Healthcareh2t
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Healthcareh2t, สุขภาพ/ความงาม, 81/72, Nonthaburi.
We're providing non-toxic products for our client desirables and also give the herbal knowledge to you for more information in daily basis #takecare #healthy #heathcare
15/11/2023
รางจืด : ราชายาแก้พิษ
ชื่ออื่นๆ : รางเอางย็น ว่านรางจืด เถา ยาเขียว เครือเถาเขียว กำลังช้างเผือก ขอบชะนาง ฯลฯ รางจืดเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูงชนิดหนึ่ง ทั้งจากการที่ชาวบ้านกินยอดอ่อน ดอกอ่อนเป็นผัก ใช้ลวกกิน แกงกิน เช่นเดียวกับผักพื้นบ้านทั่วๆ ไป นอกจากนี้ ยังนิยมกินน้ำหวานจากดอกรางจืดที่บานอีกด้วย สรรพคุณใช้แก้พิษร้อน แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ผิดสำแดง แก้กระษัย ขับปัสสาวะ แก้พิษจากสารเคมีทางการเกษตร แก้พิษเห็ดเมา แก้พิษสัตว์หรือพืชที่เป็นพิษต่างๆ รวมทั้งอาการเมาสุรา หรือยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง แนะนำให้ใช้ใบรางจืดแห้งชงน้ำร้อนดื่มแบบนำชา วันละ 1-2 แก้ว เพื่อขจัดสารพิษที่ได้รับแต่ละวันในร่างกาย
(เครดิตภาพ : Tongdy)
** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **
30/06/2023
น้ำสมุนไพรรางจืด : สุดยอดสรรพคุณล้างพิษ
คนไทยมีการใช้ประโยชน์จาก “รางจืด” ในด้านสรรพคุณล้างพิษ แก้พิษมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นพิษยาเบื่อ ยาสั่ง ยาฆ่าแมลง พืชพิษ เห็ดพิษ รวมไปถึงพิษสุรา และยาเสพติด พิษงู แมลงป่อง หรือ ตะขาบ และปัจจุบันยังได้มีการวิจัยพบว่า “รางจืด” มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านไวรัสโรคเริม และมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในระดับที่สูงมาก
วิธีทำ :
นำใบรางจืดแบบสด จำนวน 5 - 7 ใบ ล้างให้สะอาด ใส่ต้มกับน้ำสะอาด จำนวน 1,500 ซีซี หรือประมาณ 1 กา ต้มจนเดือด และตามด้วยการต้มด้วยไฟอ่อน ๆ อีก 10 นาที อาจผสมใบเตยหอม น้ำตาล หรือ ใบหญ้าหวานเล็กน้อย เพื่อแต่งกลิ่นและเพิ่มรสชาติตามใจชอบ
สามารถดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น โดยใช้ดื่มครั้งละ 1 แก้ว (จำนวน 250 ซีซี) วันละ 4 - 5 ครั้ง หรือเมื่อมีอาการ แต่อย่างไรก็ตาม “รางจืด” ทางแพทย์แผนไทยใช้เป็นยาซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย หากรับประทานมากเกินไปก็อาจทำให้ร่างการเกิดความเย็นมากเกินไปได้เช่นกัน
(เครดิต : โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร)
30/06/2023
อาหารที่คนนอนดึกควรกิน ถ้าไม่อยากร่างพัง
