Renew Studio lifestyle yoga

Renew Studio lifestyle yoga

แชร์

ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Renew Studio lifestyle yoga, สุขภาพ/ความงาม, เพียง 10นาที(3. 2 กม. ) จาก Central Frestival อยู่ในหมู่บ้าน รีเจ้นท์ 1 (ติดกับศูนย์ฮอนด้าสันทราย), Chiang Mai

ฝึกโยคะกับครูที่เข้าใจร่างกายของคุณ
Yoga Therapist
-Certified Yoga Alliance E-RYT 500
-Certified DNS Exercise Trainer (1,2,3)
-Certified DNS Yoga1,2,3,4
-Certified NMI+Functional Anatomy JR academy

Photos from Renew Studio lifestyle yoga's post 07/08/2026

"จากการฝึกฝน... สู่ความคุ้นชินใหม่ที่เป็นธรรมชาติ"… ก้าวเข้าสู่เดือนที่ 3 กับ ReNEW Basic Yoga & Movement…


หากเดือนแรกคือการเดินทางกลับมารู้จักร่างกาย...

เดือนที่สองคือการจัดปรับโครงสร้างที่ติดขัด...

การเดินทางเข้าสู่ เดือนที่ 3 ในคลาสนี้ ก็คือช่วงเวลาที่เราเริ่มเห็นผลลัพธ์ของการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง


ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา เราไม่ได้เร่งรีบทำท่าให้ยากขึ้น แต่เราฝึกความตระหนักรู้ และใส่ใจในทุกการเคลื่อนไหว ผ่านการผสมผสานระหว่าง Functional Movement และ การฝึกโยคะพื้นฐาน


สิ่งที่ผมสัมผัสได้ในเดือนที่ 3 นี้ ไม่ใช่แค่ร่างกายที่ยืดหยุ่นหรือแข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่คือ

-Body Awareness ที่คมชัดขึ้น: ทุกคนเริ่มรู้เท่าทันพฤติกรรมเดิมๆ ของตัวเอง เวลาเผลอก้มคอ ไหล่ห่อ หรือลมหายใจสั้น

-การปรับ posture ที่เป็นธรรมชาติ: ร่างกายเริ่มจำความรู้สึกของการ "ตั้งศีรษะตรง" และการพาร่างกายกลับสู่จุดกึ่งกลาง (Neutral) ได้โดยไม่ต้องฝืนเกร็ง

-ความผ่อนคลายที่ลึกซึ้งขึ้น: เมื่อกายอยู่ในแนวที่ถูกต้อง ใจก็กลับมารับรู้ลมหายใจได้เบาสบายอย่างแท้จริง


ขอบคุณผู้ฝึกทุกคนที่ยังคงเดินทางร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ความสม่ำเสมอนี่เองครับที่เป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยน "ความพยายาม" ให้กลายเป็น "ความคุ้นชินใหม่" ในการใช้ชีวิตประจำวัน


เดือนนี้เราจะมาลงลึก และสนุกกับการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีคุณภาพไปด้วยต่อนะครับ😄

Photos from Renew Studio lifestyle yoga's post 02/08/2026

มาเรียนคอร์ส DNS for Foot, Gait & Running จ้า สอนโดย คุณครู Petra Valouchová

ใน 3 วันนี้ ได้เรียนรู้เรื่อง การทำงานของเท้า การเดิน และการวิ่งอย่างเป็นระบบ

การเคลื่อนไหวที่มีประสิทธิภาพ เริ่มต้นจากการมีระบบประสาท และระบบการเคลื่อนไหว ร่างกายที่สมดุล


วันที่ 1: เรื่องของเท้า (Foot & Ankle Mechanics) เน้นการปูพื้นฐานของเท้า และพัฒนาการของเท้าตั้งแต่เด็ก

-เรียนรู้เรื่องความมั่นคงและการยืดหยุ่นของเท้า ความมั่นคงของแกนกลางลำตัวและเชิงกราน (Trunk & Pelvis Stabilization) ที่ส่งต่อการใช้เท้า

-วิเคราะห์การทำงานของ Subtalar Joint, การทำ Inversion/Eversion และกล้ามเนื้อสำคัญอย่าง Tibialis Posterior และ Peroneus Longus

