Tyffvathu
23sep~29nov > 🇦🇹🇮🇹
Visual Diary | A GUIDE TO EVERYTHING
LINE: @ tyffyt
21/08/2026
Months to avoid visiting europe — ช่วงที่เราแนะนำให้หลักเลี่ยงในการไปเที่ยวยุโรป ถ้าอยากคุมงบให้ไม่เกินบัทเจท และ ไม่ชอบคนเยอะ ✨🇪🇺✈️
🌷 ช่วงที่ 1 | ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน
เพราะว่าช่วงนี้ตรงกับเทศกาลวันอีสเตอร์ ซึ่งในแต่ละปีวันจะไม่ตรงกันควรเช็คปฏิทินก่อนทำการจองต่างๆ ช่วงนี้ถือว่าเป็นวันหยุดยาวและเป็นวันหยุดทางศาสนา คนออกมาท่องเที่ยว เดินทาง ใช้ชีวิตกันเยอะมาก ทำให้ตั๋วเครื่องบิน และ ที่พัก ราคาสูงใกล้เคียงกับช่วงปลายปี แถมยังมีวันหยุดเยอะ ร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งปิด โดยเฉพาะวันศุกร์ Good Friday เมืองทั้งเมืองแทบจะเป็นเมืองร้าง
—
☀️ ช่วงที่ 2 | กลางกรกฎาคม - ปลายเดือนสิงหาคม
เพราะช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วง High Summer ของยุโรป (คลายกับสงกรานต์บ้านเรา) ร้านค้าต่างๆชอบหยุดยาว บางร้านหยุดเป็นเดือนเพื่อให้พนักงานท่องเที่ยว พักผ่อน คนส่วนมากจะลาพักร้อน เด็กปิดเทอม เพื่อออกไปท่องเที่ยว ทำให้ทุกเมืองในยุโรป คนมหาศาล ค่าตั๋วแพง ที่พักแพง และ อากาศก็ยังคงร้อนอยู่ แต่ข้อดีคือมีเทศกาลหนัง เทศกาลดนตรีเยอะ เหมาะกับคน Extroverts มากๆ เรื่องคุมงบ เอาไว้ทีหลัง แต่ถ้าอยากเที่ยวสบายๆ แนะนำให้เลี่ยง
—
🎄 ช่วงที่ 3 | กลางเดือนธันวาคม - ต้นเดือนมกราคม
ช่วงเทศกาลปลายปี ทั้งวันคริสมาสต์ และ วันปีใหม่ อากาศช่วงนี้จะหนาวมาก กลางวันสั้น กลางคืนยาวนาน ค่าใช้จ่ายค่อนข้างแพงมาก เหมือนกันทุกประเทศ โดยเฉพาะวันขึ้นปีใหม่ ราคาที่พักจะสูงขึ้นมาก 2-3 เท่า ค่าตั๋วแพง และมีวันหยุดเยอะ คนออกมาใช้ชีวิตในกลางเมือง และ ตลาดคริสมาสต์เยอะมาก นักท่องเที่ยว ก็ค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวรู้สึกไม่ค่อย Joy เพราะมีช่วงที่ดีกว่า
ไว้โพสต์หน้าจะมาเล่าค่ะ
17/08/2026
Diary | 01 — LIFE, IN OBJECTS
Today’s Emoji : 🕯️🧖🏻♀️☕️
1. H&M Home Hair Towel — ช่วงนี้ชอบผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดผมลายทางมาก เราว่ามันช่วยทำให้บ้านมีมิติ และมีจุดที่ดูสนุก น่าสนใจมากขึ้น ที่ H&M Home มีให้เลือกเยอะ แล้วก็มีสีใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ชอบซื้อเก็บ แต่ไม่ค่อยขยันใช้ เอาไว้วางแต่งบ้านมากกว่า ส่วน Set ที่เอาไว้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นสีพื้น เราว่าคุณภาพเค้าดี ซับน้ำดี แห้งไว และไม่ค่อยเหม็นอับ
• ทริกคือ อย่าใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มตอนซักผ้าเช็ดตัว เพราะมันจะไปทำให้ผ้าเช็ดตัว ซับน้ำแย่ลงและแห้งช้าลง แล้วความชื้นที่ค้างอยู่นานนี่แหละที่ทำให้ผ้าอับ •
—
2.สบู่ก้อน Wavertree & London Noir สบู่ก้อนที่ใช้เทคนิค
French Triple Milled ทำให้ก้อนแน่น เนื้อละเอียด ละลายช้ากว่าสบู่ก้อนทั่วไป กลิ่นเป็นแนว woody / amber หวานอุ่น เครื่องเทศ แอมเบอร์ ไม้ และมัสก์ ยังไม่อยากเปิดใช้ แต่หยิบมาดมทุกวัน
__
3.Body Brush Dr.Barbara Strum แปรงสำหรับ Dry Brushing ก่อนอาบน้ำ ตัวแปรงเป็น ไม้บีช และ รุ่น Soft ใช้ ขนหมูป่า ช่วยปัดเซลล์ผิวแห้ง/เป็นขุยออก ทำให้ผิวเรียบขึ้น
แล้วก็ทำให้เลือดไหลเวียนเพิ่มขึ้นชั่วคราว ทำให้ผิวตื่น ดูอมชมพูสุขภาพดีขึ้น แต่เอาจริง ก็ไม่ได้หยิบมาใช้ทุกวันหรอก บางวันก็ขี้เกียจบ้าง ลืมบ้าง
—
4.Dior On Set Powder ช่วงนี้หยิบใช้บ่อย แป้งฝุ่นเซทผิวโดยเฉพาะสีชมพู ด้วยความที่มีประกายชิมเมอร์เล็กๆ ทำให้ผิวดูเล่นแสงเบาๆสุขภาพดีแต่ไม่มันวาว แถมยัง คุมมันได้ดี ชอบที่ลงผิวไปแล้วผิวไม่ดูแห้งเป็นแป้ง มีกลิ่นหอมให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าหญิง
