BEE's HOME Products

BEE's HOME Products

แชร์

ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก BEE's HOME Products, สุขภาพ/ความงาม, Lamphun

Photos from BEE's HOME Products's post 13/01/2016

ขอขอบพระคุณ คุณกอบกุล จาก บริษัท ช้างเผือกการช่าง ที่ไว้วางใจเลือกชุดของขวัญน้ำผึ้งแท้ ให้กับคนพิเศษนะคะ

Photos from BEE's HOME Products's post 05/01/2016
Photos from BEE's HOME Products's post 05/01/2016

ชุดของขวัญน้ำผึ้งแท้ 100% กำลังเดินทางไป กทม. อีกครั้งนะคะ ... ขอขอบพระคุณ คุณจริญญา และ ดร.จีรานุช ที่ให้ความไว้วางใจเลือกเป็นของขวัญให้คนพิเศษมา ณ ที่นี้ด้วยค่า

Photos from BEE's HOME Products's post 03/01/2016

วันนี้จัดส่งชุดของขวัญน้ำผึ้งแท้ จำนวน 10 ชุด ... ขอขอบคุณ คุณปุ๊ จากบริษัท ช้างเผือกการช่าง ที่ให้ความไว้วางใจ มา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ

Photos from BEE's HOME Products's post 28/12/2015

วันนี้ส่งของให้ลูกค้าที่น่ารักอีกแล้วจ้า ขอบคุณมากๆๆๆ เลยนะคะ

Photos from BEE's HOME Products's post 26/12/2015

ชุดของขวัญน้ำผึ้ง (โปรโมชั่น ฟรี!!! ค่าจัดส่งแบบ EMS)

เพียงคุณส่งที่อยู่คนพิเศษของคุณ พร้อมโอนเงิน เราจะจัดส่งชุดของขวัญ ให้คนพิเศษของคุณถึงหน้าบ้าน... คุณไม่ต้องเสียเวลาขับรถไปหาซื้อ ไม่ต้องจัดห่อ ไม่ต้องไปส่งของเอง เรายินดีบริการให้คุณค่ะ

25/12/2015

น้ำผึ้งที่หวานๆ ... มีน้ำตาลชนิดไหนอยู่บ้าง??

ในน้ำผึ้ง 100 กรัม (3.5 ออนซ์) ให้พลังงาน 1270 กิโลจูล หรือ 300 กิโลแคลลอรี่ (USDA., 2008)

น้ำผึ้ง เป็นของเหลวรสหวานซึ่งผึ้งได้มาจากน้ำหวานของดอกไม้หรือจากส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นไม้ แล้วสะสมไว้ในรังผึ้ง (มอก., 2526)

ส่วนประกอบหลักในน้ำผึ้ง
... มีน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (โมโนแซ็กคาไรด์) เช่น กลูโคส ฟรักโทส ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลัก คิดเป็นประมาณร้อยละ 80-85 และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้น้ำผึ้งมีรสหวานซึ่งสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่จะใช้น้ำตาลกลุ่มนี้ในการสร้างพลังงาน
... น้ำตาลโมเลกุลคู่ (ไดแซ็กคาไรด์) เช่น มอลโตส และซูโครส (มาตรฐานกำหนดให้น้ำผึ้งแท้มีซูโครสไม่เกินร้อยละ 5 ของน้ำหนัก)
... น้ำตาลอื่นๆ เช่น ไตรแซ็กคาไรด์ และโอลิโกแซ็กคาไรด์มีในปริมาณน้อย (โยษิตา, 2552)

*** น้ำผึ้งที่ได้จากการเอาน้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลปึก หรือน้ำตาลสังเคราะห์อื่นๆ ไปละลายน้ำแล้วให้ผึ้งกินไม่ถือว่าเป็นน้ำผึ้งที่ได้จากธรรมชาติ ดังนั้นในน้ำผึ้งแท้บริสุทธิ์จึงต้องมีข้อกำหนดว่าจะมีน้ำตาลซูโครสได้เพียงไม่เกินร้อยละ 5-8 โดยน้ำหนัก น้ำผึ้งที่มีปริมาณน้ำตาลซูโครสสูงกว่านี้ ถือว่าเป็นน้ำผึ้งผสมน้ำเชื่อมซึ่งไม่ใช่น้ำผึ้งบริสุทธิ์ (นาวี, 2550)

ส่วนสารอื่นๆ ที่มีประโยชน์ในน้ำผึ้ง จะกล่าวถึงในคราวต่อไปนะคะ

Photos 24/12/2015

น้ำผึ้งของชำร่วย นอกจากจะเป็นสิริมงคลแก่ผู้ให้ ยังมีประโยชน์มากมายเหลือคณานับ แก่ผู้รับด้วยนะคะ สนใจติดต่อได้ค่า

