Crystal owl
เราจะพาทุกท่านไปสู่โลกหินแร่ โลกที่ท่านจะได้พบกับความอัศจรรย์ของธรรมชาติ
ช่วงนี้เราอาจเจอทับทิบแบบฝั่งซ้ายบ่อยแล้ว เพราะกำลังฮิตเลยในตลาด โดยมักจะเรียกว่า ฮันนี่โคมรูบี้(honeycomb ruby) ซึ่งจะมีความวาว เปราะแตกง่าย มักจะเบาเพราะมีรูพรุนเยอะ
การสังเคราะห์ทับทิมมีมานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเจอในตลาดพลอยเจียระไนมากกว่า เพิ่งเข้ามาในหินดิบเมื่อไม่นาน โดยเขาจะใช้เทคนิคที่ชื่อ เฟลมฟิวชั่น(Flame fusion) หรือเทคนิคของเวอร์นอยล์(Verneuil Method)
ถ้าหากอยากอ่านโดยละเอียดคอมเมนต์ไว้นะครับ แอดจะทำลงในอนาคต แต่คร่าว ๆ คือ เขาจะใส่สารตั้งต้นของแร่ทับทิมไว้ด้านบนและค่อย ๆ ปล่อยสารนี้ลงมาที่แท่นหมุนเหวี่ยงด้านล่าง ซึ่งระหว่างทางเขาก็จะให้ความร้อนสูง
เพื่อให้สร้างตั้งตนละลายเป็นของเหลว ให้นึกถึงเครื่องทำสายไหมที่เขาย้อนน้ำตาลข้างบนเลยเกิดเป็นสายไหมรอบ ๆ เมื่อสารตั้งต้นไปเจอแรงเหวี่ยงก็จะเย็นตัวเป็นผลึก แต่ด้วยความที่มันเย็นตัวเร็วเลยมีฟองอากาศถูกขังไว้เยอะ ฮันนี่โคมรูบี้เลยมีความเบามาจากตรงนี้เอง
ทางเคมีทับทิมสังเคราะห์ทำเลียนแบบธรรมชาติจึงทำให้เรืองแสงสีแดงเหมือนกันนั่นเอง
Morroco citrine
หรืออีกชื่อคือ สตาร์ซิทริน(Star citrine)มาจากการขึ้นผลึกเป็นแฉกคล้ายกับดาวหรือดอกไม้อันเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้จากแหล่งอื่น
โดยทะ่วไปซิทรินจะมีสีเหลืองจากการเจือปนของธาตุเหล็กในโครงสร้าง แต่สำหรับโมร็อกโกซิทรินแล้วสีส้มเหลืองน้ำตาล หรือน้ำตาลทองเหมือนสีอำพันมาจากบิทูมินัส(bituminous) ซึ่งเป็นผลพลอยได้ของซากสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์
จึงอาจเรียกได้ว่า เป็นแคปซูลเวลาในควอตซ์เลยก็ว่าได้ การเจือปนนี้ยังทำให้ซิทรินจากแหล่งนี้สามารถเรืองแสงสีส้มภายใต้แสงยูวีได้อีกด้วย ขณะที่แหล่งอื่น ๆ จะไม่ม◌ีปรากฏการณ์นี้
Morocco citrine : จะช่วยกระตุ้นจิตใจได้ดียิ่งกว่า มีพลังงานที่เข้าถึงง่าย ช่วยเสริมความรักตนเอง ความคิดสร้างสรรค์ ยังเสริมความอุดมสมบูรณ์และนำโชคมาให้ผู้ใช้อีกด้วย
เอาของเรียกน้ำย่อยมาเสิร์ฟ เจอกันเวลาเดิม ตอน1ทุ่มเป็นต้นไป 😄 รุ่นนี้เน้นเป็นขนาดพกพานะครับ ❤️
รายการมี
Green kyanite
Rhodochrosite
Star citrine
High quality lapis lazuli
Pyrite
Ruby zoisite
ฝากติดตามไว้เลยนะครับ 🥰
#หินแท้ #แร่ธรรมชาติ #หินนำโชค #พลังงานบำบัด
Scolecite : มีพลังงานสั่นสะเทือนสูง สามารถช่วยในการติดต่อสื่อสารกับจิตวิญญาณเบื้องบนหรือมิติอื่นได้คล้ายกับเซราฟีไนต์ แต่จะมีความอ่อนโยนกว่า จะช่วยในการปลอบประโลมจิตใจ ทำให้เกิดความสงบจากภายในและยังช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้อีกด้วย
#หินแท้ #หินนำโชค
12/11/2025
“เมื่อชื่อแร่ไม่ใช่แค่คำเรียก แต่อาจซ่อนเรื่องราวอันยาวนานของประวัติศาสตร์”
วันนี้เราจะพาทุกท่านมาอยู่กับความเป็นมาของชื่อแร่ซึ่งพวกเขาอาจมีการผ่านเรื่องราวมามากมายกว่าที่เราคิด
อื่นใดอาจขอชี้แจ้งไว้ว่าทางเพจต้องการเพียงแค่นำเสนอข้อมูลส่วนหนึ่งหรือข้อเท็จจริงของประวัติศาสตร์ไม่ได้มีเจตนาในทางแง่ลบ อาจมีการตกหล่นหรือข้อมูลไม่ครบถ้วนได้
เนื่องจากบทความมีการใช้หลายภาษาทั้ง กรีกโรมันโบราณ หรือฝรั่งเศสเก่า หรือภาษาอังกฤษเก่า ข้อมูลในหลาย ๆ จึงอาจมีการเทียบเสียงหรือเขียนไม่ตรงกับการออกเสียงจริงในภาษานั้น ๆ
บางส่วนอาจไม่ได้มีต้นฉบับที่บุคคลนั้นสร้างขึ้นหลงเหลือแล้ว ทางเพจจึงจะมีการใช้ข้อมูลอาทิเช่น ตำราที่ถูกคัดลอกภายหลัง หรือจารึก เป็นต้น ที่นักวิชาการต่าง ๆ ได้ถอดหรือแปลความที่มีความเป็นไปได้ในช่วงนั้นมาแทน