__
5.เทียนหอม Armani Thé Yulong เทียนหอมกลิ่นใบชา จุดแล้วช่วยให้ระบบประสาทสงบ ผ่อนคลาย และช่วยให้โฟกัสกับงานได้ดีขึ้น แต่ช่วงอากาศร้อนๆ ก็ไม่ค่อยได้จุดหรอกนะ ไม่อยากเปิดหน้าต่าง
__
6.Lorenzo No.5 Extra Virgin Olive Oil ถ้าอยากเริ่มทานน้ำมันมะกอกพรีเมียม เราแนะนำขวดนี้ ไม่มีความ Peppery ทิ้งไว้ในลำคอ กลิ่นไม่ Grassy กลืนง่าย เหมาะกับดื่มสด ราดสลัด ราดน้ำมันมะกอก หรือ ไอศครีมวานิลา และ เกลือทะเล คือเข้ากันที่สุด
__
7.MERIT The Minimalist Perfecting Complexion Stick เลิกใช้รองพื้นแล้วหันมาใช้คอนซีลเลอร์หลายปีแล้ว แต่ที่ชอบที่สุด คือ MERIT ส่วนตัวเป็นคนชอบงานผิวแบบแท่ง เพราะใช้สะดวก แต่ชิ้นนี้พิเศษตรงที่เกลี่ยง่าย ติดทน เลือกสีมาเข้ากับผิวพอดี หน้าไม่ดรอป ไม่ทำให้ผิวมันเพิ่มขึ้นในระหว่างวัน
14/08/2026
📖✍🏻 — ช่วงนี้ห่างหายจากการพูดคุยเรื่องวัตถุดิบกันไปนานเลยค่ะ
จะว่าไป มีใครชอบสะสมน้ำผึ้งเหมือนกับเรามั้ยคะ ?
นอกจากเกลือที่เราสะสม น้ำผึ้งนี่แหละค่ะก็เป็นของสะสมที่มีคุณค่าสำหรับเรามากชิ้นหนึ่ง เราเรืยกมันว่า “ของสะสมจากฤดูกาล”
ซึ่งน้ำผึ้งขวดแรกที่เราอยากเขียนถึงเลยก็คือ น้ำผึ้งดอกแดนดิไลออน ( Dandelion Honey ) วัชพืชชนิดหนึ่งที่คนมองข้าม มีดอกสีเหลืองเล็กๆน่ารักบานเต็มทุ่งหญ้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิสั้นๆก่อนที่จะกลายเป็นพุ่มกลมสีขาวปลิวไปตามลม
——
🍯 — Mieli Thun คือหนึ่งในผู้ผลิตและเลี้ยงผึ้ง from nomadic beekeeping เค้าจะเคลื่อนย้ายรังผึ้งไปมากกว่า 60 locations ทั่วอิตาลี เพื่อให้ตรงกับพื้นที่และช่วงเวลาที่ดอกไม้แต่ละชนิดกำลังบาน และการย้ายรังจะทำตอนกลางคืน ตอนที่ผึ้งอยู่ในรัง ซึ่งช่วง bloom ของดอกไม้แต่ละชนิดนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์
และนี่คือสิ่งที่ทำให้คำว่า monofloral honey ของ Mieli Thun นั้นน่าสนใจมาก เพราะเป้าหมายของการย้ายรังไม่ใช่แค่ พาผึ้งไปหาดอกไม้เยอะๆ แต่คือ การตามหาพื้นที่ที่ดอกไม้ชนิดหนึ่งกำลังอยู่ในช่วง peak bloom เพื่อดึงคาแรกเตอร์ของดอกนั้นออกมาให้ชัดที่สุด
——
🌼 — ถ้าทุกคนเซิร์ชหาในโลกออนไลน์ว่า Dandelion Honey ส่วนใหญ่แล้ว คุณจะเจอน้ำเชื่อมที่ทำจากดอกแดนดิไลออนซึ่งสร้างขึ้นโดยมนุษย์
• ถามว่าทำไมเป็นอย่างนั้น?
ไม่ได้เป็นเพราะดอกแดนดิไลออนนั้นหายากหรอกค่ะ
ออกจะหาเจอได้ง่ายแม้ในซอกตึกกลางเมืองยุโรป เราเดินผ่านมันโดยแทบที่ไม่หันกลับไปมองมันด้วยซ้ำ
(ก็แค่วัชพืช)
แต่วัชพืชธรรมดาๆนี้แหละค่ะ ที่กลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีคุณค่า เมื่อผึ้ง ได้เดินทางไปเก็บเกี่ยวมัน
——
🐝✨ — ช่วงที่ดอกแดนดิไลออน Peak Bloom ในทุ่งนั้นเกิดแค่ในช่วงระยะเวลาที่สั้นมาก สิ่งที่ผู้เลี้ยงผึ้ง และ ตัวของผึ้งเองต้องทำคือการจับจังหวะทั้งฤดูกาล สภาพอากาศนั้นจะต้องมาบรรจบกันพอดี
และเมื่อดอกไม้ชนิดอื่นเริ่มบานตามมา ตัวของผึ้งเองก็จะออกไปเก็บ nectar จากดอกไม้ชนิดอื่นๆเข้ามาในรังด้วย ทำให้น้ำผึ้งที่ได้เริ่มมีน้ำหวานจากหลายแหล่งเข้ามาผสม และคาแรกเตอร์เฉพาะของ Dandelion นั้นก็จะไม่เด่นเท่าเดิม ทำให้น้ำผึ้งในรังนั้นกลายเป็น Floral Honey ทั่วๆไปนั่นเองค่ะ
——
🍯 — Dandelion honey มักมีสีเหลืองทองค่อนข้างชัด และสามารถตกผลึกได้ค่อนข้างง่าย จนเนื้อเปลี่ยนจากน้ำผึ้งใส ๆ มาเป็นเนื้อข้นหรือครีมมี่
เพราะฉะนั้นเห็นน้ำผึ้งตกผลึก ไม่ได้แปลว่าน้ำผึ้งนั้นเสียนะคะ แต่มันเป็นหนึ่งในกระบวนการตามธรรมชาติของน้ำผึ้ง
แล้วรสชาติของมันละ เป็นยังไง?
