RAONA Global Beauty
เรโอน่า โกลบอลบิวตี้ ความงามหรูหรา คุณภาพระดับโลก Glow with confidence, beauty beyond borders.
สิวไม่หายสักที…เพราะคุณอาจยัง “ทำสิ่งนี้อยู่” โดยไม่รู้ตัว 😖
ล้างหน้าแรงเกินไป ใช้โฟมที่ทำให้ผิวแห้งตึง
หรือแตะหน้าบ่อย ๆ ด้วยมือที่ไม่สะอาด
รวมถึง “นอนดึก–กินของทอด–ไม่ล้างเมคอัพให้เกลี้ยง”
ทุกอย่างนี้คือศัตรูตัวร้ายของผิวที่ทำให้สิวไม่ยอมหายสักที 💥
อยากให้ผิวกลับมาเรียบใส เริ่มจากปรับพฤติกรรมง่าย ๆ
✔️ ล้างหน้าเบา ๆ วันละ 2 ครั้ง
✔️ ใช้สกินแคร์สูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์
✔️ พักผ่อนให้พอ ดื่มน้ำเยอะ ๆ
แค่เปลี่ยนเล็ก ๆ แต่ผลลัพธ์ใหญ่กับผิวมากนะ 💧✨
#สิวไม่หายสักที #ผิวเป็นสิวต้องอ่าน #สกินแคร์สำหรับผิวเป็นสิว #ดูแลผิวให้ถูกวิธี
Niacinamide (ไนอะซินาไมด์) เป็นวิตามินบี 3 ช่วยให้ผิวแข็งแรง ลดรอยดำ รอยสิว และคุมมัน
แต่พอเข้มข้นสูงอย่าง 10% ขึ้นไป จะต้องระวังเวลานำไป “เลเยอร์” กับสารบางชนิด เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองง่ายขึ้น 💥
🚫 1️⃣ ห้ามใช้คู่กับ Vitamin C (ถ้าเป็นสูตรแรง)
สองตัวนี้ “ทำงานดีเหมือนกัน” ในการลดรอย แต่ถ้าใช้พร้อมกันโดยไม่แยกเวลา
อาจทำให้เกิด การระคายเคือง หรือผิวร้อนแดง ได้ โดยเฉพาะถ้าเป็น
• Vitamin C บริสุทธิ์ (L-Ascorbic Acid)
• หรือ Niacinamide ที่เข้มข้นกว่า 10%
💡 วิธีใช้ที่ถูก:
ใช้ Vitamin C ตอนเช้า (ช่วยกันแดด + ลดรอย)
ใช้ Niacinamide ตอนกลางคืน (ฟื้นฟูผิว + คุมมัน)
⚠️ 2️⃣ ห้ามใช้คู่กับกรดผลไม้แรง ๆ (AHA, BHA, PHA)
เพราะกรดจะทำให้ค่า pH ของผิว “ต่ำลง”
แต่ Niacinamide จะทำงานดีในสภาพผิว “pH เป็นกลาง”
เมื่อใช้พร้อมกัน ผิวจะเกิดอาการ “แสบ คัน หรือแดง”
💡 วิธีใช้ที่ถูก:
ใช้กรดผลไม้ก่อนนอนวันเว้นวัน หรือสลับคืนกับ Niacinamide
⚠️ 3️⃣ หลีกเลี่ยงใช้คู่กับ Retinol (สำหรับผิวบอบบาง)
จริง ๆ แล้วใช้ได้ แต่ถ้าผิวแพ้ง่ายควรระวัง เพราะทั้งคู่ช่วยผลัดเซลล์ผิว
เมื่อใช้พร้อมกันอาจทำให้ “ผิวแห้งและลอก” ได้
💡 วิธีใช้ที่ถูก:
ใช้ Niacinamide ตอนเช้า และ Retinol ตอนกลางคืน
หรือใช้ Niacinamide ก่อน Retinol เพื่อช่วยลดการระคายเคือง
#วิตามินบี3 #สกินแคร์ผิวแพ้ง่าย #ลดรอยสิว #ห้ามใช้คู่กัน
อายุการใช้งานของเครื่องสำอางแต่ละประเภท – ใช้นานเกินไปอันตรายจริง!