ด้วยภาระหน้าที่และความจำเป็นบางอย่างที่อาจทำให้เราต้องนอนดึกติด ๆ กันหลายคืน หรือบางคนต้องปรับชีวิตเป็นคนกลางคืนเลยก็มี การนอนดึก นอนน้อย แบบนี้บ่อย ๆ เราก็มักจะมีความกังวลว่าร่างกายจะทรุดโทรม สุขภาพจะแย่ แต่ก็ยังมีอาหารบำรุงคนนอนดึก นอนน้อย บอกเลยว่าถ้าไม่อยากร่างพัง สุขภาพแย่ ต้องลองกินอาหารเพื่อสุขภาพตามนี้เลย
1. น้ำเปล่า หากต้องนอนดึกควรดื่มน้ำให้ได้ 1.5-2 ลิตรต่อวัน เพื่อป้องกันอาการร้อนใน และควรดื่มน้ำแบบจิบบ่อย ๆ แทนการดื่มรวดเดียวเยอะ ๆ
2. อาหารโปรตีนสูง ควรเลือกกินอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น โยเกิร์ต แครกเกอร์โฮลวีตทาเนยถั่ว ถั่วอบแห้งไม่เติมเกลือ เพื่อให้โปรตีนช่วยเติมพลังงานแก่ร่างกาย ลดความรู้สึกอ่อนเพลียระหว่างคืนได้
3. ผัก-ผลไม้ เน้นกินผัก-ผลไม้ เช่น ฝรั่ง ส้มโอ แอปเปิล ชมพู่ เพื่อให้ได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่ช่วยบำรุงร่างกาย และการกินผัก-ผลไม้ยังช่วยให้ความสดชื่น ไม่ทำให้อ้วน และหากนอนดึกจนมีอาการท้องผูก ระหว่างคืนอาจรับประทานผลไม้แก้ท้องผูกอย่างกล้วย ลูกพรุน สับปะรด แอปเปิลเขียว กีวี เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นด้วยก็ได้
4. น้ำผลไม้คั้นสด การอดนอนอาจทำให้รู้สึกเพลียได้ง่าย ดังนั้นควรจะเติมน้ำตาลให้เลือดสักหน่อย โดยเลือกดื่มน้ำผลไม้คั้นสด ไม่เติมน้ำตาล เพื่อช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ทันที อีกทั้งการดื่มน้ำผลไม้คั้นสด ๆ ยังเป็นการเติมวิตามินที่ร่างกายควรได้รับอีกทางหนึ่งด้วย
5. โจ๊กไก่ หรือน้ำเต้าหู้ใส่เครื่อง หากรู้สึกหิวตอนดึก ควรเลือกรับประทานอาหารย่อยง่าย ที่ไม่ให้พลังงานสูงเท่าไร แต่ให้ความสดชื่นแก่ร่างกายได้ เช่น โจ๊กข้าวกล้อง โจ๊กไก่ หรือน้ำเต้าหู้ใส่เครื่องไม่หวาน ซึ่งก็จะได้ทั้งโปรตีนและสารอาหารจากธัญพืชอย่างข้าวกล้อง ลูกเดือย เม็ดแมงลัก แปะก๊วย มีประโยชน์ต่อร่างกายและการทำงานของสมองเน้น ๆ
6. อาหารบำรุงสมอง เลือกกินอาหารบำรุงสมอง เช่น ถั่วเหลือง ไข่แดง เต้าหู้ เนื้อปลา อกไก่ หรือพวกธัญพืชอบแห้งไม่เติมเกลือ เพราะอาหารเหล่านี้ช่วยบำรุงการทำงานของสมองให้ตื่นตัว และช่วยสร้างเคมีสมองที่จำเป็นต่อการทำงานของคนนอนดึกด้วย
7. วิตามินบี ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบีสูง จำพวกข้าวกล้อง ผัก-ผลไม้สด หรืออาจเลือกกินวิตามินบีรวม วันละ 1-2 เม็ด เพื่อเป็นการชดเชยวิตามินที่ร่างกายสูญเสียไปเพราะพักผ่อนไม่เต็มที่ และวิตามินบีก็มีส่วนช่วยลดความตึงเครียดของสมองด้วย