นี่คือส่วนที่สนุกของน้ำผึ้งแบบ monofloral honey
แทนที่จะคิดว่าน้ำผึ้งทั้งโลกมีรสหวานเหมือนกัน
เพราะนั่นคือความเข้าใจผิด น้ำผึ้งแบบ monofloral มีกลิ่น และ รสชาติเฉพาะตัว เราสามารถชิม และ สนุกไปกับมัน
คล้ายกับการชิมกาแฟ หรือ ชิมไวน์ได้เลย
ใช่ค่ะ น้ำผึ้งจาก Acacia, Chestnut, Orange Blossom, Lavender หรือ Dandelion ต่างก็มีบุคลิกของตัวเองเช่นกัน
แต่ Dandelion honey นั้นเป็นน้ำผึ้งที่มีสองบุคลิก มักมีรสชาติ และ อโรมาที่ค่อนข้างสวนทางกัน ผู้อ่านอาจตกใจนิดหน่อยถ้าเราจะบอกว่า มันมีกลิ่นของ กัมมะถัน, แอมโมเนีย, น้ำส้มสายชู, ฟางเปียก, รากไม้ และ กลิ่นของเปลือกชีสบ่ม
แต่พอได้ชิมรสชาติ มันกลับนุ่มและเป็นมิตรกว่ากลิ่นมาก
ซึ่งมีความหวานระดับกลาง แล้วมีโน้ต vanilla กับ chamomile
ที่หอมละมุนมากๆ นั่นละค่ะ เค้าถึงเรียกมันว่ามีนิสัยเหมือน dual personality หรือ คนสองบุคลิกนั่นเอง 😂
——
💌✨ — ดอกไม้ที่คนจำนวนหนึ่งพยายามถอนออกจากสนามหญ้า กลับกลายมาเป็นสิ่งที่คนอีกกลุ่มหนึ่งเฝ้ารอที่จะได้ลิ้มรส
เราชอบเรื่องแบบนี้ตรงนี้
ใครจะไปคิด…อาหารหนึ่งขวดทำให้เราเริ่มมอง landscape รอบตัวต่างออกไป ครั้งหน้าถ้าไปยุโรปแล้วเห็นสนามหญ้าที่เต็มไปด้วย Dandelion เราอาจไม่ได้มองมันในฐานะดอกไม้ธรรมดา แต่เราอาจนึกขึ้นมาได้ว่า ที่ไหนสักแห่งใกล้ ๆ อาจมีผึ้งกำลังทำน้ำผึ้งจากดอกไม้พวกนี้อยู่ก็ได้ 🌼🍯
27/07/2026
ดีใจที่ Kaiten Sushi Ginza Onodera มาเปิดสาขาที่ไทยแล้วค่ะ
ร้านนี้เป็นร้านซูชิที่เราชอบมากตอนไปกินที่ญี่ปุ่น
จุดเด่นที่คนญี่ปุ่นพูดถึงจริง ๆ ไม่ใช่แค่ ความอร่อย
แต่มีหลายอย่างที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านซูชิสายพานทั่วไปค่ะ
▫️ ซึ่งร้านนี้เป็นแบรนด์ในเครือ Sushi Ginza Onodera ซึ่งเป็นกลุ่มร้านซูชิระดับสูง มีสาขาโอมากาเสะที่เคยได้รับดาวมิชลินในหลายประเทศ จึงตั้งใจทำคอนเซ็ปต์ว่าเป็น ซูชิสายพาน แต่คุณภาพใกล้โอมากาเสะ
▫️ร้านยังคงนำแนวคิดแบบ Edomae มาใช้ในการเตรียมวัตถุดิบบางชนิด ไม่ใช่แค่แล่ปลาสดแล้วเสิร์ฟ ทำให้ปลาหลายชนิดมีรสอูมามิที่ชัดขึ้น โดยใช้วิธีที่แตกต่างกันตามชนิดของปลา อย่าง เกลือ สาหร่ายคอมบุ หรือโชยุ ตามความเหมาะสมของปลาแต่ละชนิด
▫️และสิ่งที่หลายคนพูดถึงมากที่สุด ก็คงจะเป็นข้าวที่ใช้น้ำส้มสายชูแดง (Akazu) ที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านซูชิระดับสูงในโตเกียว ทำให้ข้าวมีสีน้ำตาลอ่อนและรสชาติกลมกล่อมกว่าข้าวซูชิสายพานทั่วไป
▫️แม้ว่าชื่อจะเป็น Kaiten Sushi แต่ในหลายสาขา ร้านไม่ได้ปล่อยซูชิวิ่งวนทั้งร้าน ลูกค้าสามารถสั่งผ่านแท็บเล็ต แล้วเชฟปั้นสดก่อนส่งมาทางสายพาน จึงทำให้หลายคนรู้สึกว่ามาตรฐานใกล้เคียงร้านซูชิระดับสูงมากกว่าซูชิสายพานทั่วไป
___________________
📃✍🏻 — ความเห็นส่วนตัวจากการที่ได้ไปทานทั้งในสาขาที่ญี่ปุ่น และ สาขาล่าสุดในไทย ที่ CentralwOrld
สิ่งที่เราประทับใจที่สุดจากสาขาญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่ความสด
แต่คือเนื้อสัมผัสของปลา ที่ให้ความรู้สึกนุ่ม มัน
และละลายในปาก จนเป็นร้านที่เรานึกถึงอยู่เรื่อย ๆ
ส่วนสาขาที่ไทยนั้น เราว่า
คาแรกเตอร์ของร้านยังคงอยู่เหมือนเดิมค่ะ
แต่ความรู้สึกละลายในปากและความเข้มข้นของไขมัน
