KSH
KenGSoHigH : Smell•Feel•Fun KenGSoHigH is the first Thailand's creative perfumery shop, by Bangkok perfumery Co.,Ltd.
We create a masterpiece of perfume by using the personality of human as the objective. We make the perfect blending to get the harmonization and redolency. Not only the scent we are so much concern, but we also pay the attention to select the most appropriate to each customer.
อยากรู้แต่ละคน
ฉีดน้ำหอมกัน
กี่สเปรย์?
27/08/2026
KSH's Nostalgia
3 กลิ่นน้ำหอมของ KSH ที่อยู่มาตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน ยังคงอมตะนิรันดร์กาล
1. Lychee Blossom
กลิ่นแรกของ KSH ที่นำกระแส “Thai Perfume” และ “Local Ingredient” ก่อนใคร โดยได้แรงบันดาลใจจากการที่อาจารย์เก่งได้รู้จักกลิ่นลิ้นจี่ ณ ดอยอ่างขาง และนำมาตีความให้ทุกคนได้ประทับใจไปด้วยกัน
โลกในยุคนั้นกำลังเริ่มฮิตน้ำหอมแนว Floral Fruity แรกๆ ทุกคนบอกว่ามันคือกลิ่น “ลิ้นจี่กระป๋อง” แต่ก็แปลกใจกันว่า ปกติกลิ่นแนวผลไม้มักดมง่ายจนดูราคาถูก แล้วทำไมกลิ่นนี้กลับมีความพิเศษตรงความสะอาดและบริสุทธิ์
เมื่อทุกคนรู้ว่ามันคือกลิ่น “ดอกลิ้นจี่” ก็ถึงกับเกิดทริปตามรอยไปดอยอ่างขางกันเลยทีเดียว
ถึงจะกำลังพูดถึงดอกลิ้นจี่ แต่แอดมินขอขายขิงสักไร่...
สิ่งที่อาจารย์เก่งสร้าง Norm ใหม่ในวันนั้น คือการนำวัตถุดิบในไทยมาเป็นแรงบันดาลใจในการปรุงน้ำหอม ทุกวันนี้เทรนด์นี้กำลังเป็นที่จับตามองของวงการน้ำหอมสากล และโลกก็หันมามองวัตถุดิบไทยมากขึ้นทุกวันครับ
2. Tonic Water
ในโลกทุกวันนี้ ความเท่าเทียมทางเพศกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ในปี 2007 ที่ KSH ก่อตั้งขึ้นนั้น ทุกอย่างยังไม่ได้เปิดกว้างเท่าตอนนี้
กลิ่นนี้คือกลิ่นที่อาจารย์เก่งตั้งใจใส่ Hidden Agenda เอาไว้ว่า เป็น “น้ำหอมผู้ชายที่ผู้หญิงชอบใช้มากที่สุด” ทั้งนี้ก็เพื่อให้มันเป็นน้ำหอมแนวสะอาดที่ทุกเพศกล้าใช้ โดยไม่รู้สึกขัดแย้งกับกรอบของสังคมในสมัยนั้น
หลังจากนั้นยังมีกลิ่น Vodka Tonic (Discontinued) และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันกับ Khaosan ทุก Variation ที่ทำให้ KSH เป็นหนึ่งในแบรนด์น้ำหอมไทยที่มีกลิ่นสะอาดแนว Genderless ให้เลือกใช้มากที่สุดแบรนด์หนึ่งเลยครับ
3. Prestige
ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ก็จะมีคนที่ชอบ “กลิ่นหอม แต่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม” อยู่เสมอ หลายคนแพ้น้ำหอม แต่อยากให้มีกลิ่นหอมๆ ติดตัว Prestige จึงเป็นตัวแทนของกลิ่นคนตัวหอมมาตั้งแต่ปี 2007 และทุกวันนี้ก็ยังคงอยู่ในลิสต์น้ำหอมขายดีเสมอ
แต่รู้หรือไม่ครับว่า กลิ่นนี้เคยถูก Discontinued ไปเกือบ 5 ปี เนื่องจากอาจารย์เก่งต้องปรับสูตรใหม่ให้สอดคล้องกับการปรับข้อกำหนดของ IFRA (องค์กรน้ำหอมสากล)