หลายคนไม่รู้ว่าเครื่องสำอาง “มีวันหมดอายุหลังเปิดใช้ (PAO)”
และถ้าใช้เกินกำหนด อาจทำให้เกิดสิว อักเสบ หรือแพ้ได้
นี่คืออายุการใช้งานที่ควรรู้:✔ สกินแคร์ (Toner / Serum / Moisturizer)
6–12 เดือนหลังเปิด
ส่วนใหญ่มีน้ำเป็นส่วนผสม → เสี่ยงเสียเร็ว✔ รองพื้น / คุชชั่น
• รองพื้น: 6–12 เดือน
• คุชชั่น: 6 เดือน (เพราะเป็นฟองน้ำ เก็บเชื้อได้ง่าย)✔ มาสคาร่า
3 เดือน — ตัวที่หมดอายุเร็วที่สุด
เพราะเป็นของเหลวใกล้ดวงตาและเปิด–ปิดบ่อย✔ ลิปสติก
12–18 เดือน
ถ้ากลิ่นเปลี่ยน ให้หยุดใช้ทันที✔ แป้งพัฟ / แป้งฝุ่น
12–24 เดือน
เป็นแบบแห้ง เลยอยู่ได้นานกว่าแบบครีม✔ อายแชโดว์ / บลัชออน
12–24 เดือน
แต่ควรปิดฝาและเก็บให้แห้งเสมอ✔ ดินสอเขียนคิ้ว / อายไลเนอร์แบบดินสอ
ประมาณ 12 เดือน⭐ จุดสำคัญ: ดูสัญลักษณ์ PAO
สัญลักษณ์รูป “กระปุกเปิด” + ตัวเลข เช่น
6M / 12M / 24M = อยู่ได้หลังเปิดกี่เดือน
รู้ไว้ก่อนใช้ ผิวจะได้ปลอดภัยและสวยแบบยั่งยืนค่ะ ✨
#อายุเครื่องสำอางค์
#หมดอายุแล้วอย่าใช้
#เครื่องสำอางค์ต้องรู้
#ความรู้เครื่องสำอางค์
หลายคนถามว่า “ทาสกินแคร์เสร็จแล้ว แต่งหน้าได้เลยไหม?”
คำตอบคือ — ได้ค่ะ แต่ควร “เว้นเวลาให้สกินแคร์เซ็ตตัวก่อน” ประมาณ 5–10 นาที
เพื่อให้เนื้อครีมซึมเข้าผิว ไม่ผสมกับรองพื้นจนเป็นคราบ 🧴✨
💡 1️⃣ ทำไมต้องเว้นเวลา?
เพราะสกินแคร์มี “เนื้อสัมผัสต่างกัน” เช่น เซรั่มบาง ครีมเข้มข้น หรือกันแดด
ถ้ารีบทาเมคอัพทับตอนที่ผิวยังชื้น
รองพื้นจะจับตัวกับครีม กลายเป็น “คราบหลุดเป็นขุย” ได้ง่าย 😭
🧴 2️⃣ เว้นเวลาเท่าไหร่ดี? (ตามแต่ละขั้นตอน)ขั้นตอนเวลาที่ควรเว้นหมายเหตุหลังทา Toner / Essence1–2 นาทีให้ซึมก่อนลงเซรั่มหลังทา Serum / Ampoule2–3 นาทีรอจนผิวไม่เหนียวหลังทา Moisturizer5 นาทีถ้าผิวมันให้ซับเบา ๆ ก่อนแต่งหน้าหลังทาครีมกันแดด5–10 นาทีขั้นตอนสำคัญสุด! ต้องรอให้กันแดดเซ็ตตัวก่อนลงรองพื้น
💄 3️⃣ เคล็ดลับให้เมคอัพติดทน
• ใช้ทิชชู่ซับผิวเบา ๆ ก่อนแต่งหน้า
• เลือกไพรเมอร์ให้เหมาะกับสภาพผิว (คุมมัน / เติมความชุ่มชื้น)
• แตะรองพื้นบาง ๆ ทีละชั้น แทนการลงหนาทีเดียว
💬 สรุปสั้น ๆ:เว้นเวลาแต่ละขั้นตอนแค่ไม่กี่นาที แต่ช่วยให้ “ผิวเรียบ เมคอัพติดแน่น” ทั้งวัน 💕
เพราะผิวที่พร้อม = เมคอัพที่สวย!
