NatureSoft

NatureSoft

แชร์

Beauty & Healhy Manufacturer

01/03/2026

“Don’t Get a Job ...
Make a Job”

‘หลายๆ อย่างเปลี่ยนไป อันนี้ก็ใช่อีกเรื่องที่เปลี่ยนแปลง !!’

ลูกจบแล้ว จะหางานอะไรทำ ?

อายุเท่านี้ ยังไม่มีงานที่มั่นคงอีก ?

ไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ?
..คำถามเหล่านี้ ผมเชื่อว่า คนรุ่นใหม่ ฟังจนหูชา ...ทุกครั้งที่เจอคำถามเหล่านี้ มันทั้งกดดัน ..ทั้งทำให้ฉุกคิดตั้งคำถามหลายๆ อย่าง

- ถ้าถามว่า ยุคนี้ งานอะไรมั่นคง ?
.ตอบยาก เพราะงานมั่นคงอย่างงานประจำ ก็กลายเป็นไม่มั่นคง ..เอาคนออกเป็นว่าเล่น
.อายุ 60 ยุคนี้ไม่ได้เกษียณแล้วเตรียมตัวตาย แบบสมัยก่อน ...อายุ 60 ยุคนี้เขาถือว่า แค่วัยกลางคน - จะให้เกษียณมาอยู่เฉยๆ เหรอ ?

- ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน หมายความว่าอะไร ?
..ยุคนี้เด็กติดเกม สร้างอาชีพใหม่ e-Sport ..พวกเด็กแว้น สามารถ ผันตัวมาสร้างกระแส Street Art ...ขายทั้ง เพลง ศิลปะ แฟชั่น

คนระดับโลกอย่าง Jay-Z (สามี บียองเซ่) ...คนนี้ก็เริ่มจากค้ายาริมถนน จนผันตัวเป็น Rapper ระดับโลก เจ้าของอาณาจักรธุรกิจ ตั้งแต่ ค่ายเพลง , แฟชั่น , สถานบันเทิง , ร้านอาหาร
.เรื่องไร้สาระ ยุคนี้ หาเงินง่ายกว่า งานที่มีสาระ ...มีสาระไปเลย ทำงาน Office ตอกบัตร 9-5 ..ทำไป ทนไป ...ตกลง อะไรคือ บทสรุป ?
..ใช่!! วันนี้ มันเปลี่ยนจาก ‘หางาน’ เป็น ‘สร้างงานขึ้นมาเองนะ’
..การสร้างงานขึ้นมาเอง ...จริงๆ เป็นโจทย์ที่ยากขึ้น แต่ท้าทาย เหมือน ทำข้อสอบ เดิมทีอาจารย์ตั้งโจทย์ให้เป็น กากบาท ...มาสู่ยุคข้อสอบ เปิด ‘ยุคนี้ การสอบ คือ ตั้งโจทย์เอง แล้วก็ตอบเองด้วย’

- ถ้าคิดว่า ตัวเองมั่นคง อาจแปลว่า เรากำลังสั่นคลอน

- ถ้าคิดว่าเรามีสาระ บางครั้งเราปิดจินตนาการที่จะไปสู่โอกาสหาเงินมากมาย ในโลกยุคนี้ (ไร้สาระ ชนะ สาระดี)
...ลองคิดดูซิครับว่า ‘ถ้าตั้ง สร้างงานขึ้นมาเอง เราจะสร้างงานอะไรให้โลกนี้’

01/03/2026

กฏ 10% ของผู้ประกอบการ - The 10% Entrepreneur !!

‘อย่าเพิ่งลาออกจากงานประจำ’ ...นี่คือ คำแนะนำ จาก The 10% Entrepreneur

ผู้เขียนคือ Patrick Mcginnis ...เขาเล่าว่า ‘คำว่าผู้ประกอบการ หรือ ทำธุรกิจส่วนตัว ไม่เคยมีอยู่ในหัวของเขาเลย’ ..สิ่งที่เขาฝัน คือ การเรียนจบดีๆ ซึ่งเขาก็ทำได้ ..เขาจบ Harvard (มหาวิทยาลัยในฝันของหลายๆ คน) ..แล้วก็ทำงานในองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่มั่นคง ..คือ ทำในส่วนการลงทุนของ AIG (บริษัทแม่ของ ยักษ์ใหญ่ AIA)
..ทุกอย่างในชีวิตของเขาดีหมด และเป็นไปตามที่คาดหวังทุกประการ

จนกระทั่ง .....?!?

