Medicinesineshop
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Medicinesineshop, สุขภาพ/ความงาม, กิ่งแก้ว, Samut Prakan.
06/01/2021
02/12/2020
06/07/2018
มีสาระดีๆ มาฝากค่า
"DO YOU KNOW" ตอน ใช้ครีมกันแดดผิดชีวิตเปลี่ยน| สารคดีสั้นให้ความรู้ ครีมกันแดดเป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นสำหรับแดดในบ้านเรา แต่การใช้อย่างไม่เหมาะสมก็อาจไม่สามารถทำให้ครี.....
05/07/2018
มีสาระดีๆมาฝากค่า
Cr.Jeban
28/12/2017
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รักษาสุขภาพกันด้วยน้า
รู้ไหม เช็คอาการดู !!
——————————
❥ผิวติดสเตียรอยด์
——————————
อาการผิวติดสเตียรอยด์
เกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อใช้เครื่องสำอาง หรือ ครีมต่างๆ
🌀7 อาการผิวติดสเตียรอยด์ 🌀
1. หน้าเป็นตุ่มแดง : มีอาการบวมแดง ของสิว เป็นตุ้มๆ ช้ำเป็นสีเลือด ยิ่งกด ยิ่งมีเลือดออก
2. สิวไม่มีหัว : จะมีอาการผิวผด คล้าย ผื่นสิว ขึ้นเป็นตุ่มเล็กๆบนใบหน้า แต่ไม่มีหัวสิว เป็นเหมือนไขมัน อยู่ที่ตุ่มที่ขึ้นตามใบหน้า
3. ผิวหน้าแพ้ครีม แพ้ง่าย แพ้ไปทุกอย่าง ทำให้ใช้ครีมอะไรก็แพ้
4. หน้าบาง ผิวบาง : จะรู้สึกได้เลยว่า หน้าบางลง เจ็บง่าย ระคายเคืองง่าย เพราะสเตียรอยด์เข้าไปทำลายโครงสร้างคอลลาเจน และ ปราการผิว ทำให้หน้าบางจนรู้สึกได้
5. หน้าแดง ผื่นแดง : มีผื่นแดงๆ รอบๆสิว ขึ้นรอบๆ เป็นวงในขอบเขตของสิว หรือตุ่มแดงๆ เห่อขึ้นทั่วหน้า เส้นเลือดเห็นชัด
6. สิวขึ้น ย้ำจุดเดิมๆ : เมื่อสิวหายแล้ว กดสิวก็จะมีสิวใหม่ขึ้นที่เดิมซ้ำๆ จนน่ารำคาญ กดไม่หายสักที มีอาการระคายเคือง ช้ำ สิวยิ่งกดยิ่งมา
7. โครงสร้างผิวพัง : หน้าจะเริ่มเป็นหลุม ไม่เรียบเนียน เป็นร่องสิว สัมผัสได้ชัดเจน ไม่เด้ง ไม่ฉ่ำ ไม่อิ่มเหมือนเดิม มีการพังทลายของปราการผิวหนัง ที่สัมผัสได้ชัดเจน
———————————————
❥เกร็ดความรู้เรื่อง Mineral Oil
———————————————
ไม่มีใครเอา mineral oil เกรดโรงงานอุตสาหกรรมใส่ในเครื่องสำอาง เป็นเจ้าของแบรนด์ต้องมีความรู้หน่อยเน๊อะ ว่าเรากำลังสร้างองค์ความรู้ความเชื่อและความเข้าใจผิดๆให้ผู้บริโภครึเปล่า
ชูจุดเด่นของตัวเองได้นะคะ แต่ตัวเปรียบเทียบต้อง make sense ขออธิบายในกรอบความรู้ที่มาและการอ้างอิง เชื่อถือได้หรือไม่ คิดว่าทุกคนพิจารณาได้
Mineral oil เป็นสารเคมีอันตรายจริงหรอ???