8. วิตามินซี วิตามินซีจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้เราไม่ป่วยได้ง่าย ๆ ควรกินวิตามินซีให้ได้วันละ 1,000 มิลลิกรัม ซึ่งจะเลือกกินวิตามินซีชนิดสำเร็จรูป หรือจะกินวิตามินซีจากผลไม้ก็ได้
9. กาแฟ หากรู้ตัวว่าต้องอยู่ต่อจนดึก ไม่ได้นอนตามเวลาปกติ ควรดื่มกาแฟในตอนกลางวันประมาณ 1-2 แก้ว เพื่อให้คาเฟอีนช่วยกระตุ้นความตื่นตัวในตอนกลางคืน แต่ไม่ควรดื่มกาแฟในระหว่างที่อยู่ดึกเด็ดขาด เพราะเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอาจทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความรู้สึกกระสับกระส่าย ถึงเวลาที่ต้องนอนอาจนอนไม่หลับเลยก็ได้
10. อาหารบำรุงร่างกายหลังได้พักผ่อน หลังตื่นนอนควรรับประทานอาหารที่ให้ความสดชื่นแก่ร่างกาย เช่น นมวัว ไก่ ไข่ ซุปไก่ งาดำ ธัญพืชชนิดต่าง ๆ เพราะมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองและระบบประสาท
นอกจากนี้คนนอนดึกควรงดรับประทานอาหารไขมันสูง อาหารประเภททอด ๆ มัน ๆ เพราะอาจทำให้ท้องอืดได้ง่าย ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่ปกติได้ ดังนั้นถ้าไม่อยากซ้ำเติมความเหนื่อยล้าให้ร่างกาย พยายามเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจะดีกว่า
ที่มา : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
12/06/2023
ชามะรุม
เด็ดยอดมะรุมเกลี่ยไว้บนกระด้ง นำไปผึ่งลมจนแห้งกรอบ หากโดนแดดควรใช้กระด้งอีกใบคลุมกันแดดไว้ เก็บชาแห้งในขวดโหลทึบแสง (ปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้) ตักยอดมะรุมแห้งใส่กาน้ำชา เติมน้ำร้อนเดือดแล้วทิ้งไว้สักครู่ก็ดื่มได้ ชามะรุมจะมีรสชาติหอมหวาน สรรพคุณเด่น ช่วยลดไขมัน ลดคอเลสเทอรอล ลดความดันโลหิตสูงได้ดี
(เครดิตภาพ : เปรี้ยว_ส้ม)
31/05/2023
5 โรคตาที่พบบ่อยสุดในผู้สูงอายุ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในปี 2568 คาดว่า จะมีสูงอายุร้อยละ 20 จากประชากรทั้งหมด โดยที่ร้อยละ 85 ของผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้ และที่ต้องพึ่งพิงคนอื่นเกือบร้อยละ 15 ผลกระทบสุขภาพที่พบมากสุดในผู้สูงอายุ ได้แก่ “ต้อกระจก - ต้อหิน - จุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม - เบาหวานขึ้นจอตา - สายตายาว”
1.ต้อกระจก พบได้บ่อยที่สุดและเป็นทุกคนเมื่อมีอายุมากขึ้น เกิดจากเลนส์แก้วตาขุ่น ทำให้แสงผ่านเข้าไปในตาได้น้อยลง ปัจจัยเสี่ยง คือ อายุมากขึ้น การได้รับแสง UV บ่อยๆ หรือแสงแดดจ้า โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทำให้เป็นต้อกระจกได้เร็วขึ้น ยากินและหยอดตากลุ่มสเตียรอยด์ เป็นต้น
2.ต้อหิน พบได้น้อยกว่าต้อกระจก แต่เป็นภัยเงียบที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรโดยที่ผู้ป่วยไม่ทันรู้ตัว
