Muslim-

Muslim-

แชร์

Muslim. Islam

22/12/2017

The Truth About Milad-Un-Nabi (Prophets Birthday)

ไม้ซิว๊ากซุนนะห์ที่ถูกละเลย 03/12/2017

ไม้ซิว๊าก ซุนนะห์ที่ถูกละเลย

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตาผู้ทรงปราณีเสมอ

ไม้ซิว๊าก ซุนนะห์ที่ถูกละเลย


ตุวัยลิบุ้ลอิลมฺ แปลเรียบเรียง


หนึ่งในซุนนะห์ที่มีความสำคัญและถือเป็นซุนนะห์มุอักกะดะห์(ซุนนะห์ที่นบีส่งเสริมและทำเป็นประจำ) ถึงขนาดชาวสลัฟบางท่านถือว่าเป็นวายิบ นั่นคือ การใช้ไม้สิว๊าก แต่ซุนนะห์นี้กลับถูกละเลยไป และฮะดิษที่เกี่ยวกับเรื่องนี้มีมาก ซึ่งเราจะได้อ่านไปพร้อมๆกัน อินชาอัลลอฮ์

ท่านร่อซู้ลศ็อลลั้ลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัมกล่าวว่า :
"ไม้ซิว๊ากนั้น ทำความสะอาดช่องปาก และเป็นที่พึงพอใจสำหรับผู้อภิบาล"

(รายงานโดย อิหม่ามนาซาอีย์ เชค อัลบานีย์ให้สถานะห์ฮะดิษนี้ว่าศอเฮี๊ยะ)

การใช้ไม้ซิว๊ากนั้น สามารถใช้ได้ตลอดเวลาเนื่องมาจากฮะดิษที่กล่าวไว้โดยรวมข้างต้น และเวลาที่ถือเป็นซุนนะห์ที่ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม ส่งเสริมให้ใช้ไม้สิว๊าก และท่านนบีเองได้ใช้มัน คือ

1. ขณะอาบน้ำละหมาดและเวลาละหมาด โดยท่านนบีศ็อลลั้ลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม กล่าวว่า :
"ถ้าหากไม่เป็นการที่ฉันได้สร้างภาระแก่ประชาชาติของฉันแล้วละก็ ฉันก็จะสั่งพวกเขาให้ใช้ไม้สิว๊าก ในทุกๆเวลาละหมาด"
(รายงานโดยบุคอรีย์และมุสลิม)

และบางสายรายงานท่านนบีกล่าวว่า :
"ถ้าหากไม่เป็นการที่ฉันได้สร้างภาระแก่ประชาชาติของฉันแล้วละก็ฉันก็จะสั่งพวกเขาให้อาบน้ำละหมาดทุกๆเวลาละหมาดพร้อมกับใช้ไม้ซิว๊ากทุกๆการอาบน้ำละหมาดด้วย"
(รายงานโดยท่าน ฏอยาลุซีย์ ในมุสนัดของท่าน)


2. เมื่ออ่านอัลกุรอ่าน ดังที่มีรายงานจากท่านนบีศ็อลลั้ลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัมว่า : "แท้จริงเมื่อบ่าวแปรงฟัน(ด้วยไม้สิว๊าก) หลังจากนั้น เขาได้ยืนขึ้นละหมาด มลาอิกะห์ก็จะยืนอยู่ข้างหลังเขาแล้วคอยฟังการอ่านของเขา แล้วมลาอิกะห์ก็จะเข้าไปใกล้เขา -หรือคำพูดที่คล้ายกันนี้- จนกระทั่งมลาอิกะอฺท่านนั้นได้วางปากของเขาบนปากของบ่าวคนนั้น และไม่มีอัลกุรอ่านอายะห์ใดที่ออกมาจากปากของเขานอกเสียจากว่ามันจะอยู่ภายใน(ออกผ่าน)มลาอิกะห์ท่านนั้นด้วย ดังนั้นแล้วพวกท่านจงทำความสะอาดช่องปากของพวกท่านเพื่ออัลกุรอ่านเถิด"
(รายงานโดย ท่าน บัซซาร และท่านฮัยซะมี่ย์ได้กล่าวว่า ผู้รายงานฮะดิษเชื่อถือได้ และท่านอิบนุมุบาร็อกได้รายงานไว้ในหนังสือ "อัซซุหฺด" และเชคอัลบานีย์ได้รายงานมันไว้ในหนังสือ "อัศศอฮีฮะย์" ใต้ฮะดิษหมายเลข 1213 และสายรายงานดี)


