Ying Suwapat

Ying Suwapat

แชร์

สื่อสารพลังงานผ่าน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส การสัมผัส ก่อเกิดความงามตามธรรมชาติจากภายในหัวใจ สู่ภายนอก

08/05/2026

แมวเขาเปราะบางและเวลาผ่านไปไวกว่ามนุษย์มาก เลยบันทึกเก็บไว้วันที่เขายังอยู่ให้ได้กอดว่าเราสนุกกันแค่ไหนนะ :)

แมวฝึกได้ๆ ค่ะ แต่ต้องมีเวลาให้เค้า ทำซ้ำๆ เหมือนฝึกสุนัขเลย
ช่วงโควิทอยู่กับส้มมีตังค์ตลอดตอนนี้ 5 ขวบ หนัก 6 โลครึ่งแล้ว

พอเริ่มต้องเข้าร้านเป็นประจำเลยไม่มีเวลาฝึกสลิดจิ๋วตัวน้อง นางเลยทำไม่ได้เท่าพี่ ไม่เป็นไรนะจิ๋ว

#ทาสแมว #แมวจร #มีตังค์ #มีสุข

Photos from Ying Suwapat's post 02/04/2026

บางครั้งการที่ได้ทำอะไรนอกความคิดเดิมๆ นอกกรอบเก่าๆ ทำให้ชีวิตมีความหมายในการดำรงค์อยู่มากขึ้นสำหรับ ญ ค่ะ

ครั้งนี้ญเอาขนมคัพเค้กออกไปแจกให้พี่ๆ ชาวบ้าน เด็กๆที่ต่างจังหวัด ตลอดเส้นทางที่ไปเที่ยวกับเพื่อนและสามีค่ะ

พี่ๆน้องๆเหล่านั้น เค้าไม่สามารถสั่งขนมเราผ่านช่องทางออนไลน์ได้ และบางคนไม่เคยเห็นไม่เคยทานของแบบนี้เลยตลอดชีวิตด้วยซ้ำ

คือแค่หยิบยื่นออกไปให้คนอื่นได้มีรอยยิ้ม มีความสุขบ้าง ก็สุขใจแบบบอกไม่ถูกแล้วจริงๆค่ะ

21/12/2025

รู้จักตัวเอง
#สุขภาวะ

08/11/2025

#บทที่ 18/1
The Law of Surrender
กฎแห่งการมอบตน และศิลปะแห่งการวางใจในกระแสของชีวิต

#ตอนที่ 1
ศิลปะแห่งการยอม การไม่ฝืน และการปล่อยให้ชีวิตเปิดเผยตัวมันเอง

1
การมอบตนไม่ใช่การแพ้ #แต่คือการวางอัตตาลงอย่างอ่อนโยนเพื่อให้พลังของชีวิตได้ทำงานตามครรลองของมัน เพราะแท้จริงแล้ว ชีวิตไม่เคยเป็นสิ่งที่ต้อง “ควบคุม” แต่เป็นสิ่งที่ต้อง “ร่วมเต้นรำด้วย” เมื่อคุณหยุดพยายามบังคับเส้นทาง ทุกสิ่งจะเริ่มจัดเรียงเข้าที่เองอย่างลึกซึ้งกว่าที่คุณวางแผนได้

2
ในระดับจิตวิญญาณ #การมอบตนคือการกลับมาสู่ความไว้วางใจในพลังที่ใหญ่กว่าตัวเรา เป็นการตระหนักว่าไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่า พระเจ้า จักรวาล ธรรมชาติ หรือสำนึกแห่งความรัก มันคือพลังเดียวกันที่สร้างและโอบอุ้มทุกสิ่งรวมถึงตัวคุณด้วย #การมอบตนคือการยอมให้ตัวคุณกลับเข้าสู่อ้อมแขนของพลังนั้นอีกครั้ง

3
ผู้ที่เข้าใจศิลปะแห่งการมอบตนจะไม่ต่อสู้กับชีวิต #แต่จะเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวไปกับมัน เขาไม่ผลักสิ่งที่มา และไม่หนีจากสิ่งที่เป็น แต่จะถามตัวเองอย่างสงบว่า “ #สิ่งนี้กำลังพาฉันไปเรียนรู้อะไร” เพราะเขารู้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพื่อขัดขวาง แต่เพื่อขัดเกลาความเข้าใจให้ลึกขึ้น