3.จุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม เกิดจากภาวะเสื่อมของบริเวณจุดภาพชัดที่อยู่ส่วนกลางของจอตา ทำให้การมองเห็นส่วนกลางของภาพมัวลง โดยที่บริเวณรอบข้างยังเห็นได้เป็นปกติ เกิดจากปัจจัยเสี่ยง คือ ภาวะสูงวัย แสง UV การสูบบุหรี่ และความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยควรหยุดสูบบุหรี่ และสวมแว่นกันแดดเป็นประจำ และหมั่นรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผัก - ผลไม้สีเขียว - สีเหลือง ถั่วแดง เป็นต้น
4.ภาวะเบาหวานขึ้นจอตา เกิดจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดฝอยเสื่อมทั่วร่างกายรวมทั้งหลอดเลือดที่จอตา ทำให้เลือดและสารต่างๆ รั่วซึมออกมา การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมทั้งดูแลโรคประจำตัวอื่น ๆ จะเป็นวิธีในการป้องโรคได้ดีที่สุด
5.ภาวะสายตายาวสูงอายุ เกิดขึ้นเมื่อสูงอายุ การมองเห็นในระยะใกล้ๆ ไม่ชัดเจน แต่มองระยะไกลได้ปกติ สามารถรักษาด้วยการใช้แว่นสายตา หรือการผ่าตัดทำเลสิก
ที่มา : กรมการแพทย์
20/05/2023
นวด 7 ท่า ถนอมรักษาสายตา ด้วยตัวเอง
02/03/2023
เม็ดเก๋ากี้ที่เราพบเห็นกันตามตำราทั้งอาหารและยาจีนนั้น เป็นเม็ดสีแดงแห้งๆ ซึ่งโดยมากจะนิยมทำตัวปะปนผสมให้กลมกลืนไปกับวัตถุดิบอื่นๆ ทำให้หากไม่สังเกตสังกามากนัก บางครั้งก็อาจจะเผลอรับประทานไปโดยไม่ทันรู้ตัวก็เป็นได้
ซึ่งหากจะกล่าวกันถึงชาติตระกูลของเก๋ากี้แล้ว เจ้าเม็ดเล็กๆ นี้จัดอยู่ในจำพวกผลไม้ ซึ่งก็เป็นผลไม้ที่มีลักษณะตรงตัวละม้ายคล้ายกับเก๋ากี้ที่เราเห็นตามจานอาหารนั่นเอง
เก๋ากี้มีพื้นเพถิ่นกำเนิดมาจากเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย ซึ่งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยหนิงเซี่ยเป็นชื่อเรียกเขตที่มีสถานะเสมอเหมือนมณฑล ส่วนหุยคือชื่อเรียกชนกลุ่มน้อยที่เป็นชาวมุสลิมส่วนหนึ่งของจีน คะเนกันว่า หนิงเซี่ยมีพื้นที่การเพาะปลูกเก๋ากี้ที่กว้างใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศและปลูกกันมายาวนานกว่า 600 ปีแล้ว
ชื่อของเก๋ากี้เป็นที่รู้จักกันเป็นครั้งแรกๆ เมื่อราวสองพันกว่าปีก่อน ในฐานะประเภทหนึ่งของวัตถุดิบสำหรับประกอบการทำยาแผนโบราณ ขึ้นเองเป็นผลไม้ป่า ก่อนจะเริ่มสรรหามาปลูกกันเป็นไร่ให้เป็นเรื่องเป็นราวในกาลต่อมา
🔴 อ่านต่อ
https://www.matichonweekly.com/healthy/article_653436
01/03/2023
28/02/2023
เครื่องดื่มที่ไม่ควรดื่มพร้อมยา