24/12/2015

น้ำผึ้งที่เรากินกัน มีคุณประโยชน์ทั้งทางด้านโภชนาการและคุณค่าทางยารักษาโรค

ที่หวานๆ เพราะมีน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวเป็นองค์ประกอบหลัก

นอกจากนั้นยังมีกรดอะมิโนและกรดไขมัน, แร่ธาตุ, เอนไซม์, วิตามิน ซึ่งมีหลากหลายชนิดมากกกก

ส่วนจะมีชนิดไหนบ้างนั้น เดี๋ยวจะกลับมาแจกแจงให้ฟังนะคะ

Photos 05/07/2013
28/04/2013

10 เมนูเพื่อสุขภาพฟันที่ดี (APPEAL)

การเลือกรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ส่งผลให้ฟันของคุณเริ่ดหรือร่วงได้ เพราะฉะนั้น เราเลยขอหยิบยกประเด็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพฟันของคุณ ๆ มาฝากกัน กับ 10 อาหารคู่ฟันสวย

1. ชาเขียว

ชาเขียวเป็นอีกเครื่องดื่มหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ถ้าจะให้ดีควรเลือกดื่มชาเขียวที่ไม่มีน้ำตาลเท่านั้น เพราะในชาเขียวจะมีสารคาเทซินที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากและขจัดคราบหินปูนได้…อีกทั้งชาเขียวยังช่วยลดกลิ่นปากได้อีกด้วย

2. ขึ้นฉ่าย

อาหารกลิ่นฉุน ๆ แบบนี้ ใครจะรู้ว่าเป็นอาหารเพื่อฟันสวย ที่สามารถช่วยป้องกันฟันผุได้ถึงสองทางเลยทีเดียว คือ ช่วยเร่งให้ร่างกายผลิตน้ำลายมากขึ้นเพื่อช่วยลดแบคทีเรียในช่องปาก สองคือ ผักที่มีความกรอบจะช่วยนวดเหงือก ลดอาการเหงือกอักเสบ แถมยังทำความสะอาดตามช่องฟันอีกด้วย

3. ชีส

ชีสอาจจะดูเป็นเมนูอ้วนสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าชีสจะช่วยเร่งการผลิตน้ำลายเพื่อช่วยป้องกันฟันผุ โดยในชีสชนิดไฮแคลเซียมอุดมไปด้วยฟอสเฟต ที่ช่วยสร้างค่า pH ในปาก รวมทั้งสร้างสารเคลือบฟันด้วย

4. กีวี

อย่างที่รู้กันว่า ถ้าเกิดมีเลือดออกตามไรฟัน ให้กินวิตามินซีเยอะ ๆ ดังนั้น กีวีถือเป็นอาหารเพื่อฟันสวย ที่มีวิตามินซีเยอะที่สุดเลยทีเดียว

5. หัวหอม

มีการวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1997 พบว่า หัวหอมสามารถฆ่าแบคทีเรียหลายชนิดในช่องปากได้ ที่สำคัญควรกินหัวหอมสด จะทำให้ได้ผลดีกว่า แต่แน่นอนว่าการกินหัวหอมย่อมมีปัญหาเรื่องกลิ่นปากตามมา แต่มีผู้รู้แนะนำว่า ลองกินกับผักชีฝรั่ง (parsley) จะช่วยลดกลิ่นแรง ๆ ของหัวหอมลงได้

6. งา

งาเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เรามักนำมาใช้ประกอบอาหาร หรือแม้แต่นำมาผสมกับเครื่องดื่มก็อร่อยไม่กัน งาเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งจะช่วยให้ฟันแข็งแรง กินบ่อย ๆ ฟันแข็งแรงแน่นอน

7. น้ำดื่ม

การดื่มน้ำนอกจากจะช่วยในการดับกระหายแล้ว น้ำยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในปาก แถมยังชำระล้างแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากของเรา และยังเร่งให้ร่างกายผลิตน้ำลายเพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

8. วาซาบิ

อาหารรสซ่าที่มักเป็นที่ถูกอกถูกใจคออาหารญี่ปุ่น ส่วนคนทั่วไปแค่ได้ยินชื่อของมันก็ฉุนจมูกแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าอาหารเพื่อฟันสวยนั้นก็คือเจ้าวาซาบินี่แหละ เพราะมันมีสรรพคุณช่วยยับยั้งการสะสมของแบคทีเรียได้ด้วย