3. ขณะตื่นนอนเนื่องจากท่านฮุซัยฟะ บิน ยะมานได้รายงานว่า"ท่านนบีศ็อลลั้ลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัมเมื่อท่านได้ลุกขึ้นในยามค่ำคืนท่านได้ถูปากของท่านด้วยกับไม้ซิว๊าก"
(รายงานโดยบุคอรีย์และมุสลิม)


4. เมื่อขณะเข้าบ้าน ดังที่มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะอฺรอดิยั้ลลอฮุอันฮา โดยท่านหญิงถูกถามว่า :"สิ่งใดที่ท่านร่อซู้ลศ็อลลั้ลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัมได้เริ่มกระทำเมื่อขณะที่ท่านเข้าบ้าน"
ท่านหญิงอาอิชะอฺ รอดิยั้ลลอฮุอันฮา ตอบว่า : "เมื่อท่านร่อซู้ลได้เข้าบ้านท่านเริ่มต้นด้วยกับใช้ไม้ซิว๊าก"
(รายงานโดย มุสลิม)


5.เมื่อขณะรู้สึกว่ากลิ่นปากเราได้เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปเนื่องจากการกินอาหารที่ทำให้มีกลิ่นปาก หรือขณะหิวกระหายมาเป็นเวลานาน ก็ตาม


ท่าน อิหม่าม อิบนุ ก็อยยิม อัลเญาซียะห์ รอฮิมะฮุ้ลลอฮ ได้กล่าวว่า "ประโยชน์ต่างๆของไม้สิว๊าก คือ :

1.ทำให้ปากหอม

2.ทำให้เหงือกแข็งแรง

3.ขจัดเสมหะได้

4.ทำให้สายตาชัดเจนขึ้น

5.ขจัดฟันผุ

6.บำรุงกระเพาะอาหาร

7.ทำให้เสียงสดใสขึ้น

8.ช่วยในการย่อยอาหาร

9.ปัดเป่าความง่วงนอนไปได้

10.ช่วยส่งเสริมในการอ่าน

11.ช่วยให้มีความกระฉับกระเฉงในการละหมาด

12.ช่วยให้มีชีวิตชีวาในการระลึกถึงอัลลอฮ

13.ทำให้ผู้อภิบาลทรงพอพระทัย

14.ทำให้มลาอิกะอฺประทับใจ

15.ทำให้(ได้รับ)ความดีต่างๆมากมาย“

(“ซาดุ้ล มะอาดดฺ" เล่ม 4 หน้าที่ 323)


เมื่อเราได้อ่านฮะดิษต่างๆที่ชี้ถึงความประเสริฐและการใช้ไม้สิว๊ากของท่านนบีศ็อลลั้ลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัมและรวมถึงประโยชน์ของการใช้ "ไม้สิว๊าก" ดังที่ท่านอิหม่ามอิบนุ้ลก็อยยิมกล่าวไว้ ในฐานะผู้ศรัทธาสมควรอย่างยิ่งที่จะดำเนินตามบุคคลที่รักมากที่สุด ศ็อลลั้ลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัม เพราะจะได้ทั้งสุขภาพในช่องปากดีขึ้น และเป็นการอิบาดะห์ไปในตัวพร้อมกันอีกด้วย และการใช้ไม้สิว๊าก ไม่ใช่เป็นเอกลักษณ์ของมุสลิมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหากแต่การใช้ไม้สิว๊ากคือ เอกลักษณ์ของมุสลิมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมุสลิมีน หรือ มุสลิมะห์ก็ตาม


มาทำให้ตัวเราเคยชินกับการปฏิบัติตามซุนนะห์กันเถอะไม่ว่าจะเป็นซุนนะห์ในเรื่องใดก็ตาม ดังที่ท่านเชคศอและฮฺ เฟาซาน ฮะฟิเศาะฮุ้ลลอฮ ได้แนะนำเอาไว้ว่า :
"จงทำให้ตัวคุณเคยชินกับการปฏิบัติตามซุนนะห์เถิด เพราะในการปฏิบัติตามซุนนะห์นั้น มีความบารอกัต(ความจำเริญ)อยู่"
(“ชัรฮฺ กิตาบ อิฆอซะติ้ลละฮฺฟาน" 1/11/1436)