จนกระทั่งเกิดวิกฤตการเงินปี 2008 เขาพบว่า สิ่งที่เขาเคยเข้าใจเกี่ยวกับ ชีวิตและงานที่มั่นคง มันตีลังกา ...ทุกวันนี้ เขาผันตัวเป็น นักลงทุน Venture Capital ...ลงทุนในธุรกิจ ...นักเขียน ..และ นักเดินทาง

สิ่งที่เขารู้สึกเสียดายในชีวิตก็คือ ‘เขาน่าจะเริ่ม ในสิ่งที่เขาทำในปัจจุบันให้เร็วกว่านี้ !!’

หนังสือ The 10% Entrepreneur เล่าถึง แนวทางในการเริ่มธุรกิจตั้งแต่ยังเป็นลูกจ้าง

- การเริ่มธุรกิจ ที่ดีต้องเริ่มในจุดที่เรามั่นคง ...นั่นเป็นแนวคิดของคนที่เดินทางในสายนี้

หลายคน อาจมองว่า เริ่มธุรกิจ ต้องทุบหม้อข้าวตัวเอง แล้วตีเมือง ...ถ้าไม่สำเร็จ ก็ขอตาย ...จะว่า แรงไปนิดนะ เพราะ ในโลกธุรกิจปัจจุบันไม่ใช่ ว่า ‘คุณมีความตั้งใจอย่างแรงกล้า แล้วจะการันตีความสำเร็จ’

ไอเดียนี้ ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับผู้เขียน ...ว่า การเป็นผู้ประกอบการยุคนี้ ต้องเริ่มในจุดที่ล้มได้

‘การเริ่มในจุดที่ล้มได้’ มี 2 แบบ

1. บ้านรวย ...พวกนี้ ล้มได้ ลุกได้ ...ถ้าไม่ถอดใจ แล้วแก้ไขเรียนรู้ ..ยังไงก็สำเร็จ เพราะ มีบ้านที่มีฐานะ คอยรองรับเมื่อล้มเหลว

2. มีงานประจำรองรับ ...อันนี้คือ 10% Entrepreneur ที่เขียนในหนังสือเล่มนี้ ...คนเหล่านี้แม้ไม่ได้มีบ้านที่ฐานะร่ำรวย แต่เขาก็ฝันจะเป็นผู้ประกอบการในวันนึง

แต่ เขาไม่มีทุน และ เขาไม่มีฐาน

ดังนั้น จึงใช้ ‘งานประจำ’ เป็นฐานตั้งต้น

เริ่มจากใช้ เวลา 10% ที่ว่างจากงานประจำ ไปเริ่มสร้างธุรกิจของตัวเอง
..กฎ 10% ในเรื่องนี้ ก็คือ

‘ความสำเร็จที่ก้าวกระโดดในชีวิตคนเรา มันมาจากการที่เราเลือกใช้เวลาว่าง 10% ของเรานั่นแหละ ...ถ้าเราเลือกใช้เที่ยวเล่น ผ่อนคลาย มันก็ได้ความสบายไปวันๆ ...แต่ถ้าเราเลือกใช้เวลานั้น เพื่อเปลี่ยนชีวิต ...มันก็จะทำหน้าที่เปลี่ยนชีวิตเราในที่สุด’
..ยังมีรายละเอียด อีกเยอะ ที่เราสามารถเริ่ม เป็น 10% Entrepreneur ...ไว้มีโอกาสผมจะมาเล่าในมุมของการทำเรื่องนี้ ในประเทศไทยบ้าง
..ที่เล่ามาเพื่ออยากจะบอกว่า ยุคนี้เส้นแบ่งระหว่าง ลูกจ้าง กับ เจ้าของธุรกิจ มันถูกลบด้วย เทคโนโลยี ...ลูกจ้างวันนี้หลายๆ คนเป็นเจ้าของธุรกิจ และ ใช้เวลา 90% ทำงานประจำ เพื่อสร้างประสบการณ์ สร้างฐานเงิน สร้างเครือข่าย และ ใช้เวลา 10% เพื่อสร้างธุรกิจ แล้วเปลี่ยนชีวิต ด้วยตัวของเขาเอง

01/03/2026

'8 วิธีคิด สร้าง งานเบา ใช้สมอง เงินดี ไม่ต้องมีออฟฟิศ - หาที่ไหน ?'