9. สะระแหน่

สะระแหน่เป็นผักที่ใช้ในการประกอบอาหารในหลาย ๆ เมนู ซึ่งกลิ่นหอม ๆ ของสะระแหน่นี่แหละที่สามารถลดกลิ่นปากแรง ๆ ของเราได้ นอกจากนี้สะระแหน่ยังมีสาร Monoterpenes ซึ่งจะซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ปอดผลิตอากาศได้ดีขึ้นอีกด้วย

10. เห็ดชิตาเกะ

เห็ดชิตาเกะชื่ออาจจะฟังแล้วไม่ค่อยชินหูเท่าไหร่ แต่มีการวิจัยพบว่าเห็ดชิตาเกะมีน้ำตาลชื่อ Lentinan ที่ช่วยป้องกันแบคทีเรีย ซึ่งจะไปสร้างคราบหินปูนที่ฟันของเรา รู้อย่างนี้แล้วต้องลองไปหากินดูกัน เพื่อสุขภาพฟันที่แข็งแรงจะได้อยู่กับเราไปยาวนานนั่นเอง

ที่มา : http://health.kapook.com

Photos 26/04/2013

เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต น้ำส้มสายชูหมักจากสับปะรด

เทคโนโลยีในการผลิตน้ำส้มสายชูหมักจากสับปะรดภูแล แสดงรายละเอียดการผลิตในภาพที่ 1 และรายละเอียดกระบวนการผลิต สรุปได้ ดังนี้

วัตถุดิบ
วัตถุดิบที่ใช้ผลิตน้ำหมัก/น้ำส้มสายชูหมักจากสับปะรดภูแลที่สำคัญได้แก่ สับปะรดภูแล น้ำตาล น้ำ เชื้อยีสต์ Saccharomyces cerevisiae และเชื้อแบคทีเรีย Acetobacter โดยสับปะรด ภูแล จะให้ผลผลิตมากในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม

จากสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและการผลิต ปริมาณความต้องการใช้สับปะรดภูแลเพื่อทำการผลิต ในปีเริ่มต้นโครงการจะมีประมาณ 14.12 ตัน
กระบวนการผลิต มี 2 ขั้นตอนที่สำคัญ คือ
1. การหมักน้ำตาลที่มีอยู่ในน้ำสับปะรดภูแลให้เป็นเอทานอล (แอลกอฮอล์) โดยเชื้อยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ซึ่งเป็นกระบวนการหมักแบบไม่ใช้อากาศ
2. การเปลี่ยนแอลกอฮอล์ที่ได้จากกระบวนการหมักในขั้นตอนที่ 1 ให้เป็นกรดอะซิติก โดยใช้เชื้อแบคทีเรีย Acetobacter ทำการหมักในสภาพมีอากาศ



ขั้นตอนการผลิต ประกอบด้วย
1. นำสับปะรดภูแลมาล้างทำความสะอาดและปอกเปลือกทิ้ง
2. นำเนื้อสับปะรดภูแลมาคั้นน้ำด้วยเครื่องคั้นน้ำผลไม้ ได้เป็นน้ำสับปะรดภูแล
3. ฆ่าเชื้อด้วยความร้อนแบบ Pasteurization และปรับความเข้มข้นของน้ำสับปะรดด้วยน้ำตาล ให้มีความเข้มข้นประมาณ 20 Brix ทิ้งไว้ให้เย็น
4. เติมเชื้อยีสต์ Saccharomyces cerevisiae เพื่อให้เกิดการหมักน้ำสับปะรดจนได้เป็น แอลกอฮอล์ ใช้เวลาประมาณ 7 วัน ในสภาวะไร้อากาศ
5. กรองยีสต์ออกและเติมเชื้อแบคทีเรีย Acetobacter เพื่อให้เกิดการหมักแอลกอฮอล์จนได้เป็นกรดอะซิติกใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน (Hi speed Agitation) ในสภาพมีอากาศ
6. กรองเชื้อแบคทีเรียออกและบ่ม (วิธีธรรมชาติใช้เวลานาน) หรือกรองให้ใส (ใช้เครื่องกรองหรือใช้สารเคมีที่ช่วยให้ใสซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการทำให้ใส)
7. ฆ่าเชื้อด้วยความร้อนแบบ Pasteurization และบรรจุขวดรอจำหน่าย

ที่มา : http://www2.oie.go.th/vc-pineapple/index.php/technology/tn06

ต้องการให้ธุรกิจของคุณขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในหมวด ร้านเสริมสวย ที่ Lamphun หรือไม่?
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ

หมวดหมู่

ทีมเชฟ

การแต่งกาย

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Lamphun
51130

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ BEE's HOME Products โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

สมัครรับข่าวสาร

เราจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีความเคลื่อนไหวใน Lamphun