และมีการสรุปนำข้อมูลจากหลายแหล่ง จึงไม่ควรใช้ในการอ้างอิงเชิงวิชาการ แต่ทางเพจยังคงหวังว่าข้อมูลเหล่านี้อาจจุดประกายให้ใครหลายคนได้สืบค้นเรื่องราวเหล่านี้ต่อไป
ยหากชอบเรื่องราวเหล่านี้ฝากติดตามและแชร์เพื่อแบ่งปันให้กับเพื่อน ๆ และเป็นกำลังใจให้กับแอดมินด้วยนะครับ ❤️
*ภาพประกอบอาจไม่ได้มีการตรงตามลักษณะของบุคคลจริง100% ถูกสร้างขึ้นโดยAI เพื่อเป็นอรรถรสในการอ่านเท่านั้น
คืนชีพ โอปอล์ง่าย ๆ ด้วยวิธีนี้
ใครเคยมีประสบการณ์ที่ได้โอปอล์มาแล้วรู้สึกว่าตัวแร่ขุ่นมัว ไม่เห็นใสในภาพของร้านทั้งที่เป็นชิ้นเดียวกันหรือเม็ดเดียวกันแท้ ๆ
สาเหตุนี้มาจากการที่โอปอล์สูญเสีย “น้ำ” ภายในออกไป จึงทำให้เนื้อขุ่นขึ้นหรือเหลือบอาจหายไปบ้าง ซึ่งการสูญเสียน้ำอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยอย่างอุณหภูมิร้อนมากเกินไป หรืออากาศแห้งมากเกินไปทำให้ความชื้นในโอปอล์ระเหยออก
และสร้างความเสียหายต่อตัวแร่ได้ แต่ก็มีวิธีแก้อยู่ ด้วยการแช่น้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ควรใช้น้ำร้อนหรือน้ำเย็นมากเกินไปเพราะอุณหภูมิก็สามารถทำให้เกิดความเสียหายได้เช่นกัน
การแช่น้ำของโอปอล์ ยังเป็นวิธีรักษาแร่ไว้ ไม่ได้เป็นการปรับปรุงคุณภาพ เหมือนกันกับการย้อมสีหรืออัดสีเข้าไป
เราจึงสามารถพบวิธีนี้ได้ในตลาดทั่วไป
แต่หากเราอยากนำไปทำเครื่องประดับและอยากได้แบบใสอยู่ แนะนำให้วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องสัก2-3วันเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงหรือเลือกโอปอล์ที่ไม่ได้มีการแช่น้ำแทน
05/04/2025
มาตรวัดความแข็งของแร่ของโมส (Moh scale of mineral hardness)
เป็นมาตรวัดความแข็งของแร่โดยใช้แร่ธรรมชาติเป็นมาตรฐาน10ชนิดทแทนถึงระดับความทนต่อการขีดข่วนตั้งแต่ระดับ1-10 หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ สเกลโมสเป็นวิธีที่นิยมและได้รับการใช้อย่างแพร่หลาย
ซึ่งเดิมทีเราจะรู้จักเพียงแค่ความแข็งความอ่อนของเนื้อแร่คร่าว ๆ จากการสังเกต หรือทดลองนำวัตถุสองชนิดมาถูกกัน จนกระทั่งมาตรวัดนี้ถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ.1812 โดยนักแร่วิทยาชาวเยอรมันชื่อ เฟรเดอริก โมส(Friedrich Mohs)
จึงใช้ชื่อสเกลโมสตามนามสกุลของเขา เพื่อเป็นการให้เกียรติ และต่อมาก็มีมาตรวัดอื่น ๆ ถูกคิดค้นขึ้นตามมาเช่น การทดสอบความแข็งแบบบริเนลล์ (Brinell hardness test:BHN)หรือการทดสอบความแข็งแบบร็อคเวลล์(Rockwell hardness test:HR)
สเกลโมสจะเริ่มจากการระดับ1 มีความแข็งน้อยสุดคือเป็นรอยได้ง่ายจนไปถึงระดับ10ที่มีความแข็งมากสุดหรือเป็นรอยขีดข่วนได้ยากตามตาราง
ซึ่งชื่อแร่ที่มีการขีดเส้นหรือทำตัวหนาคือแร่ที่เฟรเดอริกใช้การเป็นมาตราฐาน
สำหรับนักสะสมแล้วระดับความแข็งนี้สามารถใช้ในการดูแลหรือจัดเก็บแร่แต่ละชนิด แร่ที่มีความแข็งมากกว่าอีกแร่ก็อาจสร้างรอยขีดข่วนให้กับแร่อีกชนิดได้ หรือเราอาจต้องระมัดระวังมากขึ้นเมื่อสัมผัสกับแร่ความแข็งน้อย ๆ นั่นเอง
สำหรับสเกลโมสจะใช้ในการบอกความแข็งของแร่ไม่ได้บ่งบอกว่าแร่หรือชนิดไหนจะทำปฏิกิริยากับสารเคมี หรือการละลายน้ำ หรือความเปราะของแร่ เช่นซาตินสปาร์ เป็นยิปซั่มรูปหนึ่งที่มีผลึกเป็นเส้นเข็มจะมีความเปราะมากกว่ายิปซั่มที่เป็นเนื้อมวลรวมอย่างเซเลไนต์ เป็นต้น
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Nonthaburi
11000