ยังไม่ให้ความรู้สึกแบบเดียวกับที่เราจำได้จากการกินที่ญี่ปุ่น
เรารู้สึกว่าเนื้อปลายังมีความเฟิร์มกว่าเล็กน้อย
ความประทับใจส่วนตัว
ก็ยังเอนเอียงไปทางสาขาญี่ปุ่นมากกว่านิดนึง
แต่ถ้าถามว่า เราจะกลับไปทานสาขาในไทยอีกไหม
คำตอบคือ ต้องกลับไปทานแน่นอนค่ะ
เราก็ยังมีความคิดที่ว่า ร้านนี้เป็นหนึ่งในซูชิสายพาน
ที่อยู่ในระดับพรีเมียมที่สุดในไทย
ข้าวซูชิทำได้ดี มาตรฐานร้านยังสูง
มีปลาที่เป็น Seasonal ให้เลือกหลากหลาย
และเป็นร้านที่เรายังอยากกลับมากินอีกเรื่อยๆค่ะ
ขอเพิ่มเติม — แต่อูนิหวานมาก อร่อยมากๆนะคะ
_____________________
โพสต์นี้ไม่ใช่การรีวิวเปรียบเทียบว่าสาขาไหนดีกว่ากัน
แต่เป็นการบอกเล่าประสบการณ์
ที่เรามีโอกาสได้ไปลองกินทั้งสองประเทศ
สำหรับเรา ความทรงจำที่ญี่ปุ่นยังคงพิเศษกว่า
แต่เราไม่ได้หมายถึงว่าสาขาที่ไทยเราไม่ประทับใจนะคะ
เพราะเรายังมองว่านี่คือหนึ่งในซูชิสายพาน
ที่ดีที่สุดร้านหนึ่งในไทย และเป็นร้านที่เรา
ต้องกลับไปกินอีกแน่นอนค่ะ
27/07/2026
The Fig Tree Theory — Sylvia Plath
เมื่อชีวิตมีอนาคตให้เลือกมากมาย
จนเราไม่สามารถเลือกชีวิตที่เราต้องการจริงๆได้เลย
สิ่งที่คนบนอินเทอร์เน็ตเรียกว่า Fig Theory หรือ ทฤษฎีต้นฟิก
จริงๆแล้ว มันไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ Sylvia Plath ตั้งชื่อขึ้นอย่างเป็นทางการค่ะ
แต่เป็นชื่อที่ผู้อ่านยุคหลังใช้เรียกอุปมาเรื่อง “ต้นฟิก”
ใน The Bell Jar นวนิยายเรื่องเดียวของเธอ และแม้ว่า The Bell Jar จะตีพิมพ์ในปี 1963 แต่อุปมาต้นฟิก กลับเข้ากับชีวิตยุคดิจิทัล ได้อย่างน่าประหลาดจริงๆ
———————————
อุปมานี้ปรากฏในบทที่ 7 และกลายเป็นหนึ่งในภาพแทนความลังเล ความกดดัน และความกลัวที่จะเลือกอนาคต ที่ทรงพลังที่สุดในวรรณกรรมสมัยใหม่
หนังสือเล่าเรื่องของ Esther Greenwood หญิงสาววัย 19 ปี
ผู้มีความสามารถทางการเรียนและการเขียน แต่กำลังเผชิญความสับสน เกี่ยวกับตัวตน อนาคต และตำแหน่งของผู้หญิงในสังคม
Esther นั้นเธอไม่ได้เป็นคนที่ขาดโอกาส
แต่ตรงกันข้าม..เธอกลับเป็นคนที่ “มองเห็นโอกาส” ที่มากจนเกินไปค่ะ
เพราะว่าเธอสามารถเป็นได้ทั้งนักเขียน นักวิชาการ หรือแม้แต่เป็นบรรณาธิการ และ เธอยังสามารถเดินทางรอบโลก มีความรัก แต่งงาน หรือสร้างครอบครัว มีลูกที่น่ารักได้
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ดีใช่ไหมคะ การที่เรามองเห็นทางเลือกของอนาคตตัวเองที่มายมากขนาดนี้ แต่ Esther เธอกลับรู้สึกว่า นี่มันคือปัญหา และ ปัญหาของเธอก็คือ เธอไม่ได้รู้สึกว่าเส้นทางเหล่านี้สามารถอยู่ร่วมกันได้ในชีวิตของเธอ และ ทางเลือกมากมายเหล่านั้น กลับเรียกร้องให้เธอสละทางเลือกอื่นที่มีอยู่ทั้งหมด ให้เหลือแค่เพียงตัวเลือกเดียว
———————————
อุปมาต้นฟิกจึงเกิดขึ้นในช่วงที่ Esther
พยายามจินตนาการถึงชีวิตในอนาคตของตัวเอง
ลูกฟิกทุกลูกดูสวยงามและน่าปรารถนา
ไม่มีลูกใดดูแย่พอที่จะตัดทิ้งได้ง่าย ๆ
แต่ Esther เชื่อว่าเธอไม่สามารถกินลูกฟิกทุกลูกได้
เพราะเมื่อเลือกหนึ่งลูก ชีวิตอื่น ๆ ก็จะหลุดออกจากมือ
เธอจึงนั่งมองต้นไม้อยู่เฉย ๆ
ระหว่างที่เธอยังตัดสินใจไม่ได้
แล้วลูกฟิกก็ค่อย ๆ เหี่ยว แห้ง และร่วงลงจากต้น
และนี่คือหัวใจของอุปมาทั้งหมด..