ข้อควรระวัง : สำหรับคนที่เห็นผู้ที่ใช้ไม้สิว๊ากแล้วรู้สึกรังเกียจ รู้สึกขยะแขยง หรือ รู้สึกไม่ชอบ หรือ ล้อเล่นล้อเลียน ควรระวังไว้ เพราะหากการรังเกียจและการล้อเล่นของท่านเป็นไปที่ตัวบุคคลที่ใช้ไม้สิว๊าก สิ่งนี้ฮะรอม แต่ถ้าหากความรู้สึกไม่ชอบของท่านเป็นไปเพราะ "รังเกียจส่วนตัวในการใช้ไม้สิว๊าก" สิ่งนี้ร้ายแรงยิ่งกว่า เพราะสิ่งนี้ คือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้สิ้นสภาพจากการเป็นมุสลิมได้ นั่นก็คือ การรังเกียจสิ่งที่ท่านร่อซู้ลศ็อลลั้ลลอฮ์ นำมา ดังที่ท่าน ชัยคุ้ลอิสลาม อัลมุญัดดิด มูฮำหมัด บินอับดุลวะฮาบ รอฮิมะฮุ้ลลอฮ ได้กล่าวไว้ใน "นะวากิดุ้ล อิสลาม" ข้อที่ 5 และ 6ว่า :


"ผู้ใดที่รังเกียจ หรือเกลียดชังสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ท่านร่อซู้ลศ็อลลั้ลลอฮุอลัยฮิวะซั้ลลัมนำมา แม้ว่าเขาจะปฏิบัติมันก็ตาม เขาได้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว ตามมติเอกฉันท์ และหลักฐาน คือ คำตรัสของอัลลอฮตะอาลาที่ว่า :
"ทั้งนี้เพราะว่า พวกเขาเกลียดชังสิ่งที่อัลลอฮ.ทรงประทานลงมา พระองค์จึงทรงทำให้การงานของพวกเขาไร้ผล"
(ซูเราะห์ มูฮำหมัด อายะห์ที่ 9)

“ใครก็ตามที่เย้ยหยัน ล้อเลียนสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากศาสนาของอัลลอฮทั้งในเรื่องผลบุญ หรือในเรื่อง การลงโทษ เขาได้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว “

และหลักฐานคือ คำตรัสของอัลลอฮตะอาลาที่ว่า :
"จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่าต่ออัลลอฮ์ และบรรดาโองการของพระองค์และร่อซูลของพระองค์กระนั้นหรือที่พวกท่านเย้ยหยันกัน ?”
“พวกท่านอย่าแก้ตัวเลย แท้จริงพวกท่านได้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว หลังจากการมีศรัทธาของพวกท่าน"

(ซูเราะห์ อัตเตาบะห์ อายะห์ที่ 65-66)

พวกเราทุกคนควรระวังเรื่องนี้ให้ดีๆอย่าทำเป็นรังเกียจ หรือ ล้อเล่นกับศาสนาเป็นอันขาดเพราะชาวสลัฟฟุศศอและฮฺได้สำทับเตือนเรื่องนี้ไว้อย่างมาก

ดังที่ท่านอิหม่ามอัลกุรตุบี่ย์ รอฮิมะฮุ้ลลอฮได้กล่าวว่า :
"ขออัลลอฮทรงเมตตาแก่ชาวสลัฟุศศอและห์ แท้จริงพวกเขาได้เอาจริงเอาจังในการสั่งเสียแก่ทุกคนที่มีสติปัญญาไตร่ตรอง โดยพวกเขาได้กล่าวว่า : "แม้ว่าท่านจะล้อเล่นกับสิ่งใดก็ตามแต่ระวังการที่ท่านจะล้อเล่นกับศาสนาของท่านให้ดีเถิด"

(“อัลญามิอฺ ลิอะฮกามมิ้ลกุรอ่าน" เล่มที่ 10 หน้าที่ 399)


อัสลามุอาลัยกะ/วัลอฮุอะลัม



ที่มา///และแหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไม้ซิว๊ากซุนนะห์ที่ถูกละเลย          หนึ่งในซุนนะห์ที่มีความสำคัญและถือเป็นซุนนะห์มุอักกะดะห์(ซุนนะห์ที่นบีส่งเสริมและทำเป็นประจำ) ถึง?...

