wafapapaifit
ต้องการนำเสนอวิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้องให้แก่ผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพ
การเล่นแบดมินตัน ช่วยเรื่องใดได้บ้าง👇🏻👇🏻👇🏻👇🏻
ลดน้ำหนัก
การตีแบดจะใช้กล้ามเนื้อหลายส่วน ประมาณกันว่าเล่น 1 ชั่วโมงจะใช้พลังงาน 300 – 450 แคลอรี่ และถ้าเราเล่นเป็นประจำ สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 4 กิโลกรัมใน 1 เดือนเชียว
กระชับกล้ามเนื้อ ฟิตหุ่นเฟิร์ม
ไม่ว่าจะเป็นลูกตบ ลูกหยอด หรือวิ่งรับลูก เป็นการบริหารทั้งเส้นเอ็น กล้ามเนื้อลำตัว แขน ขา น่อง สะโพก ถ้าอยากลดพุง หุ่นเฟิร์ม เล่นแบดช่วยได้
ช่วยให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น ลดน้ำตาลและคลอเรสเตอรอล
การตีแบดเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ทั้งหัวใจและกล้ามเนื้อทุกส่วน ช่วยเผาผลาญพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายขับเหงื่อและของเสียออก ลดน้ำตาล และไขมันที่ไม่ดีออกจากร่างกาย เลือดไหลเวียนดีขึ้น ทำให้เรารู้สึกโล่งสบายหลังเล่น
เพิ่มความยืดหยุ่น ประสาทสัมผัสตื่นตัว กระฉับกระเฉง
การตีแบดช่วยพัฒนาความยืดหยุ่นของร่างกาย ทักษะการทรงตัว การกะระยะ ทำให้ร่างกายสัมพันธ์กับประสาทสัมผัสต่างๆ ดีขึ้น
ระบบทางเดินหายใจ และปอด
การตีแบดช่วยพัฒนาระบบทางเดินหายใจ ลดอาการน้ำมูกไหล และการนอนกรน ทำให้อาการภูมิแพ้ต่างๆ ดีขึ้น
ลดความเครียดจากการทำงานในชีวิตประจำวัน
การเล่นกีฬาจะทำให้เราสนุก สร้างสมาธิ สติอยู่กับร่างกาย จิตใจแจ่มใส ลดความเครียดได้ดี
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่ากีฬาแบดมินตันจะไม่ใช่กีฬาที่อันตราย แต่นักกีฬาควรระวังความเสี่ยงในการบาดเจ็บที่เกิดจากการเล่น เช่น การกระแทกของหัวเข่าและข้อเท้า จากการเคลื่อนไหวหรือกระโดด อัตราการเต้นหัวใจสูงเกินไปจากการเหนื่อยโดยที่ไม่รู้ตัว โดยหากนักกีฬาใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้อง เช่น รองเท้าที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บได้ หรือการระวังเรื่องเล่นสนุกจนเหนื่อยโดยไม่รู้ตัว โดยใช้อุปกรณ์วัดอัตราเต้นหัวใจ ก็จะช่วยให้การเล่นกีฬาแบดมินตันสนุก ปลอดภัย มากยิ่งขึ้น
ออกกำลังกาย แค่ 10 นาที ลดหน้าท้อง พุงแบนราบใน 7 วัน 💪🏻💪🏻💪🏻
•ในทุกๆท่าทำท่าละ30วินาที
25/03/2023
การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี และก็ไม่ควรที่จะออกกำลังตอนท้องว่าง ควรจะหาอะไรทานรองท้องก่อนออกกำลังกายเช่นกัน เพราะการทานก่อนการออกลังกายนั้นจะช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น เนื่องจากเมื่อเราทานอาหารร่างกายจะแปลงเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นไกรโคเจน เมื่อออกกำลังกายก็จะนำไกรโคเจนมาใช้เป็นพลังงานในการออกกำลังกาย อีกทั้งยังช่วยในการป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายอีกด้วย
แต่อยากจะให้ระวัง แหะหลีกเลี่ยงจากอาหารเหล่านี้ เนื่องจากว่าจะส่งผลต่อร่างกาย และทำให้การออกกำลังกายมีปัญหาได้
ผักใบเขียว เมื่อทานก่อนออกกำลังกายจะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ทำให้ท้องอืดได้
เมล็ดเจีย ที่ใคร ๆ ต่างก็ใช้ในการควบคุมน้ำหนักนั้น แนะนำให้ทานหลังจากออกกำลังกายเท่านั้นนะคะ อย่าทานก่อนออกกำลังกายคะ
อาหารรสเผ็ด หากทานแล้วออกกำลังกาย จะทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อน
อาหารทอด จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง เนื่องจากการย่อยอาหารทอดนั้นจะต้องใช้พลังงานมาก
น้ำอัดลม การดื่มน้ำอัดลมก่อนที่จะออกกำลังกาย จะส่งผลให้มีน้ำตาลในเลือด ผักผัน เกิดเป็นท้องอืด
อาหารรสเค็ม จะทำให้เสียเหงื่อมาก ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ
จะเห็นได้ว่าอาหารหลายชนิดนั้นเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในเวลาปกติ แต่อาจจะคิดไม่ถึงว่าจะส่งผลเสียเมื่อทานก่อนออกกำลังกายได้
5ท่า ออกกำลังกายลดความอ้วน ไม่กระโดด ไม่มีแรงกระแทก💪🏻💪🏻💪🏻
*ทุกๆท่าทำจนครบ45วินาที
24/03/2023
ลดน้ำหนัก ฉบับคนขี้เกียจ
(ไม่ชอบออกกำลังกาย ก็หุ่นดีได้)
นั่นก็คือ...การลดน้ำหนักแบบ IF ซึ่งเป็นวิธีลดน้ำหนักที่คิดค้นโดยทีมแพทย์ เป็นการลดน้ำหนักด้วยการกินและหยุดกินอาหารเป็นช่วงเวลา
ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ จะเป็นการลดน้ำหนักแบบช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป
มีทั้งหมด 6 แบบ
- กิน 8 ชั่วโมง อด 16 ชั่วโมง
เหมาะกับผู้เริ่มต้น เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ทำกันมากที่สุด เพราะง่าย สะดวก สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
- กิน 5 ชั่วโมง อด 19 ชั่วโมง
เหมาะกับผู้ลดน้ำหนัก แบบ 16/8 (กิน 8 อด 16) มาได้ซักระยะ ยิ่งอดได้นานขึ้น ร่างกายก็ดึงไขมันมาใช้ได้มากขึ้น
- อด 24 ชั่วโมง
ทำ 1-2 วัน ต่อสัปดาห์ ไม่เหมาะกับผู้เริ่มต้นลดน้ำหนัก เพราะจะทำให้รู้สึกโหยมากเกินไปและกินเยอะเกินในวันต่อมา บางคนอาจมีอารมณ์หงุดหงิดเพราะหิว
- กิน 5 วัน ลด 2 วัน
กินแบบลดแคลอรี่ 2 วัน ให้เหลือวันละ 500-600 แคลอรี่ ส่วนอีก 5 วันที่เหลือ ก็กินได้ตามปกติ
- อดเช้า กินค่ำ