-แยกแยะภาวะเท้าแบน ชนิดยืดหยุ่น vs ติดแข็ง (Flexible vs Rigid Flat Foot) รวมถึงการปรับแก้ภาวะนิ้วหัวโป้งเอียง (Hallux Valgus) ด้วยการฝึกกล้ามเนื้อฝ่าเท้า (Intrinsic Foot Muscles) ควบคู่กับการควบคุมของระบบประสาท (Neuromuscular Control)


วันที่ 2: เรื่องของการเดิน (Gait Mechanics & Kinetic Chain)

-เรียนรู้วงจรการเดินและการรับน้ำหนักผ่านห่วงโซ่การเคลื่อนไหว (Kinetic Chain)

-วงจรการเดิน (Gait Cycle) วิเคราะห์บทบาทของเท้า ข้อเท้า สะโพก และลำตัวในแต่ละช่วงของการเดิน โดยเฉพาะช่วง Stance Phase และ Loading Response

-แกนกลางและการถ่ายน้ำหนัก ดูการประสานงานของร่างกาย ขณะเดินลงน้ำหนักขาข้างเดียว

-การฝึก DNS Corrective Exercise ใช้ท่าทางตามพัฒนาการ (Prone, Supine, High Kneeling) เพื่อสั่งการให้สมองจัดแนวข้อต่อ (Centration) การเดินที่สมดุล

วันที่ 3: เรื่องของการวิ่ง เชื่อมโยงพัฒนาการทั้งหมด สู่รูปแบบการวิ่ง

-การวิ่งเป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติที่พัฒนามาตั้งแต่เด็ก การปรับท่าวิ่งจึงต้องมองภาพรวมทั้งร่างกาย

-เทคนิคปรับการวิ่ง แกนกลางและการแกว่งแขน การเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนอก (Thoracic Spine) และการแกว่งแขนส่งผลโดยตรงต่อจังหวะก้าวและระยะก้าว

-ฝึกการลงเท้า เพื่อป้องกันการก้าวเท้ายาวเกินไป (Overstride)

-การปรับจังหวะการก้าวให้เหมาะสมกับโครงสร้างร่างกายของแต่ละบุคคลเพื่อประหยัดพลังงานและลดอาการบาดเจ็บ

-มุมมองเรื่องรองเท้าวิ่ง รองเท้าไม่ได้ป้องกันการบาดเจ็บโดยตรง สิ่งสำคัญคือความใส่สบาย ร่วมกับการพัฒนาความแข็งแรงและการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายให้ถูกต้อง


และไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน หรือวิ่ง หัวใจสำคัญคือ "แกนกลางลำตัวที่มั่นคง + ข้อต่ออยู่ในแนวที่เหมาะสม (Centration) + โครงสร้างและการรับรู้ของเท้าที่ดี"

ขอบคุณ Rehab by Yai และคุณครู Petra สำหรับความรู้ดีๆในการอบรมครั้งนี้ และขอบคุณ น้องหมอขวัญ น้องโต พี่กวาง ที่สลับกันมาเป็น Subject ด้วยนะครับ😄

Photos from Renew Studio lifestyle yoga's post 15/07/2026

สตูดิโอโยคะ ไวบ์ดี ชานเมืองเชียงใหม่…ไฟดับคลาสเย็นจ้า😅

แต่พอแสงไฟรอบตัวลดลง... กลายเป็นว่าเราได้ยินเสียงลมหายใจตัวเองชัดขึ้น ปล่อยวางสายตา แล้วกลับมาสบตากับความรู้สึกข้างในได้ง่ายขึ้น

ขอบคุณนักเรียนในคลาสเย็นนี้ทุกคนนะครับ ที่มาร่วมสร้างพลังงานดี ๆ ในความมืดด้วยกัน ฟินและสงบกว่าเดิมจ้า

คลาสเย็น อ,พ,พฤ 18.30-19.45 เลิกงานแล้วมาดูแลสุขภาพกายและใจ ด้วยกันนะครับ😄

Photos from Renew Studio lifestyle yoga's post 07/07/2026

เข้าสู่เดือนที่2 กับคลาสใหม่ ReNEW Basic Yoga & Movement… คลาสที่ไม่ได้สอนให้คุณทำท่าโยคะยากๆ หรือยืดเหยียด ดัดตัว