เมื่อเราไม่สบาย หากมีอาการเล็กน้อย ก็อาจจะซื้อยามาทานเอง หรือไปพบแพทย์ แล้วได้รับยากลับมาทานที่บ้าน เราต้องคำนึงด้วยว่า ยาที่เรากินนั้นห้ามกินกับเครื่องดื่มอะไร เพราะเครื่องดื่มบางอย่างอาจทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาของยาลดลงหรืออาจจะส่งผลอันตรายต่อร่างกายได้
เครื่องดื่มชนิดใดที่ไม่ควรดื่มพร้อมยา
1.นม: มีโปรตีนชนิดที่ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจขัดขวางการดูดซึมยา ทำให้ตัวยาไม่สามารถออกฤทธิ์รักษาได้ นอกจากนี้แคลเซียมในนมก็ยังมีผลต่อการดูดซึมของยาอีกด้วย โดยเฉพาะการกินยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ กับนม ที่แคลเซียมจากนมจะเข้าไปจับตัวยาปฏิชีวนะ ทำให้ยาปฏิชีวนะที่เรากินเข้าไปเพื่อหวังผลในการรักษาอาการอักเสบในส่วนต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ควรได้รับการรักษาด้วยตัวยาได้ เท่ากับการกินยาปฏิชีวนะในครั้งนี้มีผลเป็นโมฆะนั่นเอง
2.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท ดังนั้นคนที่กินยาที่มีกดฤทธิ์ประสาท อย่างยาแก้แพ้ ยานอนหลับ ยาแก้โรคซึมเศร้า ก็ต้องระวังให้มาก เพราะหากไปดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับทานยาด้วย จะยิ่งเสริมฤทธิ์กดประสาทให้รู้สึกง่วงซึม และขาดสมาธิมากขึ้น ถ้ารุนแรงก็อาจถึงขั้นหมดสติและหยุดหายใจได้ นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังมีพิษต่อตับหากรับประทานร่วมกันกับยา พาราเซตามอล หรือยาที่มีผลต่อตับอาจมีโอกาสทำให้เกิดอาการตับวายอย่างเฉียบพลันได้
3.น้ำอัดลม: น้ำอัดลมมีทั้งกรดและคาเฟอีน คาเฟอีนในน้ำอัดลมจะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ รวมไปถึงคนที่เป็นโรคกระเพาะ การกินยาลดกรดกับน้ำอัดลมอาจทำให้ตัวยาไม่สามารถลดกรดในกระเพาะอาหารได้ เนื่องจากในกระเพาะอาหารมีกรดจากน้ำอัดลมมาให้ยาจัดการจนหมดฤทธิ์ยาไปซะก่อน ส่งผลให้กระเพาะอาหารไม่ได้รับยาลดกรดไปช่วยเคลือบกระเพาะ หรือหากใครทานยาที่มีผลในการกระตุ้นประสาทอยู่แล้ว การทานยาพร้อมน้ำอัดลมผสมคาเฟอีน จะยิ่งทำให้การดูดซึมและระยะเวลาที่ยาเริ่มออกฤทธิ์ช้าลง
4.ชา กาแฟ: ใน ชา กาแฟ โดยส่วนมากจะมี คาเฟอีน สารดังกล่าวออกฤทธิ์ทำให้ร่างกายสดชื่น แต่ถ้าหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจทำให้เกิดอาการ กระวนกระวาย ใจสั่น และนอนไม่หลับได้ ยิ่งหากเผลอไปรับประทานคู่กับยาที่มีสารกระตุ้นระบบประสาท เช่น Pesudoephedrine ที่มักผสมอยู่ในยาแก้หวัดด้วย อาจทำให้เกิดอาการเหล่านั้นมากขึ้น แถมนานขึ้น