คำตอบจากเภสัชกร หน่วยคลังข้อมูลยา
Mineral oil มีความบริสุทธิ์ จนสามารถรับประทานได้ ในวงการเภสัชใช้ทำยา และเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นเกรดเครื่องสำอาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ป้องกันผิวหนังแห้ง ตกสะเก็ด คัน และลดการระคายเคืองผิวหนัง ซึ่งสาเหตุของผิวแห้งส่วนใหญ่เกิดจากการสูญเสียน้ำผ่านทางผิวหนัง mineral oil จะทำหน้าที่เป็นชั้นฟีล์มน้ำมันเคลือบบริเวณผิวหนังชั้นบนป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียน้ำผ่านทางผิวหนังและเก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้กับผิวหนัง
Mineral oil ต่อการกระตุ้นให้เกิดสิวจริงหรือ พบว่า American Academy of Dermatology (AAD) ได้จัด mineral oil ไว้เป็นประเภท “Unlikely to be comedogenic in human skin” โดยมีการทดสอบผลของ mineral oil ความเข้มข้น 0.5-30% ต่อการเปลี่ยนแปลงของสิวจากขนาดเล็กไปเป็นขนาดใหญ่ขึ้น พบว่ากลุ่มที่ได้ mineral oil เกิดการเปลี่ยนแปลงประมาณ 9-34% กลุ่มที่เป็น negative control (กลุ่มที่ได้รับสารที่เราทราบอยู่แล้วว่าจะไม่ทำให้เกิดสิว) เกิดการเปลี่ยนแปลงประมาณ 15-30% และกลุ่มที่ได้ positive control (กลุ่มที่ได้รับสารที่เราทราบอยู่แล้วว่าจะทำให้เกิดสิว) เกิดการเปลี่ยนแปลงประมาณ 85-95% ซึ่งจากการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ได้ mineral oil ไม่ได้ทำให้เกิดสิวแตกต่างไปจากกลุ่ม negative control ดังนั้นจึง
#เป็นไปได้น้อยมากที่mineraloilจะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ #มิเนอรัลออยเกรดเครื่องสำอางเท่านั้นที่ใส่ในเครื่องสำอาง #และไม่ใช่สารเคมีอันตราย
อ้างอิงจาก:
1. Dinardo JC. Is mineral oil comedogenic?. J Cosmet Dermatol 2005;4:2–3.
2. American Academy of Dermatology. [homepage on the Internet]. New York 2002 [cited 2013 May 18]. Available from: http://www.aad.org/stories-and-news/news-releases/--small-changes-in-skin-care-routine-can-significantly-improve-skin-affected-by-acne-and-rosacea.
Small changes in skin care routine can significantly improve skin affected by acne and rosacea | American Academy of Dermatology Learn more about Small changes in skin care routine can significantly improve skin affected by acne and rosacea at aad.org
20/12/2017
สาระน่ารู้ประจำวัน...