4
การไม่ฝืนไม่ได้หมายถึงการหยุดทำ แต่หมายถึงการทำโดยไม่ต้าน การปล่อยให้การกระทำเกิดขึ้นจากความนิ่ง ไม่ใช่จากความกลัว #เมื่อคุณมอบตนให้กับจังหวะของชีวิต การกระทำของคุณจะเริ่มสอดคล้องกับกระแสของจักรวาล ทุกก้าวจะดูราบรื่น เพราะคุณไม่ได้ดึง แต่กำลังไหลไปตามจังหวะเดียวกับชีวิต

5
หัวใจที่มอบตนได้คือหัวใจที่มีศรัทธา ศรัทธาไม่ใช่ความเชื่อแบบตาบอด แต่คือความมั่นใจในสิ่งที่คุณยังมองไม่เห็น #มันคือการยอมให้ความไม่แน่นอนเป็นส่วนหนึ่งของความงดงาม และยอมรับว่าความไม่รู้ก็เป็นการนำทางอีกรูปแบบหนึ่งของจักรวาลที่ต้องการให้คุณเรียนรู้การวางใจอย่างลึกซึ้ง

6
#เมื่อคุณเลิกพยายามจะเข้าใจทุกอย่าง ชีวิตจะเริ่มเข้าใจคุณแทน คุณจะเริ่มเห็นสัญญาณเล็กๆ ที่บ่งบอกทาง เช่น คำพูดของใครบางคน ลมที่พัดในเวลาพอดี #หรือความรู้สึกภายในที่บอกว่า “ไปทางนี้” การมอบตนทำให้คุณไวต่อสัญญาณเหล่านี้ เพราะคุณไม่ได้ถูกปิดด้วยเสียงของความพยายามอีกต่อไป

7
การมอบตนยังหมายถึงการยอมให้สิ่งที่ไม่แน่นอนเกิดขึ้นโดยไม่กลัว #เพราะคุณรู้ว่าทุกสิ่งกำลังคลี่ออกอย่างสมบูรณ์ในเวลาที่เหมาะสม ผู้ที่มอบตนให้กับชีวิตจะไม่เร่ง ไม่หนี และไม่คาดหวัง เขาเพียงอยู่ในทุกขณะด้วยความตื่นรู้ #เพราะเขาเข้าใจว่าการควบคุมไม่เคยนำมาซึ่งความสงบ มีแต่การวางเท่านั้นที่ทำให้พบอิสรภาพ

8
#ในความเงียบของการมอบตน คุณจะเริ่มได้ยินเสียงของการนำทางจากภายใน เสียงนี้ไม่ดังก้อง แต่มั่นคง มันจะไม่สั่งให้คุณทำ แต่มักพูดว่า “เพียงแค่เป็น” #และเมื่อคุณเชื่อฟังเสียงนี้ คุณจะรู้ว่าชีวิตไม่เคยต้องพยายามไปไหน เพราะมันอยู่ในที่ของมันเสมอ

9
#ผู้ที่มอบตนได้อย่างแท้จริงจะรู้ว่าการปล่อยไม่ใช่การสูญเสีย แต่คือการเปิดพื้นที่ให้สิ่งที่แท้จริงได้เข้ามา เขาจะไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะเข้าใจว่าการเปลี่ยนคือการเติบโต เขาจะไม่กลัวความเงียบ #เพราะรู้ว่าความเงียบคือเสียงของความจริง และเขาจะไม่กลัวการว่างเปล่า เพราะรู้ว่าความว่างคือมารดาแห่งการสร้างทั้งหมด

10
#การมอบตนคือการวางใจในความลึกลับของชีวิตโดยไม่ต้องเข้าใจมันทั้งหมด เพราะชีวิตไม่ต้องการให้คุณเข้าใจ แต่ต้องการให้คุณร่วมอยู่กับมันอย่างเต็มที่ #การมอบตนคือการยอมให้ความรักนำทางแทนความกลัว และในจังหวะนั้นเอง คุณจะเริ่มรู้ว่าแท้จริงแล้ว ชีวิตไม่ได้เกิดขึ้น “ต่อคุณ” แต่เกิดขึ้น “ผ่านคุณ”

โปรพลนวพล miracle mind Abundance

Photos from Ying Suwapat's post 03/09/2025

ทำไมเดรนน้ำเหลืองใบหน้า…ยิ่งทำ คอยิ่งอึดอัด ใต้คางยิ่งบวม? 🤔

หลายคนอาจเคยสังเกตว่า เวลาไปทำ Facial MLD (Manual Lymphatic Drainage)
แทนที่จะรู้สึกสบาย กลับมีความรู้สึกแน่นตึงที่ลำคอ หรือใต้คางดูบวมขึ้น
สาเหตุสำคัญมาจาก 👉 ลำดับการเดรนที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลต่อการไหลของน้ำเหลืองในร่างกาย