แต่เป้าหมายคือ การให้คุณได้เรียนรู้เรื่อง 'การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีคุณภาพ' ปลอดภัย และสอดคล้องกับธรรมชาติโครงสร้างของตัวเอง


ตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเราได้ฝึกฝนการเคลื่อนไหวร่างกาย ในท่าทางขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวัน (Functional Movement) ผ่านการฝึก Dns Exercise เพื่อปรับฐานรากและจัดระเบียบร่างกาย

ผนวกเข้ากับ การฝึกโยคะพื้นฐาน ที่เน้นความรู้สึกตัวและลมหายใจ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวในการช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ร่างกาย ในชีวิตประจำวัน


จากวันแรกที่หลายคนพกอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ปวดหลัง หรือความตึงรั้งจากการนั่งทำงานมาอย่างเต็มที่

วันนี้ผมได้เห็นพัฒนาการ ในการรับรู้เนื้อตัว (Body Awareness) และการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น เช่นเริ่ม 'คุ้นชิน' กับการตั้งศีรษะและกระดูกสันหลังตรง ได้อย่างเป็นอัตโนมัติ เวลาทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงอาการปวดต่างๆ ที่เบาบางลง


ขอขอบคุณผู้ฝึกใหม่ทุกคนที่เปิดใจ ก้าวเข้ามาเรียนรู้ ตั้งใจฝึกซ้อม และไว้วางใจให้ ReNEW Studio ได้ดูแลในทุกสัปดาห์


ดีใจที่ได้เห็นทุกคนเริ่มพาใจกลับบ้าน และพาร่างกายกลับสู่จุดกึ่งกลาง (Neutral) ได้อย่างแท้จริง

ต่อจากนี้ เราจะนำความคุ้นชินใหม่นี้ ไปใช้เคลื่อนไหวในชีวิตจริงอย่างมีคุณภาพร่วมกัน เดินทางด้วยกันต่ออย่างมั่นคง และเบาสบายนะครับ


สำหรับผู้ที่สนใจในคลาสนี้ ยังสามารถสมัครมาเข้าร่วมคลาสได้นะครับ😄

06/07/2026

มีใครกำลังเจอปัญหานี้พร้อมๆ กันบ้างครับ? นั่งทำงานอยู่ดีๆ ก็รู้สึกปวดตึงบ่าสะบักร้าวขึ้นไปถึงท้ายทอย ยิ่งบ่ายยิ่งรู้สึกเพลีย หายใจไม่อิ่ม แถมพอตกดึกนอนก็นอนหลับไม่สนิท สมองคิดวนไปวนมาตื่นมาก็ไม่สดชื่น

คุณอาจจะคิดว่าตัวเองแค่เครียดงานหนัก หรือออฟฟิศซินโดรมกำเริบ เลยแก้ด้วยการไปนวด ยืดกล้ามเนื้อ หรือหาอาหารเสริมมากิน... แต่ทำไมผ่านไปไม่กี่วัน อาการเดิมๆ ก็วนกลับมาอีก?


สาเหตุที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ในทุกๆ ลมหายใจของคุณครับ... ลองสังเกตตัวเองดูตอนนี้เลยครับว่า เวลาเราหายใจเข้า หน้าอกหรือไหล่ของเรามันยกขึ้นบนไหม?

คนส่วนใหญ่ในยุคนี้มัก "หายใจตื้นอยู่แค่ระดับอก" (Chest Breathing) โดยไม่รู้ตัว เมื่อเราหายใจตื้น ร่างกายจะไม่สามารถใช้ กระบังลม ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักในการหายใจได้อย่างเต็มที่ ร่างกายเลยต้องไป เอากล้ามเนื้อช่วยหายใจแถวๆ คอ บ่า และหน้าอกส่วนบน ให้คอยออกแรงยกซี่โครงขึ้นแทน


ลองนึกภาพตามนะครับ... คนเราหายใจวันละประมาณ 20,000 ครั้ง ถ้ากล้ามเนื้อคอบ่าของคุณต้องคอยออกแรงชักเย่อยกซี่โครงวันละสองหมื่นที... ไม่แปลกเลยครับที่คุณจะปวดตึงท้ายทอยและบ่าสะบักเรื้อรัง ยืดเท่าไหร่ก็ไม่หาย เพราะคุณกำลังใช้งานมันผิดหน้าที่