Esther ไม่ได้สูญเสียอนาคตเพราะเลือกผิด
แต่กำลังสูญเสียทุกสิ่ง เพราะไม่สามารถเลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการได้เลย
ดังนั้น การนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ของง Esther
ก็คือตัวแทนของ “ภาวะหยุดนิ่ง” นั่นเอง
Esther ไม่ได้ขาดความต้องการ เธอต้องการแทบทุกมิติของชีวิตที่เธอมองเห็น แต่ความต้องการหลายอย่างซ้อนทับกัน จนเธอไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ กลับทำให้เธอห่างจากการเลือกอนาคตของเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
———————————
ภาวะนี้คล้ายกับสิ่งที่ปัจจุบันมักเรียกว่า
analysis paralysis คือการคิด วิเคราะห์
และเปรียบเทียบมากเกินไป จนไม่สามารถลงมือทำได้
ทุกวันนี้เรามองเห็นชีวิตของคนอื่นจำนวนมากในเวลาเดียวกัน
เราเห็นคนหนึ่งเปิดธุรกิจ
อีกคนย้ายประเทศ
อีกคนเรียนต่อ
อีกคนแต่งงาน
อีกคนเดินทางตลอดปี
อีกคนมีชื่อเสียงจากงานสร้างสรรค์
หน้าจอทำให้ต้นฟิกของเราเต็มไปด้วยผลไม้ที่ถูกจัดแสงไว้
อย่างสวยงาม แต่เราแทบไม่เห็นต้นทุนของชีวิตในแต่ละแบบ
เราไม่ได้เพียงเปรียบเทียบทางเลือกเท่านั้น
แต่ยังเปรียบเทียบชีวิตธรรมดาของเรา
กับภาพที่ดีที่สุดของอนาคตหลายสิบแบบไปพร้อมกัน
เราจึงรู้สึกว่า ไม่ว่าเรากำลังจะทำอะไรอยู่
การมีชีวิตอีกแบบก็น่าจะดีกว่าเสมอ
———————————
บทเรียนที่สำคัญที่สุดจากเรื่องนี้
ไม่ได้บอกกับเราว่า “เลือกลูกฟิกที่ดีที่สุดให้กับตัวเองสิ”
เพราะว่าในความเป็นจริง
เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้อย่างสมบูรณ์
ว่าผลไหนคือลูกฟิกที่หวานที่สุด
บางลูกที่ดูสวยงาม แต่นั่นก็อาจไม่เหมาะกับเรา
ส่วนลูกที่ดูธรรมดาๆ อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเใหมกิ่งก้านใหม่ๆที่เราไม่เคยมองเห็นก็ได้
หากต้นฟิกเป็นตัวแทนของอนาคต
กิ่งไม้จึงเปรียบได้กับเส้นทางชีวิต
ผลฟิก ก็คือตัวตนที่เราอาจจะเป็น
ส่วนการเหี่ยว และ การร่วงของผลไม้นั้น
เปรียบได้ดั่งเวลาที่กำลังเดินต่อไป
ส่วน Esther ที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ก็คือมนุษย์ผู้หวาดกลัว
ว่าการเลือกเพียงหนึ่งชีวิต อาจทำลายอีกหลายชีวิต
ในความคิดของตน
————————————
อุปมานี้ไม่ได้มีไว้เพื่อตำหนิคนที่ลังเล
แต่ความลังเลในบางครั้ง
ก็ไม่ได้เกิดจากการที่เราไม่มีความฝัน
แต่อาจเกิดจากการที่เรามีความฝันที่มากเกินไป
และยังไม่รู้ว่าจะยอมสูญเสียสิ่งใด
เพื่อทำให้สิ่งหนึ่งนั้นเกิดขึ้นจริง
แก่นของมันจริงๆ จึงไม่ได้เป็นการบอกให้เรา
ต้องรีบเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง ก่อนที่โอกาสนั้นจะหายไป
แต่มันคือการมีชีวิตอยู่ และ ยอมเลือกบางอย่าง
แล้วค่อยสร้างชีวิตต่อจากสิ่งที่เราเลือกต่างหาก
20/07/2026
ขออภัยที่ทำให้แมสไปแล้วใน Threads 🫠 จนตอนนี้กลายเป็นว่า จากที่ลูกค้าประจำของร้าน ที่ปกติก็หยุมหัวกันแย่งจองเจลาโต The Purist Artisan อยู่ในทุกๆรอบแล้ว ยังต้องมาหยุม มวลชนคนรักเจลาโตคนอื่นๆที่ได้ลองค่ะ
หนึ่งร้านที่เราอยากจะแนะนำ
ร้านนี้คนกินเจลาโตจริงๆค้ารู้กันค่ะ
ใครที่ชื่นชอบวัตถุดิบระดับท็อป
D.O.P I.G.P Single Origin เค้ามีหมดนะคะ
ไม่ว่าจะเป็น
Amalfi Lemon I.G.P. Sorbet
Vignola Cherry I.G.P. Sorbet
Hikawa Hakuhou Peach Sorbet
Panama Geisha Lamastus Boquete Elida Torre Estate
Paris-Ginza (Mariage Freres)
Countess Grey (Fortnum & Mason)
Chocolat Madagascar Sambirano Sorbet
Costaricensis Vanilla
Bronte Pistachio D.O.P
Piedmont Hazelnut I.G.P.
