ELF Water Activator
ELF Water Activator เครื่องปรับโครงสร้างน้ำ
ให้?
28/03/2022
เครื่องปรับโมเลกุลน้ำเอลฟ์
สามารถผ่อนชำระกับบัตรเครดิต scb ได้นะคะราคาเบาๆผ่อนสบายๆ
สอบถามเพิ่มเติมได้ค่ะ
น้ำปรับโมเลกุล ELF (Extremely Low Frequency Water)
มีประโยชน์อย่างไร💯
น้ำที่ผ่านการปรับโมเลกุล 💧💧💦
1. ดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้ดีขึ้น 3-6 เท่า
2. ความหนืดน้อยลงถึง 800 เท่า
3.เป็นน้ำที่มีพลังในตัว ด้วยการลดความถี่ของน้ำ
จาก 110 Hz เหลือ 7.6 Hz
ดังนั้น น้ำปรับโมเลกุล นอกจากรสชาติดี ดื่มง่าย ลื่นคอแล้ว
น้ำจะซึมเข้าสู่เซลล์ได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว
ข้อดีของการดื่มน้ำปรับโมเลกุล 🥛 💦💧
1.ช่วยให้เซลล์ได้รับน้ำอย่างพอเพียง
2.ช่วยเร่งการส่งสารอาหารที่จำเป็น
3.ช่วยการเผาผลาญอาหาร
4.ช่วยกำจัดของเสียและสารพิษ
5.ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
6.ช่วยระบบสื่อประสาทของเซลล์
7.ช่วยบำรุงสมอง (สมองมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 80%)
8.ช่วยเพิ่มน้ำไขข้อ ลดเก๊าต์ ลดอาการข้ออักเสบ
9.ช่วยฟื้นฟูเซลล์ในร่างกาย ช่วยชะลอวัย
10.ช่วยให้ขับถ่ายง่าย ลดอาการท้องผูก
11.ช่วยให้หลับง่าย ลดปัญหาการนอนไม่หลับ
12.ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ลดริ้วรอย ลดฝ้า ลดสิว
#สุขภาพดีเริ่มต้นที่การดื่มน้ำ
25/02/2022
ดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร 💧💧 ลดเครียด ป้องกันสมองขาดน้ำ 😊😊
ช่วยป้องกันสมองขาดน้ำช่วยลดระดับฮอร์โมนกระตุ้นความเครียด เพราะการดื่มน้ำจะเป็นการเติมน้ำหรือให้อาหารแก่สมอง เนื่องจากสมองของคนเราจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงร้อยละ 80 หากขาดน้ำเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้ระดับฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดเพิ่มสูงขึ้น มีผลต่อการทำงานของอวัยวะภายในผิดปกติ และในระยะยาวอาจทำให้สมองถูกทำลายได้
#มาดื่มน้ำปรับโมเลกุลกัน ้ำปรับโมเลกุล #ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี
#สุขภาพดีเริ่มต้นที่การดื่มน้ำ
11/02/2022
💧น้ำเอลฟ์เป็นน้ำที่กระทำการปรับโครงสร้างโมเลกุลของน้ำใหม่ ให้เรียงตัว
😘ทำให้ดูดซึมเข้าสู่เซลล์ในร่างกายได้ดีกว่าน้ำเปล่าธรรมดา
✨ผลจากการกินจะทำให้เซลล์ข้างในร่างกายได้รับน้ำ สารอาหาร แร่ธาตุ ออกซิเจน อย่างมาก
✨และช่วยขับของเสีย เคมี สารพิษ ออกไปจากเซลล์ข้างในร่างกายได้อย่างรวดเร็วและทันเวลา
💧ระบบภูมิคุ้มกันจะแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันที่ส่งผลดีสามารถสู้ความเจ็บไข้ต่างๆ ได้อย่างเต็มแรง 🧬ถือเป็นการดูแลรักษาสุขภาพจากข้างในอย่างถ่องแท้
20/01/2022
#ดื่มน้ำเท่าไหร่ถึงจะพอดี
-ดื่มน้ำเท่าไหร่จะพอดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า ....เรามีน้ำอยู่ในร่างกายเท่าไหร่
-น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกายเรา เรามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 60% นั่นหมายถึงในคนหนัก 70 กก จะมีน้ำอยู่ 42 ลิตร(น้ำหนึ่งลิตร หนัก 1 กก) ... โดยเป็นน้ำที่อยู่ในเซลล์ต่างๆ 40% คือ 28 ลิตร และเป็นน้ำที่แทรกซึมอยู่ในเนื้อเยื่อทั่วไป 15% หรือ 10.5 ลิตร และ อยู่ในเส้นเลือดและระบบไหลเวียนเลือด 5% คือ 3.5 ลิตร ที่ใช้หล่อเลี้ยงร่างกาย นำออกซิเจนและสารอาหารไปให้ร่างกายใช้ ขณะเดียวกันก็ นำคาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียออกจากเนื้อเยื่อต่างๆ
