HR MUAY
เพจให้ความรู้เกี่ยวกับ HR
09/11/2025
📢 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568
เพิ่มสิทธิลาคลอด 120 วัน คู่สมรสลาได้ 15 วัน พร้อมรับค่าจ้าง เริ่มใช้ 7 ธันวาคม 2568 💙
กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการคุ้มครองแรงงานไทย ให้ทันต่อสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะสิทธิของลูกจ้างที่ตั้งครรภ์ คู่สมรส และผู้รับจ้างในภาครัฐที่ทำงานในรูปแบบ “เหมาบริการ”
💙 1. เพิ่มสิทธิลาคลอดบุตรเป็น 120 วัน
ลูกจ้างที่ตั้งครรภ์มีสิทธิ ลาคลอดได้ครรภ์ละไม่เกิน 120 วัน
จากเดิมที่กำหนดไว้ 98 วัน ตามกฎหมายเดิม (ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562)
ในระหว่างวันลาคลอด
นายจ้างต้อง จ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน เท่ากับวันทำงาน
แต่ ไม่เกิน 60 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด
การขยายสิทธินี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ตั้งครรภ์มีเวลาพักฟื้นและดูแลทารกได้มากขึ้น
ลดความเสี่ยงทางสุขภาพ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวแรงงาน
💙 2. เพิ่มสิทธิ “ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร”
หลังจากใช้สิทธิลาคลอดตามปกติแล้ว หากบุตร
มีภาวะเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน
มีความผิดปกติ หรือพิการ
ลูกจ้างสามารถ ลาต่อเนื่องได้อีกไม่เกิน 15 วัน
โดยจะได้รับ ค่าจ้างในอัตรา 50% ของค่าจ้างในวันทำงาน
และต้องแสดงใบรับรองแพทย์ประกอบการลา
ถือเป็นสิทธิ “ลาพิเศษ” สำหรับผู้ปกครองที่ต้องดูแลบุตรซึ่งต้องการความดูแลเป็นพิเศษ
💙 3. เพิ่มสิทธิให้ “คู่สมรส” สามารถลาได้
ลูกจ้างผู้เป็นคู่สมรสของผู้คลอดบุตร มีสิทธิ ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรได้ไม่เกิน 15 วัน
โดยสามารถใช้สิทธิก่อนคลอดหรือภายใน 90 วันนับจากวันคลอดก็ได้
และในช่วงวันลานี้ นายจ้างต้อง จ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน (100%)
เป็นครั้งแรกที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานไทยให้สิทธิ “คู่สมรส” โดยตรง
เพื่อให้มีส่วนร่วมในการดูแลครอบครัวในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต
💙 4. ขยายความคุ้มครองไปยัง “ผู้รับจ้างเหมาบริการภาครัฐ”
ถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของกฎหมายฉบับนี้
โดยกำหนดให้หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ
ที่จ้างบุคคลมาทำงานในลักษณะ “จ้างเหมาบริการ” ต้องจัดให้ผู้รับจ้างเหล่านั้นได้รับสิทธิพื้นฐาน เช่น
- ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
- วันหยุดประจำสัปดาห์
- วันหยุดตามประเพณี
- วันลาพักผ่อนประจำปี
- วันลาป่วย และวันลาคลอด
สิทธิเหล่านี้ต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
พร้อมทั้งกำหนดให้ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นอยู่ในเขตอำนาจของ “ศาลแรงงาน” เพื่อความเป็นธรรมในการพิจารณา
💙 5. ปรับปรุงกระบวนการ “ยื่นแบบแสดงสภาพการจ้าง”
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
ต้องยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานต่ออธิบดีภายในเดือนมกราคมของทุกปี
เพื่อปรับระบบการตรวจแรงงานให้สะดวกขึ้น ลดขั้นตอนและภาระเอกสาร
💙 6. เหตุผลในการตรากฎหมายฉบับนี้
ในหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติระบุว่า
“เพื่อยกระดับการคุ้มครองแรงงาน ผู้ตั้งครรภ์ คู่สมรส และผู้จ้างเหมาบริการ ให้มีความมั่นคงในการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
พร้อมทั้งปรับให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน
💙 วันที่มีผลบังคับใช้จริง
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 7 พฤศจิกายน 2568
➡️ มีผลบังคับใช้ผลตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568
07/08/2025
30/12/2024
ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรง พ.ศ. ๒๕๖๗
** นายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา33 นำส่งเงินสมทบร้อยละ3 ตั้งแต่เดือนตุลาคม2567-มีนาคม2568
** ผู้ประกันตนมาตรา 39 นำส่งเงินสมทบ 283 บาท ตั้งแต่เดือนตุลาคม2567-มีนาคม2568
** ในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2567
Download file : https://www.facebook.com/groups/hrthailand
29/12/2024
📣ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง
เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำฉบับที่ 13
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ✨
Download file >> https://www.facebook.com/groups/hrthailand/
#ประกาศค่าจ้างขั้นต่ำ #ฉบับที่13
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
19/35 ม. 3 ต. ห้วยกะปิ
Chon Buri
20000