#สกินแคร์ก่อนแต่งหน้า #เมคอัพติดทน
#ผิวพร้อมเมคอัพสวย #แต่งหน้าไม่เป็นคราบ #กันแดดก่อนแต่งหน้า
เห็นครีมออกใหม่แล้วอยากลองเลย? เดี๋ยวก่อน! 😳
ก่อนจะซื้อสกินแคร์หรือครีมบำรุงตัวใหม่ ควรเช็กให้แน่ใจว่า “ปลอดภัย เหมาะกับผิวเรา” ไม่ใช่แค่ตามกระแสเท่านั้น
นี่คือ 5 เช็กลิสต์ง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณเลือกครีมได้แบบมือโปร 🩵
✅ 1. เช็ก “ส่วนผสม (Ingredients)” ก่อนเสมอ
อ่านฉลากด้านหลังขวดทุกครั้ง!
หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ทำให้แพ้ง่าย เช่น แอลกอฮอล์, น้ำหอม, พาราเบน
โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนผิวแพ้ง่าย ควรเลือกครีมที่ระบุว่า “Fragrance-Free / Alcohol-Free”
✅ 2. เช็ก “วันหมดอายุ (EXP)” และ “เลขที่จดแจ้ง อย.”
อย่ามองข้ามเด็ดขาด
ครีมหมดอายุหรือไม่มีเลข อย. อาจก่อให้เกิดผื่นหรือสิวอุดตันได้
ถ้ามีเลขที่จดแจ้ง อย. ให้ลองนำไปค้นในเว็บไซต์ของ อย. เพื่อความมั่นใจ
✅ 3. เช็ก “เนื้อสัมผัสและกลิ่น” ก่อนใช้จริง
ถ้ามีเทสเตอร์ ให้ลองทาบริเวณท้องแขนหรือหลังหู
เนื้อครีมที่ดีควรเกลี่ยง่าย ไม่มีกลิ่นแรงเกินไป และไม่เหนอะหนะจนเกินไป
✅ 4. เช็ก “รีวิวจากผู้ใช้จริง”
ดูรีวิวจากหลายแหล่ง ไม่ใช่เฉพาะโฆษณา
รีวิวจากผู้ใช้จริงจะช่วยให้รู้ว่าเหมาะกับสภาพผิวแบบไหน
และดูผลลัพธ์หลังใช้จริงมากกว่าคำเคลม
✅ 5. เช็ก “ความเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง”
ผิวมัน – เลือกเนื้อเจลบางเบา
ผิวแห้ง – เลือกครีมเข้มข้น
ผิวแพ้ง่าย – เลือกสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม
รู้จักผิวตัวเองก่อนเลือก จะช่วยลดปัญหาผิวพังได้เยอะมาก!
💬 สรุปสั้น ๆ:ครีมดีไม่จำเป็นต้องแพง แต่ต้อง “ปลอดภัย เหมาะกับผิว และผ่านการตรวจสอบ”
เช็กครบ 5 ข้อนี้ก่อนซื้อ ผิวจะขอบคุณคุณแน่นอน 💕
#เช็กครีมก่อนซื้อ
#สกินแคร์ผิวแพ้ง่าย #ครีมปลอดภัย #เช็กครีมก่อนซื้อ
#สกินแคร์ผิวแพ้ง่าย #ครีมปลอดภัย
#เลือกครีมให้เหมาะผิว
“ใครจะคิดว่า ‘เมล็ดขิง’ จะช่วยเรื่องฝ้า กระ รอยดำได้ดีขนาดนี้ เพราะในสารสกัด Alpinia katsumadai มี Cardamonin ที่งานวิจัยบอกว่าช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีได้ตั้งแต่ต้นทาง ทั้งลดการทำงานไทโรซิเนส และลดการอักเสบที่ทำให้เกิดรอยคล้ำซ้ำ ๆ ผิวเลยดูสว่างใสขึ้นแบบไม่ระคายเคือง เหมาะกับคนที่อยากฟื้นฟูผิวให้กลับมาสม่ำเสมออย่างอ่อนโยน 🌿✨ #ลดฝ้า #ลดรอยดำ #สกินแคร์ผิวใส #ไวท์เทนนิ่ง
การใช้ Eye Cream ให้ได้ผลจริง – ไม่เสียของ ไม่เสียเวลา
หลายคนบอกว่าใช้อายครีมแล้ว “ไม่เห็นผล”
แต่จริง ๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ครีมเสมอไป
แต่อยู่ที่ วิธีใช้