-ขาดน้ำเท่าไหร่จึงจะเกิดอันตราย .... ถ้าในกระแสเลือดเรามีเลือดหรือน้ำ น้อยลงกว่าปกติ 15% จะเริ่มเข้าสู่ภาวะช็อค และ ถ้าน้อยกว่า 40% จะช็อคสาหัสจนถึงเสียชีวิต ดังนั้น ถ้าในระบบไหลเวียน ขาดน้ำมากกว่า 3.5 (น้ำในกระแสเลือด) X .15 (ขาดเลือด 15%) = 0.525 ลิตร หรือ 525 ml หรือ เท่ากับ ขาดน้ำ 2 แก้วใหญ่ จะเริ่มไม่ปกติ และ หากขาดน้ำต่อไปอีกถึง 3.5 X .4 = 1.4 ลิตร จะมีอันตรายถึงชีวิต... ดูแล้ว เหมือนขาดน้ำเพียงเล็กน้อยจะเป็นอันตราย แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ว่า พอเราขาดน้ำ น้ำในเส้นเลือดจะหายไปทั้งหมด นะครับ ร่างกาย จะพยายามดึงน้ำที่อยู่นอกเส้นเลือด เข้ามาในเส้นเลือด เพื่อใช้งาน ดังนั้น อาการต่างๆ จะไม่ฉับพลันทันใด แบบที่เราคิด เราจะขาดน้ำได้ถึง (3.5 น้ำในกระแสเลือด +10.5 น้ำในเนื้อเยื่อ) x .15 = 2.1 ลิตร.... (525 ml เป็นตัวเลขที่ใข้กรณีเลือดออก หรือท้องเสีย เฉียบพลัน ร่างกายปรับตัวไม่ทันเท่านั้น)
-คำถามว่า ดื่มน้ำเท่าไหร่จะพอดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า เรามีน้ำอยู่ในร่างกายเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับ ว่า ร่างกายเราเสียน้ำไปเท่าไหร่ใน 1 วัน เราก็ควรจะดื่มน้ำเข้าไปให้อย่างน้อยเท่ากับที่เราเสียไป และไม่น้อยเกินไปจนร่างกายได้รับอันตราย... ร่างกายเราเสียน้ำไปหลักๆ 2 ทาง คือ ปัสสาวะและเหงื่อ นอกจากนั้นจะ ออกไปกับลมหายใจ และ อุจจาระ
-ร่างกายเราผลิตปัสสาวะระดับที่น้อยที่สุดที่ไตไม่เกิดอันตราย ชั่วโมงละ 1 ml ต่อน้ำหนักตัว1กิโลกรัม ตัวอย่าง คน หนัก 70 กก จะเกิดปัสสาวะ ชั่วโมงละ 70 ml วันละ 1,680 ml .... ร่างกายจะผลิตเหงื่อ หรือ เสียน้ำผ่านทางผิวหนังและการหายใจ (โดยไม่ได้ออกกำลังกาย หรือ อยู่ในที่อากาศร้อน) ระหว่าง 600-800 ml ต่อวัน ดังนั้น โดยรวมเราเสียน้ำไปวันละ ประมาณ 2,200 – 2,500 ml ... ถ้าเราดื่มน้ำไปเท่านี้ ก็อยู่ในสมดุล แต่ ถ้าเราดื่มน้ำน้อยกว่านี้ ร่างกาย จะไปดึงน้ำจากเนื้อเยื่ออื่นๆ เข้ามาในกระแสเลือด ซึ่ง สามารถดึงเพิ่มขึ้นได้ถึงอีก 2 ลิตร โดยที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะช็อค .... นี่คือที่มาของ ความรู้ ที่ว่า “อดน้ำ 1 วัน ตาย” เพราะเราเสียน้ำวันละ 2.2 ลิตร ถ้าเราดึงน้ำในเส้นเลือด และ เนื้อเยื่อข้างเคียงไป โดยไม่มีน้ำเข้าไปทดแทน มากถึง 2 ลิตร ก็จะเกิดภาวะช็อค ได้ครับ
-กรณีที่ดื่มน้ำ มากกว่า ปริมาณ ดังกล่าว ร่างกาย จะขับน้ำออกทางปัสสาวะเอง โดยน้ำในร่างกายไปเกิน ยกเว้นคนที่มีโรค เช่น เนื้องอกต่อมใต้สมอง โรคหัวใจ โรคไต ฯลฯ อาจจะมีปัญหาน้ำเกินได้ครับ
-สรุปว่า ถ้าไม่ร้อน ไม่ได้ออกแรง ไม่ได้เสียเหงื่อมากกว่าปกติ ไม่ท้องเสีย ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2,500 ml ในคนที่น้ำหนักตัว 70 กก.
ข้อมูล จากเพจ บันทึกเรื่องน่ารู้ by Dr.Adune
11/01/2022
น้ำปรับโมเลกุล ELF
(Extremely Low Frequency Water)
มีประโยชน์อย่างไร
น้ำที่ผ่านการปรับโมเลกุล
1. ดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้ดีขึ้น 3-6 เท่า
2. ความหนืดน้อยลงถึง 800 เท่า
3.เป็นน้ำที่มีพลังในตัว ด้วยการลดความถี่ของน้ำ
จาก 110 Hz เหลือ 7.6 Hz
ดังนั้น น้ำปรับโมเลกุล นอกจากดื่มง่าย ลื่นคอแล้ว
น้ำจะซึมเข้าสู่เซลล์ได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
110 ซอย งามวงศ์วาน 23 แยก 5 ต. บางเขน
Nonthaburi
11000