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น การหายใจสั้นๆ อยู่แค่หน้าอก จะส่งสัญญาณไปบอกสมองว่า "ตอนนี้ร่างกายกำลังตกอยู่ในอันตรายหรือความเครียดนะ" (กระตุ้นระบบประสาท Sympathetic) ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเครียดตลอดเวลา หัวใจเต้นเร็วขึ้น ส่งผลให้คุณรู้สึกวิตกกังวลง่าย สมาธิสั้น และนอนหลับได้ไม่ลึก ทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องให้เครียดขนาดนั้นก็ตาม


รีเซ็ตกล้ามเนื้อบ่าและปิดโหมดเครียดง่ายๆ แค่เปลี่ยนกลับมา "หายใจลงท้องด้วยกระบังลม" ตามธรรมชาติ ด้วยเทคนิคนี้กันครับ:

1.ผ่อนไหล่ห่างหู: นั่งยืดกระดูกสันหลังให้ยาว สบายๆ วางมือข้างหนึ่งไว้ที่หน้าอก อีกข้างวางไว้ที่ท้อง (แถวๆ ใต้สะดือ)

2.ส่งลมลงท้อง: เวลาหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ ให้รู้สึกว่ามือที่วางบนท้องค่อยๆ ขยายขยับดันออกมา โดยที่มือบนหน้าอกของคุณ ขยายตัวไปด้านหน้า ไม่ยกขึ้น

3.ปล่อยลมออกให้ยาว: เวลาหายใจออก ค่อยๆ ปล่อยลมออกทางจมูกช้าๆ ให้ท้องยุบลงตามธรรมชาติ (ลองฝึกให้จังหวะหายใจออก ยาวกว่าหายใจเข้าเล็กน้อย)


การฝึกหายใจลงท้องลึกๆ วันละ 5-10 นาที จะช่วยส่งสัญญาณไปบอกระบบประสาทให้สวิตช์เข้าสู่โหมด "พักผ่อนและฟื้นฟู" (Parasympathetic) ความเครียดจะลดลง สมองโล่งขึ้น นอนหลับได้สนิทขึ้น

และที่สำคัญ... กล้ามเนื้อคอบ่าของคุณจะได้พักสักที อาการปวดเรื้อรังที่แก้ไม่ตกก็จะค่อยๆ ดีขึ้นจากต้นตอครับ

ลองฝึกตามดูสัก 5 ลมหายใจตอนนี้เลยครับ แล้วรู้สึกอย่างไร คอมเมนต์บอกผมหน่อยนะครับ

ถ้าคิดว่าโพสต์นี้เป็นประโยชน์ ฝากแชร์ไปให้เพื่อนๆ สายออฟฟิศซินโดรมได้ลองทำตามกันดูนะครับ!

ครูหลง😄

01/07/2026

#ทบทวนความรู้ กล้ามเนื้อ Quadriceps femoris 😄

กล้ามเนื้อควอดริเซ็บ ฟีเมอริส (Quadriceps femoris muscle)

เป็นกล้ามเนื้ออีกหนึ่งกลุ่ม ที่ผู้ฝึกโยคะมักมีอาการเมื่อย ตอนยืนทำท่านักรบต่าง ๆ และจะใช้เยอะมาก ตอนยืนเหยียดขาตรงขนานพื้นในท่า ท่าอุตทิตา หัตถะ ปฎังกุสตาสนะ (Utthita Hatta Padangusthasana)

กล้ามเนื้อควอดริเซ็บที่แข็งแรง ที่จะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บ และป้องกันปัญหาข้อเข่าเสื่อม ตลอดจนการเดินที่มั่นคง

บทความนี้มารู้จักกับกล้ามเนื้อควอดริเซ็บ กันนะครับ

ควอดริเซ็บ (Quadriceps femoris muscle) เป็นกลุ่มกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ ที่ครอบคลุมอยู่ทางด้านหน้า และด้านข้างของต้นขา มีหน้าที่สำคัญคือช่วยในการ เหยียดขาตรง (knee extension) และรองรับแรงกระแทกที่ข้อเข่า

กล้ามเนื้อควอดริเซ็บ ประกอบด้วย 4 มัดหลักที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่