Photos 30/10/2017

อันตรายของการทำชั่วอย่างเปิดเผย
(ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์)

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ขอความสุข ความจำเริญ และความสันติจงประสบแด่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว ไม่มีภาคีใด ๆ สำหรับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่ามูฮัมมัด เป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์



โทษของการฝ่าฝืนและการทำชั่วนั้นรุนแรงและน่ากลัวทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺ ซึ่งอัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสถึงโทษภัยของพฤติกรรมดังกล่าวว่า



“และแต่ละคนเราได้ลงโทษด้วยความผิดของเขา เช่น

บางคนในหมู่พวกเขาเราได้ส่งลมพายุร้ายทำลายเขา และบางคนในหมู่พวกเขา เราได้ลงโทษเขาด้วยเสียงกัมปนาท

และบางคนในหมู่พวกเขา เราได้ให้แผ่นดินสูบเขา และบางคนในหมู่พวกเขา เราได้ให้เขาจมน้ำตาย

และอัลลอฮ์มิได้ทรงอธรรมแก่พวกเขา แต่พวกเขาต่างหากที่อธรรมต่อพวกเขาเอง”


(อัลอันกะบูต : 40)



และบาปความชั่วท่ีเลวร้ายที่สุด ก็คือการทำชั่วอย่างเปิดเผย ซึ่งหมายถึงการที่คนคนหนึ่งประพฤติชั่วต่อหน้าสาธารณชน หรือ อาจกระทำในท่ีลับซ่ึงอัลลอฮฺได้ทรงช่วยปกปิดการกระทำของเขาไว้ แต่ทว่าเขาเองกลับบอกเล่าการกระทำต่าง ๆ ของเขาให้ผู้อ่ืนได้รับรู้ จึงถือเป็นการเพิกเฉยไม่เห็นค่าการปกปิดของพระองค์ อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า



“อัลลอฮฺไม่ทรงชอบการใช้เสียงดังในถ้อยคำที่เลวร้าย นอกจาก ผู้ที่ถูกข่มเหง และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้เสมอ”

(อันนิสาอ์: 148)

หมายความว่า พระองค์ไม่ทรงพอพระทัยผู้ที่เปิดเผยสิ่งไม่ดีเว้นเสียแต่ว่าเขาจะถูกอธรรมก็ถือเป็นข้อยกเว้นที่เขาจะบอกเล่าเรื่องดังกล่าวได้

(ตัฟสีร์อัลกุรฏุบีย์ เล่ม 7 หน้า 199)

สาลิม บิน อับดุลลอฮฺ เล่าว่า ฉันได้ยินท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

"ประชาชาติของฉันทั้งหมดล้วนเป็นผู้ได้รับการอภัย นอกจาก บรรดาผู้ท่ีกระทำความผิดอย่างเปิดเผย และส่วนหนึ่งจากการกระทำความผิดอย่างเปิดเผยคือ การที่คนคนหนึ่งได้ประพฤติ สิ่งที่ไม่ดีในยามค่ำคืน เมื่อถึงยามเช้าอัลลอฮฺได้ทรงปกปิดการกระทำของเขา

แต่เขากลับป่าวประกาศว่า ‘นี่รู้ไหม ว่าเมื่อวาน ฉันได้ทำอย่างนั้นอย่างนี้’

ทั้งนี้ เขาได้นอนหลับไปเมื่อคืนวาน โดยที่พระผู้อภิบาลของเขาได้ทรงช่วยปกปิดพฤติกรรมของเขา แต่ในเช้าอีกวันหนึ่ง กลับกลายเป็นเขาเสียเองท่ีเปิดเผยสิ่งท่ี พระองค์ทรงปกปิดไว้”

(บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ หะดีษเลขท่ี 6069 และมสุลิม หะดีษ เลขที่ 2990)

อิบนุ หะญัร กล่าวว่า “ อัลมุญาฮิร (ال لم َجا يهر) คือ ผู้ท่ีกระทำช่ัวแบบโจ่งแจ้ง และเปิดเผยสิ่งท่ีอัลลอฮฺ ทรงช่วยปกปิดไว้ ซึ่งอัลมุญาฮิรในหะดีษข้างต้นนั้น หมายถึงผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนโดยเปิดเผย หรืออาจหมายถึงผู้ที่พูดคุยโอ้อวดกันเรื่องบาป ความผิด แต่ถ้าดูตัวบทหะดีษส่วนที่เหลือ จะพบว่าความหมายแรกน่าจะใกล้เคียงมากกว่า”

(ฟัตหุลบารีย์ เล่ม 10 หน้า 487)