ช่วงเช้าให้ดื่มน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่ม 0 แคลอรี่ทั้งวัน และกินหนักในมื้อค่ำแค่มื้อเดียว
- อด วันเว้นวัน
วันที่อด ให้กินแบบลดแคลอรี่ 500-600 แคลอรี่ สลับกับการกินแบบปกติ แบบวันเว้นวัน
ปล.วันที่กินปกติ ควรกินแบบพอดี ไม่อิ่มจนจุก เมื่อรู้สึกว่าอิ่มควรหยุด ไม่ควรยัดด้วยความเสียดายนะคะ
สู้ๆนะคะ
#ลดน้ำหนักสายกลาง
12 ท่าออกกำลังกายง่ายๆ ที่บ้าน ฟิตหุ่นรับหน้าร้อน
1. Lunge เริ่มท่าแรกด้วยท่าที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อต้นขา และสะโพก ใครอยากต้นขาเล็กลง บั้นท้ายเด้ง ใส่ชุดสวยไม่ว่าจะบิกินี่หรือกางเกง แนะนำท่าเนี่ยเลยค่ะ แถมไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย แต่ถ้าเริ่มชินกับท่านี้แล้วอาจจะเพิ่มดัมเบลเพื่อบริหารกล้ามเนื้อแขนไปพร้อมกันได้
วิธีทำ
ยืนตรง ปลายเท้าทั้ง 2 ข้างห่างกันเท่ากับหัวไหล่ มือทั้ง 2 ข้างอยู่ข้างลำตัว
ก้าวขาข้างใดข้างหนึ่งไปด้านหน้า ย่อหัวเข่าลง ให้หัวเข่าทำมุม 90 องศา หลังตรงตัวตรง ค้างไว้ 5 วินา
กลับท่าเตรียม แล้วทำสลับข้าง
ทำข้างละ 10 – 15 ครั้ง
2. Bicep Curl ใครที่ช่วงต้นแขนใหญ่ หรือรู้สึกว่าต้นแขนไม่ค่อยกระชับแนะนำเป็นท่านี้เลย ช่วยบริหารกล้ามเนื้อส่วน Biceps หรือแขนด้านบนด้านหน้า โดยจะใช้อุปกรณ์ดัมเบล หรือเป็นขวดน้ำที่เติมน้ำเต็มก็แทนกันได้นะ
วิธีทำ
ยืนตัวตรง วางเท้าทั้ง 2 ข้างห่างกันกว้างเท่ากับหัวไหล่ ถือดัมเบล หรือขวดน้ำเอาไว้
บิดข้อมืออกจากท่าเตรียม หายใจเข้าพร้อมกับยกแขนท่อนปลายเข้าหาหัวไหล่ โดยแขนท่อนบนไม่ขยับ
หายใจออกแล้วค่อยๆ คลายกล้ามเนื้อแขนกลับสู่ท่าเดิมช้าๆ
ทำ 10 – 15 ครั้ง
3. Side Leg raise ขาใหญ่อีกปัญหาที่สาวๆ กังวล ยิ่งเวลาต้องใส่กางเกง หรือกระโปรงที่เผยช่วงขาเนี่ย แอบไม่มั่นใจค่ะ ท่านี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่อยากลดต้นขาด้านใน ใครมีอาการขาเบียด ต้องทำแล้ว Side Leg Raise สามารถทำได้ทั้งตอนนอน หรือยืน แต่ที่พี่อะเครุเอามาฝากกันเป็นแบบยืนนะ
วิธีทำ
ยืนตัวตรง กางขาทั้ง 2ข้างให้กว้างระดับหัวไหล่ มือจับบริเวณเอวเพื่อเพิ่มความสมดุล
ค่อยๆ ยกขาด้านซ้ายโดยเหยียดตรง สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ (หากใครรู้สึกเหมือนจับล้ม ให้หาเก้าอี้มาจับไว้)
กลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำอีกข้างนึง
ทำข้างละ 10 – 15 ครั้ง
4. Arm Circles เวลาใส่เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว หรือเกาะอกเนี่ย บางครั้งก็จะเห็นเนื้อส่วนเกินตรงรักแร้ ที่อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าแขนใหญ่ ต้องลดแล้ว ท่า Arm Circle ทำได้ง่ายมากๆ ไม่ต้องมีอุปกรณ์เลย ทั้งช่วยกระชับช่วงแขนและสร้างกล้ามเนื้อแขนได้ด้วยนะ