-----------------------------------------
นี่เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่า KSH มีมาตรฐานด้านสินค้าและกฎหมายที่เข้มงวด รวดเร็ว และสอดคล้องกับโลกอยู่เสมอ
ก่อนที่โลกจะรู้จักกลิ่นผิวหรือ Skin Scent อย่างแพร่หลายในวันนี้ KSH มีกลิ่นผ้าสะอาด (Clean Cloth) ที่เป็นรากฐานจนคนจีนเคยนำไปเขียนคอนเทนต์ว่า “ทำไมคนไทยตัวหอม” มาแล้วครับ
เรามาย้อนยุคกลับไปสู่กลิ่นในความทรงจำ (Nostalgia) ด้วยกัน กับน้ำหอมทั้งสามกลิ่นที่เก่าแก่ที่สุดและยังคงวางจำหน่ายมาจนถึงวันนี้
แต่จริงๆ แล้วยังมีกลิ่นที่เก่ารองลงมาและยังคงเป็น Iconic อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Continence, Robusta Bloom, Strawberry and Cigarette (เดิมชื่อ Strawberry Cookies), Berry Pop (เดิมชื่อ Candy Berry) หรือแม้แต่ Wild Musk Iris กลิ่นที่เป็น Bespoke อยู่เสมอครับ
จากวันแรกสู่วันนี้ ลูกค้าที่เติบโตมาด้วยกันในวันนั้น วันนี้คงมีชีวิตที่มากด้วยประสบการณ์ และเดินทางมายาวนานพอที่จะหันกลับไปมองความทรงจำอันสวยงามเหล่านั้นด้วยกัน
KSH ขอขอบคุณที่ให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำเหล่านั้น
และขอร่วมเดินทางไปสู่ความทรงจำบทใหม่ กับใครก็ตามที่เพิ่งเริ่มต้นออกเดินทางไปด้วยกันในวันนี้นะครับ
27/08/2026
มีใครเคยดูอนิเมชั่นเรื่องนี้บ้างไหมครับ
ชื่อ Only Yesterday ผลงานของจิบลิที่ผมเชื่อว่า ถ้าได้ดูแล้วจะทำให้เรานึกย้อนวันวานถึงตัวเองคับ
เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งอายุ 27 ปี ทำงานอยู่ในเมืองใหญ่ วันหนึ่งเธอตัดสินใจนั่งรถไฟไปชนบทเพื่อไปช่วยงานเก็บดอกไม้ตามฤดูกาล ระหว่างทาง ไม่มีอะไรพิเศษเกิดขึ้นเลย แค่รถไฟแล่นผ่านทุ่งนา ผ่านแม่น้ำ ผ่านหมู่บ้านเงียบๆ แต่จู่ๆ ความทรงจำตอนเธออายุ 10 ขวบก็ผุดขึ้นมาแทรกอยู่ในหัว ไม่ได้เรียงลำดับ ไม่ได้มีเหตุผลอะไร แค่ภาพเล็กๆ ภาพตอนที่เธออยากกินสับปะรดแล้วไม่เคยได้กิน ตอนที่เธอไม่ได้เล่นละครเวทีทั้งที่อยากเล่นมาก ตอนที่พ่อดุเธอด้วยเรื่องที่ตอนนี้จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงดุ
เรื่องเล็กๆ พวกนี้ไม่มีใครจำได้หรอกนอกจากตัวเธอเอง แต่มันกลับตามเธอมาจนโต แล้ววันหนึ่งนั้นบนรถไฟขบวนนั้นที่เธอนั่งอยู่ ความทรงจำเหล่านั้นมันก็เลือกจะโผล่ขึ้นมาเอง เหมือนอยากบอกอะไรบางอย่างที่เธอไม่เคยฟังมันจริงๆ สักทีคับ
สิ่งที่ผมชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้ คือมันไม่ได้สอนให้เรา "ก้าวข้าม" อดีตของเราไปให้ไว หรือ "ปล่อยวาง" แบบทันทีทันใด แต่มันสอนให้เรากล้า หันกลับไปมองมันตรงๆ มองเด็กคนนั้นด้วยสายตาของผู้ใหญ่ที่เข้าใจโลกมากขึ้น แล้วค่อยๆ คืนดีกับสิ่งที่ค้างคาใจมานาน ไม่ใช่เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ แต่เพราะมันไม่เคยได้รับการรับฟังจริงๆ สักครั้ง ตอนจบของเรื่อง เด็กหญิงในความทรงจำเดินออกมายืนอยู่ข้างตัวเธอในวัยผู้ใหญ่ เหมือนในที่สุดทั้งสองคนก็ได้เจอกันซักทีครับ