จากที่กล่าวมาข้างต้น อาจแบ่งบุคคลจำพวกนี้ได้ เป็นสามประเภท คือ

หนึ่ง ผู้ที่กระทำบาปอย่างเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน ทั้งนี้ ผู้ที่กระทำบาปต่อหน้าสาธารณชนนั้นได้ทำความผิดสอง ส่วนคือ การทำบาปอย่างเปิดเผย และการประพฤติตัวเยี่ยงพวกคนชั่วไร้ศีลธรรม อันเป็นการกระทำที่น่าตำหนิในมุมมอง ของศาสนา และในสายตาคนทั่วไป

สอง ผู้ที่บอกเล่าให้ผู้อื่นรู้ถึงบาปความผิดที่ตนได้ กระทำไปด้วยความโอหัง คึกคะนอง ทั้งท่ีอัลลอฮฺได้ทรงช่วย ปกปิดให้เขาแล้ว คนประเภทนี้ไม่มีทางที่จะได้รับการอภัยโทษ จากอัลลอฮฺ เช่น กลุ่มวัยรุ่นที่เดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเมื่อพวกเขาได้ทำส่ิงที่เป็นบาป ไม่ว่าจะเป็นการผิดประเวณีหรือดื่มสุรา แล้วพวกเขาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเสมือนเป็นเร่ืองท่ีน่าโอ้อวด

สาม บรรดาคนไม่ดีที่พูดคุยเล่าสู่กันฟังในเรื่องความชั่ว และการฝ่าฝืน

(ฟัตหุลบารีย์ เล่ม 10 หน้า 487)

อิบนุ ตัยมิยะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “ผู้ที่กระทำชั่วโดยเปิดเผยนั้น จำเป็นที่เราจะต้องห้ามปรามและต่อต้านเขาอย่างเปิดเผยเช่นกัน และการพูดถึงคนประเภทนี้ลับหลังก็ไม่ถือเป็นการนินทาอีกต่อไป ทั้งน้ี สมควรที่เขาจะต้องถูกลงโทษต่อ หน้าสาธารณชน เพื่อให้เข็ดหลาบและเลิกพฤติกรรมที่ไม่ดีนั้นเสีย บรรดาคนดีมีคุณธรรมก็ควรจะคว่ำบาตรเขาด้วยการไม่ร่วมฝังศพเขาเมื่อเขาตาย หากว่าวิธีการดังกล่าวจะช่วยให้คนอื่น ๆ ที่มีพฤติกรรมเช่นเดียวกับเขาได้สำนึก”

(ฆิซาอุล อัลบาบ เล่ม 1 หน้า 260-261)

อันนะวะวีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “ผู้ใดกระทำชั่ว หรือบิดอะฮฺอย่างเปิดเผย ก็อนุญาตให้กล่าวถึงสิ่งที่เขากระทำ อย่างเปิดเผยนั้นได้ แต่ไม่อนุญาตให้กล่าวถึงสิ่งท่ีเขากระทำอย่างลับ ๆ”

(ฟัตหุลบารีย์ เล่ม 10 หน้า 487)

อิบนุหะญัร เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “ผู้ที่ตั้งใจ เปิดเผยความช่ัวของตนเองน้ัน อัลลอฮฺจะทรงโกรธเคืองและจะไม่ทรงช่วยเขาปกปิด แต่หากผู้ใดตั้งใจปกปิดความชั่ว เพราะละอายใจต่ออัลลอฮฺ และอับอายต่อผู้คน พระองค์ก็จะทรงช่วยปกปิดความชั่วของเขา”

(ฟัตหุลบารีย์ เล่ม 10 หน้า 488)

อิบนุ บัฎฎอล เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “การเปิดเผยความชั่วของตนเองนั้น เป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงการไม่ให้ความสาคัญกับหน้าที่อันพึงมีต่ออัลลอฮฺ เราะสูล และต่อบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย และยังเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความดื้อด้าน ไม่ยอมรับบทบัญญัติศาสนา แต่ถ้าปกปิดความชั่วไว้ก็จะไม่เข้า ข่ายผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว”

(ฟัตหุลบารยี์เล่ม 10 หน้า487)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็ได้บอกอีกว่า ผู้ท่ีกระทำช่ัวอย่างเปิดเผยนั้น จะถูกลงโทษในดุนยาก่อนอาคิเราะฮฺเสียอีก อิบนุ อุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า ท่าน เราะสูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮวฺะสัลลัม กล่าวว่า