-เรกตัส ฟีเมอริส (Re**us Femoris) เป็นกล้ามเนื้อมัดที่อยู่ตรงกลางของต้นขา มีบทบาทสำคัญในการเหยียดเข่าและงอสะโพก

-วาสตัส แลเธอรัลลิส (Vastus Lateralis) อยู่ทางด้านข้างของต้นขา มีหน้าที่ช่วยเสริมความมั่นคงให้กับข้อเข่า

-วาสตัส มีเดียส (Vastus Medius) อยู่ทางด้านในของต้นขา และช่วยรักษาเสถียรภาพของลูกสะบ้า

-วาสตัส อินเทอมีเดียส (Vastus Intermedius) อยู่ลึกลงไปทางด้านหน้าของต้นขา ทำงานร่วมกับกล้ามเนื้ออื่น ๆ ในการเหยียดเข่า

กล้ามเนื้อทั้งหมดนี้ รวมกันเป็นเส้นเอ็นควอดริเซ็บ (Quadriceps Tendon) และยึดเข้ากับกระดูกสะบ้า ก่อนจะเชื่อมต่อไปยังกระดูกแข้งผ่าน เส้นเอ็นสะบ้า (Patellar Ligament)

หน้าที่การทำงานของ Quadriceps femoris muscle

กล้ามเนื้อควอดริเซ็บเป็นส่วนสำคัญของระบบกล้ามเนื้อที่ช่วยให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของข้อเข่าและสะโพก โดยมีหน้าที่หลักดังนี้

-ช่วยเหยียดเข่า (Knee Extension) เป็นหน้าที่หลักของควอดริเซ็บในการทำให้เข่าเหยียดตรงเมื่อเดิน วิ่ง หรือยืนขึ้นจากท่านั่ง
-ช่วยรักษาเสถียรภาพของข้อเข่า ช่วยป้องกันอาการข้อเข่าหลวม หรือการเคลื่อนที่ผิดปกติของลูกสะบ้า

-รองรับแรงกระแทก (Shock Absorption) ควอดริเซ็บช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการเดิน วิ่ง และกระโดด เพื่อลดความเครียดที่ข้อเข่า

-เสริมการทำงานของสะโพก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อเรกตัส ฟีเมอริส ที่มีบทบาทในการงอสะโพก ซึ่งช่วยให้การก้าวเดินมีความมั่นคง

-การบริหารกล้ามเนื้อควอดริเซ็บอย่างเหมาะสม สามารถช่วยป้องกันปัญหาข้อเข่าเสื่อม และลดโอกาสบาดเจ็บได้ในระยะยาว

ลักษณะของท่าโยคะที่ใช้กล้ามเนื้อ Quadriceps femoris แบบต่างๆ

-ท่าอุตทิตา หัตถะ ปฎังกุสตาสนะ (Utthita Hatta Padangusthasana) เป็นท่าโยคะที่ใช้งาน Quadriceps femoris แบบ Concentric Contraction (หดตัวแบบสั้นลง)

มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ Quadriceps femoris ในลักษณะของการหดตัว ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ในขณะเดียวกันยังช่วยยืดกล้ามเนื้อหลังขา (Hamstring) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อคู่ตรงข้าม ทำให้สมดุลของกล้ามเนื้อดีขึ้น

-ท่าอูฐ (Ustrasana) เป็นท่าโยคะที่ใช้งาน Quadriceps femoris แบบ Eccentric Contraction (หดตัวแบบยืดออก)

มีส่วนช่วยเพิ่มระยะการเคลื่อนไหวให้กล้ามเนื้อ Quadriceps femoris และช่วยให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยลดโอกาสบาดเจ็บที่เข่า

การออกกำลังกายโดยเน้นทั้ง Concentric Contraction และ Eccentric Contraction ผ่านท่าโยคะที่เหมาะสม สามารถช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ลดอาการตึง และป้องกันการบาดเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มีประโยชน์ขนาดนี้ เวลาทำท่านักรบไม่แอบเหยียดขา ตอนคุณครูหันหลังแล้วนะครับ

ครูหลง😄

29/06/2026

ขับรถเดินทางไกลทีไร ขับไปได้แค่ชั่วโมงสองชั่วโมง ก็เริ่มรู้สึกง่วงเพลีย สมองเบลอๆ แถมบ่ากับสะบักยังเกร็งค้าง จนต้องคอยยักไหล่ ขยับคอไปมาตลอดทาง