ถ้าใครยังไม่เคยดู ผมอยากชวนจริงๆ ครับ แม้ว่ามันไม่ใช่หนังที่มีเวทมนตร์หรือฉากตื่นเต้นแบบจิบลิเรื่องอื่น ออกจะเป็นหนังที่เงียบ ช้าด้วยซ้ำ แต่เชื่อเลยว่ามันอาจทำให้คุณคิดถึงเรื่องบางเรื่องที่ลืมไปนานแล้วโดยไม่รู้ตัวคับ
เหมือนกับที่หลายๆท่าน ที่มาร่วมคอมเม้นต์แสดงความคิดเห็นในโพสท์ กลิ่น nostalgia ของที่เพจ ผมเชื่อว่าระหว่างที่พิมพ์คอมเมนต์ ก็อาจจะมีเจอเรื่องราวในวันวานที่เราเคยลืมไปแล้ว หรือไม่คิดว่าจะจำได้โผล่ขึ้นมา ทุกคนที่เข้ามาคุยมาคอมเม้นต์ต่างก็มีความทรงจำเล็กๆ ของตัวเองเก็บไว้ทั้งนั้น บางคนจำกลิ่นบ้านเก่าได้ บางคนจำกลิ่นตอนเด็กๆ นอนตักยายได้ บางคนจำกลิ่นวันที่ไม่มีอะไรพิเศษเลยด้วยซ้ำ แต่ดันฝังอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปไหน สิ่งที่ผมสังเกตเห็นคือ ความทรงจำพวกนี้แทบไม่เคยเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรเลยสักเรื่อง มันมักจะเป็นแค่โมเมนต์เล็กๆ ธรรมดาๆ ที่เราๆท่านๆไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำคับ ว่ามันสำคัญ จนวันหนึ่งกลิ่นบางอย่างมาสะกิด แล้วเราถึงได้เห็นว่า จริงๆ แล้วโมเมนต์เล็กๆ พวกนั้นแหละ ที่ค่อยๆ ต่อกันเป็นตัวเราในทุกวันนี้
ผมอ่านคอมเม้นต์ของทุกท่านแล้วก็คิดถึงตัวเอง คิดถึงเรื่องเล็กๆ ที่ผมก็ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง กลิ่นฝนแรกที่ตกบนถนนร้อนๆ กลิ่นผ้าตากแดดที่แม่ให้ไปเก็บ กลิ่นใบไม้ตอนที่เล่นขายของกับกลุ่มเพื่อนในวัยเด็ก ซึ่งจริงๆ ไม่มีอันไหนพิเศษเลยถ้าพูดตรงๆ แต่ทุกครั้งที่มันลอยมา ผมรู้สึกเหมือนได้เจอเด็กคนหนึ่งที่หายไปนานแล้ว เด็กที่ยังไม่รู้ว่าโตขึ้นมันจะเหนื่อยขนาดนี้ เด็กที่มีความรู้สึกบางอย่างค้างอยู่ ไม่ได้พูด ไม่ได้ระบาย แล้วก็เก็บมันไว้จนเกือบลืมไปว่าเคยมีมันอยู่คับ
ผมเลยเริ่มคิดว่า บางทีที่เราโตมาแล้วรู้สึกแน่นๆ อึดอัดๆ อยู่ในใจ โดยไม่รู้สาเหตุ บางทีมันอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย มันอาจเป็นแค่เรื่องเล็กๆ ที่เราไม่เคยกลับไปทำความเข้าใจมันจริงๆ สักที เหมือนผู้หญิงคนนั้นบนรถไฟ ที่ต้องเดินทางไปไกลถึงจะได้ยินเสียงของตัวเองในวันวาน
ผมเลยอยากลองทำอะไรสักอย่างที่ใช้กลิ่นเป็นทางกลับ ไม่ใช่เพื่อให้ใครเศร้า แต่เพื่อให้มีสักครั้งที่เราได้หยุดแล้วถามตัวเองว่า เรามาไกลจากตรงนั้นแค่ไหนแล้ว และมีอะไรที่เรายังไม่ได้ปล่อยมันไปจริงๆ บ้าง
ผมอยากลองถามทุกคนเหมือนกันครับ ว่าถ้าย้อนกลับไปเจอโมเมนต์นั้นได้จริงๆ โมเมนต์ที่ยังค้างคาใจอยู่จนถึงวันนี้ คุณจะบอกอะไรกับเด็กคนนั้น?