และทุกคนเชื่อไหม ว่าตอนนี้ “หมด ทุก เมนู” ไปแล้วค่ะ
ฮืออออออออออ 🥹
——————
เราประทับใจที่ เจ้าของร้านคุณเรนโบว์แนะนำ
วัตถุดิบแต่ละตัว ได้ดี และ มีความสุภาพมาก
มีการถ่ายภาพวัตถุดิบที่ใช้ทุกตัว
พร้อมลงบทความความรู้ให้อ่านตลอด
เพราะหัวใจหลักของเจลาโต นอกจากเทคนิคแล้วคือ
“วัตถุดิบ” นี่แหละค่ะ แล้วเราก็เป็นคนอินวัตถุดิบมากซะด้วย อ่านแล้วฟินมากเลยค่ะ
——————
เมื่อวานมีโอกาสได้ไปอุดหนุนมาที่ตึก Somkid Place ขนาดไปคนแรกของวัน ของหมดค่ะ ไม่มีขายเลย รู้สึกจะเหลือแค่ แนคเทอรีน กับ Yame Matcha ที่ทำสด แต่ถึงอย่างนั้น ทางร้านก็ยังให้ชิมสต็อคตัวชิมที่มีทุกรสเลยค่ะ
เมนูที่มีขายเมื่อวานจะเป็น YAME HONŌ จากฟูกุโอกะ ที่ปั่นสด ยอมรับว่าเนื้อเจลาโตเค้าเพอร์เฟกจริงๆ คือมีความฟู แต่เหนียวนุ่ม แถมไม่ละลายเป็นน้ำไว ตักทานเพลินๆได้เรื่อยๆ ถ้วยค่อนข้างใหญ่ เห็นว่าปริมาณ 100 กรัม แต่คนกินอ่ะ ตักแล้วตักอีกตักเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที
แล้วคุณเรนโบว์ได้เล่าให้ฟังว่า เครื่องตีตัวนี้เป็นเครื่องทำเจลาโต Carpigiani ปี 2026 ที่มีฟังก์ชั่นละเอียดมาก ทั้งเรื่องการคุมอุณหภูมิที่ Perfect การปรับสัมผัสของเนื้อ Texture ของเจลาโต ซึ่ง Carpigiani เค้าขึ้นชื่อเรื่องการผลิตเครื่องเจลาโตที่เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ดีที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ และยังเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอีกด้วย
มีเสียงจากลูกค้าของ Purist บ่นงอมแงมมาว่า อย่าแมสเลย แค่นี้ก็จองกันไม่ทันแล้ว 5555
อยากลองชิม สามารถไปได้ที่
— The Purist Artisan Somkid Place
เฉพาะ วันเสาร์และอาทิตย์ ร้านเปิด 11:00 นะคะ
18/07/2026
ขอ Schengen Visa ท่องเที่ยว 🇪🇺✨ 67 วัน ✨
ได้มา ✨ 1 ปี ✨ โดยไม่ได้ขอ
ได้มายังไง เป็นเพราะดวง หรือ เพราะเอกสาร ?
โพสต์นี้บอกละเอียด เซฟเก็บไว้เผื่อขอวีซ่าครั้งหน้าได้เลยค่ะ
รอบนี้ ทิฟขอวีซ่าท่องเที่ยวกับสถานทูต Austria 🇦🇹 ครั้งแรกค่ะ(ปกติเคยขอแต่กับสถานทูตเยอรมัน)
เชื่อว่าเป็นเพราะดวงครึ่งหนึ่ง เป็นเพราะเอกสารครึ่งหนึ่ง
มีหลายคนบอกว่าสถานทูตออสเตรียชอบโทรมาหาด้วย
แต่ ของเราไม่มีใครโทรมาถามข้อมูลเพิ่มเติมเลยค่ะ
อาจเป็นเพราะ ยื่นเอกสารไปแน่นมาก
เราเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 4 ประเทศ ในแพลน
ขอไป 67 วันโดยไม่ได้ยื่นเรื่องขอจำนวนวันเพิ่มเติม
ทางสถานทูตใจดีให้มาจุกๆ 1 ปี
แบบ Multi | Duration of stay 90 days
ซึ่งจริงๆแล้ว สถานทูตออสเตรียขึ้นชื่อในเรื่องการหวงวันมาก
แต่สิ่งที่เราเชื่อเลยคือ สถานทูตดูจากความ “น่าเชื่อถือ” ของผู้ยื่นเป็นหลัก (และอาจจะเคยมูไว้นิดหน่อย 😂)
ความน่าเชื่อถือนั้นวัดจาก
▫️เราไม่มีประวัติเสื่อมเสียในการเดินทางหรืออยู่เกินกำหนดวีซ่า
▫️การเดินทาง และ เอกสารของเราสอดคล้องกันตลอด
▫️และ เรามีความสม่ำเสมอในการเดินทางประเทศในกลุ่มเชงเก้นตลอด
————————
▫️เอกสารที่เราเตรียม เราเตรียมครบไม่มีขาด ไม่เคยให้ จนท ขอเพิ่มเติม
▫️ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ และตั๋วการเดินทางอื่นๆ ทั้งภายในประเทศ และ ระหว่างประเทศ (เราซื้อตั๋วก่อนขอวีซ่าเสมอ)
▫️Booking พร้อม Link ที่พัก สำหรับยื่นวีซ่า ในทุกเมืองตามแผนที่ระบุ (โดยเฉพาะเมืองหลักๆที่ต้องอยู่หลายวัน)
▫️แพลนเที่ยวโดยละเอียด (ค่อนข้างละเอียดมาก) ในแต่ละเมือง
▫️เอกสารจดหมายแนะนำตัว - ลักษณะงาน - ผลงานที่เคยร่วมงานกับแบรนด์
▫️รูปถ่ายกับทรัพย์สิน - ธุรกิจ เช่น รูปถ่ายคู่กับบ้าน รูปถ่ายขณะดำเนินธุรกิจ