วิธีทำ
ยืนตัวตรง กางแขนทั้ง 2 ข้างออก โดยความสูงขนานกับหัวไหล่ วาดแขนเป็นวงกลมเล็กๆ ตามเข็มนาฬิกา
วาดแขนเป็นวงกลมทวนเข็มนาฬิกา
ทำอย่างละ 30 – 50 ครั้ง
5. Standing Oblique Crunch ใครกำลังมองหาท่าออกกำลังกายลงช่วงเอวแบบไม่ต้องนอนแนะนำท่านี้เลย ท่านี้ช่วยบริหารกล้ามเนื้อท้องด้วย ทำง่ายๆ เลยค่ะ
วิธีทำ
ยืนตัวตรง ปลายเท้า 2 ข้างอยู่ห่างกันความกว้างระดับหัวไหล่ มือด้านขวาถือดัมเบล มือด้านซ้ายรองบริเวณท้ายทอย
หายใจเข้า เหยียดกล้ามเนื้อโดยให้มือด้านที่จับดัมเบลเคลื่อนต่ำลง กล้ามเนื้อช่วงเอวด้านซ้ายจะตึง
หายใจออกกลับสู่ท่าเริ่มต้น และทำซ้ำอีกด้าน
ทำข้างละ 10 – 15 ครั้ง
6. Butt Kickers ขาเล็กไม่ยากเลยสำหรับท่านี้ ช่วยกระชับกล้ามเนื้อขา โดยท่าเนี่ยเหมือนกับการวิ่งอยู่กับที่เลย
วิธีทำ
ยืนตัวตรง ปลายเท้าทั้ง 2 ข้างแยกกันห่างระดับหัวไหล่
วิ่งอยู่กับที่โดยพยายามให้ส้นเท้าแตะก้น สลับซ้ายและขวา
ทำต่อเนื่องสลับข้างไปมา 45 – 60 วินาที
7. Shoulder Press ท่านี้ช่วยบริหารกล้ามเนื้อไหล่ และ Tricep ใครที่แขนใหญ่ แขนไม่กระชับท่านี้ก็แนะนำนะคะ เป็นการดัดสิ่งของจากระดับอกให้ขึ้นไปอยู่บริเวณเหนือศีรษะ
วิธีทำ
ยืนตัวตรง ปลายเท้าทั้ง 2 ข้างแยกกันห่างระดับหัวไหล่ มือทั้งสองข้างถือดัมเบล หรือขวดน้ำ ไว้ด้านข้างหู
ดันแขนขึ้นให้ดัมเบล หรือขวดน้ำอยู่เหนือศีรษะ
ทำ 8 – 12 ครั้ง
8. Standing Cross Crunches ขออีกหนึ่งท่าบริหารกล้ามเนื้อช่วงเอว ให้เอวเล็ก เอวเอสกันสักหน่อยด้วยท่า Standing Cross Crunches ช่วยกระชับบริเวณหน้าท้อง ลดเอว และต้นขาอีกด้วย
วิธีทำ
1. ยืนตัวตรง ปลายเท้าทั้ง 2 ข้างแยกกันกว้างกว่าระดับหัวไหล่เล็กน้อย มือทั้งสองข้างจับบริเวณท้ายทอย
2. ยกเข่าซ้าย และบิดตัว ดึงศอกขวาให้มาใกล้กับศอกซ้ายมากที่สุด
ทำสลับข้างกัน
3. ทำข้างละ 8 – 12 ครั้ง
9. Squat สควอท ท่าโปรดของหลายๆ คนเลย เพราะเพียงท่าเดียวก็ช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้หลายส่วน ทั้งกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ด้านหลัง สะโพก และบั้นท้ายของเราด้วย ใครกำลังอยากใส่กางเกงแล้วช่วงบั้นท้ายดูดีเนี่ยแนะนำท่านี้เลย
วิธีทำ
1. ยืนตัวตรง ปลายเท้าทั้ง 2 ข้างแยกกันกว้างระดับหัวไหล่ มือเหยียดตรงไปด้านหน้า
2. ย่อหัวเข่าลง พร้อมทิ้งก้นให้หัวเข่าทำมุม 90 องศา แต่หัวเข่าไม่เลยปลายเท้า
3. ยืดตัวกลับสู่ท่าเริ่มต้น และทำซ้ำ
ทำ 15 – 20 ครั้ง
10. Wall Sit สลายไขมันที่ขาด้วยท่า Wall Sit ทำได้ง่ายๆ เลยแค่มีกำแพงบ้าน ทั้งกระชับต้นขา และบั้นท้าย ดูท่าแล้วเหมือนจะง่ายแต่ถ้าทำติดต่อกันมีเหงื่อตกแน่นอน