5.น้ำผลไม้: โดยเฉพาะน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อย่างน้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำมะเขือเทศ หรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่น ๆ ไม่ควรกินคู่กับยาลดกรดเด็ดขาด เนื่องจากคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารที่ต้องกินยาลดกรด จะมีภาวะร่างกายหลั่งกรดเกินปกติอยู่แล้ว ดังนั้นหากดื่มน้ำผลไม้ที่มีกรดเพิ่มไปอีก ตัวยาเคลือบกระเพาะอาหารหรือยาลดกรดอาจต้านทานไม่ไหว หรือออกฤทธิ์ลดกรดได้
ดังนั้นการกินยาที่ดีที่สุด คือการกินยาคู่กับน้ำเปล่า นอกจากไม่มีผลกับยาที่รับประทานแล้วหากดื่มในปริมาณที่เพียงพอยังช่วย ละลายยา เพิ่มการดูดซึมและลดผลข้างเคียงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับยาด้วย
ที่มา : ศูนย์บริการร่วม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
27/02/2023
โมก
ชื่อ “โมก” นั้นมีเสียงพ้องกับคำว่า “โมกข์” ในภาษาบาลี หรือ “โมกษ์” ในทางพุทธศาสนา หมายถึงความหลุดพ้นจากกิเลสและทุกข์ทั้งปวง ซึ่งเป็นความหมายเดียวกับนิพพานนั่นเอง โมกจึงเป็นมงคลนามอันหมายถึงจุดหมายสูงสุดในชีวิต เป็นหน้าที่หลักของการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง นอกจากชื่นชมกับรูปทรงอันงดงาม กลิ่นหอมอันสดชื่นทั้งวันแล้ว ก็ขอให้นึกถึงชื่ออันมีความหมายสูงส่งของโมก สรรพคุณทางยาแก้โรคผิวหนัง โรคเรื้อน คุดทะราด ขับโลหิต แก้โรคกลากเกลื้อน
(เครดิตภาพ : rukbarn_com, NoOTa, suansanruk, ธิรัมภา)
14/02/2023
นิ้วล็อก ปลดล็อกไม่ยาก
นิ้วล็อก เป็นอาการปวดบริเวณผ่ามือใกล้ ๆ โคนนิ้ว และโดยมากมักมีอาการนิ้วเคลื่อนที่ไม่สะดวก มีอาการติด หรือสะดุดเวลาขยับนิ้ว
สาเหตุ
- มีการใช้งานของมือและนิ้วมือมากและเป็นระยะเวลานาน
- ทำงานโดยการกำมือแน่น ๆ เป็นประจำ ทำให้เกิดการอักเสบของปลอกหุ้มเอ็นบริเวณโคนนิ้ว
ตัวอย่างลักษณะงานที่พบเจอได้บ่อย เช่น พนักงานออฟฟิศที่พิมพ์งานติดต่อกันเป็นระยะนานติดต่อกันหลายชั่วโมง แม่บ้านที่ต้องซักผ้าและบิดผ้าบ่อย ๆ ถือถุงชอปปิ้งที่ต้องมีการกำมือแน่นระหว่างการหิ้วของหนัก นักกีฬาที่ต้องใช้การจับอุปกรณ์ที่แน่น ๆ เช่น เทนนิส แบดมินตัน เป็นต้น หรือแม้กระทั้งในคนที่ชอบเล่นมือถือ แลปท็อป ที่ต้องใช้การจับมือถือให้มั่นคงอยู่ในมือ เพื่อไม่ให้มือถือหลุดจากมือ
อาการแบ่งเป็น 4 ระยะ โดยการรักษาขึ้นอยู่กับระยะความรุนแรงของนิ้วล็อก
- ระยะที่ 1 มีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือเวลาขยับ แต่ไม่มีการสะดุดระหว่างการเคลื่อนไหวนิ้ว
- ระยะที่ 2 เริ่มมีการสะดุดเวลาขยับนิ้ว แต่ยังขยับได้อยู่
- ระยะที่ 3 นิ้วติดล็อก แต่ยังสามารถเหยียดออกได้โดยการใช้มืออีกข้างช่วยแกะ
- ระยะที่ 4 นิ้วติดจนไม่สามารถขยับออกได้
การรักษา