ลองเขียนมาเล่าให้ฟังหน่อยก็ได้นะครับ ผมอยากอ่านจริงๆ 🤍
26/08/2026
จากที่แอดมินได้มีถามไปว่า "กลิ่น nostalgia ของคนไทยคือกลิ่นอะไร" มีคนมาเล่าให้ฟังกว่า 600 คอมเมนต์เลย 🌿 ขอขอบคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้นะครับ
แอดอ่านข้อมูลจนถึงล่าสุดแล้ว ปรากฎว่า... กลิ่นน้ำอบไทย/น้ำปรุงสงกรานต์ เป็นกลิ่นที่คนพูดถึงมากที่สุด (พอจะทราบไหมคับว่าเพราะอะไร?) ตามมาด้วยกลิ่นดินหลังฝนตกที่ทุกภาคพูดตรงกันหมดคับ ซึ่งผมว่ามันก็แปลกดีที่ต่อให้บ้านของเราอยู่คนละจังหวัด กลิ่นความทรงจำบางกลิ่นก็เหมือนกันเป๊ะเลยครับ
แต่ที่ทำเอาทีมเราต้องอ่านซ้ำหลายรอบ คือคอมเมนต์ของคุณ Sunisa จากเชียงใหม่ ที่บรรยายกลิ่นอากาศหนาวผสมกลิ่นสนกับควันไฟจางๆ จนมีคนกดใจตรงกันไปกว่าร้อยคน อันนี้เป็นการเล่าที่ดึงเอาเหตุการณ์ช่วงวันวานนั้นมาไว้ตรงหน้าใครหลายๆคนเลยครับ ชอบมาก และคิดถึงบรรยากาศแบบนั้นมากๆครับ
แอดทำสรุปครบๆ มาให้อยู่ในภาพนี้แล้วนะคับ ใครอ่านจบแล้วนึกกลิ่นไหนของตัวเองขึ้นมาอีก คอมเมนต์บอกเล่าได้นะคับ ^ ^ 🤍
25/08/2026
พูดถึงกลิ่นแห่งความทรงจำฉบับคนไทยน่าจะหลายหลายไม่ใช่น้อยนะคับ
ภาคเหนือกลิ่นนึง ภาคกลางกลิ่นนึง ภาคใต้กลิ่นนึง อิสานยิ่งมีเยอะเลยคับ อยากรู้เลยอ่ะว่ากลิ่นในวัยเด็กแห่งความทรงจำของแต่ละที่เป็นยังไง
25/08/2026
แจกโพยกลิ่น เพื่อความสะดวกในการเลือกตามความชอบครับ
ใครชอบโทนไหน แบบไหน ดูจากโพยนี้ได้เลยนะครับ
แต่ถ้าหากมาคำถามเพิ่มเติม สามารถ inbox มาได้ตลอดครับ
24/08/2026
ไขความลับโพรงจมูก ที่ศึกษายาวนานกว่า 35 ปี เมื่อนักวิจัยฮาร์วาร์ดค้นพบ "แผนที่จมูก" นำไปสู่การต่อยอดรักษาผู้สูญเสียการรับกลิ่น (Anosmia)
ย้อนกลับไปปี 1991 เมื่อนักวิทยาศาสตร์เริ่มค้นพบว่าในจมูกของเรามีตัวรับกลิ่นอยู่หลากหลายชนิด และมีคำถามหนึ่งได้ผุดขึ้นมาในใจนักวิจัยทั่วโลก แล้วตัวรับกลิ่นเหล่านี้ล่ะ เรียงตัวกันอย่างมีระเบียบ หรือว่ามันกระจัดกระจายอยู่แบบไม่มีแบบแผน
คำถามที่ฟังดูเรียบง่ายนี้ กลับกลายเป็นปริศนาที่ค้างคาใจวงการนักวิทยาศาสตร์มานานถึง 35 ปี!