🧬 ระบบน้ำเหลืองและหลักการเดรน
💧 น้ำเหลือง เป็นของเหลวในร่างกายที่มีหน้าที่สำคัญ ได้แก่
ระบายของเสียออกจากเนื้อเยื่อ
เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
🔹 น้ำเหลืองจากใบหน้าจะไหลผ่าน
ต่อมน้ำเหลืองหน้าใบหู ใต้หู
ต่อมน้ำเหลืองใต้คาง ใต้กราม ใต้หู คอ
จากนั้นจึงลงสู่ terminus
👉 หลักการเดรนที่ถูกต้อง: เริ่มจากใกล้ (proximal) → ไปไกล (distal) เพื่อเปิดทางให้ของเหลวไหลได้ราบรื่น
❌ หากเดรนจากใบหน้าก่อน โดยไม่เคลียร์ทางลงที่คอและเหนือไหปลาร้า
จะทำให้น้ำเหลือง คั่งและเกิดแรงดัน → เกิดความอึดอัดและบวม

🚦 เปรียบเทียบง่ายๆ: น้ำเหลือง = รถบนถนน
🛣️ ใบหน้า = ถนนย่อย
🛤️ ลำคอ = ถนนหลัก
🚥 กลุ่มต่อมน้ำเหลืองเหนือไหปลาร้า = สี่แยกใหญ่ปลายทาง
ถ้าปล่อยรถ (น้ำเหลือง) จากทุกทิศบนใบหน้าไหลลงมาโดยที่สี่แยกยังไม่เปิด…
ผลลัพธ์คือ “รถติด”
😣 อึดอัดที่คอ: น้ำเหลืองถูกดันรวมกัน แต่ไหลต่อไม่ได้ → เกิดแรงดันและความแน่น
😵 ใต้คางบวม: น้ำเหลืองสะสมบริเวณใต้คาง เพราะไปต่อไม่ได้

✅ หลักการทำ MLD ที่ถูกต้อง
นักบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญจะยึดตามลำดับ Proximal → Distal
1️⃣ เคลียร์สี่แยกใหญ่ปลายทาง
Supraclavicular & deep cervical nodes
กระตุ้นเบา ๆ เพื่อเปิดทางให้น้ำเหลืองไหลลงสู่ระบบไหลเวียนโลหิต (หลอดเลือดดำ)
2️⃣ เคลียร์ถนนหลักช่วงลำคอ
เดรน cervical nodes เพื่อเตรียมรองรับน้ำเหลืองจากใบหน้า
3️⃣ เดรนใบหน้า
หลังจากถนนหลักโล่งแล้ว จึงค่อยเดรนจากใบหน้า
น้ำเหลืองจะไหลลงได้อย่างราบรื่น ลดแรงดันและอาการบวม

🔍 ข้อสังเกตสำหรับการปฏิบัติ
👩‍🦰 ลูกค้า: หากรู้สึกอึดอัดหรือบวมใต้คาง ควรแจ้งนักบำบัดทันที
🧑‍⚕️ นักบำบัด: อาการเหล่านี้คือสัญญาณให้กลับไปเคลียร์ต่อมน้ำเหลืองคอและเหนือไหปลาร้าให้เพียงพอ ก่อนเดรนที่ใบหน้า

✨การเดรนน้ำเหลืองเป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัย ความนุ่มนวล + ความเข้าใจระบบน้ำเหลืองอย่างลึกซึ้ง มากกว่าการใช้แรง

เครดิตภาพจากตำรา Lehrbuch der Entstauungstherapie_ Band 1
ปล.ไฟล์ตำราในกลุ่มระบายน้ำเหลือง

#เดรนน้ำเหลือง #นวดหน้า #ลดบวม #กายภาพบำบัด #ความรู้สุขภาพ #ดูแลตัวเอง

ขอบคุณบทความจาก
https://www.facebook.com/share/p/174VGBe5L1/

08/08/2025

การนวดหน้าด้วยวิธีนี้เลียนแบบการครอบแก้วหน้า (Facial cupping) เป็นการดูแลสุขภาพตามแพทย์แผนจีนดั้งเดิมมาประยุกต์ใช้กับใบหน้า เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดอาการบวม ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย และกระชับผิว