สมัยก่อน เรามี Blue Collar กับ White Collar

คนที่ทำงาน Blue Collar คือ อาชีพที่ใช้แรงงานเป็นหลัก เช่น ทำงานในโรงงานผลิต ...ยุคก่อน Blue Collar เท่มาก เพราะ ทำงานกับโรงงานหรือบริษัทขนาดใหญ่ซึ่ง รายได้ดี สวัสดิการมั่นคง ..แต่วันนี้สินค้าผลิตเกินความต้องการ ..โรงงานต้องลดการผลิต ลดคน กดรายได้

จึงเกิด White Collar คือ คนที่มีการศึกษา จบปริญญา นั่งทำงานในออฟฟิศ ห้องแอร์ ..งานนี้หนักกายครึ่ง หนักสมองอีกครึ่ง ...เคยรายได้ดี มีโอกาสเป็นผู้บริหาร ...แต่วันนี้บริษัทต่างๆ ก็ลดคนงาน ..เด็กจบปริญญาใหม่ อยากเข้าทำงาน แต่ก็มองอนาคตไม่ค่อยสู้ดีนัก

(จะสู้คนเดิม ในงานที่คนเดิมเขาถนัดได้อย่างไร ?)

วันนี้จึงเกิด T-Shirt Collar (เสื้อคอกลม) งานแบบนี้ ต้องใช้สมองเป็นหลัก (ใช้สมองให้หนัก) ..ทำงานผ่านออนไลน์ ...ใช้ร้านกาแฟ และ co-working เป็นสถานที่ทำงาน

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับ พนักงานเสื้อยืด (T-Shirt Collar) มีดังนี้

1. มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในโลกออนไลน์ ..คือ โดดเด่น ซึ่งเกิดจากการพัฒนาความสนใจด้านใดด้านหนึ่งจนตัวเองเชี่ยวชาญเรื่องนั้นๆ เช่น เชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพ , เชี่ยวชาญเรื่องการลงทุน , เชี่ยวชาญเรื่องเกม , เชี่ยวชาญเรื่องกีฬา , เชี่ยวชาญด้านความงาม , เชี่ยวชาญด้านงานขายออนไลน์ ...

2. งานแบบนี้ไม่ใช่มีแค่เงินแล้วจะเปิดธุรกิจได้ แต่ต้องมีความเข้าใจเรื่องนั้นๆ เป็นพิเศษ จึงจะมีคนจ้าง ..สิ่งที่วัดว่าเราเริ่มเข้ามาสู่งานแนวนี้ได้แล้ว คือ 'เรามีค่าตัว/เรามีคนจ้าง'

3. มีความใฝ่รู้ และพัฒนาความรู้ ในด้านที่ตัวเองเลือกอย่างต่อเนื่อง ...อ่านทุกเรื่อง รู้ทุกเรื่อง แต่รู้เฉพาะด้าน - ถ้าสมุนไพรต้องหมอเส็ง (เกี่ยวไรวะ !! ..เกี่ยวดิ จะบอกว่า สุดยอดด้านสมุนไพรก็รวยโคตรๆ แบบหมอเส็งได้ ไงล่ะ)

4. สร้างชุมชนคนสนใจในเรื่องเดียวกัน อาจเริ่มจากทำเพจฟรีๆ อย่าง Facebook หรือ ทำ Blog ให้คนที่สนใจได้ศึกษาจากความรู้ที่เรารวบรวมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

5. ไม่ต้องมี ออฟฟิศ เพราะ ออฟฟิศมันแพงจนแทบไม่คุ้มในการทำธุรกิจเล็กๆ

6. ให้ฝึกใช้เครื่องมือในการจัดการธุรกิจแบบออนไลน์ ..ถ้า Lazada ท้าทาย Central ได้ ก็แปลว่า คนตัวเล็กๆ อย่างเรา ก็หาจุดยืนได้ ถ้าเราตั้งใจที่จะทำมัน

7. สร้างฐานลูกค้า จากผลงานที่เราสร้าง สินค้าที่เราผลิต บริการที่เราทำ ..ให้มุ่งมั่นสร้างฐานลูกค้า จากความพอใจที่เขาได้รู้จักเรา 'ใช่!! ลูกค้าต้องโชคดี เพราะได้รู้จักเรา'

8. กล้านำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่ตลาดต้องการ แม้ว่าจะขัดใจเรา หรือ อึดอัด ...จำไว้ว่า อึดอัด คือ การเติบโต

หากทำได้ครบ 8 ข้อนี้ ...คุณจะเริ่มมีอาชีพ T-Shirt Collar พนักงานเสื้อคอกลม ที่มี ทุนคือสมอง / ออฟฟิศคือร้านกาแฟ / ออนไลน์คือหน้าร้าน และการบริการ

..ใช้ต้นทุนต่ำ แต่นำเสนอ สินค้าและบริการ ที่คุ้มค่าเท่าที่โลกนี้ได้เคยเจอ

คิดใหญ่ ค่อยๆ ไป ทีละก้าวนะ ...เอาใจช่วย

01/03/2026

5 คำถาม ที่ถ้าตอบได้ดี
สามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริง !!