ทั้งที่ประสาทสัมผัสอื่นของมนุษย์ เราไขความลับมันได้มานานแล้ว เช่น ดวงตามีแผนที่ของเซลล์รับสีที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง หูก็มีแผนที่ของตัวรับความถี่เสียงที่แม่นยำ แต่จมูกกลับเป็นข้อยกเว้น ไม่มีใครไขมันออกสักที ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความซับซ้อนของมันเอง ดวงตาเรามีตัวรับสีหลักเพียงสามชนิด แต่จมูกกลับมีตัวรับกลิ่นมากกว่าพันชนิด เหล่านักวิทยาศาสตร์จึงทำได้เพียงสังเกตเห็นว่าตัวรับกลิ่นมักไปรวมกลุ่มกันอยู่เป็นโซนกว้างๆ ไม่กี่โซนเท่านั้น จนเชื่อกันไปเองว่าคงไม่มีระเบียบที่ละเอียดไปกว่านี้อีกแล้วล่ะมั้ง จมูกจึงถูกขนานนามว่าเป็น "กล่องดำ" ของวงการประสาทวิทยา ที่รอวันถูกไข
---------------------------------------------------------------
กระทั่งเมื่อคำถามเก่าได้มาพบกับเทคโนโลยีใหม่
จนกระทั่งปีนี้เอง ที่ทีมวิจัยจาก Harvard Medical School ที่นำโดยศาสตราจารย์ Sandeep Robert Datta ตัดสินใจหวนกลับไปตั้งคำถามเดิมอีกครั้ง คราวนี้มาด้วยเทคโนโลยีการวิเคราะห์เซลล์ที่ก้าวหน้าไปไกลกว่าเดิมมาก พวกเขาใช้เทคนิค single-cell sequencing ควบคู่กับ spatial transcriptomics ไล่ตรวจสอบเซลล์ประสาทในจมูกทีละเซลล์ จนรวมกันได้มากกว่า 5.5 ล้านเซลล์ จากหนูทดลองกว่า 300 ตัว นับเป็นหนึ่งในโครงการทำแผนที่เนื้อเยื่อประสาทที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์วงการนี้
แล้วสิ่งที่พวกเขาค้นพบ ก็พลิกความเข้าใจเดิมไปโดยสิ้นเชิง
ตัวรับกลิ่นในจมูกไม่ได้กระจายตัวแบบสุ่มอย่างที่เชื่อกันมาตลอด แต่กลับเรียงตัวเป็น "ลายทางแนวนอน" ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ตั้งแต่ส่วนบนสุดลงไปจนถึงส่วนล่างสุดของโพรงจมูก อย่างมีแบบแผนชัดเจน และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ รูปแบบนี้ ปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหนูทุกตัวที่นำมาทดสอบ
เมื่อเจาะลงไปลึกขึ้นอีก ทีมวิจัยก็พบว่า เบื้องหลังความเป็นระเบียบนี้ นั่นคือโมเลกุลชนิดหนึ่งชื่อ retinoic acid ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นระบบพิกัด คอยกำกับให้เซลล์ประสาทแต่ละตัวรู้ว่า ตนเองอยู่ในตำแหน่งไหนของจมูก และควรแสดงตัวรับกลิ่นชนิดใดออกมา เมื่อทีมวิจัยลองปรับเปลี่ยนปริมาณของ retinoic acid ดู แผนที่ทั้งหมดในจมูกก็ขยับตำแหน่งตามไปทันที เป็นการยืนยันชัดเจนว่าโมเลกุลตัวนี้แหละคือกุญแจสำคัญของทั้งระบบ
ที่น่าทึ่งยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังพบว่าแผนที่ในจมูกนี้เชื่อมโยงตรงเข้ากับแผนที่กลิ่นในสมอง บริเวณที่เรียกว่า olfactory bulb ไม่ต่างจากที่จอตาเชื่อมโยงกับสมองส่วนการมองเห็น กล่าวคือ กลิ่นแต่ละโซนในจมูกมีสายสัญญาณตรงไปยังโซนที่ตรงกันในสมอง เป็นระบบที่ประณีตไม่แพ้ประสาทสัมผัสอื่นเลย งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Cell เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน 2026
---------------------------------------------------------------
ประโยชน์ที่มากกว่างานวิจัย แต่คือความหวังของคนที่สูญเสียการรับกลิ่น