❥ประโยชน์ของวิตามินอีกับผิวพรรณ
วิตามินอีและอนุพันธ์ของวิตามินอี มีคุณสมบัติ antioxidant ซึ่งจะไป neutralized การเกิด free radicals ดังนั้นวิตามินอีเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลรักษาผิว มีการศึกษาวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าวิตามินอี ช่วยลด psoriasis erythema และช่วยลดการเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง ช่วยรักษาแผลเป็น และช่วยลดริ้วรอยบนผิว และจากการศึกษาพบว่า ผิวหนังในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก เช่น ใบหน้า จะมีปริมาณของวิตามินอี มากกว่าบริเวณแขนถึง 20 เท่า เนื่องจากต่อมไขมัน เป็นช่องทางที่สำคัญ ในการหลั่งวิตามินอี ออกสู่ผิวหนัง
ประโยชน์ของการทาครีมที่มีส่วนผสมของ วิตามินอี ในการป้องกันและรักษาผิวพรรณ
1. ช่วยลดอัตราการทำลายของแสงแดด ที่ทำให้เกิดรอยแดง
2. ลดอัตราการเกิดมะเร็งผิวหนังจากแสงแดด
3. ช่วยชลอความชราภาพของผิว ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น แตกลาย
4. การให้ความชุ่มชื้นและ ลดความหยาบกร้านของผิวพรรณ
จะเห็นว่าวิตามินอี มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันผิวและช่วยบำรุงรักษาผิว การใช้วิตามินอีเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางจะได้ผลดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปริมาณวิตามินอี ที่ผสมอยู่ในเครื่องสำอาง ปริมาณวิตามินอีที่ใช้เป็นส่วนผสมในครีมบำรุงจะต้องมีปริมาณความเข้มข้นที่ เหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
19/12/2017
สาระน่ารู้ประจำวัน
❥Niacinamide(Vitamin B3)ดีกับผิวอย่างไร
Vitamin B3 กับการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิว
การศึกษาดำเนินการโดย Tanno et al, (วารสาร British Journal of Dermatology) พบว่า Niacinamide ลดการสูญเสียน้ำทางผิวหนังในชั้น corneum * 24% ใน 4 สัปดาห์ ในเวลาเดียวกัน, Niacinamide เพิ่มขึ้นกรดไขมันอิสระและ ceramides ในชั้น corneum * โดย 67% และ 34%
จากการทดลองพบว่า Niacinamide สามารถเพิ่มความชุ่มชื้น เก็บกักน้ำทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นและความแข็งแรงให้ผิวหนังกำพร้าชั้น stratum corneum ซึ่งมี fatty acid และ ceramide
Vitamin B3 กับการย้อนวัยด้วยการลดริ้วรอย
การศึกษาดำเนินการโดย (บิซเซท, DL, et al, วารสารคลินิกโรคผิวหนัง) กับเซลล์ของมนุษย์พบว่า Niacinamide ช่วยกระตุ้นเซลล์ใหม่ขึ้น 20% และการหลั่งคอลลาเจน 54%
เมื่อผิวเกิดริ้วรอยและเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่บอกถึงความเสื่อมชราของผิวหนัง สาเหตุหลักๆ มาจากการสร้าง collagen และ elastin ใน fibroblast น้อยลงเรื่อยๆ วิธีชลอริ้วรอยที่แนะนำกันมากก็คือ กระตุ้นการสร้าง fibroblast และป้องกันไม่ให้โครงสร้างเส้นใย collagen ถูกทำลาย
Niacinamide เป็นสารหนึ่งที่พบว่าสามารถช่วยเพิ่ม fibroblast และ collagen จึงเป็นสารที่ใช้ช่วยชลอริ้วรอยในผิวหนัง
Vitamin B3 กับการช่วยสีผิวสม่ำเสมอ กระจ่างใส
แสงแดดเป็นสาเหตุหลักอันหนึ่งที่ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีในผิวหนังมากกว่าปกติ (hyperpigmentation) โดย melanocyte จะผลิต melanosome ซึ่งมี melanin อยู่ภายใน แล้วปล่อยเข้าไปใน keratinocyte ที่อยู่รอบๆ จากนั้น keratinocyte จะเคลื่อนขึ้นไปสู่ผิวชั้นบนของหนังกำพร้า ทำให้ผิวมีสีเข้มกว่าปกติหรือเป็นฝ้า กระ รอยด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
การศึกษาดำเนินการโดย Hakozaki, T, et al (วารสาร British Journal of Dermatology) พบว่า Niacinamide เข้าไปยับยั้งการส่งถ่าย melanosomes เพื่อ keratinocytes ที่เคลื่อนสู่ผิวชั้นบนของหนังกำพร้าไม่มีเม็ดสีที่มากผิดปกติ ผิวจึงดูขาว กระจ่างใส มีสีผิวสม่ำเสมอ