▫️รูปถ่ายกับครอบครัวยืนยันความสัมพันธ์
▫️เอกสารบัญชี สเตทเมนท์ (ย้อนหลัง 6 เดือน เราให้ 1 ปี)
————————————
✨ในกรณีที่มีสปอนเซอร์✨
▫️ แสดงว่ารูปถ่ายยืนยันความสัมพันธ์ หรือแชทที่พูดคุยกันเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ โดยแคปให้ติดวันที่ ยิ่งคบกันนานยิ่งมีความน่าเชื่อถือ
▫️ รูปถ่ายคู่กับทรัพย์สินที่มีร่วมกัน
▫️ รูปถ่ายคู่กับครอบครัว และ สัตว์เลี้ยง เพื่อยืนยันในความสัมพันธ์และยืนยันว่า เรามีความจำเป็นที่ต้องกลับมาประเทศไทยจริงๆ
▫️สเตทเม้นท์ของสปอนเซอร์ บัญชีส่วนตัว และบัญชีธุรกิจ (หากมี)
———————————
💌✨ — ในกรณีที่มีจดหมายเชิญจากประเทศปลายทาง
ให้แนบจดหมายเชิญไปด้วย หากไม่ได้อยู่นานหลายเดือน แนะนำว่าให้ยื่นแบบวีซ่าท่องเที่ยวจะง่ายกว่าเอกสารไม่ซับซ้อนและไม่ยุ่งยากเท่ากับวีซ่าเยี่ยมเยียน
———————————
สำหรับเราข้อดีที่ได้วีซ่า 1 ปี ก็คือ เรามีแพลนที่จะไปเรียนภาษาต่อในประเทศกลุ่มเชงเก้นอยู่แล้ว การที่ได้วีซ่าหนึ่งปียิ่งสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับการขอวีซ่าพำนักระยะยาว และที่สำคัญประหยัดเวลา และ ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าท่องเที่ยวภายในระยะเวลา 1 ปี
แล้วก็เป็นความภูมิใจเล็กๆ จากความน่าเชื่อถือที่เรามีด้วยค่ะ
16/07/2026
ตามสัญญาที่ให้ทุกคนไว้ โพสต์นี้เราจะมาคุยถึงสองวัตถุดิบล้ำค่ามากพอที่จะทำให้เรา ต้องตัดทอนบทความบางส่วนและนำกลับมาเล่าให้ทุกคนได้อ่าน เพราะด้วยความเสียดายในความพิเศษของวัตถุดิบดีๆ อย่าง Pistachio di Bronte DOP (พิสตาชิโอ) และ Nocciola del Piemonte IGP (เฮเซลนัท)
📖✨ — คำว่า IGP / DOP คืออะไร
▫️DOP ย่อมาจาก “Denominazione di Origine Protetta”
ซึ่งเป็นภาษาอิตาลี (แต่ถ้าเป็นฝรั่งเศสจะใช้คำว่า AOP)
เหมือนที่เราเห็นกันบนขวดไวน์ หรือ ก้อนชีส
คำนี้สื่อถึง วัตถุดิบที่ต้องปลูก และ แปรรูปในพื้นที่นั้นเท่านั้น
อย่าง Pistachio di Bronte คือพิสตาชิโอจากซิซิลี
นั่นหมายความว่า ถ้านอกปลูกนอกพื้นที่ และ มีขั้นตอนอื่นๆในการแกะ อบ บด หรือ แปรรูปนอกพื้นที่ จะไม่ใช่ พิสตาชิโอที่ได้รับ DOP
ซึ่งมันคือ “กฏหมาย” ที่คุ้มครองของวัตถุดิบในพื้นที่
แต่ถ้าหากร้านไหนซื้อ Pistacchio Verde di Bronte DOP ของแท้ 100% มาแล้วนำมาแปรรูปเองร้านยังสามารถพูดได้ว่า “ Made with Pistacchio Verde di Bronte DOP”
แต่สิ่งที่พูดไม่ได้ คือ “นี่คือ Pistacchio Verde di Bronte DOP”
▫️ส่วน IGP ย่อมาจาก Indicazione Geografica Protetta หมายถึง วัตถุดิบนั้น ต้องมาจากพื้นที่นั้นจริงๆ
แต่ขั้นตอนอื่นๆอาจนำไปทำที่อื่นได้ หรือเมืองอื่นได้
______________
ต่อมา..เราจะลงลึกกันถึง Terrior ( ดิน น้ำ ลม อากาศ แสงแดด แร่ธาตุ ที่ส่งผลต่อรสชาติของวัตถุดิบ ) กันแล้วนะคะ
▫️Pistachio di Bronte DOP — คือ
หนึ่งในพิสตาชิโอที่แพงที่สุดในโลก
(โดยปกติพิสตาชิโอเป็นถั่วที่มีราคาอยู่แล้ว)
แต่ในเมือง Bronte, Sicily ภูมิประเทศที่เค้าปลูก
มันเป็นดินภูเขาไฟ Etna พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ
มันเติบโตบนลาวาที่แข็งตัวแล้ว
ด้วยพื้นที่เป็นหินลาวา การปลูกมันเลยมีความยากมาก
นึกภาพตามนะคะ แค่เดินยังลำบากมาก
จะใช้เครื่องจักรในการช่วยปลูก หรือ เก็บเกี่ยวก็ไม่ได้
การเก็บจึงต้องเก็บด้วยมือทั้งหมด
ซึ่งเค้าใช้เวลาในการเก็บเกี่ยว 2 ปีครั้ง
นั่นหมายความว่า ปีแรก พักต้น ปีที่สอง เก็บเกี่ยว
สลับไปแบบนี้เรื่อยๆ ทำให้ได้ Supply
ในปริมาณที่น้อยมากตั้งแต่ต้น
เมื่อผลผลิตน้อย ราคาจึง “สูงมาก”
และคำว่า DOP มันมีกฏหมายคุ้มครองที่เข้มงวดมาก