- ระยะ 1-2 อาการปวดและเจ็บเวลาขยับนิ้ว มักเริ่มต้นด้วยการทานยาแก้ปวด และพักการใช้งานของนิ้ว การปรับขนาดที่จับให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แพทย์อาจพิจารณาสั่งอุปกรณ์ดามนิ้ว เพื่อป้องกันการใช้งานของนิ้ว นอกจากนี้การรักษาด้วยเครื่องมือทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูยังมีส่วนช่วยในการรักษาได้ค่อนข้างดี เช่น การแช่น้ำอุ่นวันละประมาณ 10-20 นาที และขยับเบา ๆ ในขณะแช่ การใช้เครื่องอัลตราซาวน์ เลเซอร์ หรือคลื่นกระแทก (extracorporeal shockwave) ก็สามารถช่วยลดการปวดและอักเสบได้
- ในระยะ 3 – 4 แพทย์อาจพิจารณาการฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ หรืออาจพิจารณาผ่าตัดปลอกหุ้มเอ็นที่หนาตัวให้เปิดขยายขึ้น และทำให้เส้นเอ็นขยับได้คล่องตัวมากขึ้น
การป้องกันโรคนิ้วล็อก
– พักระหว่างการทำงาน ไม่พิมพ์งาน หรือใช้คอมนานจนเกินไป วิธีนี้นอกจากป้องกันนิ้วล็อก ยังป้องกันการเกิดออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ บ่า ไหล่ได้อีกด้วย
– ไม่หิ้วของหนักเกินไป
– ไม่หักนิ้ว ดีดนิ้ว
– หลีกเลี่ยงการซักผ้าด้วยมือ
– นำผ้ามาพันรอบด้ามอุปกรณ์กีฬาให้หนาตัวขึ้น
– ไม่ดัด พยายามเหยียดนิ้วมือหากมีอาการนิ้วล็อก และแก้โดยเอามือจุ่มในน้ำอุ่น นวดบริเวณโคนนิ้วเบา ๆ และค่อย ๆ เหยียดออกเบา ๆ ในขณะจุ่มน้ำอุ่น
ที่มา : ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
24/01/2023
มะรุม : ลดความดันโลหิตสูง
ใบมะรุมมีวิตามินซีสูงกว่าส้ม 7 เท่า มีแคลเซียมสูงกว่านม 4 เท่า มีวิตามินเอสูงกว่าแครอต 4 เท่า มีโพแทสเซียมสูงกว่ากล้วย 3 เท่า มีโปรตีนสูงกว่านม 2 เท่า ใบและดอกมะรุมมีสรรพคุณในการขับน้ำนม เพิ่มแคลเซียมให้กับเด็กทารก เหมาะสำหรับแม่ลูกอ่อนอย่างยิ่ง ช่วยลดไขมันและคอเลสเทอรอล นอกจากนี้คุณสมบัติเด่นคือ ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ดี
ตัวอย่างตำรับยา
- ตำรับที่ 1 นำรากมาต้มกินเป็นซุป
- ตำรับที่ 2 นำยอดมาต้มกิน
- ตำรับที่ 3 นำยอดอุ๊ปใส่เนื้อวัวกิน ซึ่งต้องเป็นเนื้อวัวเท่านั้น
- ตำรับที่ 4 นำรากมะรุมต้มกับรากย่านางกิน
- ตำรับที่ 5 ใช้ยอดมะรุมสด โดยจะเป็นยอดอ่อนหรือยอดแก่ก็ได้ นำมาโขลกคั้นเอาน้ำ (ถ้าไม่มีน้ำให้เติมน้ำลงไปพอให้เหลวข้น) ผสมน้ำผึ้งพอหวาน กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว
**ทั้งนี้ห้ามกินมะรุมผงแคปซูล (ทั้งใบมะรุม และเม็ดมะรุม) ลดความดันโลหิต เพราะเป็นอันตรายต่อตับ**
(เครดิตภาพ : เย็นกายสบายใจ, เต้าเจี้ยว, moonsapphire, banmuang)
** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
81/72
Nonthaburi
11110