“โอ้บรรดามุฮาญิรีนเอ๋ย หากบาปความผิดและการฝ่าฝืน ห้า ประการนี้เกิดขึ้นในหมู่พวกท่าน มันจะนำมาซึ่งบททดสอบ และ การลงโทษ และฉันก็ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้พวกท่าน รอดพ้นจากสิ่งเหล่านี้:

♦ เมื่อมีการผิดประเวณีและสัมพันธ์ต้องห้าม อย่างแพร่หลายในกลุ่มชนใด พวกเขาจะต้องเผชิญกับ การระบาดของกาฬโรคและโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในอดีต


♦ และหากกลุ่มชนใดโกงการชั่งตวง พวกเขาก็จะประสบกับความแห้งแล้ง แร้นแค้น และความอธรรมของผู้ปกครอง


♦ และหากกลุ่มชนใดปฏิเสธการจ่ายทานซะกาต ฝนฟ้าก็จะหยุดตก และถ้ามิใช่เพราะสัตว์ต่าง ๆ ต้องการฝน พวกเขาเหลา่นั้นจะไม่ไ่ด้รับความโปรดปรานดังกล่าวนี้อีกต่อไป


♦ และหากกลุ่มชนใดผิดคำพูด และสัญญาที่ให้ไว้กับ อัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์ บรรดาศัตรูจากภายนอกก็จะเข้ามายึดครองบ้านเมือง และตักตวงผลประโยชน์ของพวกเขา


♦ และหากกลุ่มชนใดมีผู้นำที่ไม่ปกครองและตัดสินตามบทบัญญัติของอัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงทำให้เกิดความวุ่นวายขัดแย้งในหมู่พวกเขา"

(บันทึกโดยอิบนมุาญะฮฺหะดีษเลขที่ 4019)

ในหะดีษอีกบทหน่ึง อิมรอน บิน หุศ็อยนฺ ได้เล่าว่า ท่านนบีศ็อลลลัลอฮุอะลยัฮวิะสัลลัม กล่าวว่า

“ ในประชาชาตินี้จะเกิดธรณีสูบ การถูกทำให้กลายร่าง และถูกหินถล่ม”


มีชายคนหน่ึงถามท่านว่า “โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮฺ มัน จะเกิดข้ึนเมื่อใดหรือ ?”


ท่านนบีตอบว่า “เม่ือมีการระบาดของ นักร้องหญิง ดนตรีและการดื่มสุรา”

(บันทึกโดยอัตติรฺมิซีย์หะดีษเลขท่ี 2212)

ตัวอย่างของการกระทำผิดแบบเปิดเผยในสมัยน้ี เช่น

♣ - การเผยแพร่การกระทำดังกล่าวผ่านทางช่องดาวเทียมต่าง ๆ ซ่ึงขณะนี้น่าจะมีติดตั้งกันอยู่แทบทุกบ้าน

♣ - การกระจายตัวอย่างรวดเร็วของธนาคารดอกเบี้ยในประเทศมุสลิม และยังเชิญชวนโฆษณากันอย่างเปิดเผยตามหน้าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ส่ิงพิมพ์ต่าง ๆ ว่า การกู้ยืมและเข้าร่วมธุรกิจดอกเบี้ย ดังกล่าวน้ัน สามารถกระทำได้อย่างง่ายดาย

♣ - การแต่งกายของบรรดาสตรีที่ผิดหลักการ ขณะออกไป ยังสถานที่ต่างๆ ที่มีคนพลกุพล่าน

♣ - การทำธุรกิจค้าขายส่ิงท่ีหะรอม เช่น ขายนิตยสารโป๊เปลือย บุหร่ี แผ่น ซีดี เพลง และภาพยนตร์ลามกต่าง ๆ

♣ - การเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วของโรงภาพยนตร์ รวมไปถึงฟิตเนส ท่ีมีการปะปนกันของบุรุษสตรี โรงละคร และ ร้านอินเทอรเ์น็ต

♣ - การปรากฏตัวของนักร้องนักแสดงหญิงตามช่องโทรทัศน์ต่าง ๆ ในลักษณะท่ียั่วยวน และสร้างความเส่ือมเสีย ทางศีลธรรม