‘มนุษย์มักจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเสมอ ...ใช่หรือไม่ครับ ?’

น่าคิดว่า ทุกวันนี้ เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเราเอง หรือ เรากำลังโดนหลอกให้เลือกอะไรบางอย่างที่ไม่ได้ดีกับตัวเราเลย - ‘คุณคิดว่า ตัวคุณเป็นแบบไหน ?’

1. - คำถามแรก ‘การออกกำลังกายดีไหมครับ ?’ ...ตอบได้เลยว่าดี ...ถามว่า มีคนจำนวนมากแค่ไหน ที่เลือกออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ผมเชื่อว่า คนจำนวนมาก ที่เลือก ‘ข้ออ้าง’ ที่จะไม่ออกกำลังกาย แม้ว่า เขาจะรู้ว่ามันดีต่อตัวเรา

2. - คำถามที่สอง ‘คนเราเลือกการกินตามใจปาก หรือ เราเลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายรึเปล่า ?’ ...ตอบเลยว่า คนไม่น้อยเลือกตามใจปาก ...ไม่ได้สนหรอกว่า สิ่งที่กินดีต่อสุขภาพหรือไม่

3. - คำถามที่สาม ‘คนเราเลือกเสพข้อมูลที่สนุก หรือ เสพสิ่งที่มีความรู้พัฒนาตัวเอง ?’ ...ตอบเลย หลายคนเลือกสิ่งที่สนุก ...จะให้อ่านหนังสือ หรือ พัฒนาตัวเอง เราจะอ้างว่าไม่มีเวลา ...ก็เวลาที่เรามี เราเลือกใช้กับความสนุกทั้งหมด จะเหลือเวลาได้อย่างไร ถ้าเราไม่คิดให้มากพอ ไม่มีความมุ่งมั่น ไม่มีวินัย จริงมั้ยครับ??

4. - คำถามที่สี่ ‘คนเราเลือกออมเงินหรือลงทุนเพื่ออนาคต หรือ เราเลือกใช้เงินซื้อสิ่งที่อยากได้ทันทีเลย’ ...ตอบเลยว่า ทุกวันนี้ หลายคนเลือกซื้อของที่อยากได้ (ถึงไม่มีเงิน ก็กู้ ยอมเป็นหนี้ เพื่อมีไม่น้อยหน้าเพื่อนในวันนี้เลย) โดยไม่ได้สนเลยว่า อนาคตจะมีเงินไหม หรือ จะเป็นอย่างไร?? น่ากลัวมั้ยครับ

5. - คำถามที่ห้า ‘เราเลือกทำงานยากเพื่อให้ประสบความสำเร็จ หรือ เราเลือกงานง่ายๆ เพื่อให้จบๆ จะได้เอาเวลาไปทำสิ่งอื่น...ตอบเลยว่า เราเลือกงานง่ายๆ จะได้มีเวลาไปเม้าท์กับเพื่อน ไปเที่ยวมากกว่าครับ

ถามไป 5 ข้อ ...เลือกได้แล้ว ทันดีกับชีวิต และอนาคตของเราจริงๆหรือไม่??

ห้าเรื่องนี้ ชี้ให้เราเห็นว่า ‘คนเรา มักเลือกทางเลือกที่ทำให้ชีวิตแย่ลง ...โดยใช้ ข้ออ้าง เพื่ออ้างให้ตัวเองไม่รู้สึกผิด’ ....เราลืมไป อย่างนึงว่า ชีวิตนี้ เราล้วนเลือกทางเดินของตัวเอง

แล้วมนุษย์เรา ก็จะมีผลลัพธ์ชีวิต ไปในแบบที่เขาเลือก !!

ลองฝึก เลือกใหม่ซิ ...ผมอยากจะบอกว่า แค่เราค่อยๆ เปลี่ยนทีละทางเลือก ตัวเราก็จะมีชีวิตดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ !! เพียงแค่ดีขึ้นวันละเพียง 1% ในทุกๆวัน ใน 1 ปี คุณจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นถึง 365% มันเพียงพอต่อการทำให้คุณสำเร็จในสิ่งที่คุณคิดหรือไม่ ไปลองพิสูจน์กันนะครับ

01/03/2026

‘ทักษะอะไร ที่ทำให้เราหาเงินเก่ง ในโลกยุคนี้’

ยุคนี้ ? ...ยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงมหาศาล ..งานเก่าๆ ถูกทดแทน

ความได้เปรียบในอดีต จากใบปริญญา เปลี่ยนเป็น โลกที่ให้ค่าตอบแทนตาม ‘ทักษะ และ ประสบการณ์ตรง’

ถ้าพูดกว้างๆ ทักษะ ที่จะหาเงินเก่ง ตัองมี 3 คุณลักษณะ คือ

1. ‘ทักษะที่ทดแทนยาก’ ...ยกตัวอย่าง ทักษะการทำความสะอาด ..มีคนทำแทนได้เยอะมาก ...ถ้าเทียบกับทักษะการผ่าตัด ...มีคนทำแทนได้น้อย ...ค่าตอบแทนจึงสูงกว่าเป็นเรื่องปกติ

2. ‘ทักษะที่เพิ่มคุณค่าทางจิตใจ’ ...ของราคาถูก กับ ของหรูหรา อาจไม่ได้ต่างกันที่คุณภาพมากนัก ...นาฬิกา Rolex ไม่ได้เดินตรงไปกว่า นาฬิกาใส่ถ่านเรือนละร้อยบาท ...แต่เรื่องราว การเล่าเรื่อง การใส่ใจในรายละเอียด ตรงนี้ต่างหากที่ต่างกัน

ศิลปิน ไม่ได้ถูกตัดสินที่ฝีมือในการวาดรูปสวย เพราะ ขึ้นชื่อว่า ศิลปิน ก็ต้องวาดรูปสวยเป็นพื้นฐานอยู่แล้วทุกคน ...แต่การที่งานศิลปะ ของ ศิลปินบางคนมีราคาสูง ก็เกิดจากความสามารถในการเล่าเรื่อง อธิบายความโดดเด่น ...พูดง่ายๆ ก็คือ มี ทักษะ ในการเพิ่มคุณค่าทางจิตใจนั่นเอง

3. ‘ทักษะในการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ให้ทำงานร่วมกันดีขึ้น’ ....ทักษะในอดีต คือ ทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ...ช่างไม้ ก็เก่งเรื่องไม้ ...ช่างถ่ายภาพ ก็เก่งเรื่องถ่ายถาพ ...แต่ปัจจุบันการที่จะสร้างความแตกต่างในผลงาน ต้องสร้างอะไรที่แตกต่างและโดดเด่น ....การเชื่อมโยง ทักษะที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ให้เกิดสิ่งใหม่ที่แปลกใหม่ โดดเด่น จึงเป็นทักษะที่มีราคา

เช่น การนำทักษะการทำอาหาร มาร่วมกับ ทักษะของ วิทยาศาสตร์ ก็เกิดเป็น อาหารฟิวชั่น ที่แตกต่าง และ ราคาสูง ...หรือ อาหาร บวกกับ ศิลปะ กลายเป็น อาหาร มิชลิน นั่นเอง

ส่วนอีกทักษะ ที่ควรฝึกฝน ตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะทำอาชีพไหน ก็ควรมีไว้ติดตัว ก็คือ

‘ศิลปะป้องกันตัว’ ...ฮึม!! ไม่ใช่ครับ ...เราผ่านการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดแบบนั้นมานานแล้ว

ยุคนี้ เราสู้ เพื่อ เงิน ดังนั้น ทักษะที่สำหรับที่สุดในโลกยุคใหม่ ก็คือ ‘ทักษะการหาลูกค้า’

ใช่!! จะเป็นอะไร ทำอะไร จริงๆ ไม่สำคัญเท่ากับว่า เราหาลูกค้าเป็นเปล่า

ทักษะการหาลูกค้า ประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบ ดังนี้

1. ‘การเขียน’ ...เขียนให้เข้าใจง่าย

2. ‘การพูด’ ...พูดภาษาคน (อันนี้ต้องฝึกนะ เพราะ ยิ่งเรียนสูง เรายิ่งพูดไม่เป็นภาษาคน ...เรื่องนี้ไม่มีพรสวรรค์ ใช้การฝึกฝนอย่างเดียว)

3. ‘การเล่าเรื่อง’ ...แค่เขียนกับพูดเป็นยังไม่พอ ต้องเล่าเรื่องเป็น ....คนที่พูดบนเวทีแล้วคนอยากฟัง คือ คนที่พูดเหมือนเล่าเรื่อง ...คนที่ฝึกเล่าเรื่องบนเวที เป็นการฝึกทักษะ ที่จะพัฒนาตัวเองเป็นผู้นำ ...อันนี้ก็ขึ้นกับการฝึกฝนเช่นกัน

4. ‘การแชร์’ ..ในโลกยุค Social ผู้ที่จะได้รับเวที ได้รับโอกาส คือ คนที่หมั่นแชร์สิ่งดีๆ ความรู้ดีๆ แรงบันดาลใจดีๆ ...อาสาสมัครสร้างประโยชน์ ให้คนรอบข้าง ทุกครั้งที่มีโอกาส

5. ‘การเชื่อและทำในสิ่งที่ถูกต้อง’ ...สิ่งผิดก็หาเงินได้นะ แต่ยิ่งทำเราก็ยิ่งไม่สบายใจ ...ดังนั้น สิ่งที่ดี คือ ทำในสิ่งดี ทำสิ่งนี้ เราจะยิ่งชอบตัวเอง ...มันจะค่อยๆ เพิ่มความมั่นใจ และ สร้างจุดยืนที่ชัดเจนของเราในที่สุด

ก็ลองไปปรับใช้ ในการพัฒนา ทักษะ สร้างความร่ำรวยกันนะครับ

01/03/2026

7 วิธีพิชิตอาการปวดหลังโดยไม่ใช้ยา

อาการเจ็บปวดเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่มีการตรวจเลือดหรือสแกนใดๆที่สามารถบอกได้ว่าคุณมีอาการปวดมากปวดน้อยแค่ไหน และสิ่งที่บรรเทาอาการปวดของคนๆหนึ่งได้ก็อาจไม่เหมาะกับคุณเนื่องจากความเจ็บปวดทั้งหมดอยู่ในความคิดของคุณนั่นเอง

อาการเจ็บปวดคือสิ่งที่สมองสร้างขึ้นจากข้อมูลรับความรู้สึกของร่างกายและยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อสมองในการรับรู้อาการเจ็บปวดด้วย ทั้งนี้ความรู้สึกวิตกกังวล ความเหนื่อยล้า และแม้กระทั่งความเจ็บปวดก็สามารถเพิ่มหรือลดความทุกข์ทรมานของคุณได้ ขณะเดียวกันก็มีวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการปวดได้โดยที่ไม่ต้องใช้ยาซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 7 วิธีด้วยกัน

ใช้เวลากับเพื่อนฝูง
การออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆจะทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนเอ็นโดรฟินออกมาซึ่งทำให้คุณรู้สึกดีแถมยังช่วยลดอาการเจ็บปวดได้ด้วย ในทางกลับกันภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมซึ่งใช้เวลาอยู่คนเดียวหรืออยู่ห่างจากเพื่อนและครอบครัวมากเกินไปจะส่งผลให้อาการปวดหลังช่วงล่างแย่ลง

ทำตัวให้ร่าเริงแจ่มใส
การหัวเราะจะช่วยลดอาการเจ็บปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการหยอกล้อกับเพื่อนหรือดูภาพยนตร์ตลกก็สามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดได้

นวด
การนวดสามารถเอาชนะหรืออย่างน้อยก็ช่วยลดอาการเจ็บปวดได้ การรับสัมผัสเกี่ยวกับการกดหนักบนผิวจะตอบสนองต่อการสัมผัสโดยการกระตุ้นเส้นประสาทเวกัสในสมอง การทำงานของเส้นประสาทเวกัสที่เพิ่มขึ้นจะช่วยลดความตึงเครียดและความตึงเครียดที่ลดลง (ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด เช่น คอร์ติซอล) ก็จะทำให้อาการเจ็บปวดลดลงตามไปด้วย

การกลิ้งบำบัด
การใช้ลูกกลิ้งโฟมนวดกล้ามเนื้อจะช่วยลดอาการปวดและบอบช้ำได้ ขณะที่การฝังเข็มก็ลดอาการเจ็บปวดได้มากถึงร้อยละ 55 นอกจากนี้ทั้งการฝังเข็มและการใช้ลูกกลิ้งโฟมก็สามารถลดอาการเจ็บปวดได้โดยการกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทเวกัสในสมอง..เช่นเดียวกับการนวด

ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายแบบแอโรบิคนาน 25 นาที เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน และการว่ายน้ำจะช่วยลดการรับรู้อาการเจ็บปวดได้ถึงร้อยละ 28 ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหลังช่วงล่างหรืออาการปวดหลังเรื้อรังอย่างกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อไฟโบรมัยเจีย ขณะเดียวกันการศึกษาพบว่านักกีฬาจะสามารถทนต่ออาการเจ็บปวดได้มากกว่าผู้ที่ไม่ใช่นักกีฬา การออกกำลังกายจะกระตุ้นการทำงานของตัวรับโอปิออยด์ในสมองซึ่งช่วยบรรเทาความเจ็บปวด (ยาแก้ปวดส่วนใหญ่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบโอปิออยด์ในสมอง)

ฝึกสมาธิอยู่กับตัวเอง
งานวิจัยจำนวนมากพบว่าการฝึกสมาธิช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ ทว่าการฝึกสมาธิไม่ได้ช่วยลดอาการเจ็บปวดโดยการกระตุ้นระบบโอปิออยด์ในสมอง ซึ่งหมายความว่าการฝึกสมาธิอาจช่วยระงับอาการปวดได้แม้ว่ายาแก้ปวดจะไม่ได้ผล

ยืดเส้นยืดสาย
การฝึกโยคะหรือการยืดกล้ามเนื้อสัปดาห์ละหนึ่งชั่วโมงสามารถบรรเทาอาการปวดหลังช่วงล่างได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเพิ่มขึ้นด้วยหากฝึกโยคะเป็นประจำ

01/03/2026

3 สิ่งที่จะกำหนดอนาคตของคุณ !!

3 อย่างนี้ผมไม่ได้คิดเองไปคนเดียว ผมกลั่นมาจากสุดยอดหนังสือ ตำรา และจากประสบการณ์ใช้จริง และมาคอนเฟิมด้วยตัวเองว่ามันเป็นเรื่องจริง !!

1.งานที่คุณทำ...

มีคำบอกไว้ว่า"อยากรู้ว่าตัวคุณในอนาคต อีก 5 ปี จะเป็นยังไง ให้ดูรุ่นพี่ในที่ทำงานคุณ"มันจริงซะยิ่งกว่าจริง ผ่านไปอีกหน่อยคุณก็จะเหมือนกับรุ่นพี่ในบริษัทคุณ (ถ้าหากคุณไม่พัฒนาตัวเองจนความสามารถเกินเค้า)

2.เพื่อนที่คุณคบ...
ตัวของคุณ คือค่าเฉลี่ย 5 คนที่คุณสนิทมากที่สุด !!เอาให้ตรงๆ ชัดเลย เช่น
รายได้ของคุณ จะเท่ากับรายได้ของคนสนิทของคุณ ซึ่งก็คือเพื่อนที่ทำงานดังนั้น หากจะเปลี่ยนอนาคต ง่ายๆที่ทำได้เลย คือ เปลี่ยนสังคม เริ่มจาก คบคนดีๆ คนที่เราอยากจะเป็นด้ว

3.หนังสือที่คุณอ่าน...

ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คือ ไลน์ที่คุณอ่าน,เพจเฟซบุคที่คุณกดไลค์แน่นอนว่า คุณซึมซับเรื่องนี้ทุกๆวัน นานเข้า มันจะบ่มเพาะนิสัยของคุณ และกลายเป็นอนาคตของคุณในที่สุด

รับรองว่าถ้า 3 อย่างของคุณเป็นสิ่งที่ดี อนาคตของคุณสวยงามแน่นอนครับ

ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆครับ

01/03/2026
01/03/2026

10 ข้อ ช่วยคิดทำธุรกิจส่วนตัว

เก้าในสิบของคนที่ลุกขึ้นมาทำธุรกิจ ต้องปิดกิจการ เจ๊งใน 5 ปีแรก ...เพราะ แค่อยากทำ มันไม่พอให้สำเร็จ

มาดู 10 ข้อ ช่วยคิด พัฒนาธุรกิจเรา

1. ‘เลือกธุรกิจที่เรามีต้นทุนต่ำ ไม่เอาธุรกิจตามกระแส’ ...คนส่วนใหญ่เลือกเปิดธุรกิจเพราะเห็นคนอื่นทำแล้วดี นั่นคือ ต้นเหตุของความล้มเหลว ...ธุรกิจที่เลือกทำ ควรเป็นธุรกิจที่เรามีต้นทุนต่ำกว่าคนอื่น เช่น บ้านเราทำธุรกิจนี้ , มีวัตถุดิบราคาถูก , มีประสบการณ์มากกว่า , เคยเป็นลูกจ้างในธุรกิจนี้

2. ‘คิดเริ่มจากสินค้าและบริการ ที่เพิ่มมูลค่า 10 เท่าจากต้นทุน’ ...เช่น ถ้าบ้านปลูกมะนาว ไม่ใช่แค่ขายมะนาว ต้องแปรรูป เพิ่มมูลค่า ...เริ่มคิดจาก 10 เท่าของต้นทุน

3. ‘ขายสินค้าเฉพาะ อย่าขายของชำ’ ...ยุคนี้คนที่ขายทุกอย่าง จะขายไม่ได้เลย ...ถ้าอยากรุ่ง ต้องขายสินค้าเฉพาะ ...ขายอย่างเดียว แต่เลือกที่เด็ดที่สุด เช่น ถ้าขายข้าว ให้ขายอาหารจานเดียว จานเด็ด อย่าขายอาหารตามสั่ง

