคอในทิศทางต่างๆ เช่น ก้ม เงย หันซ้ายหันขวา หรือเอียงคอไปมา แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีการใช้งานซ้ำๆ ของกระดูกคอ จะทำให้น้ำในหมอนรองที่อยู่ระหว่างกระดูกค่อยๆ ลดลง ส่งผลให้หมอนรองกระดูกเหี่ยวแฟบและยุบตัว รับการกระแทกได้น้อยลง จากนั้นร่างกายก็จะค่อยๆ สร้างหินปูนขึ้นมาบริเวณใกล้ๆ กับหมอนรองกระดูก เพื่อช่วยในการกระจายน้ำหนักในบริเวณกระดูกคอ
สำหรับหินปูนที่เกิดขึ้นนี้พบได้ในผู้สูงอายุเกือบทุกคน เพราะเป็นกลไกของการเสื่อมที่เกิดขึ้นตามอายุ ซึ่งอาจจะไม่มีอาการใดๆ เลย ทว่ากรณีที่ปวดมาก หินปูนอาจไปกดเบียดเส้นประสาทและไขสันหลังบริเวณคอ และยังจะทำให้เกิดอาการผิดปกติทางระบบประสาทได้
และเพื่อรู้ให้ชัดๆ คุณหมอเตมีย์ แจกแจงอาการกระดูกคอเสื่อม แบ่งได้สองกลุ่ม โดยกลุ่มแรก คือ มีอาการปวดคอจากหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือข้อต่อหลวม ส่วนกลุ่มสอง คือ มีอาการจากการกดไขสันหลังหรือเส้นประสาท ซึ่งจะมีอาการปวดร้าวจากบริเวณคอลงไปที่แขน มือ อาจพบอาการชาและอ่อนแรงของกล้ามเนื้อในบริเวณแขนด้วย
อย่างไรก็ตาม อาการปวดที่เกิดขึ้นมักจะเป็นมากเวลามีการเคลื่อนไหว หันคอ เอี้ยวคอ ในรายที่มีการกดทับไขสันหลังจะมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อแขนและขาส่งผลให้การเดินผิดปกติ และอาจมีมือเกร็งหยิบจับสิ่งของลำบากหรือเขียนหนังสือไม่ได้ ผู้ที่มีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์เพื่อซักประวัติและตรวจร่างกาย รวมถึงตรวจเอ็กซเรย์ และการตรวจพิเศษ เช่น การตรวจภาพถ่ายรังสีคลื่นแม่เหล็ก(MRI) และการตรวจคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อ (EMG)
แม้ว่าภาวะกระดูกคอเสื่อมจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปวดคอ แต่ในความเป็นจริง คุณหมอเตมีย์ ชี้ว่าคนส่วนใหญ่มักปวดคอเพราะปัญหากล้ามเนื้อมากกว่า ดังนั้นการดูแลตัวเองในเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการปวดจึงทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน เช่น ปรับท่าทางในการนั่งทำงาน ไม่นอนหมอนสูงเกินไป หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ไม่นั่งก้มคอ หลังงอทำงาน หรือแหงนคอบ่อยๆ ไม่นั่งหลับสัปปะหงก
ท่านั่งที่ถูกต้องต้องนั่งตัวตรงโดยมองจากทางด้านข้างแนวหูจะตรงกับกระดูกสะโพก ไม่ควรนั่งทำงานติดต่อกันนานเกินไป (ควรลุกยืนหรือเดิน 5-10 นาที ทุกๆ 1 ชั่วโมง) ปรับสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานหรืองานให้เหมาะสม เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ควรปรับระดับให้ได้ความสูงที่พอดีและไม่เอนพนักมากเกินไป เก้าอี้ที่นั่งทำงานควรจะมีพนักพิงสูงถึงท้ายทอยเพื่อที่เวลานั่งทำงานจะสามารถพิงได้ถึงศีรษะ จะช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อหลังและคอ นอกจากนั้นควรหาเวลาไปออกกำลังกาย เช่น เต้นแอโรบิค เดิน ขี่จักรยาน รำมวยจีน ลีลาศ (ยกเว้นท่าที่สะบัดคอ) ว่ายน้ำ (หลีกเลี่ยงท่ากบ)
นอกจากปรับท่าทางแล้ว อย่าลืมหากิจกรรมเพื่อลดความเครียดของจิตใจ เพราะความเครียดก็ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งได้บ่อย และควรจัดสรรเวลากายภาพบำบัดร่วมด้วย เช่น การประคบร้อน อัลตราซาวด์ การบีบนวดก็ช่วยได้ แต่ถ้ารักษาในเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สุดท้าย คุณหมอเตมีย์ แนะท่าบริหารที่ควรทำเป็นประจำคือ การยืดกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการปวดเกร็ง ถ้าต้องการยืดกล้ามเนื้อคอด้านขวา ให้นั่งทับมือขวาแล้วใช้มือซ้ายวางที่บริเวณหูขวา จากนั้นใช้มือซ้ายกดศีรษะให้เข้ามาชิดไหล่ซ้ายให้มากที่สุดค้างไว้ 20 วินาทีแล้วทำซ้ำข้างละ 10-20 ครั้ง โดยควรทำวันละ 2 รอบเช้าเย็นหรือก่อนนอน
ส่วนการยืดกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างให้นอนหงายแล้วทำท่ากอดเข่าให้เข่าชิดอกให้มากที่สุดค้างไว้ 20 วินาทีโดยทำทีละข้างสลับกันวันละ 20 รอบก่อนนอน ท่าทางเหล่านี้ ถ้าฝึกเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณคอและหลังให้ยืดหยุ่น แข็งแรง
ที่มา:เดลินิวส์
24/05/2013
วันวิสาขบูชา 2556 ตรงกับวันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม ในปีนี้นับเป็นอภิลักขิตกาลพิเศษ คือเป็นปีที่ครบ 2,600 พุทธศตวรรษ หรือ 2,600 ปี แห่งการอุบัติขึ้นของพระพุทธศาสนา
วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายน
วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่เกิด 3 เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 1. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ 2.เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณ สิ่งที่ตรัสรู้ คือ อริยสัจสี่ เป็นความจริงอันประเสริฐ 4 ประการของพระพุทธเจ้า 3. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน
กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา
1. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร
2. จัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัด และปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
3. ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล
4. ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัดในตอนค่ำ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
5. ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
6. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ
7. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์
ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดียค่ะ
23/05/2013
อากาศร้อนๆ หาน้ำดื้มเก๋ๆ สดชื่นกันดีกว่า ลองนำผลไม้ที่คุณชอบมาทำเป็นน้ำแข็ง แล้วนำมาใส่แก้ว เติมโซดา ก็จะได้น้ำโซดาผลไม้ สดชื่นเลยทีเดียว
ข้อมูล:be trend
น้ำแข็งผลไม้แก้ร้อนจ้า
ลองทำใส่ในน้ำผลไม้ รับรองเก๋แน่นอนค่ะ ^___^
13/05/2013
10 วิธีคิดให้มีความสุข
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10110