ฉะนั้นจึงจำเป็นที่เราจะต้องต่อต้านและห้ามปรามผู้คนเหล่าน้ัน ที่กาลังกระทําบาปความผิดอย่างเปิดเผยโจ่งแจ้ง และตักเตือนพวกเขาให้ตระหนักถึงความผิดที่พวกเขากระทำ และบทลงโทษอันรุนแรงสาหัสท่ีพวกเขาจะได้รับท้ังในดุนยาและ อาคิเราะฮฺ อัลลอฮฺ ตรัสว่า

"แท้จริง บรรดาผู้ชอบที่จะให้เร่ืองบัดสีแพร่หลายไปในหมู่ผู้ศรัทธานั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างเจ็บปวดทั้งในโลกน้ี และโลกหน้า ”

(อันนรู :19)

จากอายะฮฺนี้จะเห็นว่า แค่เพียงการชอบท่ีจะเห็นผู้อ่ืนกระทำผิด ยังต้องได้รับโทษอันเจ็บปวดขนาดนี้ แล้วผู้ท่ีกระทำชั่วแบบเปิดเผย และคอยช่วยเหลือสนับสนุนการกระทำบาปดังกล่าวเสียเองเล่า จะต้องรับโทษหนักเพียงใด ? ดังนั้น มุสลิม ทุกคนควรท่ีจะระวัง เม่ือพลาดกระทำบาปไปแล้วก็ขอให้ปกปิด เอาไว้และรีบเตาบะฮฺกลับตัวโดยเร็วที่สุด



แปลโดย : อุศนา พ่วงศิริ

Photos from Muslim-'s post 26/10/2017
24/09/2017

Muslims Killed Dracula

Photos 29/07/2017

ผิดพลาดเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ธรรมดาที่ไม่ได้เป็นผู้ที่ไร้บาปหรือเป็นคนที่ได้รับการปกป้องให้ความผิดนั้นห่างจากตัว.. สำนึกผิด ขออภัยโทษเเละไม่กลับไปทำอีก.

มาร่วมกันเเสวงหาสัจธรรมที่ถูกต้องด้วยความบริสุทธิ์ใจเเละรักษาอีบาดัตต่างๆตราบที่เรายังอยู่บนดุนยานี้

29/06/2017

ฟิกฮ์ของอีหม่ามชาฟีอี รอฮีมาฮุลลอฮ โดย อาจารย์ อัดนาน สุหลง

ฟิกฮ์ชาฟีอี ฟิกฮ์ชาฟีอี คือ นิติศาตร์อิสลามตามอีหม่ามชาฟีอี

Photos 29/06/2017
Photos 22/06/2017

สิ่งที่ท่านนบี ซ.ล. เตรียมตัวปฎิบัติในช่าง 10 คืนสุดท้ายของรอมฎอน

ท่านหญิงอาอิซะห์ รอฎิยัลลอฮฮูอันฮาได้เล่าให้ฟังถึงการจัดเตรียม การเตรียมตัวเป็นพิเศษ เพื่อต้อนรับ 10 คืนสุดท้าย เมื่อเวลาใกล้เข้ามาว่า

قالت عائشة : كان رسول الله صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إذا دخل العشر ، شد مئزره ، وأحيا ليله ، وأيقظ أهله . [ متفق عليه]

“ เมื่อ 10 คืนสุดท้ายได้มาถึง ท่านร่อซูล ซ.ล. จะทำร่างกายให้กระฉับกระเฉง ทำให้กลางคืนมีชีวิตชีวา และจะปลุกคนในครอบครัวให้ลุกขึ้นมา ” บันทึกโดยบุคคอรีและมุสลิม

อีกรายงานหนึ่งซึ่งมีความหมายเดียวกันกล่าวว่า

أحيا الليل ، وأيقظ أهله ، وجدَّ ، وشدَّ المئزر .

“ ท่านทำให้กลางคืนมีชีวิตชีวา ปลุกคนในครอบครัว ขยันขันแข็ง และทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง “

และมีอีกรายงานหนึ่งบันทึกโดยอิหม่ามมุสลิม ว่า

كان النبي يجتهد في العشر الأواخر ما لا يجتهد في غيره .

“ ปรากฏว่าท่านนบี ซ.ล.จะขยันขันแข็งเป็นพิเศษในช่วง 10 คืนสุดท้าย ซึ่งไม่เห็นท่านขยันอย่างนี้ในคืนก่อนๆ “

31/05/2017

The story of Idris AS

31/05/2017

The story of Qabil and Habil

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Yala?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Yala
95000