หลายคนคิดว่าตัวเองแค่นอนไม่พอ หรือเพราะถนนมันโล่งเลยชวนง่วง แต่จริงๆ แล้ว สาเหตุอาจมาจาก "ท่าทางและเบาะรถ" ที่กำลังขโมยพลังงานของคุณไปโดยไม่รู้ตัว


ลองสังเกตตัวเองดูนะครับ เวลาเราขับรถนานๆ ร่างกายเราจะเริ่มล้า แล้วเราก็นักจะปล่อยตัวตามสบาย ทรุดหลังลงไปกับเบาะ ทันทีที่หลังช่วงล่างเราโค้งตัว โครงสร้างส่วนบนจะค่อมตามทันที แขนที่ต้องเอื้อมไปจับพวงมาลัยจะดึงให้ไหล่ห่อและคอยื่นไปข้างหน้า

และเมื่อไหล่เราห่อและหลังเราค่อม ทรวงอกจะถูกบีบให้แคบลง ทำให้กระบังลมไม่สามารถขยายตัวได้อย่างเต็มที่ ผลที่ตามมาคือเราจะ "หายใจตื้นและสั้นลง" โดยอัตโนมัติ

เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง สมองจะเริ่มล้า ตาจะเริ่มปรือ และคุณจะรู้สึกง่วงนอนบ่อยขึ้น ทั้งที่เพิ่งขับมาได้ไม่ไกล แถมกล้ามเนื้อบ่าสะบักยังต้องเกร็งสู้เพื่อประคองแขนไว้ตลอดทาง ขับเสร็จถึงที่หมายแทนที่จะได้เที่ยวสนุก กลับเพลียจนอยากนอนสลบ


เพื่อไม่ให้การขับรถทางไกล ทำลายสุขภาพ และขโมยความสดชื่นของคุณไป ลองรีเซ็ตระเบียบร่างกายในรถง่ายๆ ด้วย 2 ขั้นตอนนี้ดูครับ:

ขั้นตอนที่ 1: รีเซ็ตเบาะรถ (Ergonomics Check)

-ปรับพนักพิงให้ตั้งตรงขึ้น: เลิกนอนขับรถครับ ปรับพนักพิงให้ชันขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้แผ่นหลังและสะบักแนบสนิท ได้รับการรองรับจากเบาะเต็มที่

-เช็กระยะพวงมาลัย: ลองเหยียดแขนตรงแล้ววางข้อมือไว้บนสุดของพวงมาลัย แผ่นหลังยังต้องติดเบาะอยู่นะครับ ถ้าวางได้พอดี แสดงว่าระยะห่างถูกต้อง เวลาขับจริงข้อศอกจะหย่อนลงได้เล็กน้อย ช่วยลดภาระกล้ามเนื้อไหล่ได้มาก

ขั้นตอนที่ 2: เปิดอก...เพิ่มออกซิเจน

-ในจังหวะที่รถติดไฟแดง หรือขับทางตรงยาวๆ ให้รู้สึกถึงกระดูกรองนั่งที่กดลงบนเบาะแน่นๆ ยืดกระดูกสันหลังให้ยาวขึ้น

-หมุนหัวไหล่ไปด้านหลังเบาๆ ให้สะบักแนบพนักพิง เปิดพื้นที่ทรวงอกให้กว้างขึ้น แล้วลองสูดหายใจเข้าลึกๆ ให้ลมลงไปถึงท้อง คุณจะรู้สึกตื่นตัวและสดชื่นขึ้น เพราะสมองได้รับออกซิเจนเต็มที่


การจัดระเบียบร่างกายตอนขับรถ ไม่ใช่แค่เรื่องบุคลิกภาพหรือแก้ปวดครับ แต่มันคือเรื่องของความปลอดภัย และช่วยให้เรามีพลังงานเหลือไปทำกิจกรรมสนุกๆ เมื่อถึงจุดหมายด้วยครับ

เดินทางไกลคราวหน้า ลองปรับเบาะตามนี้ดูนะครับ

ถ้าชอบคอนเทนต์นี้ ฝากกดแชร์ส่งต่อให้คนที่ต้องเดินทางไกล หรือเพื่อนๆ สายขับรถกันด้วยนะครับ!