ไม่สามารถนำมาสวมได้ ซึ่งในอาหารบางอย่าง
ห้ามมีการใช้ชื่อนั้นซ้ำเมื่อผลิตนอกพื้นที่นั้นๆเลยด้วยซ้ำ
พิมพ์ทีไรเริ่มยาวทุกที…
▫️ แต่เราขอมาต่อกันที่ Nocciola del Piemonte IGP กันต่อค่ะ
Nocciola del Piemonte IGP — คือ เฮเซลนัทจากแคว้น Piemonte ซึ่งอยู่ในอิตาลีตอนเหนือ (คนละ Terrior กับตอนใต้แล้วนะคะ)
ซึ่ง เฮเซลนัทตัวนี้ เค้าเป็นสายพันธุ์พิเศษ
ที่ชื่อว่า Tonda Gentile delle Langhe
ด้วย ดิน และ อากาศใน Langhe
ทำให้เฮเซลนัทชนิดนี้หอมแบบ Luxury
Buttery, Caramel นุ่มๆ ละมุนใจสุดๆ
จุดเริ่มต้นของ Nutella ก็ใช้ Nocciola ชนิดนี้เช่นเดียวกัน
เพราะบ้านเกิดของเค้า อยู่ใน Piemonte, Italy
ปัจจุบัน เค้าไม่ได้ใช้ตัวนี้เป็นหลักแล้ว
แต่อย่าลืมว่า ใน Nutella ยังมีสารผสมอื่นๆอีกเยอะทั้ง
น้ำตาล, น้ำมัน (palm oil), เฮเซลนัท, โกโก้ และ นมผง
มี เฮเซลนัทจริงๆอยู่แค่ประมาณ 13% เท่านั้น
ซึ่ง Nocciola หรือ เฮเซลนัท เมื่อลอกเปลือกออกมาแล้ว
ด้านในมันจะเป็นสีขาวครีมหม่นๆ
นั่นละค่ะ!!! เราถึงได้เห็น ไอศครีมเฮเซลนัทสีขาวหม่นๆ
ไม่ใช่ไอศครีมเฮเซลนัทสีน้ำตาล
เพราะเค้าไม่ได้ใส่ผงโกโก้เพิ่ม
มันคือ นม + 100% pure nut paste
__________________________
💌 — เราเองก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในผู้บริโภค
ที่กำลังศึกษาเรื่องวัตถุดิบอาหาร
ไม่ใช่เชฟ ไม่ใช่คนในวงการอาหารอะไร
ไม่ได้ทำธุรกิจอาหาร
แต่มีความฝันที่จะเดินทางรอบโลก
เพื่อไปสัมผัสวัตถุดิบอาหารในหลายๆประเทศ
และ นำมาส่งต่อถึงคุณค่า ให้กับผู้อ่านทุกๆท่าน
และยืนยันว่าจะส่งต่อเรื่องราวดีๆ
ด้วยความตั้งใจดีแบบนี้ต่อไป
15/07/2026
รู้สึกเสียใจที่เคยเขียนบทความ และ มีการแชร์ออกไปมากมาย
ได้ดูหลายๆคอนเทนท์ ได้อ่านการตอบโต้ในหลายเมนท์
ก็ได้แต่ … 🌝
ในเมื่อพูดว่า ร้านของเค้าอร่อยกว่า Original ที่ Italy
ได้ค่ะ เดี๋ยวอีกไม่กี่เดือนทิฟจะมีทริปที่ Italy 4 เมือง
ทั้ง Milano Roma Florence Padua
และยุโรป เมืองอื่นๆอีก2-3 ประเทศ ทิฟมีเวลาเยอะค่ะ
รอบนี้ไปสองเดือน ไว้จะมาคอนเฟิร์มให้นะคะ
“ว่าจริงหรือเค้ก”
เดี๋ยวจะเขียนบทความถึงร้านอื่นๆ
ที่มีโอกาสได้ไปกินให้เร็วๆนี้ด้วยค่ะ
เสียดายที่ Dolce & Gabbana Café Paragon
มี Gelato แค่ชั่วคราว ( Pistachio อร่อยมากกก! ล้าน/10)
แต่ถ้าอยากกินแบบ Italy จริงๆ
ตีตั๋วบินไป Venchi แบบแมสๆก็ได้ค่ะ พิกัด ฮ่องกง สิงคโปร์
เพิ่มเติม : COVA ร้านคาเฟ่อิตาลีอายุ 200 ปี ก็มีเจลาโต้นะ ที่ One Bangkok
27/06/2026
ถ้าเราจะบอกว่า…น้ำหอมกลิ่นวานิลลาที่ทุกคนคุ้นเคยมาทั้งชีวิต อาจไม่ใช่ “กลิ่นของฝักวานิลลาจริง” ทุกคนจะเชื่อไหมคะ
เพราะกลิ่นหอมของ น้ำหอมวานิลลา ที่เราเจอกันบ่อยๆ
มันจะออกไปในโทนของหวานอย่างไอศกรีม เค้ก หรือขนม
จนกลายเป็นภาพจำของ “กลิ่นวานิลลา” ที่เราคุ้นเคย
แต่ Spiritueuse Double Vanille จาก Guerlain
คือหนึ่งในน้ำหอมไม่กี่กลิ่นที่ทำให้เรารู้สึกว่า
กลิ่นมันใกล้เคียงกับฝักวานิลลาจริงมากๆ
สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ
วานิลลาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบธรรมชาติ
ที่ซับซ้อนที่สุดชนิดหนึ่ง
มีสารหอมตามธรรมชาติหลายร้อยชนิด
เลยทำให้เราได้กลิ่นของ ไม้ หนัง ยาสูบ
ผลไม้แห้ง ดอกไม้ และรัมอยู่ในฝักเดียว
คุณ Jean-Paul Guerlain เค้าจึงไม่ได้เลือกเล่า
กลิ่นของวานิลลาในฐานะของหวาน
แต่เลือกเล่ามันในฐานะ “วัตถุดิบ”
และนั่นคือเหตุผลที่ น้ำหอมกลิ่นนี้
ก็ยังคงเป็นหนึ่งในน้ำหอมวานิลลา
ที่ถูกยกย่องมากที่สุดในโลกด้วยค่ะ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok