Diornary_Shop
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Diornary_Shop, ความงาม เครื่องสำอาง และการดูแลตนเอง, The Avenue @10th ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง สมุทรปราการ, Samut Prakan.
03/05/2026
03/05/2026
แนะนำ
03/05/2026
✨ หมดห่วงเรื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยง! ✨
เครื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยงอัตโนมัติ 🐶🐱 จาก Green Pets
ตัวช่วยสุดอัจฉริยะ สำหรับคนรักน้องๆ ที่ไม่ค่อยมีเวลา
💡 จุดเด่นที่ต้องมี
✔ ควบคุมผ่านแอป สั่งงานง่ายจากมือถือ
✔ พูดคุยเสียงสดกับน้องได้ 💬
✔ ดูน้องแบบเรียลไทม์ 📱
✔ ความจุ 4–6 ลิตร ใส่อาหารได้จุใจ
✔ ตั้งเวลาให้อาหารอัตโนมัติ ตรงเวลาเป๊ะ
✔ ดีไซน์สวย วางบ้านไหนก็ดูดี
🍽 มีถาดอาหารคู่ กินสะดวก แยกเป็นสัดส่วน
🏡 เหมาะทั้งแมวและสุนัข
🔥 โปรแรงตอนนี้!
💸 ราคาเริ่มต้นเพียง 4xx บาท
🚚 ส่งฟรี + เก็บเงินปลายทางได้
📌 ไม่อยู่บ้านก็เลี้ยงน้องได้สบายใจ
ให้เค้าอิ่มตรงเวลา…ทุกวัน ❤️
👉 รีบสั่งเลย ของมีจำนวนจำกัด
https://s.shopee.co.th/10zT7wlKB3
18/10/2022
ธุรกิจกับการขายเป็นของคู่กันเสมอ เมื่อผลิตสินค้าหรือบริการเสร็จ ก็ต้องมีการจูงใจให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าหรือบริการของเรา ยิ่งปัจจุบันนี้ที่คู่แข่งมีจำนวนมาก ทักษะการขายจึงเป็นสิ่งสำคัญ คนที่ขายเก่งก็จะประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่มีทักษะด้านนี้น้อยกว่า
วันนี้จะนำเสนอเทคนิคการขายที่จะช่วยเพิ่มความสำเร็จในการขาย จากหนังสือ “ความลับของคนที่ขายอะไรก็สำเร็จ” ของคุณเฌอมาณย์ รัตนพงศ์ตระกูล มาแบ่งปันกัน
ก่อนอื่นต้องคิดก่อนว่าการขายไม่ใช่ไปการยัดเยียดให้ลูกค้า บังคับให้ลูกค้าซื้อสินค้า แต่เป็นการนำเสนอสิ่งที่มีประโยชน์ให้ลูกค้า ช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้ลูกค้า เป็นการโน้มน้าวให้เขาเชื่อถือในสินค้า แบรนด์ และคนขาย
เทคนิคการโน้มน้าวที่สำคัญคือเราต้องขายขายอะไรที่เรารักและตื่นเต้นกับมัน ถ้าเราตื่นเต้นกับมัน เราก็จะทำให้คนอื่นรู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วยอย่างเป็นธรรมชาติ
นอกจากนนี้เราต้องโฟกัสที่การเล่าเรื่องว่าทำไมเราถึงขายสินค้าหรือบริการชิ้นนี้ อย่างเพิ่งใส่ใจก่อนว่าทำไมลูกค้าต้องซื้อมัน
การขายต้องมีการสื่อสารกันระหว่างเราซึ่งเป็นคนขายกับลูกค้า เมื่อเราเป็นฝ่ายพูด ไม่ใช่เราไปถามคำถามอะไรก็ได้กับลูกค้า การถามคำถามที่ดีจะช่วยให้การขายง่ายขึ้น คำถามที่ว่านี้ คือ ต้องทำให้ลูกค้าพูดถึงปัญหาหรือสิ่งที่เขาต้องการ และคำถามต้องให้เขาตอบเห็นด้วยกับสิ่งที่เราพูด
เมื่อลูกค้าตอบคำถามที่เราถาม เราต้องตั้งใจฟังและจับจุดสำคัญของสิ่งที่เขาพูดให้ได้อย่างรวดเร็ว การขายไม่ใช่การไปนั่งฟังอย่างเดียวแต่เราต้องพร้อมที่จะพูดในสิ่งที่ลูกค้าอยากได้ยินอย่างรวดเร็ว และต้องให้ลูกค้าได้พูดมากกว่าเรา
การเปิดการขายที่ดีต้องทำให้บรรยากาศในการสนทนาเป็นไปอย่างผ่อนคลาย ด้วยการคุยกับลูกค้าให้สนุกในช่วงแรกของการขาย จากนั้นให้ลูกค้าได้พูดถึงปัญหาของเขา แล้วค่อยเสนอสินค้าหรือบริการของเราที่จะแก้ปัญหาให้เขายังไง เราต้องพูดให้ปัญหาของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเขารู้สึกไม่จำเป็น ก็ต้องทำให้เขาต้องการ ทำให้เขารับรู้ว่าชีวิตจะดีกว่ายังไงถ้ามีสินค้าของเรา คอยสังเกตและหาเป้าหมายและความต้องการของลูกค้าที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุด
นอกจากนี้การเปิดการขายต้องควรให้ความสำคัญกับคุณค่าของสินค้ามากกว่าราคา หาจุดขายของสินค้าที่จะทำให้ลูกค้าตั้งใจฟังจนลืมเรื่องสนใจเรื่องราคา อย่ากล่าวถึงราคาก่อน อย่าให้ราคาถูกมาเป็นจุดขาย
ในระหว่างการขาย การสร้างจินตนาการและอารมณ์แห่งความสุขให้ลูกค้าช่วยให้การขายประสบความสำเร็จมากขึ้น การท้าทายช่วยกระตุ้นอารมณ์ให้ลูกค้าอยากลองซื้อสินค้าไปใช้ กระตุ้นให้สนใจผลลัพธ์ที่ลูกค้าอยากได้มาก ช่วยเร่งการตัดสินใจของลูกค้าได้ดี เราต้องกระตุ้นให้ลูกค้าอยากได้สินค้ามากพอและหาเงินมาซื้อ และแสดงให้เห็นว่าทำไมสินค้าของเราถึงสำคัญกับลูกค้า จำเป็นกับเขา ดีกับเขา ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น รอไม่ได้
เราต้องเจออุปสรรคในระหว่างการขายเราอยู่เสมอ เช่น เมื่อลูกค้าเอยถึงคู่แข่ง แล้วเอาเราไปเปรียบเทียบ เราไม่จำเป็นต้องพูดถึงหรือโจมตีคู่แข่ง ให้ดึงโฟกัสของลูกค้าให้กลับมาที่สินค้าของเรา และควรกล่าวชมคู่แข่ง แล้วค่อยพูดข้อเสีย ข้อจำกัดของคู่แข่งและสินค้าของเราสามารถแก้ไขจุดอ่อนนี้ได้อย่างไร
อีกปัญหาที่เจอคือตอนที่ลูกค้าเริ่มลังเลหรือกำลังตัดสินใจไม่ซื้อ เราต้องตั้งใจฟังเหตุผลที่เขาลังเล และเคลียร์ข้อข้องใจของลูกค้า ไม่ควรเถียงลูกค้าด้วยอารมณ์ ยอมรับความคิดต่างของเขา และถือการปฏิเสธของเขาเป็นเรื่องธรรมดา
ควรปิดการขายโดยพูดให้ลูกค้ารู้สึกสำคัญและพิเศษ จังหวะปิดการขายที่ดีที่สุด คือ ตอนที่ลูกค้ายังไม่กล้าพูดข้ออ้างหรือคำปฏิเสธออกมา
การขายแต่ละครั้งไม่ได้สำเร็จตามที่คาดหวังเสมไป อย่ามองการปฏิเสธเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการปฏิเสธเป็นส่วนหนึ่งของการขายเท่านั้น การถูกปฏิเสธถือเป็นบทเรียนล้ำค่าที่เราเอามาปรับปรุงแก้ไขในการขายครั้งต่อไป
การขายที่ประสบความสำเร็จไม่ใชการขายอย่างควาดหวังว่าจะขายได้ทุกครั้ง แต่เป็นการขายที่ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ สนุกกับการขายมากกว่ากดดัน และขายอย่างมีความสุข
18/10/2022
เริ่มทำอะไรของตัวเอง
ตอนอายุ 30-45 ก็ยังไม่สาย
แบบจอร์ช เริ่มตอนอายุ 42 เงินทุน 1 แสน
ขายของ จนสู่การเป็นบริษัทพันล้านบาท
จอร์ช เททริค (Josh Tetrick) วัย 42 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท Eat Egg ที่มีมูลค่าถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ จากเด็กเรียนไม่เก่ง และล้มเหลวด้านกีฬา แต่กลับลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เมื่อค้นพบว่าชีวิตมีอะไรให้ค้นหาอีกมาก
จอร์ชเติบโตขึ้นมาในอาบาม่า จบด้วยเกรดเฉลี่ยเพียง 2.1 เท่านั้น เขาฝันว่าอยากเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ แต่เเล้วก็ต้องผิดหวัง เมื่อเขาตกรอบคัดเลือกนักกีฬาเขาจึงผันตัวมาเป็นนักวิชาการ
ถึงจุดหนึ่งจอร์ชรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อสังคมจึงไปทำงานในองค์กรไม่แสวงหากำไรซึ่งมันทำให้เขาไปเจอกับหนังสือที่เปลี่ยนชีวิตซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจพันล้านนั่นเอง