ครูหลง😄

22/06/2026

เคยสังเกตไหมครับ... ทำไมแค่ไถโซเชียลเพลินๆ แปดเก้านาที พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที ทำไมมันปวดตื้อที่ท้ายทอย ลามไปจนถึงบ่าสะบักเหมือนไปแบกของหนักมา?

คุณไม่ได้คิดไปเองหรอกครับ และกล้ามเนื้อคุณก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น แต่มันกำลังทำหน้าที่ที่หนักเกินตัวอยู่ต่างหาก


รู้ไหมครับว่า หัวของคนเราหนักประมาณ 4-5 กิโลกรัม... อารมณ์พอๆ กับที่เราถือลูกโบว์ลิ่งไว้บนบ่า

ในท่าตั้งหัวตรง ร่างกายเราออกแบบโครงสร้างมากระจายน้ำหนักนี้ได้สบายๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราก้มลงไปมองจอโทรศัพท์ ยิ่งองศาต่ำลงเท่าไหร่ แรงกดที่กระดูกคอและกล้ามเนื้อด้านหลังจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จาก 4 กิโลกรัม อาจพุ่งสูงถึง 20-30 กิโลกรัมได้เลย!

ลองนึกภาพตามนะครับ... กล้ามเนื้อคอชิ้นเล็กๆ ของเรา ต้องคอยออกแรงดึง แบกน้ำหนักถังน้ำขนาดใหญ่เอาไว้ตลอดเวลาที่เราไถหน้าจอ ไม่แปลกเลย ที่มันจะประท้วงด้วยอาการตึง ร้าว และล้าจนแทบทนไม่ไหว ยืดเท่าไหร่ก็ไม่หาย เพราะพอกลับมาท่าเดิม มันก็ต้องแบกน้ำหนักเดิมทันที


ถ้าไม่อยากให้คอพังระยะยาว วันนี้ลองมาใช้ "ทริคเช็กและปรับระเบียบร่างกายสั้นๆ" ตอนใช้มือถือกันครับ ทำได้ทันทีไม่ต้องรอให้ปวด

1.เปลี่ยนระยะสายตา: แทนที่จะก้มหัวลงไปหาจอ ให้ลอง "ยกมือถือขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตา" แทนครับ (ถ้ารู้สึกเมื่อยแขน ให้ใช้ข้อศอกอีกข้างมาค้ำที่ซี่โครง หรือหาหมอนมารอง)

2.ยืดกระดูกสันหลังให้ยาว (Keep a Long Spine): จินตนาการว่ามีเส้นด้ายดึงกลางกระหม่อมของเราขึ้นไปหาเพดานเบาๆ ให้รู้สึกว่าคอด้านหลังยาวขึ้น โดยไม่ต้องเกร็งเก็บคางจนมากเกินไป

3.เช็กตำแหน่งหู: ลองสังเกตดูคร่าวๆ ว่าตอนนี้ หูของเรายื่นล้ำหน้าแนวไหล่ไปไกลไหม ถ้าล้ำไปเยอะ ให้ค่อยๆ เลื่อนศีรษะกลับมา ให้อยู่บนฐานของกระดูกสันหลังอย่างเป็นธรรมชาติ


ปรับวันละนิด สร้างความรับรู้ให้ร่างกาย (Body Awareness) บ่อยๆ คอของเราจะได้ไม่ต้องแบกน้ำหนักลูกโบว์ลิ่งฟรีๆ อีกต่อไป

ลองเช็กตัวเองตอนนี้เลย... ว่าก้มอยู่หรือเปล่า?

ถ้าคิดว่าโพสต์นี้มีประโยชน์ ฝากแชร์ไปเตือนเพื่อนๆ ที่ชอบก้มไถจอด้วยนะครับ!

ครูหลง😄

ต้องการให้ธุรกิจของคุณขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในหมวด ร้านเสริมสวย ที่ Chiang Mai หรือไม่?
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ

หมวดหมู่

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


เพียง 10นาที(3. 2 กม. ) จาก Central Frestival อยู่ในหมู่บ้าน รีเจ้นท์ 1 (ติดกับศูนย์ฮอนด้าสันทราย)
Chiang Mai
50210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:00

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Renew Studio lifestyle yoga โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

สมัครรับข่าวสาร

เราจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีความเคลื่อนไหวใน Chiang Mai