ลองเช็กตามนี้:
✔ 1) ทาหลังสกินแคร์ที่เนื้อบางที่สุด
เหตุผล: ผิวใต้ตาบางมาก
ถ้าทาหลังครีมข้น ครีมจะซึมผ่านได้ยาก
ลำดับที่ถูกต้อง:
Toner → Serum → Eye Cream → Moisturizer
✔ 2) ใช้ปริมาณพอดี (เมล็ดถั่วเขียว)
ใช้เยอะเกิน =
• เป็นคราบ
• แพ้
• มันจนเมคอัพไม่ติด
ใช้พอดีคือดีที่สุด
✔ 3) ใช้นิ้วนางแตะเบา ๆ
นิ้วนางออกแรงเบานิ้วอื่น
ช่วยป้องกันการยืดผิว → ลดริ้วรอยในอนาคต
✔ 4) ทาบริเวณ “โหนกกระดูกตา”
อายครีมมีการซึมและกระจายตัวตามธรรมชาติ
ไม่ต้องทาชิดขอบตาเสมอไป
ทาบริเวณรอบ ๆ โหนกกระดูกจะปลอดภัยและได้ผลที่สุด
✔ 5) ใช้สม่ำเสมอ 2–4 สัปดาห์
อายครีม = ต้องใช้ “ต่อเนื่อง”
เพราะรอยคล้ำ/รอยย่นต้องใช้เวลา
✔ 6) เลือกส่วนผสมตามปัญหา
• รอยคล้ำ: Vitamin C / Niacinamide / Vitamin K
• ริ้วรอย: Peptide / Retinol (สูตรอ่อน)
• บวม: Caffeine
• แห้งลอก: Ceramide / Hyaluronic Acid
✔ สรุป
อายครีมเห็นผลจริงถ้าใช้ถูกวิธี:
✨ ลงหลังสกินแคร์บาง
✨ ใช้ปริมาณพอดี
✨ แตะเบา ๆ
✨ ทาที่โหนกกระดูก
✨ ใช้สม่ำเสมอ
ใต้ตาจะดูสดใสและฟูขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์แน่นอน!
#อายครีมใช้ยังไง #ใต้ตาคล้ำ #ลดริ้วรอยรอบดวงตา #ผิวรอบดวงตา
สิวขึ้นเพราะเครียดจริงไหม? คำตอบคือ “จริงมาก” และมีงานวิจัยยืนยัน
หลายคนเข้าใจว่าความเครียดมีผลแค่กับอารมณ์
แต่จริง ๆ แล้ว ความเครียดมีผลต่อผิวโดยตรง และเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นให้สิวขึ้นหนักขึ้นกว่าเดิม
มาดูว่าทำไมความเครียดถึงทำให้สิวขึ้น:
✔ 1. ฮอร์โมน Cortisol ทำให้ผิวมันเยอะกว่าปกติ
เมื่อเราเครียด ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมน Cortisol
ซึ่งกระตุ้นให้
• ต่อมไขมันทำงานหนัก
• ผิวมันมากขึ้น
• เกิดการอุดตันง่ายขึ้น
→ สรุปคือ “เครียด = น้ำมันเยอะ = สิวมาแน่นอน”
✔ 2. เครียดทำให้ผิวซ่อมแซมตัวเองช้า
ผิวที่เครียดมีการฟื้นตัวลดลง
รอยสิว แผลสิว หรือผิวอักเสบ
จะใช้เวลาหายช้ากว่าปกติ 30–50%
✔ 3. คนเครียดมีพฤติกรรมทำให้สิวแย่ลงแบบไม่รู้ตัว
เช่น
• นอนดึก
• ลูบหน้าบ่อย
• กินหวานมากขึ้น
• ดื่มน้ำน้อย
• ไม่อยากล้างหน้าเพราะหมดแรง
ทั้งหมดเป็นตัวกระตุ้นสิวโดยตรง
✔ 4. เครียดหนัก = สิวอักเสบง่ายขึ้น
ความเครียดเพิ่มการอักเสบในร่างกาย
ทำให้สิวที่เดิมเป็นแค่เม็ดเล็ก ๆ กลายเป็นสิวอักเสบได้ง่ายกว่าเดิม
✔ วิธีแก้ “สิวจากความเครียด”
• พักผ่อนให้พอ
• ดื่มน้ำ
• ใช้สกินแคร์ลดอักเสบ เช่น B5, Centella, Niacinamide
• ลดน้ำมันส่วนเกินด้วยโฟมอ่อนโยน
• ลดหวาน/นมถ้าสิวขึ้นบ่อยเวลาเครียด
• ฝึกหายใจลึก 1–3 นาทีตอนรู้สึกตึงเครียด
ไม่ต้องทำครบทุกข้อ แค่ทำบางข้อก็เห็นผลแล้ว
✔ สรุป
สิวขึ้นเพราะเครียด = จริง!
เพราะฮอร์โมนทำงานผิดปกติ ผิวมันขึ้น อุดตันง่าย และฟื้นตัวช้า
ถ้าอยากให้ผิวดี—ต้องเริ่มจากจัดการความเครียดก่อนเลยค่ะ 🧘🏻♀️💛
#สิวเพราะเครียด
#สิวขึ้นทำไงดี
#จัดการความเครียด
#ผิวมันเพราะเครียด
#เครียดแล้วสิวขึ้น
หลายคนเลือกสกินแคร์จากชื่อสารดัง
แต่จริงๆ แล้ว สิ่งสำคัญคือ “โครงสร้างสูตร” และการทำงานร่วมกันของสารแต่ละกลุ่ม
Humectant ช่วยดึงน้ำ
Emollient ทำให้ผิวดูนุ่ม
Active Ingredient ถูกออกแบบให้เหมาะกับผิวในระดับที่ต่างกัน
เรโอน่าเลยอยากพาเข้าใจสกินแคร์แบบวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ใน 1 นาที
เพราะผิวที่ดูดี เริ่มจากความเข้าใจที่ถูกต้อง
#สกินแคร์มือใหม่ #สกินแคร์ #ความรู้สกินแคร์
ใช้เซรั่มกี่หยดถึงจะพอดีผิวหน้า? ไม่เหนอะ ไม่มัน ไม่อุดตัน
หลายคนเข้าใจผิดว่าใช้เซรั่มเยอะ = ได้ผลเร็ว
แต่จริง ๆ แล้ว ผิวรับได้แค่ปริมาณหนึ่งเท่านั้น
ถ้าเกิน ผิวจะเหนียว–หนัก และบางที “ซึมไม่หมดจนเป็นสิวอุดตัน”
นี่คือปริมาณที่เหมาะสมที่สุดตามชนิดเนื้อเซรั่ม:
✔ ปริมาณเซรั่มมาตรฐาน
2–3 หยด = พอดีสำหรับผิวหน้า 1 ครั้ง
ซึมง่าย ไม่อุดตัน ไม่หนักเกินไป
✔ ถ้าเซรั่มเนื้อน้ำบาง (HA, น้ำตบเซรั่ม)
ใช้ 3–4 หยด ได้ เพราะซึมเร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะ
✔ ถ้าเซรั่มเนื้อข้น (Vitamin C แบบครีม, Retinol, Ceramide)
ใช้ 1–2 หยด ก็เพียงพอ
เนื้อข้นทำให้เกลี่ยได้ทั่ว แม้ใช้ปริมาณน้อย
✔ เคล็ดลับการทาให้เห็นผล
• ทาเซรั่มตอนผิว “ชื้นนิด ๆ” ซึมเร็วกว่า
• ตบเบา ๆ ให้ซึม ไม่ต้องถู
• ถ้ามีหลายตัว ให้ทาตามความ “บาง → ข้น”
• ถ้าผิวมันง่าย ให้ลดเหลือ 1–2 หยดทุกสูตร
✔ สรุป
ปริมาณเซรั่มที่พอดี = น้อย แต่สม่ำเสมอ
ทาเช้า–ก่อนนอนแบบถูกวิธี ผิวเห็นผลเร็วขึ้นจริง!
#ใช้เซรั่มกี่หยด
#ปริมาณสกินแคร์
#สกินแคร์มือใหม่
#ใช้สกินแคร์ให้ถูก
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
เว็บไซต์
ที่อยู่
999/173
Nakhon Sawan
60000
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ RAONA Global Beauty โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