ในหนังสือกล่าวไว้ว่า “คุณคิดว่าองค์กรไม่แสวงหากำไรเป็นวิธีเป็นวิธีการเปลี่ยนแปลง แต่คุณคิดผิด ระบบทุนนิยมคือระบบที่มีทั้งดีและร้ายมันเต็มไปด้วยพลัง มีธุรกิจมากมายในโลกที่ทำผิด แต่ถ้าใช้อย่างถูกต้องก็จะสามารถทำสิ่งที่ถูกต้องได้มากมายในโลก”
หมายความว่าหากจะทำสิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลกจำเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาลเพื่อสร้างมัน ดังนั้นองค์กรไม่แสวงหากำไร อาจเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมเท่านั้น
ข้อจำกัดนี้มันเปิดโลกสำหรับจอร์ช เขากลับไปที่อเมริกาเพื่อเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนเขาตั้งคำถามว่าแล้วธุรกิจคืออะไร? แนวทางการใช้ การตลาดแก้ปัญหาเร่งด่วนมีอะไรบ้าง? แทนที่จะเรียนกฎหมายเขากลับหันมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง
เขาคุยเรื่องนี้กับเพื่อนสนิท ชื่อว่า Josh Balk ร่วมกันคิด เช่นคิดว่าพืชสามารถทดแทนไข่ไก่ได้ไหม เพราะแม่ไก่หลายหมื่นล้านตัวที่กำลังวางไข่อีกพันล้านฟองที่ต้องวางไข่ทุกๆ ปี ซึ่งเปลืองทรัพยากรและไม่เป็นมิตรต่อสัตว์ จอร์ชจึงตัดสินใจลงทุนด้วยเงินเก็บเพียง 3,000 เหรียญหรือ 100,000 บาท
ในการเริ่มต้น แต่ไม่ได้ผล เพราะต้องใช้กระบวนการทางชีวเคมีและวิศวกรรมในการสร้าง จึงจำเป็นจึงใช้เงินทุนสูงมาก เขาจึงเสนอไอเดียนี้แก่นักลงทุนว่าหากค้นพบวิธีการทำไข่ทดแทนที่มีรสชาติเหมือนไข่ไก่จริง ๆ และมีประสิทธิภาพ
จนได้เงิน 500,000 เหรียญ มันทำให้เขาออกจากชีวิตคนวัย 30 ทั่วไปเพื่อกระโดดเข้าสู่ธุรกิจมหาศาล ในปี 2013 จอร์ชเริ่มเช่าออฟฟิศเพื่อทำวิจัย เขาบอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่เราต้องตระหนักก็คือการคิดหาวิธีทำไข่ที่มาจากพืช รู้วิธีการทำงานของโปรตีน และหาวิธีดึงโปรตีนจากพืช
เขาใช้โมเดลดำเนินธุรกิจโดยการจ้างวิศวกรจากบริษัทวิศวกรและจ้างเชฟจากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์เพื่อปรุงรสชาติให้อร่อย จนกระทั่งคิดค้นวิธีการนำพืชมา มาทดแทนไข่ได้สำเร็จในห้าปีให้หลัง ปี 2018 ที่บริษัทได้เปิดตัว Just Eat ไข่ทดแทนที่วางขายปลีกร้านค้าปลีกในสหรัฐ
โดยขายได้ประมาณ 250,000,000 ฟองอีกทั้งยังเริ่มผลิตเนื้อสัตว์โดยที่ไม่ได้มาจากสัตว์จริงๆ ซึ่งชื่อว่า Good Meat เป็นเนื้อสัตว์จริงโดยไม่ต้องฆ่าสัตว์ ซึ่งเนื้อสัตว์ที่ปลูกในห้องปฏิบัติการสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมการเกษตรและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ที่ดินและน้ำได้อย่างมาก
สิ่งนี้ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้สังคม ตามความต้องการของจอร์ช เขากล่าวว่า ความยากลำบากในการขยายธุรกิจคือสิ่งที่ถ้าทายได้ดีที่สุด ที่ผ่านมาเขาเป็นผู้แพ้มาตลอด แพ้จากการเป็นนักฟุตบอลและแพ้จากการเล่นบาสเกตบอล แพ้จากการเรียนกฎหมาย
แต่ตอนนี้เขากลับเอาชนะความสำเร็จด้านธุรกิจเพื่อสังคมอย่างถล่มทลายแล้ว…
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(อ้างอิงใส่ให้ในคอมเมนต์ครับ)
#ไปให้ถึง100ล้าน
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
The Avenue @10th ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง สมุทรปราการ
Samut Prakan
10540