วิธีทำ
1. ยืนหันหลังให้กำแพง โดนเท้าทั้ง 2 ข้างอยู่ห่างกำแพงพอประมาณ และกว้างระดับหัวไหล่
2.ค่อยๆ ย่อตัวลงเหมือนกำลังนั่งเก้าอี้ หัวเข่าทำมุม 90 องศา โดยไม่ให้หัวเข่าเลยนิ้วเท้า ใครรู้สึกว่าทำได้สบายๆ อาจจะยกแขนเหยียดตรงเพิ่ม
ทำค้างไว้ประมาณ 30 – 45 วินาที
11. Bicycles Crunches กล้ามท้องไม่ได้มาได้ในวันเดียว ท่านี้ช่วยทั้งกล้ามเนื้อหน้าท้อง ส่วนของกล้ามเนื้อส่วนบน กลาง และล่าง รวมถึง เอวด้วยนะ ท่านี้ หากทำต่อเนื่องกันมีเหนื่อยไม่เบาเลยค่ะ ท่านี้ไม่เน้นความรวดเร็วนะคะ และควรหายใจอย่างปกติ ไม่กลั้นหายใจ
วิธีทำ
1. นอนหงายบนพื้นราบ เหยียดขาทั้ง 2 ข้างตรง ฝ่ามือทั้ง 2 ข้างอยู่บริเวณท้ายทอย
2. งอเข่าเข้าหาตัว โดยสลับข้างกัน เมื่องอเข่าขวา ให้บิดตัวไปทางขวาให้ข้อศอกซ้ายชนกับเข่าขวา
ทำสลับกันข้างละ 12 ครั้ง
12. Swimmer ท่าสุดท้ายที่เอามาฝากกัน เป็นท่าที่ฟิตทั้งบริเวณสะโพก กล้ามเนื้อหลัง และไหล่ ท่านี้แนะนำให้มือเสื่อโยคะรองที่พื้น ท่าคล้ายกับเราจะว่ายน้ำเลย หรือหลายๆ คนจะเรียกว่าท่าซูเปอร์แมน
วิธีทำ
1. นอนคว่ำบนพื้นราบ เหยียดขาทั้ง 2 ข้างตรง แขนทั้งสองข้างเหยียดตรง ไปทางเหนือศีรษะให้ทุกส่วนแตะพื้น
2. ยกแขนซ้าย และขาขวาขึ้น สลับฝั่งกันจนครบ
ทำสลับกันข้างละ 12 ครั้ง
22/03/2023
นั่งนานแล้วไม่ออกกำลังกาย อาจทำให้ก้นย่อนคล้อย มาออกกำลังกายก้นจากที่บ้านกันดีกว่าค้าบ
ทำท่าละ 15-20 ครั้ง 3-4 เซ็ต ถ้าทำแล้วรู้สึกง่ายไปก็สามารถเพิ่มเลเวลถัดไปได้เลย
แนะนำให้ทำแบบขึ้นสุดลงสุด ก็จะได้ก้นมากขึ้นครับ ยิ่งก้นแข็งแรงขึ้น ก็ทำให้ก้นเฟิร์ม และลดการปวดหลังจากการนั่งนานได้ด้วยน้า
คลิปออกกำลังกายกล้ามเนื้อก้นเพิ่มเติม
Glute Bridge
https://www.youtube.com/watch?v=OUgsJ8-Vi0E
Elevated Glute Bridge
https://www.youtube.com/watch?v=hlth_Of9LEc
Hip Thrust
https://www.youtube.com/watch?v=SEdqd1n0cvg
Single leg Hip Thrust
https://www.youtube.com/watch?v=DX_woAS9Png
21/03/2023
รวม 10 ท่าออกกำลังกาย “ให้เอวคอด” เอว 19 นิ้วอยู่ไม่ไกล
ท่าง่ายทุกท่า ทำได้ที่บ้านส่วนใหญ่เป็นท่านอนนะคะ 🥰
CR.
Bebe fit Routine แหล่งรวบรวมความรู้สุขภาพทั้งการออกกำลังกายและการกินอย่างสุขภาพดี
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
9 หมู่4 ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม
Nakhon Si Thammarat
80210
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ wafapapaifit โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