โดยประโยชน์ของการทำ facial cupping

1.กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
ทำให้ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น
2. ลดเลือนริ้วรอยและรอยแผลเป็น โดยการการเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ช่วยลดเลือนริ้วรอยและรอยแผลเป็นต่างๆ ได้
3. กระชับผิว เพราะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับและยืดหยุ่นมากขึ้น
4. ลดอาการบวม เพราะช่วยกระตุ้นการระบายน้ำเหลือง ซึ่งช่วยลดอาการบวมและทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
5. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อบนใบหน้า ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
6. ปรับปรุงรูปลักษณ์โดยรวม ช่วยให้ผิวดูสว่างใสขึ้น ลดเลือนจุดด่างดำ และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

ข้อควรพิจารณา:
ความปลอดภัย: ควรทำโดยผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรอยช้ำ หรือผลข้างเคียงอื่นๆ

ข้อควรระวัง:
ควรหลีกเลี่ยงการครอบแก้วบริเวณที่บอบบาง เช่น ใต้ตา หรือบริเวณที่มีแผลเปิด

ความถี่ในการทำ:
ความถี่ในการทำขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปอาจทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

#นวดหน้าด้วยผู้เชี่ยวชาญ #นวดหน้า

16/07/2025

จัดระเบียบกล้ามเนื้อใบหน้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
ลดอาการปากคว่ำ ร่องแก้มึก ร่องน้ำหมาก ลดรอยหมองคล้ำใต้ตา เคลียร์พังผืดบนใบหน้า ช่วยให้ใบหน้าระชับ สดใส

ด้วยโปรแกรม Signature Lifting 90 นาที
1st Trial เพียง 3,250 บาท (จาก 3,500 บาท)

ถ้าใครมีปัญหานอนไม่หลับ ปวดหัว ปวดขมับ มึนหัว ปวดตึงกระบอกตา สำรองคิวได้เลยค่ะ

Mon. 28 July
10.00/ 13:30
Tue. 29 July
10.00/ 13:30

Mon. 4 Aug
10.00/ 13:30
Tue. 5 Aug
10.00/ 13:30

สะดวกคิวไหนแจ้งได้เลยค่ะ

26/05/2025

คิวว่างสุดสัปดาห์นี้ สะดวกคิวไหนแจ้งได้เลยนะคะ
This week treatments available! Reserve yours.🥰

Tue . 27 May
10:00 / 14.00

Wed .28 May
10.00/ 14.00

Sun.31 May
14.00/ 16.00

Mon.2 June
9.30/ 13.00

07/05/2025

เข้าใจตนเอง

ด้วยอำนาจของฮอร์โมนที่ส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์และร่างกายของเรา ในเดือนหนึ่ง เราอาจมีพลังเหลือล้นสุดๆ ไปตลอดสัปดาห์ แต่อีกสองสัปดาห์ถัดมาเรากลับหงอยลงอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ซึ่งนอกจากปัจจัยเรื่องสุขภาพจิตแล้ว อีกเรื่องที่น่าพิจารณาก็คือเรื่องของ ‘ระดับฮอร์โมนในแต่ละรอบเดือน’ เพราะถ้าลองสังเกตดีๆ ในทุกๆ เดือน ผู้มีเมนส์หลายคนจะมีแพทเทิร์นการขึ้นลงทางอารมณ์ที่คล้ายๆ กันอยู่ ซึ่งนั่นก็อาจเป็นผลมาจากฮอร์โมนในแต่ละช่วงของรอบเดือนนั่นเอง
และเพื่อให้เราเข้าใจแต่ละช่วงเวลาของตัวเองในแต่ละเดือนได้มากขึ้น จึงมีการเปรียบเทียบรอบหนึ่งเดือนเป็น ‘ฤดูกาลทั้ง 4’ ได้แก่ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนและจับสัญญาณได้ว่าช่วงเวลาไหนมีลักษณะโดยรวมอย่างไร และเหมาะกับการทำกิจกรรมหรือการดูแลตัวเองแบบไหนบ้าง ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายคนใช้ในการวางแผนการใช้พลังงานของตัวเองในแต่ละช่วงให้สอดคล้องไปกับสภาวะทางอารมณ์และร่างกายให้มากที่สุด
ช่วงไหนพลังล้นก็ต้องใช้ให้คุ้ม ช่วงไหนพลังตกก็อาจต้องมีแผนรองรับ ช่วงไหนที่ไม่ไหวก็คือไม่ไหว อย่าฝืน และช่วงไหนที่ต้องพักก็ต้องวางแผนหาเวลาพักให้ตัวเองมากขึ้นสักหน่อย ช่วงไหนจิตตกก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตพังตลอดกาล และในเดือนถัดไปฤดูกาลใหม่ก็จะมาเยือนเราเอง
อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่า ‘นี่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์หรือหลักทางการแพทย์’ เป็นเพียงแนวคิดที่ได้จากการสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และร่างกายที่สอดคล้องไปกับรอบเดือน ดังนั้น รูปแบบของบางคนอาจไม่ได้เป็นไปตามสี่ข้อนี้เสมอไปเพราะอาจมีปัจจัยทางสุขภาพรวมถึงวิถีชีวิตด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
แต่ขณะเดียวกันนี่ก็เป็นแนวทางที่เวิร์กสำหรับใครหลายคน (สำหรับผู้เขียนด้วยเช่นกัน) เราจึงอยากหยิบเอามาแชร์ เผื่อคุณจะลองหยิบไปใช้สังเกตรูปแบบรอบเดือนของตัวเอง เพื่อจะนำไปสู่ความเข้าใจในร่างกายตัวเองมากขึ้น และไม่นอยด์จนเกินควรในช่วงพลังงานตกที่เป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่งของมนุษย์ผู้มีเมนส์
แต่ละฤดูกาลในหนึ่งเดือนจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูกัน

1.
ฤดูหนาว
Menstruation
ช่วงมีประจำเดือน

ฮอร์โมน: ทั้ง Estrogen และ Progesterone ต่ำสุด
ร่างกาย: อ่อนเพลีย ปวดท้อง ปวดหลัง ปวดหัวไมเกรน ผิวแห้ง ฯลฯ
ความรู้สึก: ต้องการพักฟื้น ช้าลง เงียบลง
เหมาะกับ: พักผ่อนเยอะๆ อยู่กับตัวเอง ทบทวนอารมณ์ที่ผ่านมา เซฟพลังงานชีวิต

2.
ฤดูใบไม้ผลิ
Follicular Phase
ช่วงหลังมีประจำเดือนวันแรก ก่อนไข่ตก

ฮอร์โมน: Estrogen เริ่มเพิ่มขึ้น
ร่างกาย: เริ่มอยากเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายเบาๆ ผิวเริ่มดีขึ้น
ความรู้สึก: สดชื่น มีพลัง พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่
เหมาะกับ: เริ่มโปรเจกต์ใหม่, วางแผนสำหรับสิ่งต่างๆ, ออกไปเจอผู้คนบ้าง

3.
ฤดูร้อน
Ovulation
ช่วงตกไข่

ฮอร์โมน: Estrogen สูงสุด และ Testosterone เพิ่มขึ้น
ร่างกาย: พลังเต็มเปี่ยม ผิวเปล่งปลั่ง อาจมีมูกไข่ตกหรือตกขาวใสๆ ที่ยืดได้
ความรู้สึก: มั่นใจในตัวเอง พลังงานสูง
เหมาะกับ: นัดสำคัญ, พรีเซนต์งาน, การเข้าสังคมและสังสรรค์

4.
ฤดูใบไม้ร่วง
Luteal phase
ช่วงสัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน

ฮอร์โมน: Progesterone เพิ่ม, Estrogen ลด
ร่างกาย: ท้องอืด เจ็บคัดหน้าอก อยากของหวานหรือของมัน สิวขึ้น ผิวมัน นอนไม่ลึก
ความรู้สึก: แอคทีฟน้อยลง อยากอยู่คนเดียว อ่อนไหว คิดมาก จิตตก
เหมาะกับ: ทำงานเบื้องหลัง, เก็บรายละเอียด, ใส่ใจดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ

และไม่ว่าบางช่วงเวลาของคุณจะหนักหน่วงขนาดไหน อย่าลืมว่า อีกไม่นาน ฤดูใบไม้ผลิก็จะวนมาอีกครั้ง ​:)

อ้างอิง

https://www.ion.ac.uk/news/the-menstrual-cycle-a-seasonal-guide

https://www.naturesbest.co.uk/our-blog/understanding-the-seasons-of-your-menstrual-cycle/

29/03/2025

หญิง ขอร่วมแสดงความเสียใจกับทุกความสูญเสียเกิดขึ้น
และขอส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของผู้สูญเสียทุกท่าน

🙏ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจากเหตุการณ์ครั้งนี้นะคะ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Samut Prakan?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


แบริ่ง 58 สุขุมวิท 107
Samut Prakan
10270

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00