การค้นพบครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการไขปริศนาทางวิชาการที่ค้างคามานานถึง 35 ปีเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การรักษาผู้ที่สูญเสียการรับกลิ่น หรือภาวะที่เรียกว่า anosmia ซึ่งพบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังการระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมา
หลายคนอาจมองว่าการไม่ได้กลิ่นเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่กินอาหารแล้วไม่รู้รสชาติ หรือเพี้ยนไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันส่งผลกระทบต่อชีวิตมากกว่าที่คิดคับ ไม่ว่าจะเป็นการดมกลิ่นควันไฟ กลิ่นแก๊สรั่ว หรือกลิ่นอาหารบูดเสีย ที่ล้วนเป็นสัญญาณเตือนภัยในชีวิตประจำวัน และยังเชื่อมโยงไปถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตอย่างภาวะซึมเศร้าอีกด้วย
เหตุผลที่แผนที่ฉบับนี้มีความสำคัญมากๆ ก็เพราะการจะซ่อมแซมระบบรับกลิ่นให้กลับมาทำงานได้อีกครั้งนั้น นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องรู้ให้ได้ก่อนว่า ระบบที่สมบูรณ์นั้นควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่ต่างจากช่างไฟที่ต้องมีผังวงจรอยู่ในมือคับ ก่อนจะลงมือซ่อมได้อย่างถูกจุด
ขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์มีผังนั้นอยู่ในมือแล้ว และกำลังศึกษาต่อไปว่า แผนที่แบบเดียวกันนี้มีอยู่ในจมูกของมนุษย์ด้วยหรือไม่ หากพิสูจน์ได้สำเร็จ ก็อาจนำไปสู่การพัฒนาวิธีรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด หรือแม้แต่เทคโนโลยีเชื่อมต่อสมอง เพื่อฟื้นฟูการรับกลิ่นให้กับผู้ที่สูญเสียมันไปในวันข้างหน้านั่นเอง
ที่มา: งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Cell (เมษายน 2026) นำโดยทีม Harvard Medical School
24/08/2026
ถ้าจำเป็นต้องลงทุน ก็ต้องลงทุน
บทใหม่ของ KSH ได้เริ่มขึ้นแล้ว คือการขยายสถานที่ผลิต ใช่แล้วคับ... เราเป็นโรงงานผลิตเองให้กับแบรนด์ KSH และแบรนด์อื่นๆ คับ
ได้ข่าวว่าแบรนด์ที่ผลิตให้โกอินเตอร์ไปแล้ว ก็เลยต้องรีบขยายสถานที่ผลิตเลยครับ
23/08/2026
กลิ่นไวน์องุ่น ที่ให้จะได้มากกว่ากลิ่นองุ่น
Moon Muscat กลิ่นนี้มีความกระจายตัว พร้อมทั้งมี sillage ในระดับสูง ในระดับที่ว่า หากเพื่อของคุณที่ใช้กลิ่นนี้กำลังเดินเข้ามา คุณจะได้กลิ่นของเขาก่อนที่ตัวเขาจะมาถึงตัวคุณเสียอีก แต่อย่าได้กังวลคับ เพราะกลิ่นที่กระจายออกมานั้น มีทั้งความละมุน สดใส และให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง กลิ่นเปิดที่ให้ความรู้สึกเหมือนสปาร์คกิ้งน้ำองุ่น ซู่ซ่า เร้าใจ แต่พอผ่้านไปซักพักจะเข้าถึงความสงบ ความกลมกล่อม ที่ได้จาก Clean Cloth accord คับ ยิ่งปล่อยทิ้งไว้นาน กลิ่นก็ยิ่งดูสะอาด
กลิ่นนี้ฉีดไปทำงานก็ได้ ฉีดไปปาร์ตี้ก็ไม่ขัด คอนเฟิร์มคับ
ถ้ากำลังหาโทนกลิ่นผลไม้ หรู ผมขอแนะนำกลิ่นนี้นะครับ
ไปแม่กำปอง อย่าลืมแวะสวนลูกฟิก ที่นี่มีเมนูฟิกปั่น หอมอร่อย ถูกใจแน่นอนครับ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
KSH Perfume @Central World, 5th Fl. Starbucks Zone, Near The Escalator
Bangkok
10330