4. ‘ผลิตล้านชิ้น ได้อย่างไร’ ...คนที่ทำธุรกิจแล้วรวย คือ ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า ถ้ามีคนต้องการซื้อสินค้านี้ ล้านชิ้น จะทำอย่างไร ...แน่นอน ถ้าเป็นสินค้าตามสั่ง คงทำได้ยาก ...ดังนั้น สินค้าต้องผลิตได้ง่าย ใครทำก็ได้ สามารถจ้างคนทำได้ ถึงจะขยายและโตได้

5. ‘รายได้เพิ่ม ต้นทุนแทบไม่เพิ่ม’ ...ธุรกิจสมัยก่อน จะมีรายได้เพิ่ม ต้องลงทุนเพิ่ม เช่น ร้านขายของ จะขายเพิ่ม ต้องเปิดร้านเพิ่ม ...ยุคนี้ ต้องตอบโจทย์ ทำยังไงให้รายได้เพิ่ม โดยที่ต้นทุนแทบไม่เพิ่ม

6. ‘มีรายได้ ก่อนมีรายจ่าย’ ..อันนี้สำคัญกับธุรกิจมาก ..ยุคก่อน จะมีรายได้ ต้องลงทุน ..แต่ธุรกิจยุคนี้ สามารถมีรายได้ ก่อนมีรายจ่าย ...สมัยก่อนมีแต่อสังหาริมทรัพย์เท่านั้นที่ ขายก่อนสร้าง แต่เดี๋ยวนี้ธุรกิจรุ่นใหม่ ทำได้เกือบทุกอุตสาหกรรม !!

7. ‘ใช้ออนไลน์หากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย’ ทำการบ้านออนไลน์ให้เยอะ หากลุ่มความสนใจ ที่คิดว่า อยากซื้อสินค้าของเรา ...วางแผน การเข้าหากลุ่มเป้าหมาย

8. ‘ใช้วิชา จีบสาว เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย’ ...เมื่อเจอกลุ่มคนที่น่าจะซื้อสินค้าของเรา ใช้วิชา ‘จีบสาว’ ทันที ...ศึกษากลุ่มเป้าหมาย เหมือนศึกษาผู้หญิงที่เราจะจีบ ...ใคร / อยู่ที่ไหน / สนใจอะไร / - รู้ทุกอย่างเพื่อชนะใจสาว !!

9. ‘เข้าทางเพื่อน’ ...ทำธุรกิจกับจีบสาว มันเรื่องเดียวกัน ...แต่ทำธุรกิจ เราจีบทั้งกลุ่มเลย เข้าจากใครก็ได้ ...ยุคนี้ เพื่อน จะชวน เพื่อน นี่คือ การตลาดที่ดีที่สุด ...’เพื่อนแนะนำ’

10. ‘สร้าง Trust สร้าง Brand’ ...คนที่จะชนะใจลูกค้า ต้องพัฒนาความไว้วางใจ และ ตั้งใจอยู่ตรงนี้ เพื่อแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายตลอดไป ...นี่คือ Brand ในอนาคต


#รับสร้างแบรนด์

01/03/2026

หจก.เนเจอร์ซอฟต์ ให้บริการมาตั้งแต่ 28 ส.ค 2556 กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 13 ซึ่งเปิดขึ้นหลังจากปิด บริษัทเดิม คือ บริษัท คิว วัน เฮิร์บ จำกัด ซึ่งให้บริการเฉพาะด้านผลิตสมุนไพร และอาหารเสริม ซึ่งเนเจอร์ซอฟท์ มีบริการหลายด้าน ทั้งในส่วนด้านรับผลิตสินค้าความงามและสุขภาพ เครื่องสำอางค์ เวชสำอาง รวมถึงตัวยาที่ใช้รักษาในวงการแพทย์ พลังงานทดแทน บำบัดน้ำเสีย และด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงบริการไอที เอไอ งานออกแบบ การตลาดออนไลน์ แบบครบวงจร

ใครที่อยากมีแบรนด์สินค้าเป็นของตนเอง หรือมีแบรนด์แล้วแต่อยากมีสินค้าคุณภาพรายการอื่นๆ เพิ่ม หรือต้องการผลิตสื่อส่งเสริมการขาย การตลาดออนไลน์ ที่ได้ผล สามารถปรึกษาได้ฟรีครับ แอดมิน หรือกับผมโดยตรง อ.ปรัชญา กรรมการผู้จัดการ
Line : naturesoft
0894446924 ครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Nonthaburi?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Nonthaburi