Vitamin B3 กับการช่วยรักษาสิว
การเสริมสร้างผิวชั้นนอกเป็นหน้าที่หลักที่สำคัญของ Niacinamide วิตามิน B3 ช่วยลดริ้วรอย ลดรอยแดง/ดำ(hyperpigment) เพิ่มความชุ่มชื้น ด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ (ceramide) และยังทำให้ผิวแข็งแรง ต่อสู้กับการระคายเคือง (irritants) ต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถลดความมันบนใบหน้า (sebum excretion)
การใช้สารฆ่าเชื้อในการรักษาสิว โดยทั่วไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือแบคทีเรียเกิดการดื้อยาได้ จากการศึกษาของ Shalita colleagues แสดงให้เห็นว่า Niacinamide 4% มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวเช่นเดียวกับการใช้ยา Clindamycin 1% และให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วย
Vitamin B3 กับความสามารถในการป้องกันแสง UV ที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
การศึกษาล่าสุดที่จัดทำโดยภาควิชาตจวิทยา ศูนย์มะเร็งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ที่ โรงพยาบาล Royal Prince Alfred Hospital ออสเตรเลีย (วารสาร British Journal of Dermatology) ในปี 2009 ยืนยันว่า Niacinamide มีความสามารถในการป้องกันที่แตกต่างกันของแสง UV ซึ่งอาจจะสามารถนำมาใช้เพื่อ ป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนัง
18/12/2017
สาระน่ารู้ประจำวัน.........
❥บำรุงผิวสวยด้วยวิตามินซี
วิตามินซี เป็นวิตามินที่ร่างกายเรา ไม่สามารถสร้างได้เอง จำเป็นต้องได้รับจาก การรับประทานเข้าไป มีหน้าที่หลักในการเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidants) ทำหน้าที่ เป็นตัวช่วยในกระบวนการต่างๆ ของร่างกาย เช่น การเสริมสร้างคอลลาเจน ในชั้นผิวหนัง เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งสามารถป้องกันรักษาหวัดได้
ประโยชน์ต่างๆ ของวิตามินซี มีดังนี้
* ชะลอความแก่ และการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
* เพิ่มภูมิคุ้มกัน ให้แก่ร่างกายทำให้แข็งแรงขึ้น
* ช่วยในการป้องกันและรักษาหวัด
* ช่วยป้องกัน โรคเลือดออกตามไรฟัน
* ช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใส
* ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
* ช่วยให้โปรตีนในเซลล์ เกาะเกี่ยวกันได้ดียิ่งขึ้น
วิตามินซีกับการบำรุงผิว
ในด้านของการบำรุงผิวพรรณนั้น วิตามินซี ขึ้นชื่อได้ ว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูง และมีประโยชน์อย่างมาก ในเรื่องของการบำรุงผิว เพราะวิตามินซี มีส่วนช่วยลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ซึ่งเป็นริ้วรอยแห่งวัย
นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันอันตรายจากรังสียูวีของแสงแดด ช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพ เพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิว ซึ่งเป็นเส้นใยโปรตีนในชั้นผิวหนังแท้ ให้เรียงตัวอัดแน่น ทำให้ผิวดูเรียบเนียนใส และการที่วิตามินซี สามารถช่วยสังเคราะห์คอลลาเจน จึงมีคุณสมบัติ ในการรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น
วิตามินซี จึงเป็นส่วนผสมที่สำคัญในวงการความงาม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวส่วนใหญ่มักมีการนำวิตามินซีไปเป็นส่วนประกอบในอาหารเสริมและเครื่องสำอางต่างๆ อีกด้วย
การทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซีนั้น จะช่วยให้ผิวมีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันผิวไว้ จึงนิยมกันมาก ในการนำมาเป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิวหน้า อย่างเช่น ครีมกันแดด เป็นต้น
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
กิ่งแก้ว
Samut Prakan
10540